ในขณะที่กระแสของการ "ลดโลกร้อน" กำลังมาแรงทั่วโลก ทางด้านไอทีก็ต่างพยายามเสนอตัวว่าสินค้าของตัวเองสามารถช่วยไม่ให้โลกร้อนได้อย่างไร แต่ในที่สุดคำตอบก็มาตกอยู่ที่การประหยัดพลังงานนั่นเอง โดยเฉพาะบรรดาดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหลายหากสามารถเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงานได้มากๆ ก็ส่งผลเรื่องนี้เหมือนกัน

แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากฮาร์ดแวร์แล้วยังมีคนคิดเอาเรื่องของระบบปฏิบัติการมาร่วมวงด้วย งานนี้มีการจับเอา Windows Server 2008 Enterprise Edition, Red Hat’s Enterprise Linux (RHEL) 5.1 และ SUSE Enterprise Linux จับมาแข่งกันบนเครื่องชนิดเดียวกันของ 3 ยักษ์ใหญ่ Dell IBM และ HP ส่วนเงื่อนไขก็ตัดสินก็คือให้ทุกระบบตั้งค่าให้อยู่ในโหมดสุดยอดของความประหยัดพลังงานแล้วทำการวัดว่าระบบไหนกินไฟจุกว่ากัน (ในโหมดที่ประหยัดพลังงานสุดๆ )

ผลปรากฎออกมาว่าลีนุกซ์ชนะ (ด้วยการรุมวินโดวส์แบบ 2-1) ด้วยความสามารถในการประหยัดพลังงานได้มากว่าวินโดวส์ถึง 12 % และผู้ชนะที่แท้จริงก็คือ Red Hat นั่นเองไม่ใช่ใครอื่น ไม่เสียแรงที่กระโดดเข้าวงการ Enterprise ก่อนใครเพื่อน ต้องยอมรับว่าเก๋าจริง ดังนั้นลีนุกซ์ก็ได้ปัก "ธงเขียว" เรื่องประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว

ที่มา : http://www.networkworld.com/research/2008/060908-green-windows-linux.html?fsrc=rss-linux

    สำหรับเวอร์ชั่นนี้ Debian ไ้ด้ใช้รหัสรุ่นในการพัฒนาคือ Lenny โดยมีการเพิ่มเติมและแก้ไขคุณสมบัติมากมายของ Debian Installer รวมถึงได้มีการปรับให้ใช้ Kernel 2.6.24 ในเวอร์ชั่นนี้ด้วย สำหรับสถาปัตยกรรมที่รองรับ ก็มีทั้ง i386 และ Amd 64 และสำหรับ คอ Embedded ก็ปรับแต่งให้เข้ากับสถาปัตยกรรม armel (Arm Little Endian architecture), โดยมีคุณสมบัติให้สำหรับนักพัฒนา Linux Embedded Sytem อย่าง ‘Embedded ABI’ พร้อมทั้งรองรับการบูตแบบ Graphics และการเข้ารหัสพาร์ทิชั่นรูปแบบใหม่ สำหรับรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในเวอร์ชั่นนี้อ่านได้จาก release announcement สำหรับผู้ที่สนใจ Debian "Lenny" สามารถทำการดาวน์โหลด images ที่ใช้ได้ในการติดตั้งได้โดยตรงที่เว็ปไซต์ของ Debian โดยตรง download ; สำหรับผู้ทีสนใจและใช้เครื่องแบบ 32 บิต สามารถ Download โดยตรงได้ที่ : debian-LennyBeta2-i386-DVD-1.iso (4,447MB, MD5, torrent),สำหรับผู้ที่สนใจและใช้เครื่องแบบ 64 บิต สามารถดาวน์โหลดโดยตรงได้ที่: debian-LennyBeta2-amd64-DVD-1.iso (4,472MB, MD5, torrent).

แม้ว่าการเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สร้างเอกสารคุณภาพ Symphony 1.0 ได้ฟรีจะดูเหมือนการบีบคอเจ้าตลาดซอฟต์แวร์ออฟฟิศ (Microsoft Office) อย่างซึ่งหน้า แต่ไอบีเอ็มยืนยันว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้แปลว่ากำลังคิดแข่งขันในตลาดซอฟต์แวร์เอกสารแต่อย่างใด กลับกลายเป็นหวังดึงส่วนแบ่งจากตลาดซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานร่วมกันหรือ collaboration tool อย่างซอฟต์แวร์รับส่งอีเมล Outlook และ Exchange แทน

   ผู้บริหารไอบีเอ็มเปิดเผยในงานประชุม LotusSphere 2008 ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ทางเลือกแก่ตลาดเกิดใหม่ ที่ต้องการเข้าสู่ยุค Enterprise 2.0 ยุคใหม่ขององค์กรในโลกเว็บ 2.0 (Web 2.0) ด้วยค่าใช้จ่ายคุ้มค่า ในงานมีการสาธิตว่าองค์กรสามารถเสียเงินต่อเดียว ด้วยการใช้โอเอสฟรี ร่วมกับซอฟต์แวร์ออฟฟิศฟรี แล้วเสียค่าซอฟต์แวร์เฉพาะ Lotus Notes, Domino หรือซอฟต์แวร์เพื่อการทำงานร่วมกันอื่นๆเท่านั้น

   จุดพลุ Symphony 1.0 ฟรี

   หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามระหว่างการทดลองใช้ ล่าสุดไอบีเอ็มเปิดให้บริการ Lotus Symphony เต็มรูปแบบพ่วงชื่อ 1.0 อย่างเป็นทางการแล้ว โจมตีไมโครซอฟท์ออฟฟิศด้วยการเปิดทางให้ผู้ใข้ดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อสร้างเอกสาร งานคำนวณ หรือพรีเซนเทชันเป็นไฟล์มาตรฐานเปิดได้ฟรีไม่ต้องเสียค่าโปรแกรม ลดรายจ่ายเอื้อให้องค์กรนำเงินไปลงทุนด้านอื่น

   เมื่อให้ดาวน์โหลดฟรี สิ่งที่จะทำเงินให้ไอบีเอ็มคือบริการ IBM Elite Support สำหรับ Symphony 1.0 ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อให้บริการลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ค่าบริการอยู่ที่ราว 25 เหรียญสหรัฐต่อคน (จำนวนผู้ใช้เริ่มที่ 1,000 คน) จุดนี้ไอบีเอ็มระบุว่า การดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สร้างงานเอกสารได้ฟรีนั้นช่วยให้องค์กรที่มีพนักงาน 20,000 คนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่เสียไปกับค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ได้ถึง 8 ล้านเหรียญ รวมถึงค่าอัปเดทซอฟต์แวร์กว่า 4 ล้านเหรียญ

   ตั้งแต่เปิดดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองฟรีเมื่อเดือนกันยายน ปี 2007 ไอบีเอ็มระบุว่าจำนวนผู้ดาวน์โหลด Symphony อยู่ที่ราว 1 ล้านคน ไม่ระบุจำนวนผู้ดาวน์โหลดในเมืองไทย รองรับ 24 ภาษา พัฒนาโดยทีมวิจัยไอบีเอ็มในจีน ผ่านการปรับปรุงตามความเห็นของชุมชนชาวเว็บ แน่นอนว่า ผลผลิตไฟล์เอกสารที่ได้จาก Symphony คือ ODF หรือไฟล์มาตรฐานเปิดที่สามารถใช้งานได้ไม่จำกัดแฟลตฟอร์ม

   “ค่ายเทคโนโลยีส่วนใหญ่ขานรับการสนับสนุนไฟล์มาตรฐานเปิด แม้ว่าจะเคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน” David Barnes ผู้อำนวยการโครงการเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของไอบีเอ็มกล่าว “เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำไม่ใช่แค่ค่ายใดค่ายหนึ่ง”

   Edward Orange ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์ Lotus ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไอบีเอ็มยืนยันว่า การดาวน์โหลดฟรี Symphony 1.0 ซึ่งชนกับไมโครซอฟท์ออฟฟิศอย่างจังในครั้งนี้ ต่างจากการสร้างระบบปฏิบัติการ OS/2 เพื่อแข่งขันกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ในอดีตอย่างสิ้นเชิง

   "Symphony ไม่มีทั้งเรื่องเงินและข้อผูกมัดกับผู้ใช้ นี่เป็นสิ่งที่อธิบายว่าทำไมไอบีเอ็มจึงนำ Symphony มารวมในผลิตภัณฑ์ไอบีเอ็ม" โดย Symphony นั้นถูกรวมอยู่ในโปรแกรมตระกูล Lotus Notes และ Domino ซึ่งมีกลุ่มตลาดเดียวกับโปรแกรม Outlook และ Exchange ของไมโครซอฟท์

   ผู้บริหารไอบีเอ็มกล่าวว่ากลุ่มเป้าหมายของ Symphony ไม่อยู่ที่กลุ่มองค์กรธุรกิจเท่านั้น แต่ครอบคลุมกลุ่มภาคการศึกษาด้วย และเมื่อไม่มีแผนจำหน่าย Symphony ไอบีเอ็มยินดีที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อนำ Symphony มาใช้กับคอมพิวเตอร์พีซีทุนต่ำ

   เปิดตัวMashupปลายมิ.ย.นี้

   Mashup คือโปรแกรมที่ผู้ใช้สามารถสร้างแอปพลิเคชันออนไลน์ของตัวเองได้สะดวกและง่ายดาย ผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทั้งจากแหล่งภายในและนอกองค์กรแบบรายวันไม่ใช่รายเดือน คล้ายกับการรวมให้ Widget ต่างชนิดกันมาทำงานร่วมกันบนหน้าจอเดียว ไอบีเอ็มระบุว่าพร้อมแจ้งเกิด Mashup สำหรับองค์กรในปลายเดือนนี้ หลังจากทดสอบโปรแกรมตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

   Mashup เป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่อยู่ในผลการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงในยุค Enterprise 2.0 หรือยุคใหม่ขององค์กรในโลกเว็บ 2.0 (Web 2.0) ของไอดีซี ซึ่งเชื่อว่าการรายงานข้อมูลครบเครื่องของ Mashup จะเปลี่ยนแปลงพื้นฐานการสื่อสารขององค์กรในยุคหน้า โดยการสื่อสารจะถูกผูกรวมเรื่องของข้อมูลเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน สถานที่ทำงานจะมีเรื่องสังคมและความสนุกสนานเข้ามาเกี่ยวข้อง ไอบีเอ็มจึงนำเทคโนโลยีเว็บ 2.0 มารวมในซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจ "Webspere" ครอบคลุมทั้งในเรื่องซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และผู้ใช้งานเจเนอเรชัน Y ที่รักบริการเครือข่ายสังคมเป็นชีวิตจิตใจ

   "เรื่องของเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการทำงานเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะนี้องค์กรในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ราว 60% มีการใช้งานโปรแกรมสนทนา IM ในองค์กร มากกว่า 40% ใช้เทคโนโลยีสืบค้นข้อมูลและเว็บท่าความรู้ ขณะที่ 20% ใช้ Blog พนักงาน" Shalini Verma ผู้จัดการฝ่ายวิจัย ไอดีซีภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกกล่าว

   ไอบีเอ็มเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีในขณะนี้นั้นครอบคลุมเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าถ้าโลกออนไลน์เข้าถึงยุค 3.0 จริงก็จะเคลื่อนไหวตามได้ทันท่วงที สำหรับตลาดประเทศไทย เชื่อว่าการทำตลาดผลิตภัณฑ์โลตัสไม่น่าจะมีอุปสรรคใดๆ อย่างไรก็ตาม Barnes ระบุว่างานนี้จะเป็นงานสุดท้ายที่เขาจะนำเสนอเทคโนโลยีเว็บ 2.0 ในซอฟต์แวร์ของไอบีเอ็ม

   "งานชิ้นต่อไปของผมจะโฟกัสที่ Cloud Computing" เทคโนโลยีการประมวลผลที่มีแนวคิดคล้ายกับกริดคอมพิวติ้ง ที่สามารถรวมทรัพยากรจากคอมพิวเตอร์หลายเครื่องเข้าด้วยกันเพื่อพลังการประมวลผลชั้นเยี่ยม เชื่อว่าไอบีเอ็มจะออกผลิตภัณฑ์ Cloud Computing มาเขย่าตลาดอย่างจริงจังในอนาคต

ที่มา: manager.co.th

Intel และ WindRiver จับมือร่วมกันพัฒนาระบบ in-vehicle infotainment (IVI) หวังบุกตลาด embed ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเน้นพัฒนา Open Infotainment Platform (OIP) ร่วมกัน Intel มีโครงการ Moblin ซึ่งนักพัฒนาทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาร่วมพัฒนาอย่างจริงจังมากขึ้น Vincent Rerolle กล่าวถึงโปรกรมที่จะอยู่ใน Moblin ว่า "โปรแกรมก้อคงจะประมาณ Iron-Man อยู่บนหน้าพวงมาลัยรถของคุณน่ะ”

ที่มา – http://www.linux.com/feature/135687

หลายๆ คนก้อบ่นว่าเมื่อไร GNU/Linux จะมาแทนที่ Windows ได้สักที หรือจะแทนที่ Windows ได้อย่างไร เพราะความต้องการหน้าตาที่ดูเป็นมิตรกับผู้ใช้มือใหม่ และความคุ้ยเคยที่ใช้ Windows ทำให้ Famelix Linux Distro ใน Brazil ออกรุ่น Hasta la Vista มาเพื่อตอกย้ำว่า ใช้ Famelix ก้อเหมือนใช่ Windows และดีกว่า Windows ด้วยซ้ำ

 

เผลอเดี๋ยวเดียวก็เข้ามาอยู่ในวงการโอเพนซอร์สบ้านเราก็เกือบ 10 ปีเข้าไปแล้ว ที่ผ่านมาก็ได้เห็นได้เจออะไรมากมาย ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ใครรู้จักโอเพนซอร์สเลย เรื่อยมาจนถึงสมัยที่โอเพนซอร์สโด่งดังทำท่าว่าจะมีอนาคตอันสดใส แต่จนแล้วจนรอดมันก็กลายเป็นแค่พลุที่ลอยขึ้นสูงแตกออกแล้วก็จางหายไป เรื่องนี้น่าเป็นห่วงมากหากจะยังปล่อยวางเอาไว้แบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเสียเงินไปซื้อพลุมาจุดอีกมากเท่าไร หรือจะต้องรอจุดเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ (หรือไม่ก็ลอยกระทง)

เรามาลองค้นหาคำตอบด้วยกันไหมว่าทำไมโอเพนซอร์สในบ้านเราเป็นได้แค่ “พลุ” หนึ่งในคำตอบก็คงจะเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดตั้งแต่แรกว่าโอเพนซอร์สนั้นเป็นของฟรีไม่เสียเงิน แทนที่จะมองว่าโอเพนซอร์สเป็นเรื่องของการมีส่วนร่วมหรือการให้ (contribute) หลายคนบอกว่าเรื่องนี้ต้องไปโทษหน่วยงานที่ทำการโปรโมทให้ใช้โอเพนซอร์สที่เอะอะก็ยกเรื่องฟรีขึ้นมาเป็นตัวนำ ทำเอาหลายคนเข้าใจว่านี่คือของฟรีที่ดีที่สุดในโลก พอเอาเข้าจริงๆ ก็กลายเป็นของฟรีที่ไม่ดีจริงไปซะอย่างนั้น

จะโทษหน่วยงานที่โปรโมทก็ไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่าข้อความแบบนี้มันส่งผลเร็วทันใจ คนจำนวนไม่น้อยที่พากันเฮโลเข้ามาลองของกันมากมาย แต่ด้วยความคาดหวังที่สูงมากๆ ทำให้ต้องผิดหวังแรงๆ เช่นกัน ก็โอเพนซอร์สไม่ใช่ของวิเศษที่จะแก้ปัญหาหรือทำงานให้ถูกใจใครไปได้ทั้งหมด แท้จริงแล้วมันเป็นสังคมของการแบ่งปันและมีส่วนร่วม ยกตัวอย่างเช่นหากใช้งานแล้วพบว่ามีข้อผิดพลาดหรือ errror คนใช้งานที่เข้าใจโอเพนซอร์สก็จะทำการรายงานข้อผิดพลาดกลับไปยังทีมพัฒนาเพื่อทำการแก้ไข (และคนอื่นที่มาใช้ทีหลังจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาแบบนี้อีก) ยิ่งทำซอฟต์แวร์ก็ยิ่งสมบูรณ์ขึ้น แต่เสียดายที่คนไทยน้อยคนนักที่จะทำแบบนี้ ตรงกันข้ามเวลาที่เจอปัญหานอกจากจะไม่ทำการแจ้งข้อผิดพลาดเท่านั้นยังไม่พอยังทำการเมาท์ทูเมาท์กันไปอีกว่า "ห่วย" ซึ่งการกระทำแบบนี้มันไม่แฟร์กับโอเพนซอร์สเลย ในสถานะการณ์เดียวกันถ้าเรื่องแบบนี้เกิดกลับซอฟต์แวร์ชื่อดังจาก Redmond การไม่แจ้งข้อผิดพลาดกลับก็เป็นสิ่งที่ทำเหมือนกัน แต่ไม่มีการเมาท์ทูเมาท์ต่อแต่อย่างไร หรือถ้าเกิดไปปรับทุกข์เรื่องนี้กับคนรอบข้างก็จะได้คำตอบว่า "ธรรมดามันเป็นเรื่องธรรมดา" เฮ้อ…คิดแล้วเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก

นั่นคงจะเป็นคำอธิบายได้ว่าทำไมเรื่องโอเพนซอร์สในบ้านเราถึงไม่แพร่หลายมากอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านเริ่มทีหลังแต่ก็ดูแล้วก้าวหน้าเป็นหลักเป็นฐานมากกว่าบ้านเรานัก พอถามความเห็นเรื่องนี้หลายคนก็ให้คำตอบคล้ายๆ จะโยนความผิดไปให้ระบบการปกครองกันเลยทีเดียว บอกว่าเวียดนามถ้านายพลสั่งว่าลีนุกซ์ก็ลีนุกซ์กันทั้งประเทศ แม้แต่จีนกับคิวบาก็ว่ากันไปว่าระบบการปกครองเอื้ออำนวย (น่าตกใจไหมครับว่าซอฟต์แวร์แห่งเสรีภาพที่เกิดจากชุมชนกลับไปเบ่งบานที่ระบบสังคมนิยม)

แต่ประเทศในยุโรปที่เป็นประชาธิปไตยโอเพนซอร์ส์ก็ได้รับการยอมรับอย่างมากมาย นี่คงพอจะตอบได้ว่าเรื่องของระบบการปกครองประเทศไม่น่าจะเกี่ยวข้อง กับเรื่องนี้… แล้วมันอยู่ที่ตรงไหนดีละ เอาเป็นว่าเปิดใจกันอย่างแฟร์ๆ ผมว่าคนไทยหลายคนยังไม่พร้อมที่จะรับโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ไปใช้ ส่วนใครที่เข้าใจและพร้อมใช้งานแล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วย ส่วนใครที่ยังไม่เข้าใจคงต้องรอให้ซอฟต์แวร์เถื่อนหมดไปจากประเทศหรือไม่ก็รอให้ BSA ไปจับ แล้วคุณหละคิดว่าทำไมโอเพนซอร์สบ้านเราถึงไม่คืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น…แชร์กันต่อด้านล่างได้เลยครับ

       โดยข่าวนี้เปิดเป็นการสัมภาษณ์ของผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Acer คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับระบบปฎิบัติการที่จะติดตั้งลงใน Notebook ของ Acer ที่จะออกสู่ท้องตลาด โดยให้สัมภาษณ์ว่าทางผู้พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ Acer ประจำประเทศไต้หวันมีแผนพัฒนา ultraportable และเครื่อง laptops ให้มีราคาถูกและคุณภาพดีด้วย

       เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วทาง Acer จึงคิดจะลดต้นทุนเกี่ยวกับระบบปฎิบัติการทางออกที่ดีที่สุดคือการใช้ระบบปฎิบัติการ Opensource อย่าง Linux ที่ช่วยลดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ซอฟร์แวร์ไปได้มาก ทำให้ราคาเครื่องต่ำลงมาอีก โดยเครื่องที่จะออกสู่ตลาดพร้อมระบบปฎิบัติการ Linux จะเป็นเครื่อง Acer Aspire One,
           1. ใช้ CPU Intel Atom processor,
           2. ใช้ระบบปฎิบัติการ Linpus Linux Lite พร้อมรู้แบบหน้าจอที่ออกแบบสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์  Acer (Acer’s own user interface)
           3. มาพร้อมกับ HDD ความจุ 8GB แบบ solid-state drive
           4. หน่วยความจำ 512MB 
           5. ระบบ Network ไร้สาย 802.11 b/g WiFi,
           6. หน้าจอขนาด 8.9-inch screen
           7. มาพร้อมแบ็ตเตอรี่ที่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ 3 ชม.

ราคาอยู่ที่ประมาณ 379$ หรือประมาณ 13,500 บาท ด้วยประสิทธิภาพของตัวเครื่องคงเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ Laptop ราคาถูกค่ะ

Tranzda Technologies ค่ายมือถือแดนมังกร เตรียมส่งลีนุกซ์สมาร์ทโฟน รุ่นบุกตลาดมือถือ ทุกรุ่นรองรับเรื่องของ GPS WiFi กล้องดิจิตอล และ fingerprint ซึ่งระบบที่ออกแบบมารองรับก็คือ TDA Mobile Linux และ NewPlus Linux stack นอกจากจะเอาลีนุกซ์มาใช้ในเครื่องแล้ว บริษัทยังมีแผนจะแจกจ่ายชุดพัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับระบบดังกล่าวอีกด้วย เชื่อว่าจะทำให้นักพัฒนาสามารถผลิตโปรแกรมเสริมต่างๆ ออกมาได้จำนวนมากมาย คาดว่าจะมีการใช้งานลีนุกซ์ในโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ประเทศจีนเป็นโรงงานผลิตมือถือจำนวนกว่าครึ่งโลก นั่นย่อมทำให้ลีนุกซ์มีโอกาสแจ้งเกิดได้มากขึ้นไปด้วย

Linpus Technologies ประกาศความร่วมมือกับโครงการ "Moblin" ของอินเทล ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องโน้ตบุ๊คราคาถูกที่ทำงานบนซีพียู Atom จากผลการทำงานซอฟต์แวร์ที่พัฒนาจากโครงการ พบว่าช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Linux Lite

Linux Lite เป็นผลงานของบริษัท Linpus ที่พัฒนาลีนุกซ์มากอย่างต่อเนื่อง (มากกว่า 7 ปี) โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสร้างชื่อด้วยการติดตั้งลงไปในเครื่องขนาดเล็กต่างๆ มากมาย ด้วยความที่ตัวเล็กทำงาานได้เร็วมีเมนูเข้าถึงระบบได้อย่างง่ายดายทำให้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มผู้ใช้งานมือใหม่

สาเหตุที่ Linux Lite และซอฟต์แวร์จาก Moblin เป็นที่ยอมรับสำหรับเครื่องราคาถูกและเครื่องขนาดเล็ก ก็เพราะว่าการใช้งานระบบและซอฟต์แวร์ดังกล่าว ช่วยให้เครื่องสามารถใช้งานได้นานขึ้น เวลาเปิดเครื่องก็เร็วขึ้น อีกทั้งยังมีแอพพลิเคชันจำนวนมากมายให้ใช้งาน

ส่วนลีนุกซ์สำหรับเครื่องเดสก์ทอปอย่าง Linpus Linux Destop เวอร์ชัน 9.5 ก็กำลังไปได้สวยในประเทศจีน

หมาไฟมาแล้วครับผม คาดว่าน่าจะได้ออกในเดือนนี้แน่นอนสำหรับ Firefox 3 สำหรับเวอร์ชั่นนี้การอัพเดตจาก RC 1 ไป RC 2 ด้วย Automated Update ในวินโดวส์นั้นจะมีขนาดประมาณ 1.8 MB การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการแก้บั๊กที่มีใน RC 1 ทั้งหมดและ
ไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ลงไปอีกแล้ว เพราะฉะนั้นก็เตรียมตัวใช้กันได้เลย

สำหรับ Firefox 3 คิดว่า(คิดเอง) น่าจะออกปลายเดือนนี้ หรือไม่ก็ต้นเดือนหน้า ไม่น่าจะเลยกรอบนี้แน่นอน สาำหรับผู้ใช้งาน Windows
ที่ใช RC1 อยู่ตอนนี้คงมี PoP Up กระโดดมาให้ Update กันแล้วครับผม

ดาวน์โหลดWindows Linux และ Mac และติดตามรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงได้ที่นี่