งาน Google I/O 2013 ที่ผ่านมาก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีเครื่องมือในการพัฒนา Android App มาใหม่ ชื่อ Android Studio เจ้า Adnroid Studio นี้มีข่าวลือมานานแล้ว ว่า Google จะออกเครื่องมือลักษณะนี้ขึ้นมา เริ่มตั้งแต่การเอา Eclipse มารวมร่างกับ ADT เป็นชุดเดียวกัน ตั้งชื่อเป็น ADT Bundle เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ไม่ต้องการวุ่นวายกับ Eclipse มากนัก เอาเป็นว่า ADT Bundle ไม่ใช่ Android Studio แล้ว Android Studio เป็นอย่างไร

Android Studio พัฒนาต่อยอดมาจาก IntelliJ คนเขียนภาษา Java อาจจะชื่นชอบกันมาก เพราะ IDE ตัวนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบใช้ shotcut key และการพิมพ์ หน้าตา Android Studio ก็เป็นอย่างนี้ครับ เหมือน IntelliJ เดะๆ

การใช้งานก็เหมือนกัน เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนทาง IDE ก็ขอทำรายการ Shotcut ไว้สักหน่อย

  • Alt+1 = เปิด/ปิด Project Explorer
  • Alt+7 = เปิด/ปิด Structure Explorer
  • Alt+2 = เปิด/ปิด Favorites
  • Alt+6 = เปิด/ปิด Android DDMS
  • Alt+left arrow, Alt+right arrow = เลือก Tab ซอร์สโค้ดที่เปิดอยู่
  • Ctrl+N = สร้างไฟล์ใหม่
  • Ctrl+Y = ลบบรรทัด
  • F4 = เปิดซอร์สโค้ด
  • Ctrl+Alt+Shift+N = ค้นหาตาม symbol
  • Ctrl+P = แสดง parameter ของ method ที่เลือกอยู่
  • Ctrl+Q = แสดง Doc ของ API ที่เลือกอยู่
  • Ctrl+Alt+L = จัดรูปแบบโค้ด
  • Alt+Enter = Project Quick Fix
  • Ctrl+Shift+A = ค้นหาคำสั่ง
  • Ctrl+F9 = Build
  • Ctrl+F10 = Build and run

งาน Google I/O 2013 มีงานสัมนาย่อยๆ หยังจาก Keynote จบแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ใน Keynote นั่นเอง สัมนาย่อยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
* สัมนาเนื้อหาเจาะลึก APIs, Feature ใหม่ๆ
* Fireside ถือถามตอบกับทีมที่ดูแลผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยตรง
* Code Lab คือลง Lab ทดลองกับของจริง
ก็เป็นธรรมเนียมหลังจบงาน ก็มีวิดีโอรวม Session ต่างๆ เอาไว้ให้ดูย้อนหลังได้ ใครพลาดงานนี้ก็ดูจากวิดีโอได้ครับ :)

เก็บตก Google I/O 2013 ฝั่ง Android งาน Google I/O 2013 เลิกมาหลายอาทิตย์แล้วเพิ่งจะได้มา blog ไว้ว่าจะต้องเรียนอยู่อะไรใหม่ๆ บ้าง ปีนี้ Google I/O 2013 เน้นกลุ่มนักพัฒนาเป็นหลัก โดยเน้นการนำเสนอเครื่องมือและ APIs ใหม่ๆ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ ผมขอสรุปเฉพาะในส่วนของ Android นะครับ สำหรับ Keynote ของงานดูได้จาก Video ข้างล่าง

  • มีผู้ใช้ Android กว่า 900 ล้านคน
  • Google Play Service มี APIs ให้เล่นเพิ่มเติมได้แก่
    • Google Map Android APIs v2
    • Location APIs
    • Google+ Sign-In
    • Google Cloud Messaging ส่ง message ไปได้ทั้ง 2 ทาง คือไปที่อุปกรณ์และไปที่ Server ของนักพัฒนา พร้อมแจ้งเตือนผ่าน Notification
  • Google Play game services เป็นบริการที่รองรับสำหรับนักพัฒนาเกมส์ สามารถบันทึกคะแนนบน Cloud เก็บ Archivement, Leaderboard และรองรับ Multiplayer ที่เชื่อมต่อกับ Google+ ได้
  • เครื่องมือพัฒนาตัวใหม่ Android Studio พัฒนาต่อจาก IntelliJ Community Version ยังเป็น Developer Preview เปิดให้เล่นแล้ว
  • Google Play Developer Console
    • มี Optimization Tips สำหรับนักพัฒนา ให้คำแนะนำโดยอ้างอิงจากกลุ่มผู้ใช้
    • มีบริการ App Translation Service ให้บริษัทรับแปลภาษาเป็นคนแปลให้
    • มี Referal Tracking, Usage Metrics สำหรับ Analytics API จะเอารายงานมารวมอยู่ใน Google Play ด้วย
    • Revenue กราฟแบบใหม่กรองได้ตามประเทศและช่วงเวลา
    • Beta Testing & Stage Rollouts ทำ Beta Testing ได้โดยให้สิทธิ์ในคนใน Circle ให้กลุ่มทดสอบ

      ใน Keynote ยังมีเนื้อหาอีกเยอะใครพลาด Google I/O ก็ดูวิดีโอข้างล่างครับ

GDG Thailand และ MT2 ขอเชิญชวนนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นแอนดรอยพบกับ Android Developer Day งานสัมมนา 1 วันเต็มที่เจาะลึกเนื้อหาแอนดรอยแบบเข้มข้นอัพเดตล่าสุดจากงาน Google I/O และไปทำความรู้จักกับสถาปัตยกรรมอินเทลบนแพลตฟอร์มแอนดรอยที่เป็นความท้าทายใหม่ของนักพัฒนาไทย พร้อมด้วยกลุ่มคอมมิวนิตี้ Ingress ชาวไทย ที่จะมาเล่าประสบการณ์และแนะนำกิจกรรมให้กับผู้เล่นทั้งเก่าและใหม่ได้สนุกกัน สมาชิก GDG Thailand สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้และพบกันในวันที่ 1 มิถุนายน ที่ห้อง Auditorium ซอฟต์แวร์พาร์ค

กำหนดการ

9.00 ลงทะเบียน
9.30 พิธีเปิด
10.00 รู้จักกับสถาปัตยกรรมของอินเทล Android x86 ความท้าทายใหม่ของนักพัฒนาแอนดรอย, มร. แจ๊กกี้ ลี – Intel Corporation
11.50 เชิญรับประทานอาหาร
12.45 ทำความรู้จักกับเครื่องมือใหม่คู่ใจนักพัฒนา Android Studio
13.00 ช่องทางทำรายได้จาก Google Admob โฉมใหม่
14.30 ปัจจุบันและอนาคตของ Android หลังงาน Google I/O 2013
15.15 พูดคุยกับกลุ่มผู้เล่นเกมทั้งสองฝ่ายใน Ingress Talk
16.00 พิธีปิด

ลงทะเบียน : http://goo.gl/q9fil
Google+ Event : http://goo.gl/En7We

ที่มา – http://www.gdg.in.th/2013/android-developer-day/

PayPal เตรียมปล่อย Android SDk ตัวใหม่รองรับการจ่ายเงินแบบหลายช่องทาง ซึ่ง SDK ตัวนี้จะเริ่มใช้ในอเมริกาเป็นที่แรก ซึ่งจะใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม Android SDK นี้จะสนับสนุนตั้งแต่ Android 2.2 ขึ้นไป และสนับสนุนการจ่ายเงินแบบหลายช่องทาง ทั้งผ่านบัญชี PayPal และผ่าน credit card สำหรับนักพัฒนาที่สนใจติดตามได้ที่ PayPal Developer

หลังจากที่รอคอยมาเกือบๆ 1 ปี หลังจากที่มีข่าวออกมาว่าจะมีการเปิดคุณสมบัติใหม่ๆ ใน Play Store ที่นักพัฒนาต้องการมากคือ การตอบกลับความคิดเห็นในหน้า App Review ของเว็บ Google Play Store ซึ่งตอนนี้ Google ได้เปิดคุณสมบัตินี้ให้เรียบร้อยแล้ว นักพัฒนาสามารถตอบกลับความคิดเห็น หรือแนะนำการใช้ App ตลอดจนช่วยให้นักพัฒนาสื่อสารไปยังผู้ใช้ได้โดยตรงอีกด้วย สำหรับการใช้งานการตอบกลับความคิดนี้สามารถใช้งานได้ที่หน้า Developer Console

ข้อมูลจาก Android Dashboard รายงานว่าหลังจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมาตัวเลขของ Andorid 4.x มีเพิ่มมากขึ้นเป็น 54.3% จาก 45.1% เมื่อเดือนที่แล้ว ตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้นักพัฒนาวิเคราะห์ได้ว่าควรจะสนับสนุน API Level ใดบ้าง ในขณะเดียวกันตัวเลขของขนาดหน้าจอ และ ข้อมูล DPI พบว่ากลุ่มหน้าจอขนาด 3-5 นิ้วยังคงครองตลาดอยู่ 62.9% สำหรับหน้าจอขนาด 7-10 นิ้วมีเพียง 4.9% เท่านั้น สำหรับนักพัฒนาที่พัฒนาบน OpenGL ก็คงต้องบอกเลยว่าอุปกรณ์ 99.7% สนับสนุน OpenGL ES 2.0 และ 1.1

สำหรับท่านที่ต้องการติดตามข้อมูลสถิติต่างๆ สามารถติดตามได้ที่ Android Devloper Dashboard

เนื่องจากมีหลายคนคะยั้นคะยอให้เปิดสอน Android แต่เนื่องจากภาระงานไม่สามารถเปิดสอนแบบเป็นคลาสเรียนแบบเต็มตัวได้ (และอาจโดนข้อหาทำลายอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์) ก็เลยเปิดคอร์สออนไลน์เรียนด้วยตัวเองที่ ClassStart.org เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเขียน Mobile App บน Android Platform สำหรับวิธีการเรียนจะเป็นการเรียนด้วยตนเอง ดูสไลด์และวิดีโอ(ใบ้) ที่มีให้ และหัดทำแบบฝึกหัด สำหรับท่านที่สนใจลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ ClassStart.org แล้วขอเข้าเรียนได้ที่ลิงค์ http://www.classstart.org/classes/6657 ชั้นเรียนเปิดเรื่อยๆ อาจมีบทเรียนใหม่เพิ่มเข้ามาตามความขยันของผู้สอนครับ :)

เนื่องจากการออกแบบ UI และทำ UI Prototype ใน Android ใช้พลังงานมหาศาลในการออกแบบ ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า 70% ในการทำซึ่งเป็นช่วงเวลาโหดร้ายมาก เพราะ Android Application ที่ดีจะต้องแสดงผลได้ในทุกขนาดของหน้าจอ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android มีหน้าจอต่างกันเกือบร้อยแบบซึ่งมีทั้งมือถือ, แท็บเล็ต และหน้าจอโทรทัศน์ T_T ทำให้การออกแบบหน้าจอกินเวลามาก ถ้าต้องการแก้ไข UI นี่แทบจะกระอักเลือดกันเลยทีเดียว ครั้งนี้จะมาแนะนำเครื่องมือที่ใช้สำหรับออกแบบและทำ UI Protype ให้เราเห็นภาพและตัดสินใจได้ว่าจะเอา UI แบบไหนแสดงผลในอุปกรณ์ใด และยังสามารถสร้างภาพ Mockup สำหรับแสดงผลบนหน้าจออุปกรณ์ตระกูล Nexus ได้ด้วย เครื่องมือต่างๆ มีดังนี้

  • Android Asset Studio เป็นเครื่องมือสำหรับสร้าง icon, Action bar
  • Android Action Bar Style Generator เป็นเครื่องมือสร้าง theme สำหรับ Action Bar
  • Android Holo Colors Generator สำหรับสร้าง theme
  • Device frame generator เป็นเครื่องมือสร้างภาพอุปกรณ์+ภาพหน้าจอที่เราต้องการเอาไปใส่ สำหรับตระกูล Nexus
  • Pencil GUI Prototyping Tools เป็นเครื่องมือสร้างภาพหน้าจอ (ตัวนี้เป็นโปรแกรมจากเพื่อนบ้านของเรานี่เอง-เวียดนาม)
  • Fluid UI เป็นเครื่องมือสร้างภาพหน้าจอมีหลายระบบปฏิบัติการให้เลือกทั้ง Windows, Windows Mobile, iPhone, iPad และ Android Phone, Android Tablet แถมมีเครื่องมือที่เรียกว่า Fluid Player สำหรับเล่นตัวอย่าง UI บนอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เอาไว้ทดสอบ Flow และนำเสนองานได้

ปิดท้ายด้วยเว็บรวม UI สวยๆ เอาไว้เป็นตัวอย่างสำหรับผู้ที่พัฒนา Mobile App อย่าง Android Patterns สำหรับท่านที่สงสัยว่าหน้าจอสวยๆ แปลกๆ ที่ไม่มีเครื่องมือใน ADT นั้นทำยังไงให้องไปค้นหากันได้ที่ Android View รวบรวมเอาเครื่องมือและไลบรารีต่างๆ ไว้มากมายสามารถไปศึกษากันได้ สุดท้ายเป็นเอกสารแนะนำการออกแบบ UI Guideline บน Android จาก nuuneoi แห่งบริษัท หัวลำโพง จำกัด ผู้พัฒนา App MOLOME

สำหรับท่านที่ใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตตระกูล Nexus ไม่ว่จะเป็น Galaxy Nexus, Nexus 4, Nexus 7 และ Nexus 10 คงได้รับอัพเดทเป็น Android 4.2.2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรใหม่ เพียงแต่แก้ Bug ในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งจริงๆ แล้ว Android 4.2.2 มีสิ่งที่แอบซ่อนเอาไว้ได้แก่ Quick Setting ที่สามารถเปิด/ปิด Wifi, Bluetooth ได้แล้ว ซึ่งในรุ่นก่อนกดแล้วไปที่หน้า setting อย่างเดียว ในรุ่นนี้ หากกดค้างเป็นเป็นการเปิด/ปิด Wifi, Bluetooth ได้ส่วนปุ่มอื่นๆ กดเข้าไปตั้งค่าเหมือนเดิม

ส่วนที่ซ่อนเอาไว้อีกอย่างคือ Secure USB Debugging เพื่อป้องกันอุปกรณ์และข้อมูลของคุณจากการใช้งานผ่าน USB Debugging ซึ่งผู้ใช้จะต้องกดปุ่มอนุญาติทุกครั้งที่เสียบสาย USB ซึ่ง Secure USB Debugging จะเข้ารหัส RSA เพื่อระบุเครื่องที่อนุญาตให้เข้าใช้