Alfresco Module Package หรือ AMP เป็นการรวม code, content model, content และโครงสร้างไดเรคทอรีต่าง ๆ ไว้เป็น Package เดียว ซึ่ง Alfresco มีระบบจัดการ package เรียกว่า Alfresco MMT (Module Management Tool) เพื่อช่วยให้เราสามารถ deploy extension ต่างๆ ลงไปใน Alfresco ได้โดยง่าย อีกทั้งช่วยในการ upgrade และ uninstall ได้อีกด้วย โดยไฟล์ที่จะนำไป deploy จะมีนามสกุลเป็น .amp (Alfresco Module Package) Alfresco MMT จะเป็นไปในลักษณะของการ แตกไฟล์ .amp ลงไปใน war เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นจะต้องระบุ war ด้วยทุกครั้ง

ตัวอย่างเราจะลองติดตั้ง alfresco-googledocs กัน ก่อนอื่นนำ .amp ไฟล์ของ alfresco-googledocs ใส่ไว้ใน AMPFileLocation ก่อน

null


Continue reading

เนื่องจากการเข้าถึง Alfresco Share นั้น เราสามารถเข้าถึงได้โดย http://hostname/share แต่ถ้าเราต้องการให้ใส่เพียงชื่อ host แล้วไปที่ application ทันที สามารถทำได้โดย ไปที่ file /tomcat/webapps/ROOT/index.jsp เพิ่ม response.sendRedirect("/share/"); เข้าไปดังรูป

null


Continue reading

หลาย ๆ ท่านที่ใช้งาน Alfresco 4.2.x จะประสบปัญหาคือไม่สามารถใช้ IE11 Login Alfresco ได้ เนื่องจาก IE11 มีการเปลี่ยนแปลงค่าต่าง ๆ มากมายในส่วน User-agent เราสามารถแก้ปัญหาได้โดยแก้ไขค่าไฟล์ $TOMCAT_HOME/webapps/share/WEB-INF/classes/alfresco/site-webscripts/org/alfresco/components/guest/login.get.html.ftl ดังนี้

แก้ไขค่าจาก

null

เป็น

null

จากนั้น restart service alfresco โดย

service alfresco restart

เพียงเท่านี้ก็จะสามารถใช้ IE11 กับ Alfresco 4.2 ได้แล้ว

โดย default เมื่อเราติดตั้ง Alfresco พอร์ตสำหรับเข้าถึงคือ :8080 แต่เมื่อเราต้องการเข้าถึง Alfresco ผ่านพอร์ต 80 เราจึงใช้ Nginx เข้ามาช่วย ดังนี้
ก่อนอื่นติดตั้ง Nginx ก่อน โดย

sudo apt-get install nginx

จากนั้นเข้าไปยัง /ect/nginx/sits-available

sudo cd /etc/nginx/sites-available

สร้างไฟล์ไซต์ดังนี้

sudo vi alfresco

null

จากนั้นสร้าง symbolic link

sudo ln -s /etc/nginx/sites-available/alfresco.ezref.info /etc/nginx/sites-enabled/alfresco

restart nginx โดย

sudo service nginx restart

จากนั้นลองเข้า alfresco โดยพอร์ต 80 ดู จะได้ดังรูป

null

ปกติแล้วการเพิ่มผู้ใช้งานบน Alfresco สามารถเพิ่มได้ทีละคน หรือจะเพิ่มทีละหลายคนก็ได้ โดยการเพิ่มทีละหลาย users นั้น เราจะต้องสร้างไฟล์ .csv ซึ่งมีรูปแบบ ดังนี้

User Name,First Name,Last Name,E-mail Address,,Password,Company,Job Title,Location,Telephone,Mobile,
Skype,IM,Google User Name,Address,Address Line 2,Address Line 3,Post Code,Telephone,Fax,Email

ตัวอย่าง ดังรูป

null


Continue reading

การทำชุด Index (Attributes) ใน Document Management นั้นมีความสำคัญมาก เพราะการ Design ชุด Index ที่ดี จะทำให้สามารถค้นหาเอกสารได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และทำให้การเขียนโปรแกรมให้เข้ากับ ส่วนต่างๆ ของระบบ เป็นไปด้วยความสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยระบบ Enterprise Content Management โดยทั่วไปนั้น จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ

  • Document Type หมายถึง ประเภทของเอกสาร ยกตัวอย่างเช่น ในองค์กรอาจจะมีประเภทของเอกสาร ที่แตกต่างกันออกไป เช่น เอกสารประเภท invoice, เอกสารประเภท HR หรือเอกสารประเภทอื่นๆ ในแต่ละประเภทเอกสารก็จะมี Attributes ที่แตกต่างกันออกไป
  • Attributes (Meta Data) หมายถึง ชุด Index ที่จะแนบไปกับ Document Type ยกตัวอย่างเช่น ในเอกสารประเภท Invoice ก็มักจะประกอบไปด้วย Index คือ Invoice Number, Invoice Date, Customer Name เป็นต้น

การจัดทำ Document Type และ Attributes นั้น ถ้าหากว่าเป็น Software บางราย เช่น Oracle Web Content, ECM Documentum, IBM FileNet จะมี Tools ในการสร้าง Document Type ที่ง่ายทีเดียว แต่สำหรับ Alfresco นั้นจะใช้วิธีการ Config ผ่าน XML File ซึ่งถ้าหากว่าเข้าใจถึงวิธีการทำงานแล้ว ก็ไม่ยากเหมือนกัน


Continue reading

จากบทความการจัดการการเข้าถึงข้อมูลให้มีความปลอดภัยบน Alfresco นั้น เราจะสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง Folder และ Content ต่างๆ ได้ โดยการเพิ่ม คลิกที่ Manage Permission ดังรูป

null

จากนั้นก็ทำการเพิ่ม Group หรือ User ที่จะกำหนดการใช้งานใน Folder หรือ Content ซึ่งการกำหนดสิทธิ์ต่างๆ เราจะกำหนดให้เป็น Role โดย Alfresco จะมี Role ให้เราได้เลือกใช้งานกันอยู่ทั้งหมด 5 Role ด้วยกันนะครับ ได้แก่ Editor, Consumer, Collaborator, Coordinator, Contributor ดังรูป

null


Continue reading

ในการ Implement ระบบ ECM นั้น สิ่งแรกๆ ที่จะต้องทำก็คือ การจัดทำเรื่อง User และ การจัดการเรื่องการเข้าถึงข้อมูล Permission ต่างๆ ซึ่ง Alfresco นั้นมีระดับในการกำหนด Permission ที่ชัดเจนและมีความยืดหยุ่นสูง สำหรับ Alfresco การกำหนด Permission นั้น จะกำหนดได้ 2 ส่วน คือ 1. Space และ 2.Content ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในองค์กรของเรามี Finance Department Space ดังนั้น Group ที่จะเข้าไปดูได้ น่าจะเป็น

1. Group ของ Finance
2. Group ของ Sales
3. Group ของ ผู้บริหาร

แต่ทั้ง 3 แผนกแม้จะสามารถเข้าไปใน Finance Department ได้ แต่ก็จะมีสิทธิ์ในการทำงานที่แตกต่างกัน ตลอดจนถึง Content ที่อยู่ใน Space ก็ยังสามารถกำหนดได้อีกว่าใครสามารถทำอะไรใน Content ได้บ้าง บางคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก อย่างนั้นเรามาเริ่มทำกันเลยนะครับ


Continue reading

โดย default แล้ว User ที่อยู่บนระบบจะสามารถสร้าง sites ได้ แต่ในที่นี้เราจะมากำหนดให้ user ที่อยู่ใน group SITE_CREATORS เท่านั้นที่มีสิทธิ์สร้าง sites นอกนั้นไม่สามารถสร้างได้ มาดูวิธีทำกันดีกว่า
ก่อนอื่นให้สร้าง Group ขึ้นมาก่อน ตัวอย่างสร้าง group ชื่อ SITE_CREATORS

null

จากนั้นคลิก Repository เลือกโฟลเดอร์ Sites และเลือก Manage permissions

null


Continue reading

ในการ Implement ระบบ ECM นั้น มักจะมี Requirement ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละองค์กร ยกตัวอย่าง เช่น

  • Requirement ประมาณว่า มี Content ที่ต้องการนำเข้า Alfresco ซึ่ง Content นั้นมีอยู่เป็นจำนวนมากและรวมอยู่ใน Folder เดียวกัน ซึ่งเมื่อนำเข้าไปเก็บใน Alfresco แล้ว ต้องการให้แยกเก็บใน Space(Folder) โดยอัตโนมัติ
  • Requirement ในการแปลง Format ของเอกสาร เช่น เอกสารที่นำเข้าหรือย้ายเข้ามาเก็บใน Space ให้ทำการแปลง Format ของเอกสารให้เป็น PDF เป็นต้น
  • Requirement เหล่านี้ สามารถใช้ความสามารถของ Business Rules ที่มีอยู่ใน Space ในการ Implement ได้ ซึ่ง Alfresco ได้จัดเตรียม Feature ต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว แต่ถ้าหากว่าต้องการให้ Business Rules มีความสามารถเพิ่มเติมจาก Standard Feature แล้ว ก็ยังสามารถเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมได้อีก


Continue reading