Admin Module
เป็น Module ที่ใช้งานได้เฉพาะ Admin และ มีความสำคัญในระบบของ OrangeHRM เนื่องจากมีหน้าที่กำหนดสิทธิ์ในการใช้งานต่างๆ สำหรับ User และใช้ในการกำหนดข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้งาน ภายใน Module อื่นๆ โดย Module Admin จะมี tab ให้เลือกใช้งานทั้งหมด 11 tab ซึ่งในบทความนี้ ขอแนะนำจำนวน 5 Tab ด้วยกัน ได้แก่
1. Company Info โดยในส่วนนี้จะเป็นการใส่รายละเอียดข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับองค์กรของเรา โดยจะมีให้กรอกข้อมูลทั้งหมด 4 tab ด้วยกัน
– General เป็นการใส่รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับองค์กรของเรา โดยเราจำเป็นต้องใส่ชื่อขององค์กรในช่องที่เป็นดอกจันสีแดง ในส่วนอื่นๆ สามารถเว้นไว้เพื่อเพิ่มเติมในภายหลังได้ หากต้องการล้างข้อมูลให้คลิกที่ปุ่ม Reset หรือต้องการกลับมาแก้ไขภายหลังให้คลิกที่ปุ่ม Edit
2
– Location เป็นการใส่รายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้งขององค์กร หากว่าองค์กรของเรามีที่ตั้งขององค์กรอยู่หลายๆ สาขา โดยการคลิกที่ Add เพื่อเพิ่มสาขาและคลิก Delete หากต้องการลบข้อมูลของสาขาที่เราต้องการ

3
– Company Structure เป็นการสร้างรูปแบบโครงสร้างขององค์กร เพิ่มให้เห็นความชัดเจนของแผนกต่างๆ ที่มีอยู่ โดยการคลิกที่ Add เพื่อเพิ่มแผนก หรือฝ่าย หากเป็นแผนกใหญ่ ให้คลิก Add ที่อยู่ด้านหลังชื่อองค์กร หากเป็นฝ่ายย่อยของแผนกใหญ่ ให้คลิก Add ที่อยู่ด้านหลังชื่อแผนก และหากต้องการลบข้อมูล ให้คลิกที่ปุ่ม Delete เพื่อลบโครงสร้างที่เราต้องการ
4
– Company Property เป็นการกำหนดคุณลักษณะของงานภายในองค์กรและมอบหมายได้ เมื่อใส่ข้อมูลแล้วให้คลิกที่ปุ่ม Save หรือต้องการลบทั้งหมด ให้คลิกที่ปุ่ม Reset
5
เมื่อมีการใส่รายละเอียดคุณลักษณะของงานเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลจะปรากฎขึ้น ซึ่งเราสามารถมอบหมายงานให้กับบุคลากรในองค์กรได้ โดยคลิกที่ลูกศร Drop Down เพื่อเลือกพนักงานที่จะมอบหมาย
6
2. Job เป็นการกำหนดข้อมูลของหน้าที่ตำแหน่งหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร โดยมีการกำหนดรายละเอียด เงินเดือน และสถานะของพนักงาน โดยมีข้อมูลที่กรอกได้ทั้งหมด 6 tab
– Job Title เป็นการกำหนดตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ทั้งหมดที่มีภายในองค์กร โดยสามารถกด add เพื่อเพิ่มหรือกด delete เพื่อลบตำแหน่งที่เราต้องการได้ โดยในการเพิ่มนั้น เบื้องต้นจำเป็นต้องกรอกข้อมูลในช่องที่เป็นดอกจันสีแดงจึงจะสามารถทำการ save ได้
7
เมื่อใส่รายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลของพนักงานพร้อมตำแหน่งจะปรากฎขึ้น
8
– Job Specifications เป็นการกำหนดข้อมูลของตำแหน่งหน่วยงานที่มีความสามารถเฉพาะด้าน โดยในส่วนนี้จะเป็นส่วนของข้อมูลที่ให้เลือกเพิ่มเติมภายใน Job Title ให้ใส่ชื่อตำแหน่งงานใน Name และรายละเอียดของตำแหน่งงานใน Description
9
เมื่อคลิกที่ปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว รายละเอียดตำแหน่งงานเฉพาะด้านก็จะปรากฎขึ้น
10
– Pay Grade เป็นการกำหนดข้อมูลเกี่ยวกับลำดับชั้นของเงินเดือนในแต่ละตำแหน่ง โดยเป็นส่วนเพิ่มเติมเช่นเดียวกับ Job Specification ภายใน Job Title โดยในการกำหนดเพิ่มเติม จะกำหนดจากตำแหน่งแต่ละตำแหน่งโดยจำเป็นต้องใส่ค่าสกุลเงิน Currency, เงินเดือนมากที่สุดที่จะได้รับ Max Salary, เงินเดือนน้อยสุดที่จะได้รับ Min Salary, วงเงินในการเพิ่มเงินเดือนให้ Step Increase
11
เมื่อใส่รายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือนในแต่ละตำแหน่งเสร็จสิ้นแล้ว รายละเอียดของเงินเดือนแต่ละตำแหน่งจะปรากฎขึ้น
12
– Employment Status จะเป็นการกำหนดสถานะของพนักงาน โดยตัวโปรแกรมได้กำหนดสถานะเบื้องต้นมาให้ คือ Full Time ทำงานประจำ และ Part Time ทำงานพิเศษบางเวลา ซึ่งแต่ละแบบแบ่งออกย่อยอีกเป็น 3 รูปแบบ โดยเราสามารถกด add เพื่อเพิ่ม หรือ delete เพื่อลบสถานะที่ต้องการได้
13
– EEO Job Category เป็นการกำหนดหน้าที่และความสามารถต่างๆ ที่ต้องทำในแต่ละหน่วยงาน โดยตัวโปรแกรมได้กำหนดรูปแบบเบื้องต้นมาให้ และเราสามารถกด add เพื่อเพิ่ม หรือ delete เพื่อลบรูปแบบที่ต้องการได้
14
3. Qualification เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ ใบอนุญาต และการศึกษาของพนักงาน โดยมีข้อมูลให้กรอกทั้งหมด 2 tab ได้แก่
– Education เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของพนักงาน สามารถกด add เพื่อเพิ่ม หรือ delete เพื่อลบข้อมูลที่ต้องการ โดยการเพิ่มจำเป็นต้องใส่ข้อมูล สถาบัน Institute และหลักสูตรวิชา Course จึงจะทำการ save ได้
15
เมื่อใส่รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาของพนักงานเสร็จสิ้นแล้ว และคลิกที่ปุ่ม Save ข้อมูลจะปรากฎขึ้น
16
– License เป็นข้อมูลเกี่ยวกับใบอนุญาตของพนักงาน สามารถกด add เพื่อเพิ่ม หรือ delete เพื่อลบข้อมูลที่ต้องการได้
17
เมื่อใส่รายละเอียดใบอนุญาตของพนักงานเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลของพนักงานแต่ละคนจะปรากฎขึ้น
18
4. Skill เป็นข้อมูลของความสามารถด้านทักษะ หรือจะเป็นความสามารถทางภาษาของพนักงาน โดยมีข้อมูลให้กรอกทั้งหมด 2 tab ด้วยกัน ได้แก่
– Skills เป็นการกำหนดความสามารถด้านทักษะต่างๆ ของพนักงานภายในองค์กร สามารถกด add เพื่อเพิ่ม หรือ delete เพื่อลบ ข้อมูลที่ต้องการได้
19
เมื่อใส่รายละเอียดทักษะของพนักงานเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลของพนักงานจะปรากฎขึ้น
20
– Languages เป็นการกำหนดความสามารถทางด้านภาษาของพนักงานภายในองค์กร สามารถกด add เพื่อเพิ่ม หรือ delete เพื่อลบ ข้อมูลที่ต้องการได้ จากนั้นให้คลิกปุ่ม Save
21
เมื่อใส่รายละเอียดความสามารถทางด้านภาษาของพนักงานเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลของพนักงานจะปรากฎขึ้น
22
5. Memberships เป็นการกำหนดข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นสมาชิก สามารถนำไปปรับใช้ในแต่ละองค์กรที่มีระบบสมาชิกได้ โดยมีข้อมูลให้กรอกทั้งหมด 2 tab ได้แก่
– Membership Types เป็นการกำหนดข้อมูลของรูปแบบในการเป็นสมาชิก เมื่อใส่ข้อมูลแล้วให้คลิกที่ Save
23
เมื่อบันทึกรายละเอียดการกำหนดข้อมูลสมาชิกเสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลจะปรากฎขึ้น
24

สรุป

Admin Module เป็น Module ที่ใช้งานได้เฉพาะ Admin เพื่อกำหนดสิทธิ์ในการใช้งานต่างๆ สำหรับ User และใช้ในการกำหนดข้อมูลที่จำเป็นที่ต้องใช้งานภายใน Module อื่นๆ โดย Module Admin จะมี tab ให้เลือกใช้งานทั้งหมด 11 tab  ได้แก่ Company Info, Job, Qualification, Skill, Memberships, Nationality & Race, Users, E-mail Notification, Project Info, Data Import/Export และ Custom Field ซึ่งมีส่วนสำคัญสำหรับระบบจัดการทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรด้วย OrangeHRM เป็นอย่างมาก
(อ้างอิงบทความติดตั้ง http://thaiopensource.org/orangehrm-install)
(อ้างอิงบทความตั้งค่า http://thaiopensource.org/orangehrm-setting)

Comments are closed.