สืบเนื่องจากพี่ Bigtux ของเราได้ทำการโปรโมต Fedora Linux 9 ไว้ว่าเป็น Linux Desktop ที่ใช้งานง่ายและเสถียรตัวหนึ่งที่กำลังมาแรงสำหรับคอ Linux Desktop จากการ Reviews Fedora 9 ของพี่ Bigtux ก็มีผู้สอบถามขั้นตอนการติดตั้งอยากให้เขียนขั้นตอนการติดตั้งสำหรับ Desktop ของ Fedora 9 วันนี้ผมจึงได้มาเขียนวิธีการติดตั้งตั้งกันอย่างละเอียด

ขั้นตอนแสดงการติดตั้ง Fedora 9

     1. เมื่อบูตเครื่องจากแผ่นติดตั้ง Linux Fedora 9 จะเห็นหน้าต่าง Welcome to Fedora 9! ดังรูป ในที่นี้เลือก "Install or upgrade an existing system" เพื่อทำการติดตั้ง

 

    2. จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบแผ่นที่ใช้ในการติดตั้ง ว่าสามารถอ่านข้อมูลได้หรือไม่ แต่ในที่นี้สามารถข้ามการตรวจสอบแผ่นได้
โดยคลิกที่ปุ่ม "Skip"

 

    3.รอสักครู่ จะเจอหน้าต่างการติดตั้งที่แสนงดงามของเจ้า Anaconda (ในความคิดผมมันน่าจะเป็นตัวติดตั้งที่ดีที่สุดของ Linuxนะครับผม) ทำการติดตั้งโดยคลิกที่ปุ่ม

   4.ระบบจะให้เลือกภาษาที่ใช้ในการติดตั้ง ในที่นี้เลือกเป็น "English ( English )"

   5.จากนั้นทำการเลือกคีย์บอร์ด ในที่นี้เลือก "U.S.English"

   6. ใน บางครั้ง ระบบจะถามว่า ไม่สามารถอ่านตารางของพาร์ทิชัน บนฮาร์ดดิสก์ได้ ซึ่งมักเจอในฮาร์ดดิสก์ ที่พึ่งซื้อมา แล้วยังไม่ได้มีการแบ่งพาร์ทิชัน โดยถ้าเป็นดิสก์ใหม่ ให้เลือกปุ่ม Yes เพื่อสร้างตารางของดิสก์ใหม่ หรือถ้ามีข้อมูลอยู่แล้วในดิสก์ ก็ให้เลือก No นั่นคือ สามารถแบ่งพาร์ทิชันเองได้

     7.จากนั้นจะเป็นส่วนของการติดตั้งการเชื่อมต่อ เข้ากับระบบเครือข่าย

     8.จากนั้นทำการคลิกเลือกประเทศ ในที่นี้เลือกเป็น "Asia/Bangkok

    9.ทำการตั้งรหัสผ่านให้กับผู้ใช้ Root ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบ

   10. จากนั้นระบบจะให้แบ่งพาร์ทิชัน โดยมีให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ในที่นี้เราเลือกเป็น "Use free space on selected drives and create default layout"ซึ่งระบบจะใช้พื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน และทำการสร้างพาร์ทิชันขึ้นมาเองใหม่

    11.จากนั้นทำการเลือกชุดของซอฟต์แวร์ ที่ต้องการติดตั้ง ในที่นี้เลือกเป็น "Office and Productivity"

   12.จาก นั้น ระบบจะทำการฟอร์แมตข้อมูล ในส่วนที่เราได้กำหนดไว้ หรือสร้างขึ้นมาใหม่ แล้วทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

    13. รอซักพักเมื่อติดตั้งเสร็จแล้วระบบจะแสดงข้อความยินดีให้เราคลิกที่ปุ่ม "Reboot" เพื่อรีสตาร์ทเครื่องใหม่

    14. เมื่อรีบูตเครื่องขึ้นมา จะพบหน้าต่างของ ที่ใช้ในการเลือกระบบที่จะเข้าไป

    15. ระบบจะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่บนเครื่อง

    สำหรับในตอนต่อไปเราจะมาทำการปรับแต่งและติดตั้งภาษาไทยบน Fedora 9 ให้สามารถใช้งานได้ รวมถึงการปรับแต่งการทำงานเบื้องต้นกันครับผม อดใจรอตอนต่อไปกันหน่อยครับผม

 

มาดูบทสัมภาษณ์ของหัวหน้าผู้ดูและ project fedora 9 กันครับผมบทสัมภาษณ์กล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ที่มี ใน Fedora 9 เช่น KDE 4 สามารถทำ Live USB ได้ง่ายใช้ Code Name ในการพัฒนาว่า Sulphur

รับชม VDO บทสัมภาษณ์กันเลยครับผม
 

Download this video: [Ogg Theora]

 

ก่อนอ่านและทําตามขอทําาความเข้าใจกันก่อนว่า Fedora ที่จะลงเป็ นเวอร์ชน 9 และพร้อมให้บริการ ISPConfig โปรแกรมบริการพ้ นที่เว็บไซต์ยอดนิยม โดยจะมี service ได้แก่ Apache web server (พร้อม SSL), PHP5, Ruby, Postfix mail server พร้อม SMTP-AUTH และ TLS, Bind DNS Server,Proftpd FTP Server, MySQL server, Dovecot POP3/IMAP, Quota, Firewall เป็ นต้น ดังนั้น โปรแกรมที่เราจะต้องติดตั้งคร่าวๆ มีดังนี้

  1. Web Server : Apache 2.2.8
  2. PHP 5.2.5
  3. Ruby
  4. Database Server: MySQL 5.0.51
  5. Mail Server: Postfix
  6. DNS Server: BIND9 (chrooted)
  7. FTP Server: proftpd
  8. POP3/IMAP Server: Dovecot
  9. Webalizer

 

* หมายเหตุ เนื่องจาก how-to นี้มีความยาวมาก (28 หน้า) กรุณาดาวน์โหลดที่ thaifedora.com

 

นี่คือลีนุกซ์ที่เชื่อถือได้มากที่สุดตัวหนึ่ง และมันก็เหมาะมากสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ส่วนของการติดตั้งออกจะยากไปนิดหนึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยติดตั้งลีนุกซ์มาก่อนเลย เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับบรรดาศิษย์เก่า Red Hat โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยติดตั้งแบบเทกซ์โหมดมาแล้ว เพราะมันเหมาะมากสำหรับบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่ไม่อยากเสียเวลาในการติดตั้งนาน

วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วทุกอย่างง่ายขึ้นสวยงามขึ้นและแน่นอนว่าจะมีคนใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะความง่ายของ Ubuntu ที่ทำให้หลายคนลืมวิธีติดตั้งลีนุกซ์แบบเก่าไปเพราะมันติดตตั้งง่ายกว่าวินโดวส์ซะอีก แต่สำหรับ Fedora แล้วเนื่องจากมันเป็นของที่เกิดจากชุมชนซึ่งมีความหลากหลายทำให้วิธีการติดตั้งของมันยังต้องคงความเป็นมาตรฐานเอาไว้อย่างช่วยไม่ได้ นั่นแหละที่ใครหลายคนบ่นว่าการติดตั้งของมันแลดูยาก

สำหรับเรื่องความใหม่สด Fedora 9 มาพร้อมกับเคอร์เนลใหม่ล่าสุด แน่นอนว่าส่วนของ Desktop Environment อย่าง KDE และ Gnome ก็เป็นของใหม่สดด้วยกันทั้งคู่ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขีดความสามารถในเรื่องของการจัดการระบบเน็ตเวิร์ค และเพิ่มเรื่องของการบูตผ่าน USB เข้ามา (ให้พวกเราซะที)


 

เรื่องของการเปรียบเทียบแต่ละดิสตริบิวชันก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ มันคงจะหมดยุคสมัยของการถามแล้วว่าลีนุกซ์ของคุณใช้เคอร์เนลเวอร์ชันไหน ใช้ Gnome หรือ KDE เวอร์ชันไหน เพราะเรื่องแบบนี้มันตอบได้ไม่ยากส่วนมากก็จะเอาของใหม่ล่าสุดมาใช้ด้วยกันทั้งนั้น แต่คำถามจะเริ่มเปลี่ยนไปเป็น ลีนุกซ์สามารถใช้งานร่วมกับระบบอื่นได้ไหมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแชร์ไฟล์หรือพิมม์งาน ลีนุกซ์ใช้ระบบติดตั้งซอฟต์แวร์แบบไหน เรื่อยไปจนถึงเรื่องของการใช้งานไดรฟ์เวอร์ว่ามีให้ใช้มากน้อยแค่ไหน และเรื่องสุดฮิตสำหรับวันนี้ว่ามันใช้งานกับไวไฟได้ดีแค่ไหน

การติดตั้งก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าถ้าคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับการติดตั้งลีนุกซ์มาแล้วสัก 2-3 ปี ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่ถ้าไม่ใช่อาจจะต้องขอตัวช่วยจากคนรอบข้างมากสักหน่อย ขั้นตอนการติดตั้งก็หนีไม่พ้น เลือกพาร์ติชัน เลือกแพคเกจ กำหนดยูเซอร์เนม กำหนดค่าเน็ตเวิร์ค แล้วก็รีบูต ซึ่งทุกอย่างก็เหมือนจะราบรื่นดีมาติดอยู่ที่การใช้งานแบบมัลติบูตนี่เองที่ทำให้เราต้องพิจารณาใหม่ซะแล้ว เพราะถ้าเป็นมือใหม่คงต้องนั่งเศร้าเพราะระบบอื่นที่มีอยู่แล้วจะหายเกลี้ยงไปจากเมนู (จริงๆ แล้วยังอยู่แต่บูตไม่ได้เท่านั้นเอง) ก็ต้องออกแรงไปปรับตัวบูตโหลดเดอร์กันก่อนจะใช้งานได้ อันนี้ต้องดูกันต่อไปว่า Fedora จะทำการแก้ไขหรือเปล่า แต่ถ้าติดตั้งโดดๆ ไม่โลภมากหลายโอเอสก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ว่าไปก็เยอะมาถึงข้อดีกันบ้างหลังจากทำการติดตั้งเสร็จพบว่าทั้งเรื่องของภาพ (การ์ดจอ) เสียง (การ์ดเสียง) และไวไฟ พากันลุกขึ้นมาต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความประทับใจให้เราไม่น้อย เป็นอันว่าปัญหาฮาร์ดแวร์ลดน้อยไปมากมายมหาศาล มาดูด้านการติดตั้งซอฟต์แวร์ก็อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า Fedora ก็มีบรรพบุรุษมาจาก Red Hat แพคเกจสำหรับติดตั้งก็ต้องเป็น RPM อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งแพคเกจชนิดนี้ก็เป็นที่นิยมอย่างกว้างขว้าง แต่ที่ถูกใจเป็นพิเศษเห็นจะได้แก่ตัวจัดการที่ชื่อว่า Yum ซึ่งความสามารถมากมาย แต่ถ้าใครไม่ชอบจะหันไปใช้เมนู Add/Remove ที่มีเพิ่มมาให้ก็ได้

สรุปส่งท้ายว่า Fedora 9 คือลีนุกซ์ที่แข็งแรงและเสถียรมากที่สุดตัวหนึ่ง (แล้วความแข็งแรงของมันก็จะถูกส่งต่อไปยัง Red Hat เพื่อทำตัวเวอร์ชันธุรกิจต่อไป) ดังนั้นหากใครที่ต้องการใช้มันอย่างจริงจังก็สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง หรือจะเป็นการพึ่งพาชุมชนก็ทำได้ แต่ถ้าใครที่ต้องการความมั่นคงแบบมืออาชีพก็หันไปใช้บริการของบริษัทต่างๆ มากมายที่ให้บริการอยู่ อ้อ…ลืมบอกไปว่าอีกอย่างที่เราประทับใจกับ Fedora 9 มากๆ ก็คือหน้าจอของ Gnome นั้นสวยมากที่สุดเท่าที่เราเคยได้เห็นและได้ใช้มาเลยทีเดียว เรื่องของความง่ายในการใช้งานเอาไป 3 ดาว เรื่องของความสามารถเอาไป 4 ดาว รวมกันหารสองแล้วพบว่า Fedora 9 ได้คะแนนไป 3 ดาวครึ่ง