ทัวร์โอเพนซอร์สในยุโรป: สวิชเซอร์แลนด์
สวิชเซอร์แลนด์เป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลยุโรปกับออสเตรีย ได้เปิดทัวร์นาเมนต์กับสาธารณรัฐเชคในวันเสาร์ที่ผ่านมา ประเทศสวิชเซอร์แลนด์มีชื่อเสียงในเรื่องของความเป็นกลางทางการเมืองระหว่างประเทศ แต่ถ้าพูดถึงความเป็นกลางกับการส่งเสริมโอเพนซอร์สแล้ว ดูว่าจะมีนำหนักน้อยลงไป ถึงแม้ว่ารัฐบาลสวิชเซอร์แลนด์จะมีการกำหนดยุทธศาสตร์ด้านโอเพนซอร์สมาตั้งแต่ปี 2004
ประเทศสวิชเซอร์แลนด์มีการกำหนดระดับความสำคัญของนโยบายออกเป็น 3 ระดับ คือ ให้ความสำคัญระหว่างซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และ Proprietary เท่าๆ กัน; การแชร์ซอฟต์แวร์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน; การกำหนดเงื่อนไขในการสนับสนุนการอิมพลีเมนต์ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมาใช้ในภาครัฐ เช่น จะต้องรองรับมาตรฐานสากล (Standardization) มีการสนับสนุนทางเทคนิค (Technical Support) มีการฝึกอบรม มีการสำรวจความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ และการออกกฏระเบียบต่างๆ เป็นต้น การกำหนดยุทธศาสตร์โอเพนซอร์สในลักษณะนี้อาจจะจัดเป็นการคิดแบบมองไปข้างหน้ามากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ ทางรัฐบาลได้ออกข้อกำหนดในการพิจารณาจัดหาซอฟต์แวร์ Proprietary มาใช้ในภาครัฐ โดยให้พิจารณาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก่อน ถ้ามีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เหมาะสมก็ให้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เหมาะสมจึงพิจารณาใช้ซอฟต์แวร์ Proprietary
โครงการสำคัญ:
เพื่อให้เป็นการนำเอานโยบายไปใช้ในทางปฏิบัติ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2005หน่วยงาน Federal Office of Construction and Logistic ของสวิชเซอร์แลนด์ ได้มีการนำเอายุทธศาสตร์โอเพนซอร์สมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อจัดหาระบบ discision-support software มาใช้ในหน่วยงาน
ในปีต่อมา Novell ได้มีการเปิดเผยข้อตกลงกับรัฐบาลสวิชเซอร์แลนด์ในการ Migration เซิร์ฟเวอร์ จำนวน 3,000 ตัว ไปเป็น SUSE Linux และในปีเดียวกันหน่วยงานท้องถิ่นเมือง Zurich ได้ประกาศว่าจะให้ความเท่าเทียมกันระหว่างซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และซอฟต์แวร์ Proprietary แต่ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ถ้ามองในแง่ของความคุ้มค่าในการลงทุน
ล่าสุด the Swiss canton (region) of Solothurn ได้เปิดเผยว่าในช่วงปลายปี ได้มีการเปลี่ยนเครื่อง Desktop จำนวน 2,000 ตัวเป็น Debian OS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่อีก 70,000 เครื่อง ที่ใช้โดยนักเรียน ในเมื่อง Geneva อยู่ระหว่างการติดตั้ง Ubuntu และ OpenOffice.org
และได้มีการเปิดเผยจากบริษัท Optaros ว่าหน่วยงาน the Federal Supreme Court มีการใช้ Alfreco ในการจัดทำ Repository เพื่อจัดเก็บเอกสารต่างๆ ในด้านกฏหมาย และได้มีการพัฒนาระบบ workplace condistion tracking โดยใช้ SugarCRM, MySQL, Apache, JasperSoft ให้กับ the Vaud's e-government system
ที่มา:
http://blogs.the451group.com/opensource/2008/06/06/open-source-tour-of-e...

Post new comment