เนื่องจากมีเรื่องให้ต้องกลับไปทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์อีกครั้ง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับงานออกแบบสินค้าหรือตราสินค้าด้านไอที คราวนี้เป็นงานออกแบบสินค้าประเภทสบู่สมุนไพร เป็นสินค้า SME ครับ การออกแบบผลิตภัณฑ์รวมไปถึงตราสินค้าและออกแบบรูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์เบื้องต้น เครื่องมือที่ใช้ก็เป็นเครื่องมือด้านเวกเตอร์อย่าง Inkscape อ้อเกือบลืมไปต้องใช้ GIMP ในการตัดใบไม้มาทำภาพเวกเตอร์ด้วยการ Trace Bitmap ด้วย หลังจากนั้นค่อยเอามาประกอบเป็นตราสินค้าแบบนี้

พอจะขึ้นโครงร่างกล่องก็โดนดุมาว่าเปลือง เพราะต้นทุนมีน้อยอยากให้งานออกมาแบบใช้ทุนน้อยที่สุด ก็ได้คำแนะนำมาว่าสินค้าจะห่อด้วยพลาสติกใสและติดตราสินค้าเอาแค่นี้พอ แต่ยังเลือกตราสินค้าไม่ได้ ก็เลยจัดการ render งาน 3D ออกมาให้ดูโดยใช้เครื่องมือ 3D อย่าง blender เข้ามาช่วย ได้ภาพสินค้าออกมาอย่างนี้

หลังจากทำ 3D Model ก็ทำให้เห็นภาพสินค้าได้ชัดเจนมากขึ้น เห็นไหมครับ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สช่วยงานออกแบบผลิตภัณฑ์ สำหรับ SME ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว และไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงมาใช้ ช่วยลดต้นทุนให้ SME ได้อีกด้วย

Blender ปล่อยหนังสั้นเรื่อง Tears of Steel ออกมาแล้ว หนังสั้นเรื่องนี้ใช้คุณสมบัติที่พัฒนาขึ้นเพิ่มเติมใน Blender 2.64 เพื่อใช้ในงานแอนิเมชันและภาพยนต์ที่ใช้ Green Screen และการทำ Composition อยากรู้ว่าหนังเป็นอย่างไรดูจาก Youtube ข้างล่างครับ

สำหรับท่าที่ต้องการใช้งาน Blender 3D 2.64 ดาวน์โหลดได้ที่ http://blender.org/download

กลับมาแล้วเปิดอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์ Blender และ Unity 3D เพื่อพัฒนาสื่อจำลองสามมิติ โดยน้องฮงหรือพีรพัทธ์ นันนารารัตน์ ท่านจะได้เรียนรู้กับการใช้งาน Blender การสร้างโมเดล 3D การสร้างแอนิเมชั่นเบื้องต้น และการใช้งาน Unity 3D เพื่อพัฒนาสื่อจำลอง 3D และพัฒนาเกมส์เบื้องต้น เพื่อใช้งานบน PC, Mac, Web Site, iPhone, iPod, iPad และ Android สำหรับนักเรียน,นักศึกษาและผู้ที่สนใจการออกแบบและการพัฒนาเกมส์ 3D ไม่ควรพลาด รีบลงทะเบียนได้ที่ http://tinyurl.com/6tlnjtj เริ่มอบรมวันที่ 17-18 มีนาคม 2555 ณ อุทยานการเรียนรู้ TK-Park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

จากครั้งก่อนได้แนะนำให้รู้จัก Interface ของ Blender ไปแล้ว ในครั้งนี้จะมาแนะนำการจัดการกับ Model ใน Blender อย่างคร่าวๆ บ้าง

หน้าจอของ Blender ที่เราจะใช้งานเป็นหลักในการจัดการกับโมเดล 3มิติ จะเรียกว่า 3D View ที่หน้าจอนี้เราจะเห็นพื้นที่โล่งๆ มีโมเดลและวัตถุต่างๆ อยู่ภายใน

ที่ 3D View นี้ เราสามารถหมุนดูมุมมองต่างๆ ได้ โดยกดเมาส์ปุ่มกลางแล้วลาก เพื่อหมุนดูด้านต่างๆ ของโมเดลได้ตามต้องการ และหากเราต้องการดูรูปด้านต่างๆ โดยเฉพาะ เราสามารถใช้เมนูเพื่อเลือกดูมุม Top, Front, Back และอื่นๆ ได้อีกด้วย

เมื่อเปิด Blender ขึ้นมา เริ่มแรกเราจะมีวัตถุ Mesh อยู่ 1 ชิ้นที่เป็น Cube คำสั่งพื้นฐานที่เราจะใช้บ่อยที่สุดในการจัดการโมเดลก็คือ ย้าย, หมุน และปรับขนาด โดยปุ่มคำสั่งทั้งสามนี้จะอยู่ด้านล่าง

วิธีใช้งานคำสั่งคือ ให้คลิกขวาที่วัตถุที่ต้องการเพื่อเลือก จากนั้นคลิกที่คำสั่งด้านล่างว่าต้องการจะ ย้าย, หมุน หรือปรับขนาด เมื่อเลือกแล้ว ที่วัตถุจะมีสัญลักษณ์ขึ้นมา


คำสั่งย้ายจะมีสัญลักษณ์เป็นลูกศร


คำสั่งหมุนจะมีสัญลักษณ์เป็นวงกลม


คำสั่งปรับขนาดจะมีสัญลักษณ์เป็นเส้นมีสี่เหลี่ยมอยู่ตรงปลาย

การสั่งคำสั่ง ให้เรานำเมาส์ไปคลิกที่เส้นที่ต้องการค้างไว้ แล้วลาก โดยเส้นจะมีอยู่ 3สีด้วยกัน

  • น้ำเงิน หมายถึงแกน z
  • แดง หมายถึงแกน x
  • เขียว หมายถึงแกน y

ให้เราคลิกที่เส้นตามแกนที่ต้องการ แล้วลากเพื่อสั่งให้ ย้าย, หมุน หรือปรับขนาด

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการใช้งานเบื้องต้นสำหรับการจัดการโมเดลใน Blender ครับ

ผมเองเป็นคนที่เคยใช้ Bledner มานานมากแล้ว เรียกว่าเริ่มต้นหันหน้าเข้าสู่แวดวงโอเพนซอร์สก็เริ่มที่ Blender นี่แหล่ะ แต่เนื่องจากพอเริ่มทำงานก็ไม่ค่อยได้ใช้งานโปรแกรมลักษณะนี้สักเท่าไหร่ เลยไม่ได้ใช้งานมานาน แต่พอดีว่าช่วง 1เดือน ที่ผ่านมา มีเหตุให้ต้องกลับมาจับ Blender อีกครั้ง ซึ่ง Blender รุ่นใหม่ก็ถือว่าใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ไหนๆ แล้วได้มีโอกาสกลับมารื้อฟื้นก็มาขอบันทึกวิธีใช้งานไว้สักหน่อย เผื่อต้องกลับมาใช้เองอีกครั้ง

ในตอนแรกจะขอแนะนำเกี่ยวกับอินเทอร์เฟสของ Blender ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจะต้องแนะนำก่อนทุกครั้ง ถ้าจะต้องมีการสอน Blender ที่ไหนก็ตาม

Bledner เป็นโปรแกรมที่มีอินเทอร์เฟสที่แปลก ผมไม่เคยเห็นอินเทอร์เฟสแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย มันดูงงๆ วุ่นวาย แต่ถ้าเข้าใจละก็จะต้องชอบแน่ๆ เพราะมันยืดหยุ่น และปรับได้ดั่งใจ

โปรแกรม Blender นั้น จะมีหน้าจออยู่หลายแบบ ซึ่งหน้าจอแต่ละแบบนั้นจะมีไว้เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน หน้าจอของ Blender จะมีด้วยกันดังนี้

ซึ่งกันที่เรามักจะได้ใช้บ่อยก็คือ

  • Outliner ใช้แสดงรายการวัตถุต่างๆ ในไฟล์ที่เราทำอยู่ ซึ่งในกรณีที่ไฟล์ของเราประกอบไปด้วยวัตถุหลายชิ้น หน้าจอนี้จะช่วยได้มาก
  • Properties ใช้ตั้งค่าต่างๆ ให้กับวัตถุ
  • 3D View

3 หน้าจอนี้จะเป็นส่วนที่เราใช้บ่อย ในกรณีที่เราทำงานเกี่ยวกับการปั้นโมเดล ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นล่ะ ถ้าเราใช้ Blender ล่ะก็

เมื่อเปิดโปรแกรม Blender ขึ้นมาครั้งแรก เราจะเห็นหน้าจอต่างๆ ใน Blender เต็มไปหมด

ซึ่งถ้าดูตามภาพแล้ว เราจะเห็นว่ามันจะมีถึง 5 หน้าจอด้วยกันเลยทีเดียว

ทีนี้ ในหน้าจอแต่ละหน้าจอนั้น มันจะมีไอคอนอยู่

ซึ่งไอคอนนี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนหน้าจอที่แสดงอยู่นี้ให้เป็นหน้าจออื่นได้ แนะนำว่าให้ลองปรับดูครับ

ส่วนที่พิเศษมากสำหรับอินเทอร์เฟสของ Blender อย่างที่ได้เกริ่นไว้ว่า ผมเองไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนก็คือ ไอ้หน้าจอต่างๆ ที่เราเห็นในตอนแรกถึง 5หน้าจอนี้ เราสามารถเพิ่ม ลด จำนวนมันเท่าไหร่ก็ได้

ให้สังเกตที่มุมซ้ายล่างและขวาบนของหน้าจอแต่ละหน้าจอ จะมีเส้นลายเฉียงๆ อยู่ที่มุมของหน้าจอ ถ้าเราคลิกที่เส้นดังกล่าวแล้วลาก เราจะสามารถเพิ่มหน้าจอ หรือรวมหน้าจอที่เราคลิก ให้รวมเป็นหน้าจอเดียวกับหน้าจอที่อยู่ติดกันได้ โดยถ้าเราคลิกที่เส้นเฉียงๆ นั้น แล้วลากไปทับหน้าจออื่น สองหน้าจอนั้นก็จะถูกรวมกันกลายเป็นหน้าจอเดียว และถ้าเราลากเข้ามาที่ตรงกลางของหน้าจอของมันเอง มันก็จะเพิ่มจำนวนขึ้น อันนี้อธิบายให้เห็นภาพได้ยาก ต้องลองกันเอง

นอกจากนี้ที่เส้นคั่นระหว่างหน้าต่างเราสามารถลากเพื่อปรับขนาดของหน้าต่างได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าเฉพาะ Interface ของ Blender เองก็ชวนงงได้พอสมควรแล้ว แต่อย่างที่บอกว่า ถ้าได้ลองใช้แล้วจะชอบ

เมื่อประมาณกลางปีได้มีโอกาสหัดเรียน Blender เพราะมีโครงการเล็กๆ ที่เกี่ยวกับ render farm บน cloud ที่ใช้ Blender เป็นตัว render ตอนนี้ Blender 2.6.1 ออกแล้วมาพร้อมกับ render engine ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Cycles ก็เลยกลับมาเรียน Blender และหัดใหม่กันอีกรอบ แหล่งความรู้ที่สามารถช่วยในการเรียนของผมได้นอกจากที่แนะนำไว้เมื่อครั้งที่แล้ว มีแหล่งความรู้เพิ่มเติมอีก 5 แหล่งได้แก่

และผลงานจากการเรียนในรอบนี้ก็ต้องเอามาให้ดูกันอีกเช่นเคยครับ

ไม่มี ถ้างานที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเองด้วย Blender ไม่ได้ไปใช้ต้นแบบหรือบางส่วนของงานที่มีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ผู้ใช้สามารถเลือกลิขสิทธิ์ที่ผู้ใช้ต้องการให้กับงานที่ทำขึ้นตามความต้องการ

การสร้างโมเดลใน Blender ก็มีลักษณะคล้ายโลกจริง คือการจะมองเห็นวัตถุใดๆ ได้ จะต้องมีแสงสว่างกระทบ การที่เรนเดอร์แล้วมองไม่เห็นอะไรอาจเป็นเพราะลืมใส่วัตถุให้แสงสว่าง หรือที่ในโปรแกรม Blender เรียกว่า Lamp วิธีเพิ่ม Lamp ใน Blender สามารถทำได้ดังนี้

  1. ที่โปรแกรม Blender ในหน้าสร้างวัตถุ

รูปภาพ

  1. กด Spacebar จะปรากฏเมนูขึ้น เลือก Lamp แล้วเลือกรูปแบบแสงที่ต้องการ

รูปภาพ

  1. จะได้วัตถุ Lamp เพื่อเป็นตัวสร้างแสงสว่าง

รูปภาพ

การเรนเดอร์ภาพใน Blender จะขึ้นอยู่กับมุมมองของกล้องว่าหันไปในทิศใด (ไม่เกี่ยวกับมุมมองที่เราเห็นในการทำงาน) การตรวจสอบมุมมองของกล้องก่อนการเรนเดอร์ สามารถทำได้โดยกดที่เมนู View > Camera หรือปุ่ม 0 ที่ Numpad

  1. คลิกที่เมนู View > Camera

รูปภาพ

  1. มุมมองจะเปลี่ยนเป็นมุมเดียวกับที่มองจากมุมกล้อง ซึ่งจะเป็นมุมมองที่เห็นเมื่อ Render นั่นเอง ถ้ามองเห็นวัตุในกรอบนี้แสดงว่าจัดวางวัตถุได้ถูกต้องแล้ว

รูปภาพ

Blender นั้นมีหน้าจอการใช้งานที่แตกต่างจากโปรแกรมสร้างโมเดล 3มิติ อื่นๆ ที่มีใช้ในท้องตลาด การใช้งานคำสั่งต่างๆ นั้นจะต้องทำผ่านทางเมนูที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคย หรือผ่านทางปุ่มลัด (Hot key) ก็ได้เช่นกัน

สำหรับการสั่ง Undo และ Redo ก็สามารถสั่งผ่านปุ่มลัดได้เช่นกัน โดยใช้ Ctrl+Z สำหรับการ Undo และใช้ปุ่ม Ctrl+Y สำหรับการ Redo