ผมชอบอ่านข่าวที่ทั้ง NECTEC หรือ SIPA มาโปรโมท ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีความคิดเห็นจากทางบ้าน ออกในแนวด้านลบ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานโดนกันถ้วนหน้า เหมือนเป็นเรื่องสนุกสนานที่ต้องตามอ่านความคิดเห็นเหล่านี้ แต่ทุกๆ ความคิดเห็นก็สะท้อนมุมมองอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งในด้านการจัดการเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ การหาผลประโยชน์ การไม่เข้าใจข้อเท็จจริง ฯลฯ หลากหลายเรื่องทำให้ผมรู้สึกปลง เรื่องใหญ่ที่บอกว่าโอเพนซอร์สในบ้านเราไม่โตเพราะเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ มีแผ่นเถื่อนขายอยู่เกลื่อนกลาด เพราะไม่มีหนังสือคู่มือ ซีดีมัลติมีเดีย ไม่มีคนให้ถาม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาโลกแตกสำหรับคนไทย การที่ประเทศเราเริ่มต้นจากโอเพนซอร์สแบบเห็นแก่ตัวก็เป็นอย่างนี้แหละ เป็นเรื่องปกติที่หลายๆ ประเทศเขาเป็นกันและพยายามหาทางแก้ปัญหา แต่ไม่เห็นจะบานปลายเหมือนประเทศไทย เอาเป็นว่าหลายๆ ประเทศถูกบังคับให้ใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ละเมิดผ่านทางกฏหมาย นั่นก็ส่วนหนึ่งทำให้ลดปัญหาและเข้าใจสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์ได้ แต่ประเทศเราเองแม้แต่ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ยังไม่รู้เลยว่าเป็นอย่างไร มีหน้าตาอย่างไร สิทธิที่ได้รับจากการซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเป็นอย่างไร คนที่รู้ก็คงเป็นคนที่ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิจสิทธิ์ถูกต้องละครับ NECTEC หรือ SIPA เองก็พยายามรณรงค์จากข้อดีของโอเพนซอร์ส แต่ไม่ได้รณรงค์จากความเชื่อหรือปรัญญาของซอฟต์แวร์เสรี แต่ว่าใครจะแคร์ล่ะ เพราะของมันได้ฟรี ไม่เสียตังค์ ฯลฯ มันก็ดีอยู่แล้ว ทำให้การเข้าถึงความเข้าใจที่ถูกต้องของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและซอฟต์แวร์เสรีผิดพลาดไปทั้งหมด ผมเองเห็นปัญหาหลายอย่างได้แต่พยายามอธิบายว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็เศร้าใจครับ :) ผมก็เลยอยากเสนอแนวคิดผ่านทางเว็บนี้ในเรื่องปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์และการหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สว่าทำอย่างไรให้สำเร็จ!! ก่อนอื่นเริ่มจากการพิจารณาตนเองก่อน เอากระดาษโน๊ตแผ่นเล็กๆ มา 6 แผ่นครับ แล้วเขียนคำตอบลงในกระดาษแต่ละแผ่น แผ่นที่ 1 คำถามคือ คุณใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่? มีซอฟต์แวร์อะไรบ้าง? แผ่นที่ 2 คำถามคือ คุณใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่? ? มีซอฟต์แวร์อะไรบ้าง? แผ่นที่ 3 คำถามคือ คุณใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหรือฟรีแวร์หรือไม่? มีซอฟต์แวร์อะไรบ้าง? แผ่นที่ 4 คำถามคือ คุณจะตัดสินใจใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสิขสิทธิ์ถูกต้องหรือซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในอนาคตหรือไม่? มีซอฟต์แวร์อะไรบ้าง? แผ่นที่ 5 คำถามคือ คุณเสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องต่อเครื่องเป็นจำนวนเท่าไร? แผ่นที่ 6 คำถามคือ คุณไม่ได้เสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องต่อเครื่องเป็นจำนวนเท่าไร? เอาล่ะเขียนลงไปตามความเป็นจริงนะครับ ซื่อสัตย์ต่อตนเอง แล้วมาดูผลลัพท์กัน ของผมเป็นอย่างนี้ครับ ตอนนี้ผมใช้เครื่องแฟนอยู่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Vista Home Basic ซื้อเป็นแบบกล่องใสเอามาติดตั้งเอง ผมใช้ซอฟต์แวร์ตามที่ลิสรายการเอาไว้ ในอนาคตผมจะซื้อ Zend Server กับ Zend Studio มาทำงาน ถ้าทางสำนักงานไม่ลงทุนให้นะครับ ผลจากการสำรวจตัวเองได้อะไรบ้าง หากคุณลิสรายการซอฟต์แวร์ยาวออกมาเป็นหางว่าว นั่นแสดงว่าคุณใช้ซอฟต์แวร์ทุกตัวที่คิดว่าจะหามาได้ ส่วนละเมิดหรือไม่ละเมิดก็ให้เขียนแยกลงในกระดาษนะครับ เอาล่ะคุณจะเห็นภาพรวมว่าคุณใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์กี่ตัว ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์กี่ตัว ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและฟรีแวร์กี่ตัว จากนั้นให้เอาราคาซอฟต์แวร์แต่ละตัวที่คุณละเมิดคูณด้วย 10 แล้วบวกรวมกันก็จะราคาประเมินในการปรับแบบคร่าวๆ นะครับ การทำแบบนี้จะทำให้คุณพิจารณาก่อนว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่คุณติดตั้งลงในเครื่องเพื่อใช้ใช้งานจริงๆ ไม่ใช่ว่าหามาได้ก็ติดตั้งลงซะทั้งหมด ต้องมีความพอเพียงครับ :) การประเมินว่าคุณละเมิดซอฟต์แวร์ไปกี่ตัว นั่นหมายความว่าคุณได้ทำผิดแล้วกี่ครั้งเป็นค่าเสียหายเท่าไร? คุณจะเปลี่ยนมาให้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องกี่ตัว หมายความว่าคุณทราบแล้วว่าคุณละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นคุณต้องการทำดีโดยการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง คุณใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส, ฟรีแวร์, ซอฟต์แวร์เสรี กี่ตัว หมายความว่าคุณกำลังหลีกเลี่ยงโอกาสการละเมิดลิขสิทธิ์ การพิจาณาตนเองนอกจากจะสร้างความเข้าใจให้กับตัวเองแล้วยังถือว่าเป็นคำสัญญาที่จะตัวคุณเองจะไม่ใช้ซอฟต์แวร์ที่ผิดกฏหมาย การใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหรือไม่โอเพนซอร์สไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากนัก แต่สิ่งสำคัญคือการทำความดี ทำถูกต้อง ผมได้มีโอกาสเข้าไปในเมืองบ้างแถวๆ สยามพารากอน ก็มีวิดีโอฉายเกี่ยวกับการทำความดี ของท่าน ว.วชิรเมธี ท่านบอกว่าทำดีเริ่มได้ด้วยตัวของคุณเอง ไม่ต้องไปบอกให้คนอื่นทำ บอกตัวเองและทำได้ด้วยตัวเองก่อน หากทุกๆ คนทำได้ คนดีก็จะมากขึ้นเอง ก็เช่นกันครับกับการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหรือการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์มันก็เริ่มต้นได้ที่ตัวของคุณเองเช่นกัน

Comments

กลยุทธ์ไม่เก่งพอ ^_^

เป็นนักวิจัยทำได้ ^_^

เป็นพ่อค้าพอได้ ^_^

ทำเพื่อ opensource ทำไม่เป็น :-(

 

ตั้งองค์กรณ์อิสระ เพื่องาน Software OpenSource อย่างเดียวเลยได้มัย?

"ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีความคิดเห็นจากทางบ้าน ออกในแนวด้านลบ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานโดนกันถ้วนหน้า" ก็ดูสิครับ มีโปรแกรมแปลภาษาอยู่ตัวหนึ่ง...ชื่ออะไรคนที่ Nectec คงรู้ดี ใช้เวลาพัฒนาร่วมกันญี่ปุ่น ไม่รู้จ่ายเงินไปเท่าไหร่ แต่คุณสมบัติการทำงานยังไม่เท่าโปรแกรมฟรีๆ ที่ไปดาวน์โหลดมาใช้เลยครับ จริงๆ แล้วคนไทยเก่งๆ ด้านโปรแกรมเยอะครับ เพียงแต่รัฐยังไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควรจะทำเหมือนสิงคโปร์ หรือ จีน

ก็ฝากไปให้ Nectec หรือ รัฐบาลทั้งหลายว่า หากยังเอางบประมาณมาเผากันเล่นแบบนี้ 100 ปีก็ตามตูดคนอื่นๆ อยู่ตลอดแน่ครับ ผมว่าอีกไม่นาน เวียดนามแซงเราเรื่อง Opensource แน่ๆ

หากมองในแง่มุมว่า เวียดนามจะแซงเรา หรือประเทศไหนจะแซงเรา ยังไงๆ เขาก็แซงอยู่แล้วครับ :) เพราะ contributor แต่ละท่านที่ทำงานร่วมกันในโครงการโอเพนซอร์สต่างๆ เขาไม่สนใจเรื่องประเทศชาติ เขาสนใจเรื่องงาน contribute เป็นหลักครับ :) ปล่อยให้เขาแซงไปเถอะครับ กลับมาถามตัวเราเองว่าเราชนะตัวเราเองแล้วหรือยังจะดีกว่า เราสร้างสรรค์ผลงานในแวดวงโอเพนซอร์สได้มากน้อยแค่ไหน เราช่วยให้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สดีขึ้นมากเท่าไร แค่นี้พอครับ รัฐบาลหรือประเทศชาติไม่ได้ช่วยให้ซอฟต์แวร์ที่เรา contribute ดีขึ้นหรอกครับ เราต้องทำด้วยตัวของเราเอง อยากได้อะไร เราต้องทำเองครับ :)

* โอเพนซอร์สและซอฟต์แวร์เสรีมีวัฒนะธรรมบางอย่างคืออิสระทางความคิด,ไอเดีย และการ contribute ไม่ใช่การบริจาค หรือ การเขียนซอฟต์แวร์อย่างเดียว ซึ่งการ contribute ไอเดียที่ผมปล่อยไป หลายโครงการ หลายประเทศเอาไปทำแล้วเกิดผลสำเร็จ ประเทศไทยไม่ทำก็ไม่เป็นไรครับ เพราะไอเดียผม เวียดนาม จีน แคนนาดา ฯลฯ เอาไปทำเป็นชิ้นงานมาโชว์กันเรียบร้อยแล้ว :)

เราควรช่วยกัน สร้างสรรค์ สังคมที่เราอยากให้เป็นดีกว่ามั้ย

แทนที่จะว่า หน่วย โน้น หน่วยนี้  ด้านลบ

คุณคิดว่ามันไม่ดี   ก็ควรเสนอแนวทาง ที่คุณคิดว่าดีมาสิ 

มันน่าจะเป็นทางออกที่ดี

เพราะต่างคนต่างความเห็น จะให้ถูกใจ หรือ ตามใจคนคนโน้นคนนี้ นั่นยาก

หากคนใหญ่ๆโตๆ เขารับฟังอยู่  เขาคงจะคิดตามเอง

เพราะ ต่างคน ต่างมองกันคนละมุม มันเลยเป็นแบบนี้

อืมมม :)