ฝากข่าวประชาสัมพันธ์งาน Open Source Summit ที่ฟิลิปปินส์ จัดขึ้นวันที่ 23-24 นี้ที่ Cebu International Convention Center ธีมงานหลักๆ จะเกี่ยวกับเรื่อง Understanding the Business Value of Open Source, Optimizing Open Source Investments และ Open Source Innovations for Tech Self-Reliance ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://oss.ph

ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ ดร.สุชาย เกี่ยวกับการสนับสนุนโอเพนซอร์สของ SIPA ด้วยท่านเองเป็นที่ปรึกษา เอาเป็นว่าจับประเด็นสำคัญๆ ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นโลกของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ฟรีจริงและไม่ฟรีจริงๆ หรือการให้การสนับสนุน ลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ ฯลฯ แต่ผมเองยังมีข้อสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งคือ ฟรีโอเพนซอร์สซอต์แวร์ และ ไม่ฟรีโอเพนซอร์สซอต์แวร์

ผมเคยเขียนเรื่องฟรีหรือต้องจ่ายตังค์มา 2 รอบแล้วคราวนี้คงเป็นรอบที่ 3 เอาล่ะใครจะบอกว่าผมคลั่งลัทธิ ก้อให้โอกาส คลิกไปหน้าอื่นๆ ได้เลยครับ เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มาจากแก่นก่อนที่จะมีโอเพนซอร์ส ความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างสังคมผู้พัฒนาและผู้ใช้ซอฟต์แวร์ให้เกิดความยั่งยืนได้ด้วย "การแบ่งปัน" ถูกนำเสนอโดย RMS คงไม่ต้องอธิบายหลายรอบว่าใครอ่ะนะ การแบ่งปันซอฟต์แวร์(ซอร์สโค้ด)เพื่อร่วมกันพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง และแจกจ่ายได้อิสระ เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาโดยกลุ่มคนหรือชุมชนที่มีความต้องการใช้งานและต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นให้ใช้งานได้ดี ถือเป็นเป้าหมายที่กลุ่มคนนั้นๆ จะกระทำร่วมกัน โดยซอฟต์แวร์ที่ได้จะถูกพัฒนา แก้ไข จนพบปัญหาน้อยที่สุด และ แสดงให้เห็นว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว

ด้วยกระแสความต้องการซอฟต์แวร์ที่มี innovation สูง ความต้องการของตลาดก้อมีความต้องการสูงด้วยเช่นกัน เหตุใดจึงจะไม่ขายหรือเรียกเก็บค่าบริการ ฯลฯ ดังนั้นกระแสของการนำเอา Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) ไป fork แลัวทำตลาดในรูปแบบธุรกิจก้อมีสูง แล้วจะทำอย่างไรกับ Free Software เพราะชื่อมันสื่อว่า "ฟรี" ขายไม่ได้ ก้อสร้างชื่อใหม่ ให้คำนิยามใหม่เป็น "โอเพนซอร์ส" ตั้งข้อกำหนด กำหนดคุณลักษณะให้สัญญาอนุญาติ แต่จะได้ซอร์สโค้ดไปกับตัวโปรแกรมหรือเปล่า อันนั้นมันอีกเรื่อง กลายเป็นว่า ทำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแล้วขายได้ง่ายกว่า หรือ นิยามราคาใหม่ว่า ถูกกว่าซอฟต์แวร์ระบบปิด หรือบอกว่าพัฒนาหลายคน ปลอดภัยแน่นอน หรือ ดู success story อย่าง linux สิ! ฯลฯ

เอาเป็นว่าเมื่อนำเอาซอฟต์แวร์อะไรก้อตาม ไม่ว่าระบบเปิด/ระบบปิดซอร์สโค้ดมาอยู่ในตลาดทุนนิยม เป็นสินค้าเป็นบริการ นั่นหมายความว่าเกิดต้นทุน เกิดราคา (cost) ขึ้นแล้ว ถ้าไม่เกิด cost แล้วจะตีราคาขายได้ยังไง ใช่ไหม? ไม่งั้นคงไล่ล็อกคอแจกกันไปแล้ว เอาล่ะเมื่อมันเกิด cost จากต้นทุนต่างๆ นานา ค่าโน่นนี่ เราก้อคงไปว่าเขาไม่ได้ หากแต่ติติงได้ว่าเมื่อเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แล้วโค้ดคุณล่ะอยู่ที่ไหน ขอดูหน่อยสิ ประมาณนั้น

ในแง่การตลาดการทำผลิตภัณฑ์อะไรก้อตามขึ้นมาขาย มันมีต้นทุนทั้งนั้น คงจะไม่มีอะไรที่ไม่เกิดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการทำซอฟต์แวร์ หรือการทำไม้จิ้มฟัน ทุกอย่างมีทุนทั้งนั้น บางคนคิดว่าการนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหรือซอฟต์แวร์เสรีมาทำตลาดแล้วคิดว่า จับเสือมือเปล่า แต่ในตลาดที่เขาเข้าใจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เขาก้อมองคุณแล้วล่ะว่าคุณมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหนในการซัพพอร์ท การพัฒนาเพิ่มเติม หรือการแก้ไขให้เข้ากันได้กับระบบงานในองค์กรนั้นๆ และอีกมากมาย หลากหลายปัญหา ที่คุณจะพบในตลาด ธุรกิจซอฟต์แวร์

เรื่องฟรีจริง หรือฟรีไม่จริง ผมอยากให้ทำความเข้าใจว่าคำอะไรคือ "ฟรี" ผมอยากให้ผู้ใหญ่ๆ ในหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ หรือหน้าที่ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ให้ทำความเข้าใจว่า Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) และ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เป็นอย่างไร? และการที่จะทำให้ผู้ประกอบการที่เป็น Contributor หรือ Vender ที่เกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์ส (ไม่ว่าจะพัฒนาซอต์แวร์ต่อยอดจากโครงการอื่นๆ Fork จากโครงการอื่นๆ หรือ พัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้ภาษาเครื่องมือโอเพนซอร์ส) ก้าวไปได้ในโลกธุรกิจ โลกของตลาดทุนนิยมได้ต่างหากล่ะ ถือเป็นพันธสัญญาที่สร้างขึ้นมา สร้างความหวังให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
 

หลังจากที่ Open Office 2.4 ออกไปไม่นาน ทีมพัฒนาได้ออกเวอร์ชั่นใหม่ 2.4.1 โดยแก้ไข security fix, bug fix ใน core component และอื่นๆ อ่าน release note  เพิ่มเติมได้ที่ Open Office.Org สำหรับท่าที่ใช้ Open Office 2.4 อยู่เดิมสามารถติดตั้งชุดอัพเกรดได้โดยคลิกที่ Help > Check for Update หรือ download ได้ที่เว็บไซต์ OpenOffice.Org

/tmp/lab และ 6bis จัดงาน Hacker Space Festival ขึ้นที่ปารีส ฝรั่งเศส วันที่ 16-22 มิถุนายน 2551 โดยงานนี้รวมพลผู้ใช้ Free Software / Open Source Software และผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีร่วมเสวนา แชร์ความรู้ แสดงความเห็น เกี่ยวกับเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต โดยในงานมี หัวเรื่องหลักๆ ดังนี้

* What would the Internet look like without hackers?
* What would computing look like without free and open source software?
* What would the culture look like with DRM and closed media channels everywhere?
* Where do art and technology merge? Would Gilbert Simondon be happy if he were alive today?

สนใจเข้าร่วมงานก้อไปกันได้ที่

/tmp/lab & 6Bis
6Bis rue Leon Geffroy
94400 Vitry sur Seine

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม – http://www.hackerspace.net

SIPA ลงนาม MOU กับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ สร้างบุคคลากรเกรดเอโอเพ่นซอร์ส หวังเป็นตัวช่วยกระตุ้นการใช้งานโอเพ่นซอร์สและพัฒนาในประเทศไทยเติบโตเพิ่ม มากขึ้นอย่างแพร่หลาย หลังจาก 10 ปีที่ผ่านมาแทบไม่เกิดการพัฒนาเพราะติดภาพฟรีโอเพ่นซอร์สไม่ถูกจริง
       
       นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฎิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า เปิดเผยว่า ซิป้ามีนโยบายส่งเสริมสร้างบุคลากรที่มีความเชียวชาญโอเพ่นซอร์สในประเทศไทย และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและมีการใช้งานในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย จึงได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการสนับสนุนการใช้งานโอเพ่นซอร์ส กับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ ผู้ผลิตและพัฒนาฟรีโอเพ่นซอร์ส
       
       ที่ผ่านมาโอเพ่นซอร์สเข้ามาในประเทศไทยร่วม 10 ปีแล้วแต่กลับไม่เกิดการพัฒนาให้มีการใช้งานเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เนื่องจากติดการนำโอเพ่นเซอร์สฟรีต่างชาติมาใช้งานแต่กลับมีค่าใช้จ่ายจาก การใช้งานสูงกว่าระบบปิด จึงทำให้ผู้ประกอบการหน่วยงานการศึกษาไม่กล้านำระบบโอเพ่นซอร์สมาใช้งาน
       
       “ที่ ผ่านมาโอเพ่นซอร์สบ้านเราไม่พัฒนาเป็นเพราะ แต่เดิมการนำโอเพ่นซอร์สฟรีจากต่างประเทศเข้ามาใช้ กลับมีค่าใช้จ่ายบานปลายจนมีค่าใช้จ่ายมากกว่าซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ทำให้หน่วยงานต่างๆไม่กล้าใช้งานระบบโอเพ่นซอร์ส ฉะนั้นซิป้า จึงมีต้องการเห็นการใช้งานฟรีโอเพ่นซอร์ส อย่างแท้จริงเกิดขึ้นในประเทศเพื่อให้เกิดการใช้งานที่แพร่หลายมากที่สุด”
       
       การทำ MOU ครั้งนี้ซิป้ามีหน้าที่คัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมเข้าร่วมการฝึกอบรม โอเพ่นซอร์ส ของมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความชำนาญ ให้กลับไปเผยแพร่ความรู้ต่อให้กับองค์กรที่สังกัดอยู่ โดยเบื้องต้นบุคคลที่จะส่งเข้าพิจารณาจะเป็นบุคลากรของซิป้าเอง หน่วยงานราชการเพื่อนำไปใช่งานพัฒนาในศูนย์ราชการ และกองทัพอากาศ
       
       นายสาทิศ เพิ่มสว่าง ผู้อำนวยการโครงการซอฟต์แวร์ฟรีและโอเพ่นซอร์ส มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ กล่าวว่า มูลนิธิมีจุดประสงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย และเห็นว่าการร่วมมือกับซิป้าจะช่วยให้ผลักดันวัตถุประสงค์ของบริษัทให้ บรรลุวัตถุประสงค์ได้เร็วขึ้น
       
       ทั้งนี้ มูลนิธิต้องการสร่งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อสามารถเผยแพร่ความรู้ใน การใช้งานและมีความสามารถที่จะพัฒนาการใช้งานโอเพ่นซอร์สให้มากยิ่งขึ้น และมูลนิธิไม่ต้องการคัดเลือกบุคคลเข้าฝึกอบรมเพราะอาจจะไม่ตรงตามเป้าหมาย และหากให้ SIPA เป็นผู้ดำเนินการจะได้บุคลากรที่เหมาะสมในสำหรับการเข้าอบรมหลักสูตรได้ตรง จุดมากกว่า และมูลนิธิยังมีวัตถุสนับสนุนผู้แต่งตำราเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สด้วย
       
       ที่ ผ่านมามูลนิธิได้ฝึกอบรมบุคลากรโอเพ่นซอร์สเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม ลีนุกซ์แล้ว 2 รุ่น และโครงการฝึกอบรมบุคลากรที่ซิป้าจะเป็นผู้คัดสรรให้เป็นโปรแกรมแรกคือ หลักสูตรลีนุกซ์

ที่มา – ผู้จัดการ

MacLibre บริการแหล่งรวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส สำหรับผู้ใช้ Mac OS X โดยใช้โปรกรม MacLibre เป็นตัวติดตั้งโปรแกรมนั้นๆ โดย MacLibre ก็เป็นซอฟตแวร์โอเพนซอร์สเช่นกัน โดยพัฒนาในระหว่างการประกวด Google Summer of Code โดยมีผู้ดูแลคือทีมงานจากโครงการ WinLibre

MacLibre เป็นโปรแกรมคล้ายๆ กับ Automatix คือมีโปรแกรมโอเพนซอร์หลายๆ ตัวบริการให้ Download โดยแบ่งกลุ่มๆ คือ Create, Internet, Multimedia, Office และ Utilities แหมเห็นแล้วนึกถึง Installer ของ iPhone เลยครับ ถ้าเพิ่ม repository ได้เองนี่รักรองสนุกแน่นอนครับ

 

ผมได้เข้าร่วมสัมนาในโครงการพัฒนาผู้ประกอบการที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ได้พบปะกับคนที่ทำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและคนที่ทำซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช้โอเพนซอร์สและไม่ได้เปิดเป็นโอเพนซอร์ส หลายๆ คนต่างให้ความคิดเห็นในหลายๆ แง่มุมของการได้รับการบริการ สนับสนุน ช้วยเหลือจากองค์กร อย่าง SIPA, Software Park, สสว และอื่นๆ ที่พยายามที่จะผลักดันให้มีบริษัทซอฟต์แวร์ในประเทศให้มากขึ้น มีการบริการด้านแอพลิเคชั่น และเว็บแอพิเคชั่นมากขึ้น

แต่ทว่าการผลักดันนั้น ไม่ได้มีระเบียบแบบแผน หรือวางแนวทางที่ชัดเจน จึงทำให้เกิดบริษัทที่ทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน ออกมาห้ำหั่นกันเองบ้าง หรือแฟ้ซอฟต์แวร์ใหญ่ๆ จากต่างประเทศบ้าง ทำให้หลายๆ คนที่เข้าร่วมฟังสัมนาในวันนั้นกล่าวถึงองค์กรของรัฐได้อย่างถึงพริกถึงขิงจนผมตกใจเลยทีเดียว ประเด็นต่างๆ ก้อมีดังนี้

  1. ไม่ทราบความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ ในแง่นี้ไม่ได้หมายถึง เรื่องการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง ทำอย่างไรเขาจึงจะเพิ่มศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของเอาให้เพิ่มมากขึ้นได้ ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ได้จบที่การสอบ Certified ใช่ไหมครับ
  2. ไม่ได้สนับสนุนอย่างแท้จริง สนใจเพียงแค่ KPI ที่ต้องให้ได้ตามเป้า
  3. ไม่ได้รับการสนับสนุนในการออกบูธงานต่างๆ ในประเทศ ส่วนต่างประเทศไม่ต้องพูดถึงเพราะยังไงๆ ก้อต้องคัดไปอยู่ดี :P
  4. ขาดความต่อเนื่องเอาหน้าไว้ก่อน สงสัยอันนี้เกี่ยวพันกับข้อ 3
  5. สนับสนุนทางการตลาด
  6. เพิ่มศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ
  7. การพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่อย่างมีขั้นตอน
  8. และอื่นๆ

ผมพยายามคิดทั้ง 2 ด้านในฐานะที่ผมเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ (หน้าใหม่จริงๆ แผนธุรกิจยังไม่ได้เขียนเลย) กับได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน Out Source กับองค์กรของรัฐว่า ทำอย่างไรถึงจะช่วยผลักดันหรือพัฒนาผู้ประกอบการรายใหม่และรายเก่าให้เดินไปได้ด้วยตัวของเขาเอง ซึงผมมองว่าธุรกิจซอฟต์แวร์ของประเทศเรายังมืดมน เพราะยังขึ้นกับปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายๆ ตัว เอาเป็นว่าหลังการสัมนานั้น ทำให้ทุกๆ กลุ่มผู้ประกอบการเข้าใจคำว่า "อย่ายึดติดว่าต้องทำธุรกิจซอฟต์แวร์" ทำธุรกิจต้องให้มองกว้างเข้าไว้ และไกลให้มากๆ เข้าใจถึงสถานะปัจจุบัน และปรับตัวให้ทันกระแสเศรษฐกิจ การทำธุรกิจคำนึงแค่ "ตัวคุณ" กับ "สินค้าของคุณ" เท่านั้น!

Banshee เป็นโปรแกรมฟัง+จัดการเพลงแบบโอเพนซอร์ส ที่เขียนด้วย C#/Mono

ความสามารถ

  • สนับสนุนไอพ็อด, เครื่องเล่นเพลงพกพาที่ใช้โปรโทคอล MTP (เช่น Creative Zen, iRiver, SanDisk, Zune) และเครื่องเล่นแบบ Mass Storage อื่นๆ พร้อมแสดงพื้นที่ใช้งาน
  • รองรับ Last.fm ในตัว ไม่ต้องลงปลั๊กอินเพิ่ม
  • Play Queue สำหรับคนชอบ WinAmp ที่ขี้เกียจสร้าง Playlist แบบของ iTunes
  • ระบบจัดการวิดีโอและ podcast
  • ดึงข้อมูลชื่อเพลงจาก MusicBrainz เวลา rip จากซีดี
  • Album Browser, Mini mode, Smart playlist พวกนี้เป็นฟีเจอร์มาตรฐานของ iTunes อยู่แล้ว
  • ปรับปรุงเรื่องประสิทธิภาพ และการค้นหาเพลงแบบใส่เงื่อนไข

สนใจดาวน์โหลดได้ตามลิงก์ มีแพกเกจของ openSUSE, Foresight, Fedora, Ubuntu, Debian ให้เสร็จสรรพ ส่วนเวอร์ชันวินโดวส์และแมคจะตามมาในเร็ววัน ผมเคยลองใช้เวอร์ชันก่อนๆ แล้วชอบมากกว่า Rhythmbox นะ

ที่มา – blognone

Intel และ WindRiver จับมือร่วมกันพัฒนาระบบ in-vehicle infotainment (IVI) หวังบุกตลาด embed ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเน้นพัฒนา Open Infotainment Platform (OIP) ร่วมกัน Intel มีโครงการ Moblin ซึ่งนักพัฒนาทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาร่วมพัฒนาอย่างจริงจังมากขึ้น Vincent Rerolle กล่าวถึงโปรกรมที่จะอยู่ใน Moblin ว่า "โปรแกรมก้อคงจะประมาณ Iron-Man อยู่บนหน้าพวงมาลัยรถของคุณน่ะ”

ที่มา – http://www.linux.com/feature/135687

หลายๆ คนก้อบ่นว่าเมื่อไร GNU/Linux จะมาแทนที่ Windows ได้สักที หรือจะแทนที่ Windows ได้อย่างไร เพราะความต้องการหน้าตาที่ดูเป็นมิตรกับผู้ใช้มือใหม่ และความคุ้ยเคยที่ใช้ Windows ทำให้ Famelix Linux Distro ใน Brazil ออกรุ่น Hasta la Vista มาเพื่อตอกย้ำว่า ใช้ Famelix ก้อเหมือนใช่ Windows และดีกว่า Windows ด้วยซ้ำ