ลองคิดดูสิครับ เวลาที่คุณ Linux Admin ทั้งหลายกำลังทำงานอยู่บนหน้าจอดำๆ เวลาล่วงมาจนตีเลข 12 ดังเป้ง แต่ไม่ว่างจะออกไปหาอะไรกินจะทำยังไงดี ซึ่งก็มีคนหัวใส หรือว่างจัดก็ไม่รู้ ทำโปรแกรมที่ชื่อว่า Pizza party มาให้เหล่า Admin ทั้งหลายได้ช้ครับ ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมสำหรับสั่งพิษซ่าผ่าน Command-line ครับ ซึ่งโปรแกรมใช้ยังไง ลองไปดูตัวอย่างกันครับ

ปล. ผมพยายามลองแล้ว แต่สั่งไม่ได้ครับ สำหรับ Admin บ้านเราก็ ไม่ต้องน้อยใจไปครับ หยิบมือถือขึ้นมาสั่งกันไปก่อนครับ ส่วนโปรแกรม Pizza party สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.beigerecords.com/cory/pizza_party/download/ ลองเล่นกันดูครับ

กิจกรรมดีๆจากชุมชนผู้ใช้ Ubuntu ที่ ubuntuclub.com เริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว โดยครั้งนี้เป็นกิจกรรมอบรมการใช้งาน Ubuntu ครั้งที่ 13 ในหัวข้อ การใช้งาน Command-line เบื้องต้น เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้งาน Command-line ของ Linux หรือ คิดที่จะศึกษาแต่ยังไม่กล้าที่จะลองใช้งานจริง กิจกรรมครั้งนี้ยังคงฟรีเช่นเคยครับ

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม

  • รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • มีพื้นฐานการใช้งาน Linux บ้างนิดหน่อย

ที่ไหนเมื่อไหร่

  • 20 ธ.ค. นี้ เวลา 9.00-17.00 น.
  • อาคาร SSUP (คนแถวนั้นเรียกอาคาร ว.วิโรจน์ บางทีก็เรียกตึกรูปม้า) ชั้น5 ใกล้ตลาดดินแดง (แผนที่1, แผนที่2)

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 0853253042 (ติดต่อในเวลาราชการครับ)

ลิงก์: ที่มา, ลงทะเบียน

สำหรับผู้ใช้ Linux หลายๆท่านแล้ว อาจต้องเคยประสพปัญหาในการ Format Partition เป็น NTFS เพื่อใช้ในง่านต่างๆ เช่นการ Format Drive ให้กับ External Harddisk

ซึ่งเครื่องมือจัดการ Disk ใน Linux ส่วนใหญ่แล้ว แม้ว่าจะรองรับการ Format และการย่อขยา Partition แต่เท่าที่ดู เหมือนว่าจะไม่เจอเครื่องมือตัวไหนเลยที่สามารถ Format Partition ให้เป็น NTFS ได้ ทำให้ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเราต้องการ Format Partition เป็น NTFS เรามักจะต้องหาเครื่อง Windows ในการช่วยจัดการกัน

แต่แท้ที่จริงแล้ว ใน Linux เองก็มีซอฟต์แวร์ที่ช่วย Format Partition ให้เป็น NTFS อยู่เหมือนกัน เพียงแต่เป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้งานผ่าน Command-line ทำให้อาจจะไม่สะดวกในการใช้งานนัก

ซอฟต์แวร์ที่ว่านั้นมีชื่อว่า mkntfs ครับ ชื่อของโปรแกรมก็สื่อถึงตัวมันอย่างตรงไปตรงครับ คือ Make NTFS นั่นเอง

วิธีใช้งานนั้นก็ง่ายมากๆ ครับ
สั่ง mkntfs /dev/xxxn (แทน xxx ด้วย hda, hdb หรือ sda ที่จะฟอร์แมท และแทน n ด้วย หมายเลขลำดับของพาร์ทิชั่น
สั่งแล้ว รอครับ เท่านี้เองครับ ง่ายสุดๆ

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้พาร์ทิชั่นที่เป็น ntfs ไว้ใช้แล้วครับ

การใช้งานคำสั่ง tar เป็นคำสั่งพื้นฐานมากๆ บนระบบ Linux หรือ Unix โดยผู้ใช้สามารถใช้งานคำสั่งนี้ผ่าน Terminal)สำหรับผู้ที่ชอบการบีบอัดไฟล์เื่พื่อ ง่ายต่อการจัดเก็บ

ผมคิดว่าพวกเราซึ่งเป็นนักพัฒนาน่าจะได้ใช้มันบ่อยมากๆ โดยเฉพาะตอน backup ลักษณะการทำงานของมันคล้ายกับพวก zip ไฟล์ที่เรารู้จักกันดี คำสั่ง tar ก็ทำงานคล้ายๆกับ zip ครับ ต่างกันนิดหน่อยตรงนี้ tar ไม่ได้ย่อ file มันแค่เอาไฟล์มาต่อๆ กันแล้วรวมเป็นไฟล์เดียว

การใช้งานก็ง่ายๆ ในกรณีที่เรามี folder ชื่อ Tools แล้วเราต้องการรวม file ทั้งหมดใน Tools รวมถึงตัว folder Tools ด้วย ก็ให้ใช้คำสั่งว่า

tar -cvf tools.tar Tools

  • c คือ ให้สร้าง file tar ขึ้นมา (create)
  • v คือ ให้แสดงชื่อด้วย
  • f tools.tar คือ ตำแหน่งที่เราต้องการให้สร้างไฟล์ (file) ขึ้นมา
  • Tools ก็คือ Folder ที่เป็นเป้าหมายในการรวมของเรา

หลังจากได้ tar มาแล้ว ถ้าต้องการแตกมันออกให้กลับมาเป็น Tools ก็ใช้คำสั่ง

tar -xvf xxx.tar

x คือ คำสั่งให้แตกไฟล์ออกมา (extract)

ในกรณีที่เราต้องการให้มันย่อไฟล์ด้วย แบบที่ zip ทำได้ ก็ให้เราเพิ่มตัว z ลงไป เช่น

tar -zcvf xxx.tar.gz Tools

ปกติเวลาที่เรามีการย่อไฟล์ด้วย เราจะตั้งนามสกุลให้เป็น tar.gz โดยตัว gz ย่อมาจาก gzip และ gzip ย่อมาจาก GNU Zip

เวลาจะแตกมันออกมาก็ใช้คำสั่ง

tar -zxvf tools.tar.gz

ง่ายๆ แบบนี้ สงสัยอะไรก็สอบถามกันมาได้นะครับ

คู่มืออย่างละเอียด

คำสั่ง wget ปกติ จะเลือกเป็น file

คราวนี้ มาดูแบบ wget เป็น directory กันบ้าง
สมมติ ต้องการ  ftp directory joomla มาทั้ง direcctory ที่ ftp server  ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla

วิธีการทำ

   1. อยู่ที่ command line (serverของเรา)
   2. คำสั่ง wget  ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla/  –cut-dirs=1 -r
   3. เพียงเท่านี้ ก็จะได้ folder mambo มาทั้งหมด จะได้ folder = ftp.psu.ac.th/pub/mambo
       ถ้าต้องการให้มา เฉพาะ ชื่อ joomla โดยไม่ต้องการ ftp.vlcsipa.com/pub ให้ใช้ option -nH นำหน้าดังนี้
       wget  ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla/
  -nH –cut-dirs=1 -r

อธิบาย เลข 1 ในข้อ 2 (dirs=1) หมายถึง  folder ลำดับที่ 1 ต่อจาก /pub
สมมติว่า ภายใต้ joomla มี folder ชื่อ template

เราต้องการ wget เฉพาะ folder template

ใช้คำสั่งดังนี้

wget ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla/template –cut-dirs=2 -r

เลข 2 (dirs=2) หมายถึง folder ลำดับที่  2 นับจาก pub  
ถ้ามีย่อย ๆ ลงไปอีก ก็นับเลขต่อไปได้เรื่อย ๆ

ขอบคุณครับ

ในการดูแลเครื่อง Server หรือแม้กระทั่งเพียงแค่การดูแลเว็บไซต์ก็ตาม สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆเลยคงหนีไม่พ้นเรื่องของความปลอดภัย เพราะหากลองถูกเจาะเข้ามาล้วงข้อมูลหรือมาสร้างความเสียหายใดๆให้กับระบบของคุณแล้วล่ะก็ คงเป็นเรื่องที่ไม่สนุกแน่ ซึ่งวิธีป้องกันนั้นก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่ในเรื่องของความปลอดภัยในเบื้องต้นแล้ว สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงเลยคงหนีไม่พ้นเรื่องของสิทธิ์ในการเข้าถึงไฟล์ เพราะถ้าคุณกำหนดสิทธิ์ไว้หละหลวมล่ะก็ ไม่ต้องเจาะให้ลำบากล่ะครับ เพราะอาจจะเข้าได้ทันที

วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำเครื่องมือพื้นฐานในการจัดการกับสิทธิ์ของไฟล์และโฟลเดอร์ครับ เครื่องมือที่ว่านั้นก็คือ chmod ครับ

การใช้งาน chmod นั้น ไม่ยากเย็นอะไรครับวิธีใช้งานมีดังนี้
1. cd เข้าไปในพาธที่ต้องการ
2. ls -l เพื่อดู ชื่อไฟล์ และ Permission ที่กำหนดไว้อยู่เดิม ซึ่งคุณจะเห็นเป็นรายการออกมาแบบนี้ครับ
-rwxr-xr-x 1 gumara gumara 0 2008-08-06 09:52 gedit.gumara.35500590
ซึ่งในส่วนของสิทธิ์ในการใช้งานไฟล์ก็จะมีความหมายว่า เจ้าของทำได้ทุกอย่าง นอกนั้น ดูได้ รันได้ แต่ไม่มีสิทธิ์แก้ไข

วิธีอ่านค่า Permission
จากที่เราดูไฟล์แล้วด้วยการสั่ง ls -l เราจะเห็นแต่ละไฟล์จะมีค่าต่างๆบอกอยู่ดังนี้ -rwxr-xr-x ซึ่งตรงนี้จะเป็นตัวบอกเราว่า ใครวามารถทำอะไรกับไฟล์ได้บ้าง โดยชุดตัวอักษรเหล่านั้น มีวิธีดูดังนี้ครับ ให้สั่งเกตุว่า ชุดตัวหนังสือนี้ -rwxr-xr-x สามารถแบ่งเป็น 4 ชุดได้ด้วยกันดังนี้ – | rwx | r-x | r-x ซึ่ง 4 ชุดนั้นมีความหมายดังนี้ครับ
1. ชุดแรก หมายถึง สิ่งที่ไฟล์นั้นเป็น เช่น เป็นไฟล์ เป็นโฟลเดอร์ หรือเป็นลิงก์
2. สิทธิ์ที่เจ้าของสามารถกระทำกับไฟล์นั้นได้
3. สิทธิ์ที่กลุ่มสามารถกระทำกับไฟล์นั้นได้
4. สิทธิ์ที่คนอื่นสามารถกระทำกับไฟล์นั้นได้

ทีนี้ ไอ้เจ้าชุดที่มีเครื่อง rwx ก็จะมีความหมายดังนี้ครับ
r = read หมายถึง สามารถอ่านไฟล์ได้
w = write หมายถึง สามารถเขียนข้อมูลลงไปในไฟล์นั้นได้
x = execute หมายถึง สามารถประมวลผลไฟล์นั้นได้

ทีนี้เวลาเราต้องการจะมอบสิทธิ์ ก็เพียงแค่ใช้คำสั่งดังนี้ครับ chmod a+r file-name ซึ่ง a สามารถแทนที่ได้ด้วย u (user = เจ้าของ), g (group = กลุ่ม), o (other = คนอื่นๆ) ส่วนตำแหน่งของตัว r ก็แทนที่ได้ด้วย w หรือ x ครับ

ลองเล่นกันดูนะครับ แล้วก็อย่าลืมจัดการเครื่องของคุณให้ปลอดภัยนะครับ

หลายคนคงจะใช้ APT ในการจัดการแพคเกจบน Ubuntu อยู่แล้ว แต่นอกจาก update, search และ install แล้ว คุณเคยรู้อะไรนอกจากนี้หรือไม่ มาดูกันครับ ว่ายังคงมีอะไรอีกที่น่าสนใจ ที่จะช่วยให้เราสามารถใช้งาน APT ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ชุดคำสั่ง DEB
ติดตั้งโปรแกรมใหม่
dpkg -i MyNewProgram.deb

ดูข้อมูลของแพคเกจ
dpkg -L MyNewProgram
dpkg -L MyNewProgram | grep bin

ดูสิทธิ์ความเป็นเจ้าของไฟล์
dpkg -S mysteryfile.cfg

ตรวจสอบว่าได้ติดอะไรไปบ้างแล้ว
dpkg -l
dpkg –get-selections

Reconfig แพคเกจ
dpkg-reconfigure (packagename)

ชุดคำสั่ง APT
ค้นหาแพคเกจที่สามารถติดตั้งได้
aptitude search flac,apt-cache search flac

กำหนดให้แพคเกจดังกล่าว ไม่ต้องอัพเดท ในกรณีที่มีการอัพเดทชุดแพคเกจต่างๆ
aptitude hold (packagename)
echo “(packagename) hold” | dpkg –set-selections

อัพเกรด
aptitude upgrade
aptitude dist-upgrade
apt-get upgrade
apt-get dist-upgrade

แสดงข้อมูลของแพคเกจ
aptitude show (packagename)
apt-cache showpkg (packagename)

คำสั่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการแพคเกจได้ง่ายขึ้นครับ หากยังไม่เคยลองก็แนะนำว่าให้ลองกันครับ ไม่ยากต่อการทำความเข้าใจแต่อย่างใด

ที่มา: http://ubuntuclub.com/node/1282