ครบรอบ 25 ปี ของโครงการ GNU ไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน ทาง Free Software Foundation ได้ฉลองครบรอบ 25 นี้ด้วย Video ที่ดารานักแสดงจากประเทศอังกฤษอย่าง Stephen Fry มาเปิดใจเกี่ยวกับการสนับสนุน Free Software ของเขา Video ที่มีความยามเพียง 5 นาทีก้อแสดงถึงความตั้งใจและการสนับสนุนในให้มาใช้ GNU/Linux อย่าง gNewSense ซึ่งเป็น Linux Distribution ที่มีเฉพาะซอฟต์แวร์ที่เป็น Free Software และซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่เป็น Free Software เพื่อความอิสระและเสรีอย่างแท้จริง นอกจากนี้ Stephen ยังสละเวลามาทำงานเพื่อ Free Software ด้วยอย่างเช่นแปลความที่มีแต่เรื่องปรัชญาหรือเทคโนโลยี ให้เป็นไอเดียและข้อความที่เข้าใจได้ง่าย สำหรับคนทั่วๆ ไป เพื่อสื่อสารกันได้เข้าใจว่า Free Software มีประโยชน์อย่างไร

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ – Free Software Foundation

ผมว่าจะเขียนงานเขียนในส่วนความคิดความเห็น ในทางที่สร้างสรรค์ สวยหรู หรืออย่าแล้วไม่เหมือนมาระบายอะไรประมาณนี้ ช่วงสัปดาห์นี้ ผมคิดหลายอย่างมากๆ ทั้งเรื่องของปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ และไม่คิดอะไรใหม่ดาวน์โหลดอย่างเดียว ผมมองย้อนกลับไปที่ free software เมื่อครั้งแรกๆ สมัยผมยังเด็ก ผมคิดว่าในตอนนั้นและตอนนี้คิดว่าสถานะการณ์มันแบบเดียวกัน แต่ต่างวิธีการเท่านั้นเอง ยังไงน่ะเหรอ?

 

ทุกวันนี้การโปรโมทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมักจะถูกโปรโมทไปที่ราคาที่ไม่ต้องเสีย หรือ เสียน้อยกว่า ผมขอฟันธงว่าเรื่องราคาที่ไม่ต้องเสียมันคงไม่จริง! ยังไงๆ ก้อต้องเสียเพราะเป้าหมายของการโปรโมทในแต่ละครั้งนอกจากโปรโมทซอฟต์แวร์แล้ว เบื้องหลังของการโปรโมทคือการแจ้งให้ทราบว่าหากคุณติดปัญหามีผู้สนับสนุนมีผู้ให้บริการหลายแห่งที่พร้อมจะให้บริการ ผมเลยไม่อยากจะพูดถึงในแง่ของธุรกิจมากนั้ก เอาเป็นว่าผู้ให้บริการนั้นมีน้อยมากละกัน

เอาล่ะมาว่าเรื่องเป้าหมายของโอเพนซอร์สกันอีกที คำว่า Open Sourceนี้คนที่คิดคำๆ นี้ก้อเคยอยู่ในทีมของ FSF มาก่อน อีกอย่างปัญหาคำว่า Free Software คนมักจะมองคำว่า Free เสียมากกว่า และ Free ที่ว่าคือไม่มีราคา ดังนั้นการสร้างคำใหม่เพื่ออธิบายกระบวนการเดิมคำว่า Open Source นั้น หมายถึง มีซอร์สโค้ดให้ดู แก้ไข ปรับเปลี่ยน ได้ แต่ต้องตรงตาม Open Source Definition  การที่จะระบุซอต์แวร์ตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะต้องดูตาม Open Source Definition วิธีการง่ายๆ คือดูตาม Open Source License  เอาล่ะการเปลี่ยนจาก Free Software มาเป็น Open Source Software ไม่ได้มีแค่เปิดโค้ดเท่านั้น หากเป็นการบ่งบอกว่าคุณสามารถนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของคุณมาทำธุรกิจได้อย่างอิสระ และจะไม่มีความกำกวมของคำว่า Free อีกต่อไป เพราะยังไงๆ คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะได้คนมาช่วยกันทำแล้ว ยังสามารถขายซอฟต์แวร์ และขายบริการเสริมอื่นๆ ได้อย่างอิสระ และไม่มีความข้องใจใดๆ อีกต่อไป ผู้รับบริการยังไงก้อต้องเสียเงินอยู่ดี :)

กลับมามอง Free Software กันบ้าง ธุรกิจบน Free Software ไม่มีหรืออย่างไร? มีครับ มีมานานมากๆ แล้ว ใครเคยใช้ Cygwin ที่เป็นโครงการของ Cygnus นั่นแหละครับ เป็นรายแรกๆ ที่ซัพพอร์ท Free Software ในทุกๆ เรื่อง ก้อเข้าสู่โมเดลธุรกิจเช่นกัน แต่ชื่อมันสื่อความหมายไปอีกแบบนึง คือ ไม่มีค่าใช้จ่าย เลยทำธุรกิจลำบาก!

ผมย้อนกลับไปศึกษาเบื้องลึกของ Free Software ความหมายในปรัชญาของคำว่า Freedom กฏเกณฑ์ข้อที่ 0-3 ที่อยากให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ปฏิบัติตาม ความหมายลึกๆ ของ Free Software คือ ปรัชญาการแบ่งปัน การให้ การพัฒนาร่วมกัน การลด Ego ของนักพัฒนาที่จะเปิดโค้ดให้คนอื่นดู วิจารณ์ หาข้อบกพร่อง เป็นแนวคิดคิดของการดูหลายตา ดีกว่าดูตาเดียว ทีนี้การที่มีหลายๆ คนช่วยกันพัฒนา ช่วยกัน debug จะทำให้ได้ซอฟต์แวร์ตรงตามที่กลุ่มคนเหล่านั้น (commuity) ต้องการได้ นั่นคือการพึ่งพออาศัยกันของ commuity เอาล่ะมันโยงกับปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างไร?

ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่พวกที่กลัวการทำธุรกิจ เกลียดระบบธุรกิจ หรือ ระบบทุนนิยมนะครับ การที่ผมพยายามอธิบายว่าสังคมผู้ใช้ซอฟต์แวร์ควรเป็นสังคมแบบ Free Software หรือปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างที่ผมนิยามนั้นหมายถึง

  • คุณอยากใช้ซอต์แวร์ตัวใด คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้
  • ซอฟต์แวร์ควรแบ่งปัน คุณมีสิทธิ์แจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ
  • ซอฟต์แวร์ควรพัฒนาต่อยอดได้ คุณมีสิทธิ์พัฒนาตามความต้องการของผู้ใช้
  • ซอฟต์แวร์ที่ยึดถือตามข้อข้างต้น ควรมอบสิทธิเหล่านี้ให้กับผู้ได้รับซอฟต์แวร์นั้นๆ ด้วย

ซึ่งแนวความคิดเหล่านี้มาจาก Free Software ล้วนๆ ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆ

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็มีความสุขที่ได้กินขนมอร่อยๆ ทุกคนมีความสุขที่ได้เป็นผู้รับ คนที่เป็นผู้ให้ก้อมีความสุขเช่นกัน”

แต่ถ้าเป็นแบบนี้

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ แต่คุณครูบอกกลับว่า อย่า อย่าแบ่งคนอื่น เก็บไว้กินคนเดียวนะ อย่าแบ่งนะ ถ้าเธอแบ่งจะเป็นเด็กเลวมากๆ เลย”

คิดว่ามองภาพแบบนี้แล้วเห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียว เอาล่ะหลายๆ คนอาจแย้งในหลายๆ เรื่อง เช่น ซอฟต์แวร์นะไม่ใช่ขนม ซอฟต์แวร์มีราคานะ ฯลฯ ซึ่งอันนั้นมันเป็นเรื่องของธุรกิจครับ ผมอยากเห็นสังคมซอฟต์แวร์ของการแบ่งปัน มากกว่าสิ่งเหล่านี้

  • ซอต์แวร์ที่เอาแต่ผลกำไร
  • ซอฟต์แวร์ที่เห็นแก่ตัว
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจอมปลอม
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลอกใช้
  • ฯลฯ

บ่มามากพอแล้วพอดีกว่าค่อยมาต่อเรื่อง Open Source Biz model ในครั้งหน้าใครอยากตามอ่านก้อตามอ่านหน้า Opinon ได้เลยครับ อ้อวันนี้ วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2551ได้อ่านข่าวของ mk ที่ blognone ซึ่งแทงใจดำผมมากๆ ที่บอกว่า

“อย่าคิดพึ่งพาหน่วยงานรัฐเลย มันไม่ได้ผลและไม่มีวันได้ผล (ด้วยปัญหาและข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว) ถ้าอยากได้อะไร มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องทำเอง”

คำตอบของปัญหานี้ก้ออยู่ที่ทุกๆ คน หลายทุกๆ community ว่าทุกๆ ท่านอยากให้ อยากให้ประเทศนี้เป็นอย่างไร? อยากให้สังคมซอฟต์แวร์ เป็นอย่างไร? ของฝากทิ้งท้ายมีเพลง Free Software  มาฝาก คำร้องโดย RMS ทำนองแบบ Sadi Moma

 

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2


Hoarders may get piles of money,
That is true, hackers, that is true.
But they cannot help their neighbors;
That’s not good, hackers, that’s not good.

When we have enough free software
At our call, hackers, at our call,
We’ll throw out those dirty licenses
Ever more, hackers, ever more.

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2

 

 

ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ ดร.สุชาย เกี่ยวกับการสนับสนุนโอเพนซอร์สของ SIPA ด้วยท่านเองเป็นที่ปรึกษา เอาเป็นว่าจับประเด็นสำคัญๆ ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นโลกของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ฟรีจริงและไม่ฟรีจริงๆ หรือการให้การสนับสนุน ลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ ฯลฯ แต่ผมเองยังมีข้อสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งคือ ฟรีโอเพนซอร์สซอต์แวร์ และ ไม่ฟรีโอเพนซอร์สซอต์แวร์

ผมเคยเขียนเรื่องฟรีหรือต้องจ่ายตังค์มา 2 รอบแล้วคราวนี้คงเป็นรอบที่ 3 เอาล่ะใครจะบอกว่าผมคลั่งลัทธิ ก้อให้โอกาส คลิกไปหน้าอื่นๆ ได้เลยครับ เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มาจากแก่นก่อนที่จะมีโอเพนซอร์ส ความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างสังคมผู้พัฒนาและผู้ใช้ซอฟต์แวร์ให้เกิดความยั่งยืนได้ด้วย "การแบ่งปัน" ถูกนำเสนอโดย RMS คงไม่ต้องอธิบายหลายรอบว่าใครอ่ะนะ การแบ่งปันซอฟต์แวร์(ซอร์สโค้ด)เพื่อร่วมกันพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง และแจกจ่ายได้อิสระ เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาโดยกลุ่มคนหรือชุมชนที่มีความต้องการใช้งานและต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นให้ใช้งานได้ดี ถือเป็นเป้าหมายที่กลุ่มคนนั้นๆ จะกระทำร่วมกัน โดยซอฟต์แวร์ที่ได้จะถูกพัฒนา แก้ไข จนพบปัญหาน้อยที่สุด และ แสดงให้เห็นว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว

ด้วยกระแสความต้องการซอฟต์แวร์ที่มี innovation สูง ความต้องการของตลาดก้อมีความต้องการสูงด้วยเช่นกัน เหตุใดจึงจะไม่ขายหรือเรียกเก็บค่าบริการ ฯลฯ ดังนั้นกระแสของการนำเอา Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) ไป fork แลัวทำตลาดในรูปแบบธุรกิจก้อมีสูง แล้วจะทำอย่างไรกับ Free Software เพราะชื่อมันสื่อว่า "ฟรี" ขายไม่ได้ ก้อสร้างชื่อใหม่ ให้คำนิยามใหม่เป็น "โอเพนซอร์ส" ตั้งข้อกำหนด กำหนดคุณลักษณะให้สัญญาอนุญาติ แต่จะได้ซอร์สโค้ดไปกับตัวโปรแกรมหรือเปล่า อันนั้นมันอีกเรื่อง กลายเป็นว่า ทำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแล้วขายได้ง่ายกว่า หรือ นิยามราคาใหม่ว่า ถูกกว่าซอฟต์แวร์ระบบปิด หรือบอกว่าพัฒนาหลายคน ปลอดภัยแน่นอน หรือ ดู success story อย่าง linux สิ! ฯลฯ

เอาเป็นว่าเมื่อนำเอาซอฟต์แวร์อะไรก้อตาม ไม่ว่าระบบเปิด/ระบบปิดซอร์สโค้ดมาอยู่ในตลาดทุนนิยม เป็นสินค้าเป็นบริการ นั่นหมายความว่าเกิดต้นทุน เกิดราคา (cost) ขึ้นแล้ว ถ้าไม่เกิด cost แล้วจะตีราคาขายได้ยังไง ใช่ไหม? ไม่งั้นคงไล่ล็อกคอแจกกันไปแล้ว เอาล่ะเมื่อมันเกิด cost จากต้นทุนต่างๆ นานา ค่าโน่นนี่ เราก้อคงไปว่าเขาไม่ได้ หากแต่ติติงได้ว่าเมื่อเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แล้วโค้ดคุณล่ะอยู่ที่ไหน ขอดูหน่อยสิ ประมาณนั้น

ในแง่การตลาดการทำผลิตภัณฑ์อะไรก้อตามขึ้นมาขาย มันมีต้นทุนทั้งนั้น คงจะไม่มีอะไรที่ไม่เกิดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการทำซอฟต์แวร์ หรือการทำไม้จิ้มฟัน ทุกอย่างมีทุนทั้งนั้น บางคนคิดว่าการนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหรือซอฟต์แวร์เสรีมาทำตลาดแล้วคิดว่า จับเสือมือเปล่า แต่ในตลาดที่เขาเข้าใจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เขาก้อมองคุณแล้วล่ะว่าคุณมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหนในการซัพพอร์ท การพัฒนาเพิ่มเติม หรือการแก้ไขให้เข้ากันได้กับระบบงานในองค์กรนั้นๆ และอีกมากมาย หลากหลายปัญหา ที่คุณจะพบในตลาด ธุรกิจซอฟต์แวร์

เรื่องฟรีจริง หรือฟรีไม่จริง ผมอยากให้ทำความเข้าใจว่าคำอะไรคือ "ฟรี" ผมอยากให้ผู้ใหญ่ๆ ในหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ หรือหน้าที่ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ให้ทำความเข้าใจว่า Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) และ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เป็นอย่างไร? และการที่จะทำให้ผู้ประกอบการที่เป็น Contributor หรือ Vender ที่เกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์ส (ไม่ว่าจะพัฒนาซอต์แวร์ต่อยอดจากโครงการอื่นๆ Fork จากโครงการอื่นๆ หรือ พัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้ภาษาเครื่องมือโอเพนซอร์ส) ก้าวไปได้ในโลกธุรกิจ โลกของตลาดทุนนิยมได้ต่างหากล่ะ ถือเป็นพันธสัญญาที่สร้างขึ้นมา สร้างความหวังให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
 

SIPA ลงนาม MOU กับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ สร้างบุคคลากรเกรดเอโอเพ่นซอร์ส หวังเป็นตัวช่วยกระตุ้นการใช้งานโอเพ่นซอร์สและพัฒนาในประเทศไทยเติบโตเพิ่ม มากขึ้นอย่างแพร่หลาย หลังจาก 10 ปีที่ผ่านมาแทบไม่เกิดการพัฒนาเพราะติดภาพฟรีโอเพ่นซอร์สไม่ถูกจริง
       
       นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฎิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า เปิดเผยว่า ซิป้ามีนโยบายส่งเสริมสร้างบุคลากรที่มีความเชียวชาญโอเพ่นซอร์สในประเทศไทย และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและมีการใช้งานในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย จึงได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการสนับสนุนการใช้งานโอเพ่นซอร์ส กับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ ผู้ผลิตและพัฒนาฟรีโอเพ่นซอร์ส
       
       ที่ผ่านมาโอเพ่นซอร์สเข้ามาในประเทศไทยร่วม 10 ปีแล้วแต่กลับไม่เกิดการพัฒนาให้มีการใช้งานเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เนื่องจากติดการนำโอเพ่นเซอร์สฟรีต่างชาติมาใช้งานแต่กลับมีค่าใช้จ่ายจาก การใช้งานสูงกว่าระบบปิด จึงทำให้ผู้ประกอบการหน่วยงานการศึกษาไม่กล้านำระบบโอเพ่นซอร์สมาใช้งาน
       
       “ที่ ผ่านมาโอเพ่นซอร์สบ้านเราไม่พัฒนาเป็นเพราะ แต่เดิมการนำโอเพ่นซอร์สฟรีจากต่างประเทศเข้ามาใช้ กลับมีค่าใช้จ่ายบานปลายจนมีค่าใช้จ่ายมากกว่าซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ทำให้หน่วยงานต่างๆไม่กล้าใช้งานระบบโอเพ่นซอร์ส ฉะนั้นซิป้า จึงมีต้องการเห็นการใช้งานฟรีโอเพ่นซอร์ส อย่างแท้จริงเกิดขึ้นในประเทศเพื่อให้เกิดการใช้งานที่แพร่หลายมากที่สุด”
       
       การทำ MOU ครั้งนี้ซิป้ามีหน้าที่คัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมเข้าร่วมการฝึกอบรม โอเพ่นซอร์ส ของมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความชำนาญ ให้กลับไปเผยแพร่ความรู้ต่อให้กับองค์กรที่สังกัดอยู่ โดยเบื้องต้นบุคคลที่จะส่งเข้าพิจารณาจะเป็นบุคลากรของซิป้าเอง หน่วยงานราชการเพื่อนำไปใช่งานพัฒนาในศูนย์ราชการ และกองทัพอากาศ
       
       นายสาทิศ เพิ่มสว่าง ผู้อำนวยการโครงการซอฟต์แวร์ฟรีและโอเพ่นซอร์ส มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ กล่าวว่า มูลนิธิมีจุดประสงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย และเห็นว่าการร่วมมือกับซิป้าจะช่วยให้ผลักดันวัตถุประสงค์ของบริษัทให้ บรรลุวัตถุประสงค์ได้เร็วขึ้น
       
       ทั้งนี้ มูลนิธิต้องการสร่งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อสามารถเผยแพร่ความรู้ใน การใช้งานและมีความสามารถที่จะพัฒนาการใช้งานโอเพ่นซอร์สให้มากยิ่งขึ้น และมูลนิธิไม่ต้องการคัดเลือกบุคคลเข้าฝึกอบรมเพราะอาจจะไม่ตรงตามเป้าหมาย และหากให้ SIPA เป็นผู้ดำเนินการจะได้บุคลากรที่เหมาะสมในสำหรับการเข้าอบรมหลักสูตรได้ตรง จุดมากกว่า และมูลนิธิยังมีวัตถุสนับสนุนผู้แต่งตำราเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สด้วย
       
       ที่ ผ่านมามูลนิธิได้ฝึกอบรมบุคลากรโอเพ่นซอร์สเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม ลีนุกซ์แล้ว 2 รุ่น และโครงการฝึกอบรมบุคลากรที่ซิป้าจะเป็นผู้คัดสรรให้เป็นโปรแกรมแรกคือ หลักสูตรลีนุกซ์

ที่มา – ผู้จัดการ