วีซ่าประกาศแผนเตรียมเปิดบริการชำระเงินผ่านเครือข่ายไร้สายสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาในปลายปีนี้โดยการพัฒนาแอพลิเคชั่นบนเครือข่ายไร้สายสำหรับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ซึ่งจะสามารถดาวน์โหลดสู่โทรศัพท์มือถือที่ใช้แพลตฟอร์มแอนดรอยด์ และจะประเดิมให้บริการแก่ผู้ถือบัตร “เชสวีซ่า” เป็นรายแรก

บริการกลุ่มแรก ๆ ที่วีซ่าเตรียมพัฒนาขึ้นสำหรับแอนดรอยด์จะอำนวยความสะดวกยิ่งขึ้นแก่ผู้ถือบัตรเชสวีซ่าโดยได้รับแจ้งข้อมูลการทำรายการต่าง ๆ ทางบัญชีวีซ่าผ่านโทรศัพท์มือถือ ได้รับข้อเสนอพิเศษจากร้านค้าต่าง ๆ และสามารถใช้เทคโนโลยีแสดงตำแหน่งที่อยู่ซึ่งพัฒนาโดยกูเกิ้ลในการตรวจสอบว่ามีร้านค้าใดที่มีโปรโมชั่นพิเศษและระบุตำแหน่งเครื่องเอทีเอ็มที่รับบัตรวีซ่าในพื้นที่ใกล้เคียง

ในช่วงเปิดตัวโครงการ บริการผ่านเครือข่ายไร้สายของวีซ่าจะนำมาใช้กับบัตรเชสวีซ่าเป็นรายแรก โดยวีซ่ามีแผนที่จะขยายการบริการดังกล่าวสู่ผู้ถือบัตรวีซ่าของสถาบันการเงินอื่น ๆ ในระยะต่อไป นอกจากนั้น วีซ่ายังเตรียมพัฒนาแอพลิเคชั่นการชำระเงินที่ให้ผู้บริโภคที่มีบัญชีกับวีซ่าสามารถชำระเงินในร้านค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศผ่านเครือข่ายไร้สาย โดยไม่จำกัดว่าจะอยู่ที่ไหน

เอลิซาเบธ บิวซ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ วีซ่า อิงค์ กล่าวว่า “การพัฒนาบริการผ่านเครือข่ายไร้สายสำหรับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์นับเป็นก้าวสำคัญของวีซ่าในการรวมเอาสองนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ประจำวันของผู้บริโภค คือ ระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีไร้สายเข้าด้วยกัน ซึ่งโครงการนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาสามารถดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นบริการเครือข่ายไร้สายของวีซ่าสู่โทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรก ปัจจุบัน ผู้ถือบัตรวีซ่าไม่ได้คาดหวังเพียงความสะดวกและความปลอดภัยในการชำระเงินเท่านั้น แต่ยังต้องการให้อุปกรณ์สื่อสารของตนสามารถใช้งานในแอพลิเคชั่นที่หลากหลายมากขึ้น การขยายบริการด้านชำระเงินของวีซ่าสู่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นแนวโน้มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้ความสะดวก ปลอดภัย และพึงพอใจมากยิ่งขึ้นในการชำระเงินของผู้บริโภค”

ในฐานะผู้นำในธุรกิจ ทั้งเจ. พี. มอร์แกน และวีซ่าต่างมีความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยบริการที่ให้ความสะดวกสบาย และใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์มือถือได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

สามบริการทรงประสิทธิภาพ
แอพลิเคชั่นเครือข่ายไร้สายของวีซ่าซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ในระยะแรกจะให้บริการหลักสามอย่างเพื่อชีวิตที่สะดวกสบาย บริหารจัดการบัญชีวีซ่าได้ดียิ่งขึ้น และยังได้รับข้อเสนอพิเศษจากร้านค้าต่าง ๆ ผู้บริโภคสามารถสมัครขอใช้บริการผ่านเครือข่ายไร้สายวีซ่าผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งให้ความสะดวกและเป็นส่วนตัวสูงสุด เพราะสามารถเลือกใช้ทั้งสามบริการหรือเลือกเฉพาะบริการที่ต้องการ และสามารถบอกเลิกการใช้บริการได้ทุกเมื่อตามต้องการ

บริการข้อความแจ้ง ผู้บริโภคจะได้รับข้อความแจ้งยืนยันการทำรายการซื้อสินค้าทางโทรศัพท์มือถือ โดยสามารถกำหนดประเภทการแจ้งตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ เช่นขนาดของการทำรายการ หรือแจ้งว่ารายการซื้อนั้นชำระด้วยเงินสกุลต่างประเทศ เนื่องจากการแจ้งจะเกิดขึ้นเมื่อมีการทำรายการผ่านเครือข่ายวีซ่า ผู้บริโภคจะได้รับการแจ้งแทบจะทันทีที่ทำรายการเสร็จ และก่อนออกจากร้านค้านั้น ๆ บริการนี้จึงเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้บริการจากวีซา และยังเป็นวิธีป้องกันการถูกแอบใช้บัตรเครดิตได้อีกด้วย

ข้อเสนอพิเศษ ผู้บริโภคจะได้รับแจ้งข้อเสนอพิเศษจากร้านค้าต่าง ๆ โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ ซึ่งบริการนี้เป็นประโยชน์ทั้งสำหรับร้านค้าและตัวผู้บริโภค เพราะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลในเวลาที่เหมาะสมและทันท่วงที จึงเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขายของร้านค้า ช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างความพึงพอใจและดึงดูดผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้าอีกได้ 

บริการระบุตำแหน่ง บริการนี้จะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยกูเกิ้ล เช่น กูเกิ้ลแม็พ และบริการระบุที่ตั้งของกูเกิ้ล เพื่อให้ข้อมูลที่ตั้งของร้านค้าที่มีข้อเสนอพิเศษแก่ผู้บริโภค หรือตู้เอทีเอ็มที่รับบัตรวีซ่า โดยแสดงในรูปแบบแผนที่บนหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร

"เรามีความยินดีในการขยายบริการสู่ช่องทางเครือข่ายไร้สาย ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 3,000 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งนับเป็นช่องทางและโอกาสที่ดีสำหรับวีซ่าในการเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยของบริการแก่ผู้บริโภคทั่วโลก" บิวซ์กล่าว

การริเริ่มบริการผ่านเครือข่ายไร้สายของวีซ่า
กลยุทธ์ของวีซ่าในการพัฒนาบริการชำระเงินผ่านเครือข่ายไร้สายคือต้องให้ระบบมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อสามารถให้บริการและประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งสำหรับผู้บริโภค ร้านค้าและผู้ออกบัตรที่อยู่ในเครือข่ายของวีซ่าทั่วโลกได้ ช่วงเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา วีซ่าได้ร่วมมืออย่างจริงจังกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สาย ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนผู้พัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อทำการพัฒนาและทดสอบบริการทางเครือข่ายไร้สายใหม่ ๆ โดยขณะนี้ วีซ่ากำลังทดสอบบริการชำระเงิน โอนเงิน และบริการพิเศษต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายไร้สายกับผู้บริโภคในออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลี มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

การลงทุนของวีซ่าในเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายเกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องจากการที่มีผู้บริโภคใช้อุปกรณ์สื่อสารไร้สายและมีบทบาทในทางธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง การพัฒนาแอพลิเคชั่นเครือข่ายไร้สายสำหรับแพลตฟอร์มแอนดรอยด์จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งในการทำให้เกิดโครงข่ายการซื้อขายระดับโลกผ่านเครือข่ายไร้สายขึ้นอย่างจริงจัง

ข้อมูลเกี่ยวกับ เจ. พี. มอร์แกน เชส แอนด์ โค
เจ. พี. มอร์แกน เชส แอนด์ โค คือบริษัทที่ให้บริการทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีทรัพย์สิน 1.8 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และประกอบธุรกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เป็นผู้นำในด้านวาณิชธนกิจ บริการการเงินสำหรับผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และธนาคารพาณิชย์ บริการธุรกรรมทางการเงิน บริหารสินทรัพย์ และการลงทุนในกองทุน โดยให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นทั้งผู้บริโภค องค์กรธุรกิจ และหน่วยราชการทั้งในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก ค้นหารายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.jpmorganchase.com   

ข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า
วีซ่าคือบริษัทให้การบริการด้านเครือข่ายการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์และผลิตภัณฑ์ด้านการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก บริการของวีซ่าได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรเติมเงิน รวมถึงการชำระเงินเชิงพาณิชย์ ภายใต้สัญลักษณ์วีซ่า  วีซ่าอิเล็กตรอน อินเตอร์ลิงก์ และพลัส โดยบัตรวีซ่าเป็นที่ยอมรับทั่วโลก นอกจากนี้ วีซ่า/พลัส Visa/Plus) ยังเป็นเครือข่ายเอทีเอ็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งให้บริการเงินสดในรูปของสกุลเงินท้องถิ่นกว่า 170 ประเทศทั่วโลก   ดูข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวีซ่าได้ที่ www.corporate.visa.com

HTC Magic มาแล้ว แล้วผมก็ไปจับตัวเป็นๆมาแล้วด้วย ที่โคราช แต่ บ่มีตังค์จะซื้อไว้เล่น จะรอมีตังค์ค่อยซื้อมาเล่นก็ไม่ไหว อย่ากระนั้นเลย มาติด Android App ไว้เล่นบน Ubuntu กันดีกว่า อย่างน้อยๆก็จะได้ลองเล่นก่อนซื้อเครื่องจริงมาใช้

ขั้นตอนไม่ยาก ตามนี้เลยครับ

  1. ติดตั้งของที่จำเป็นก่อน sudo apt-get install openjdk-6-jre-lib (กรณีเป็นเครื่อง 64bit ให้ติดตั้ง ia32-libs ด้วยคับ)
  2. เข้าไปที่หน้า Android SDK http://developer.android.com/sdk โหลดเวอร์ชั่นของ Linux มาครับ
  3. เซฟไฟล์ไว้ใน home directory ของเราครับ
  4. ได้ไฟล์มาแล้วก็แตกแฟ้มซะ จะได้โฟลเดอร์ชื่อ android-sdk-linux_x86-1.5_r2 หรือถ้าเป็นเวอร์ชั่นอื่นก็เปลี่ยนไปตามนั้นครับ
  5. เปิด Terminal สั่ง cd เข้าไปที่ โฟลเดอร์ที่แตกออกมาครับ
  6. cd เข้าไปที่โฟลเดอร์ tools อีกทีนึง
  7. พิมพ์คำสั่ง ./mksdcard 2048M SDCard1 เพื่อสร้าง SDCard ขนาด 2GB หรือถ้าต้องการมากกว่านั้นก็กำหนดเอาครับ
  8. ต่อด้วยการสร้าง Device ของ Android ครับ ./android create avd -n gumara -t 2
  9. เรียกใช้งานระบบ โดยเข้าไปที่โฟลเดอร์ tools แล้วสั่ง ./emulator @gumara -sdcard /home/username/android-sdk-linux_x86-1.5_r2/tools/SDCard1
  10. เสร็จแล้วจะพบกับหน้าจอมือถือ เขียนข้อความว่า Android ครับ

ก็จบเท่านี้ครับสำหรับตอนแรก ไว้ติดตามตอนที่สองในโอกาสถัดไปครับ

ถ้าพูดถึง Open Source Mobile Application แล้วบางท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยนัก แต่ถ้าพูดถึง Android บางท่านอาจจะรู้จักดี Open Source Mobile Application ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรง ไม่แพ้ Cloud Computing เลยทีเดียว ซึ่งก็มี Open Source Mobile Application หลายตัวที่น่าสนใจ เช่น OpenMoko, Android และ Maemo เป็นที่น่ายินดีที่มีการพัฒนาเว็ปไซต์ Thai Android Developer and User Group ขึ้น เพื่อให้เป็นชุมชนสำหรับผู้ใช้ และนักพัฒนา Android ในประเทศไทย ถ้าใครสนใจ สามารถเข้าไปเยี่ยมชม และเข้าไปมีส่วนร่วมได้ที่ http://www.bangkok-gtug.org/android

โทรศัพท์มือถือ Android G1 และ iPhone ออกจะไม่ค่อยละม้ายและคล้ายกับใช้งานบนเดสท็อปสักเท่าไร ด้วยความที่เล็กจิ๋ว มีความสามารถที่จำกัด ไม่มีพื้นที่สำหรับคีย์บอร์ดที่พิมพ์ง่ายๆ อย่างที่เราใช้เครื่องเดสท็อปกันอยู่ทุกวัน และที่แน่ๆ โปรแกรมในเครื่อง Android G1 และ iPhone กันจะทำได้ทีละอย่างสองอย่าง ไม่ตรงใจผู้ใช้สักเท่าไร ghostwalker จากเว็บ Android fanntic หาวิธีขจัดปัญหานี้ไปได้โดยเอา X Windows ไปติดตั้งบน G1 ซึ่งติดตั้ง Debian GNU/Linux ลงบน G1 แล้วใช้งานได้ นั่นหมายความว่าคุณสามารถ apt-get install ??? ที่คุณต้องการ แต่การติด Debian ลงไปใน G1 เป็น jailbreak นะครับ หมดประกันและเจ๊งเอาง่ายๆ สำหรับท่านที่สนใจแคะแกะเกาก้อสามารถอ่านต่อเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ข้างล่างครับ

ที่มา – Arstechnica

หลังจากที่ Android สร้างกระแสไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้มีค่ายโทรศัพท์มือถือหลายข่ายตอบรับใช้ Android มากมายเลยทีเดียว แต่ Andriod ไม่ได้หยุดอยู่แต่นั้น Google ได้ทำงานอย่างหนักใน Android รุ่นถัดไปเป้าหมายอยู่ที่อุปกรณ์อย่าง Mobile internet Tablets และ Media Player โครงการใหม่นี้ชื่อ Cupcake เป็นโครงการแยกการพัฒนามาจาก Android ซึ่งแน่นอนว่า Cupcake จะสามารถใช้ touch screen keyboard ได้ ซึ่งหลายๆ คนผิดหวังมาแล้วใน G1

Cupcake ยังอยู่ในช่วงการพัฒนาแต่ผู้พัฒนา gadget บน cupcake ก้อสามารถเริ่มพัฒนาได้แล้วเพราะ Cupcake เองยังอยู่บนพื้นฐานของ Android ในงาน CES มีค่ายผู้ผลิต Mobile internet Tablets อย่าง GiiNii Movit ใช้ Cupcake ซึ่งอุปกรณ์ของ GiiNii นี้เป็น Wifi Tablet ใช้ Skype สำหรับ VoIP รวมไปถึงกล้อง Video ที่ติดมากับอุปกรณ์ด้วย โดยมี 4 รุ่นคือ รุ่นหน้าจอ 4 นิ้ว และหน้าจอ 7 นิ้ว คาดว่าจะออกวางจำหน่ายได้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้

ที่มา – Arstechica

มาดูกันครับ ตัวติดตั้ง Debian สำหรับระบบปฏิบัติการมือถือ Android จากทาง Google เท่าที่ดู ดูเหมือนว่าจะเป็นการติดตั้ง Debian ลงไปใน Android อีกที อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะไม่มีเครื่องให้ลอง ไม่รู้ว่าเล่นใน Android SDK ได้ป่าว

สำหรับประโยชน์ที่น่าจะได้รับเห็นเลยก็น่าจะเป็นเรื่องของการนำ Application ที่มีใน Debian ไปใช้ใน Android โดยไม่ต้องปรับโค้ดหรือ Compile ใหม่ แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า จะมีความเป็นไปได้แค่ไหน ถ้าจะรันให้ขึ้นมาเป็น Xwindow (เผื่อจะเอา GIMP ไปแต่งภาพใน Android)

หน้าตาของ Debian บน Android

ที่มา: http://www.androidfanatic.com/cms/community-forums.html?func=view&catid=9&id=251#251

Google เพิ่งจะแจ้งข่าวดีให้ทราบว่าจะปล่อยโค้ดสำหรับระบบปฏิบัติการ Android ออกมาเป็นโอเพ่นซอร์ส แต่จะว่าไปแล้วการตัดสินใจของ Google ในครั้งนี้ก็ดูไมน่าจะแปลกใจอะไรนัก เพราะว่าทางบริษัทได้แจ้งออกมาว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโร้ดแม็ปในการพัฒนา Android อยู่แล้วที่ว่าจะมีการปล่อยซอร์สโค้ดออกมาในช่วงประมาณควอเตอร์ที่สี่ของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ก็มีการปล่อย Software Development Kit (SDK) ออกมาชิมลางไปล่วงหน้าแล้วเช่นกัน แต่ในช่วงดังกล่าวก็ยังคงมีการปิดโค้ดเอาไว้อยู่

แต่ถึงอย่างไร Google ก็เตือนเอาไว้ว่าซอร์สโค้ดทั้งหมดในชุดที่เปิดเผยมีขนาดประมาณ 2.1 กิกะไบต์ และทำงานได้เฉพาะบน Ubuntu เท่านั้น ยูสเซอร์จะต้องติดตั้งระบบควบคุมเวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส Git เสียก่อน นอกจากนี้ก็ยังสามารถทำงานบนเครื่องแมคได้ แค่จะต้องมีการปรับแต่งกันสักหน่อย โดยซอร์สโค้ดที่ปล่อยออกมานั้นผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ และสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ โดยมีทั้งโมดูลไลบรารีสำหรับวิเคราะห์เสียง, เวอร์ชวลแมชีน และโมดูลอื่นๆ ที่มีพร้อมกับโซลูชันเอ็มเบดลีนุกซ์ ซึ่งนับว่าเป็นซอร์สโค้ดที่มีประโยชน์สำหรับนักพัฒนาเป็นอย่างมากทีเดียว แต่ว่าด้วยขนาด 2.1 กิกะไบต์กว่าจะอ่านโค้ดเข้าใจก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2551

แนวโน้มสำหรับตลาดของโมบายบราวเซอร์ดูเหมือนกำลังจะโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาในกลุ่มโอเพ่นซอร์ส โดยที่ ABI Research ได้สำรวจข้อมูล ซึ่งพอสรุปได้ว่าอุปกรณ์มือถือต่างเริ่มหันมาต้องการบราวเซอร์ที่สามารถรองรับ HTML ที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งจะต้องพร้อมติดตั้งมากับอุปกรณ์ก่อนวางจำหน่าย

โดยบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กำลังหันมาให้ความสนใจกับโซลูชันแบบโอเพ่นซอร์สกันมากขึ้น สังเกตได้จากแนวโน้มการเลือกใช้โซลูชันประเภทต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมลักษณะเฉพาะของซอฟต์แวร์ได้เอง และยังสามารถเข้าถึงส่วนภายในของโปรแกรมได้อีกด้วย โดยในปัจจุบันนั้นผู้ผลิตบราวเซอร์อย่าง Opera ดูจะเป็นผู้ผลิตโมบายบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพดีที่สุด ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บเพจต่างๆ ที่มีฟีเจอร์ขั้นสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นการซูม, การซิงโครไนซ์กับ bookmark รวมไปถึงการทำงานกับจอภาพแบบแนวนอน นอกจากนี้แล้วก็ยังยอมให้ผู้ผลิตอุปกรณ์มือถือยังสามารถโฟกัสในการพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับทรัพยากรของตนได้อย่างอิสระอีกด้วย

โดยล่าสุดทาง Opera เพิ่งเปิดตัวโมบายบราวเซอร์รุ่นเบต้าตัวใหม่ออกมา โดยมีทุกอย่างแทบจะไม่แตกต่างจากบราวเซอร์บนเดสก์ทอปเลยทีเดียว ซึ่งจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทางอุปกรณ์โมบายที่จะได้ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่แน่ว่าบางทีโมบายบราวเซอร์ที่ดูดีที่สุดอาจจะกลายเป็น Safari ที่อยู่บน iPhone ก็เป็นได้ ซึ่งบราวเซอร์ตัวนี้มีการพัฒนาขึ้นมาจากเฟรมเวิร์ก WebKit ซึ่งก็เป็นโอเพ่นซอร์สเช่นกัน โดยสาเหตุนั้นเป็นเพราะว่าผู้ใช้อุปกรณ์ของ Apple นั้นมีการเซิร์ฟเว็บมากกว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ได้อย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่แทบจะเหมือนกับการทำงานบนเดสก์ทอป
   
ส่วนทางค่ายใหญ่อย่าง Nokia นั้นก็กำลังเอา WebKit เข้าไปพัฒนาบราวเซอร์ของตัวเองเช่นกัน รวมทั้ง Google ก็ยังพัฒนาแกนหลักของบราวเซอร์ รวมถึงเอนจิ้นในการเรนเดอร์เว็บสำหรับแพลตฟอร์ม Android เช่นกันนอกจากนี้ Mozilla ก็กำลังจะเปิดตัวโมบายบราวเซอร์ที่เป็นโอเพ่นซอร์สภายในปีนี้อีกด้วย แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเป็นการปรับตัวของผู้ผลิตที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่โมบายบราวเซอร์กำลังขยายตัวและสร้างกลุ่มผู้ใช้รายใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นตามไปด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือน สิงหาคม 2551

หลังจากรอมาเนิ่นนานเราเห็นรายชื่อโปรแกรมที่พัฒนาจาก Android SDK มาระยะหนึ่ง คัดเลือกจากทีมพัฒนาทั่วโลกเหลือเพียง 50 ทีม และ Android Developer Challenge ครั้งที่ 1 ก้อได้ประกาศผลแล้ว โดยแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับรางวัล $250,000 จำนวน 10 ทีม และ อีก 10 ทีมได้รางวัล $100,000 ต้องยอมรับเลยว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์บน Android นี่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคเยอะมาก ได้ข่าวว่าตัว SDK เปลี่ยนบ่อยเล่นเอานักพัฒนาปวดหัวไปตามๆ กัน เอาเป็นว่าขอแสดงความยินดีด้วยครับ สำหรับนักพัฒนาไทย Virachat Boondharigaputra ที่เข้ารอบ 50 คนเมื่อครั้งที่แล้ว อยู่ในรายชื่อ filnalist ที่ไม่ได้รับรางวัลใหญ่ ก้อขอเป็นกำลังใจให้ต่อไปครับ รายชื่อและรายละเอียดของแต่ละโปรแกรมสามารถดูได้ที่ ADC Gallery ครับ