อาจจะมีหนึ่งเรื่องราวในโลกมายาบนอินเทอร์เน็ตที่เราไม่ค่อยทราบกันเท่าใดนัก เพราะว่าความลับหนึ่งจาก Mozilla ผู้ผลิตบราวเซอร์ชื่อดังอย่าง Firefox นั้นมีอยู่ว่างบประมาณสนับสนุนในการผลิตถึงกว่า 91 เปอร์เซ็นต์มาจาก Google ซึ่งแน่นอนว่าข้อตกลงนี้ทำให้แถบเสิร์จเอนจิ้นใน Firefox มี Google อยู่ในอันดับแรก แต่ถึงวันนี้ Google กลับกระโดดลงมาผลิตบราวเซอร์ของตัวเองอย่าง Chrome อกมาบ้าง คำถามก็คือการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนาในวงการเสิร์จเอนจิ้นกระโดดลงมาแบบนี้นั้นจะคุ้มค่าเหนื่อยกับตลาดเว็บบราวเซอร์จริงหรือ

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทาง CEO ของ Mozilla ออกมากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทว่า “ในตอนนี้ทุกอย่างมันซับซ้อนกว่าเดิมมาก ” แต่สำหรับ CEO จาก SUN Microsystems กลับออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในอีกแง่มุมหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วตลาดถูกควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าหนี่ไม่พ้น Google และ Microsoft ดังนั้นเว็บบราวเซอร์จึงเป็นเหมือนตัวประกันสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชันเท่านั้นเอง เพราะทุกวันนี้เว็บนั้นเป็นมาตรฐานเปิด เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS หรือ JavaScript นั้นล้วนแต่เป็นมาตรฐานเปิด ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของทั้งสิ้น แต่จะเห็นว่าบราวเซอร์แต่ละตัวจะออกฟีเจอร์ทดลองมาให้เล่นในเวอร์ชันเปิดตัวก่อน จากนั้นจึงรวมเข้าไปในเวอร์ชันจริง อย่างเช่น เทคโนโลยี Google’s Gear ที่อยู่ใน Chrome นั้นสุดท้ายก็เป็นปลั๊กอินสำหรับ Firefox และ Internet Explorer ซึ่งถึงตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า Gear จะกลายเป็นมาตรฐานใน HTML 5 อย่างแน่นอน

จะว่าไปแล้วทุกอย่างก็ดูดี เว้นเพียงอย่างเดียวคือไมโครซอฟท์เองก็สามารถตีตื้นขึ้นมาขอส่วนแบ่งตลาดบราวเซฮร์กลับคืนไปได้ อย่างถ้าหันกลับไปดูที่ Opera จะเห็นว่า Opera นั้นเป็นผู้เริ่มต้นคิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการบราวเซอร์อยู่เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วก็สู้สายป่านของ Firefox และ Internet Explorer ไม่ได้ ฟีเจอร์ที่ Opera พัฒนาขึ้นอาจจะถูกมองว่าไม่ค่อยสำคัญแต่ท้ายที่สุดก็กลายเป็นมาตรฐานไปเสียแล้ว

ดังนั้นแทนที่จะกลายเป็นหนึ่งในหมากที่ต้องเดินตามผู้ผลิต Schwartz ซึ่งเป็น CEO จาก SUN ระบุว่านักพัฒนาควรจะเลี่ยงการเดินตามเกมสงครามตัวประกัน แล้วหันมาใช้เครื่องมือที่เป็นกลางมากกว่า เพราะนอกเหนือจากเรื่องของฟีเจอร์แล้ว เบื้องหลังจากผู้ผลิตบราวเซอร์บางรายยังอาจจะมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวให้กังวลใจอีกด้วย เพราะบางตัวเก็บข้อมูลของผู้ใช้มากเกินความจำเป็น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลจากด้านธุรกิจในการเดินเกมส์ของบริษัท โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้อย่างเราๆ นี่เองไปทำประโยชน์

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมกราคม 2552

Comments are closed.