โปรแกรมคอมพิวเตอร์ถือเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตัวหนึ่งที่แพร่ ระบาดในเมืองไทย ด้วยเหตุผลที่ว่าโปรแกรมของแท้มีราคาแพงมหาศาลจนเข้าไม่ถึง ของเทียมแผ่นละร้อยจึงเป็นที่หมายตามากกว่า อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แล้วจะให้ทำยังไงในเมื่อของแท้ก็แพงเหลือเกิน
      
ปัจจุบัน มีสิ่งที่เรียกว่า Open Source อธิบายอย่างรวบรัด มันก็คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผู้เขียนอนุญาตให้คนอื่นนำไปใช้และสามารถ พัฒนาโปรแกรมต่อได้ โดยเมื่อพัฒนาแล้วก็ต้องเปิดให้ผู้อื่นนำไปใช้และพัฒนาต่อไปได้อีกเช่นกัน ซึ่งในต่างประเทศ Open Source ได้รับความนิยมสูง ขณะที่ในไทยเอง ความนิยมก็กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในองค์กรภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรธุรกิจ ทั้งยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
      
อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล จาก เครือข่ายพลเมืองเน็ต ผู้สนใจศึกษาเรื่อง Open Source บอกว่า Open Source เป็นทางเลือกของผู้บริโภคและทำให้เกิดการแข่งขันแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ราคาของ โปรแกรมถูกลิขสิทธิ์ลดลง
      
“เมื่อก่อนบางตลาดไม่มีการแข่งขันเลย เราก็เห็นว่ามีคนเทียบโปรแกรม อินเตอร์เนต เอ็กโพลเลอร์ เวอร์ชั่น 3, 4, 5 มันแทบจะไม่มีพัฒนาการเลยจนถึงเวอรชั่น 6 แต่พอมี Fire Fox ไออี 6-7 มันเพิ่มลูกเล่นมาเยอะมาก คือพอมีคนมาแข่ง มันก็เริ่มตื่นตัว เพิ่มโน้นนี่ ไออี8 เพิ่มเยอะมาก เพราะ Fire Fox เริ่มได้รับความนิยม แต่ว่าราคาวินโดว์ก็ไม่ได้ลดลง”
      
เขาบอกว่าที่ผ่านมารัฐก็มีการสนับสนุนโปรแกรม Open Source ผ่านหน่วยงานต่างๆ เพียงแต่ไม่มีความต่อเนื่องของนโยบายเท่าที่ควรอันเนื่องมาจากการเปลี่ยน แปลงทางการเมือง ถึงกระนั้น การพัฒนา Open Source ก็ยังมีต่อเนื่องจากบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ที่เคยอยู่กับหน่วยงานรัฐ หรือแม้แต่ผู้ใช้ทั่วไป
      
“ถ้า พูดถึงในคนคนหนึ่งที่ไม่อยากละเมิดลิขสิทธิ์คนอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีกำลังที่จะซื้อของจริง ในโลกที่ไม่มี Open Source เราก็ต้องหยุดใช้ แต่ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ คุณก็ต้องเป็นขโมย จะมีข้ออ้างว่าเราจำเป็นต้องเป็นอาชญากร เพราะไม่มีทางเลือก แต่ถ้ามีทางเลือกอย่าง Open Source ซึ่งไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ใช้ได้ด้วย มันจึงเป็นการเปิดทางเลือก สิ่งที่สำคัญตอนนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ว่า Open Source ดีหรือไม่ดี เพราะมันได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำงานได้ แต่อยู่ที่ทัศนคติของผู้คนมากกว่าว่ามอง Open Source อย่างไร”

ที่มา : manager.co.th
ลิงค์ : http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000061449

Comments are closed.