Drizzle เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทางด้านระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ DBMS ซึ่งเป็นโครงการที่แยกออกมาจาก MySQL DBMS โดยผู้ก่อตั้งและนักพัฒนา MySQL เดิม Drizzle มีโครงการเหมือนกับ MySQL คือมีส่วน Client และ ส่วน Server ซึ่งใช้คำสั่ง SQL เป็นหลักในการจัดการฐานข้อมูล Drizzle ใช้สัญญาอนุญาติแบบ GNU GPL Version 2 Drizzle พัฒนาโดยใช้ภาษา C++ และบันทึกข้อมูลในรูปแบบ UTF-8 ซึ่งใช้การอย่างแพร่หลายในระบบปฏิบัติการปัจจุบัน รวมถึง Linux, Mac OS X และ Solaris ด้วย สาเหตุที่เลือก Debian Lenny เอามาเป็นระบบปฏิบัติการเพื่อใช้ติดตั้ง Drizzle ก็เนื่องจากมี library ครบถ้วน และไม่เกิดปัญหาในการติดตั้งครับ เอาล่ะมาเริ่มกันเลย

ติดตั้ง library ที่จำเป็นกันก่อน

sudo aptitude install libprotobuf-dev protobuf-compiler uuid-dev libdrizzle0 libdrizzle-dev libreadline5-dev libpcre3-dev

ดาวน์โหลด source code ล่าสุดจาก launchpad แล้ว compile

$ wget http://launchpad.net/drizzle/trunk/aloha/+download/drizzle-2009.07.1088.tar.gz
$ tar xzf drizzle-2009.07.1088.tar.gz
$ cd drizzle-2009.07.1088
$ ./configure –with-libprotobuf-prefix=/usr/local/drizzle
$ make
$ sudo make install

สร้างผู้ใช้ และ กลุ่มชื่อ drizzle

$ sudo groupadd drizzle
$ sudo useradd -g drizzle drizzle

สร้างที่เก็บข้อมูลของ Drizzle และตั้งค่า permission ให้ถูกต้อง

$ sudo mkdir /usr/local/drizzle/data
$ sudo chown -R drizzle:drizzle /usr/local/drizzle

Start Drizzle Server ด้วยคำสั่ง

$ sudo ./usr/local/drizzle/sbin/drizzled –user=drizzle –datadir=/usr/local/drizzle/data/ &

มาลองทดสอบกันโดยใช้ drizzle client ได้เลย

$ ./usr/local/drizzle/bin/drizzle

หน้าตาก็จะออกมาคล้ายๆ MySQL ดังนี้

Welcome to the Drizzle client.. Commands end with ; or g.
Your Drizzle connection id is 2
Server version: 2009.07.1088 Source distribution (trunk)
Type ‘help;’ or ‘h’ for help. Type ‘c’ to clear the buffer.
drizzle> select version();
+————–+
| version() |
+————–+
| 2009.07.1088 |
+————–+
1 row in set (0 sec)
drizzle> exit;

อ่านเพิ่มเติม – A Lightweight SQL Database for Cloud and Web
ที่มา – Install Drizzle On Debian Lenny

ฐานข้อมูลโอเพ่นซอร์ส MySQL ดูจะเป็นทางเลือกสำหรับฐานข้อมูลใหญ่ๆ และต้องการระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ใช้ทรัพยากรมากๆ อย่าง Oracle หรือ Sybase มาค่อนข้างจะนาวนาน โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ต่างเห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โค้ดของ MySQL นั้นเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขยับไปเทียบเท่ากับกลุ่มคอมเมอร์เชียลได้เลยทีเดียว

แต่แนวทางการพัฒนาเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่านักพัฒนา MySQL ทั้งหมดจะเห็นด้วยเสมอไป เพราะส่วนหนึ่งรู้สึกว่าต้องใช้เวลาเยอะมากในการติดตั้ง, หนุด หรือย้อนกลับไปแก้ไข เพราะลูกค้าหรือผู้พัฒนาเว็บแอพพลิเคชันบางคนอาจจะต้องการฐานข้อมูลขนาดพอเหมาะที่เขาจะไม่ต้องเสียเวลาไปกับฟีเจอร์ระดับสูง ที่ไม่ได้จำเป็นสำหรับเว็บแอพพลิเคชันเลย แต่ถึงวันนี้ดูเหมือนจะมีคำตอบมาให้แล้ว

โครงการ Drizzle project ซึ่งเพิ่งจะเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้จะทีมผู้ออกแบบ MySQL โดยเน้นไปที่การปรับโครงสร้างของ MySQL เสียใหม่ โดยการใช้สถาปัตยกรรม micro-kernel โดยจะมีการตัดฟีเจอร์ขั้นสูงออกจากแกนหลักของฐานข้อมูล และย้ายออกมาเป็นโมดูลใหม่ ช่วยให้ยูสเซอร์ยังคงสามารถโหลดไปใช้งานได้เมื่อจำเป็น ฟีเจอร์อื่นๆ ก็จะถูกย้ายออกมาเป็นโมดูลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น trigger, views, โพรซีเยอร์, รายการควบคุมต่างๆ และข้อมูลบางประเภทจะถูกตัดออกมา โดยเป้าหมายจะเน้นไปที่ผู้ใช้ในกลุ่มแบ็กเอนด์ของโครงสร้างพื้นฐานเว็บเท่านั้น โดยที่โค้ดจะถูกพัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมมัลติซีพียูและมัลติคอร์รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถสเกลได้และรองรับการทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยจะสนับสนุนทั้งซีพียูแบบ 32 และ 64 บิต

สำหรับสถานการณ์ของ MySQL AB ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ MySQL นั้นแม้ว่าจะถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Sun Microsystem ตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างไรกลุ่ม MySQL ก็ยังคงทำงานค่อนข้างอิสระอยู่ แม้ว่าในเชิงเทคนิคแล้วฐานข้อมูล MySQL นั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซอฟต์แวร์จาก Sun ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นในการพัฒนายังคงเปิดกว้างอยู่เช่นเดิม โดยโค้ดนั้นจะอยู่ภายใต้โอเพ่นซอร์สไลเซนซ์ GPL v2 เช่นกัน ถึงตรงนี้ผู้ใช้หลายคนอาจจะเริ่มสบายใจมากขึ้น เพราะฐานข้อมูลจะไม่ใช้ทรัพยากรเครื่องเกินความจำเป็น อีกทั้งเรายังสามารถควบคุมได้อย่างอิสระเช่นเดิม

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือน สิงหาคม 2551