หลายคนพยายามหาวิธีใช้ Gnome Shell ซึ่งหน้าตาของ Desktop ออกจะแปลกจนหาวิธีใช้งานเองไม่ค่อยได้ สำหรับท่านที่ตาม Video Promote Gnome 3.0 ตั้งแต่ต้นก็จะทราบวิธีการเล่น Gnome Shell ไปในตัว เพราะจะมีการแนะนำคุณสมบัติใหม่ๆ และวิธีการใช้งานพร้อมกับเทคนิคเล็กๆ ซึ่งใครพลาดไม่ได้ดูหรือตามไม่ทัน ก็ตามอ่านจาก How To นี้ได้ครับ วิธีการเล่น Gnome Shell ให้สนุกต้องใช้ Mouse และ Keyboard ประกอบกันมันถึงจะสนุก มาลองกันเลยดีกว่า

ส่วน Desktop

  • กด Alt+Tab จะเป็นการแสดงรายการโปรแกรมที่เปิดอยู่ ถ้าใช้ปุ่มลูกศรซ้าย-ขวา-บน-ล่าง ร่วมด้วยก็จะสามารถเลื่อนและเลือกหน้าจอของโปรแกรมที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

  • กด Alt+` (ปุ่มที่อยู่บนปุ่ม Tab) จะเป็นการเลือกหน้าต่างภายใต้หน้าต่างโปรแกรมนั้นๆ สำหรับโปรแกรมที่ทำงานอยู่ใน Workspace อื่นจะมีเส้นคั่นอยู่

  • กด Alt+F2 จะเปิดหน้าต่าง run command ถ้าคุณต้องการเปิด Terminal ให้กด Ctrl+Enter ใน Linux Distribution บางตัวใช้ปุ่ม Ctrl+Alt+Enter

  • ขยายหน้าต่างให้เต็มจอ ให้คลิกหน้าต่างแล้วลากหน้าต่างไปชนขอบบนของจอภาพ

  • แบ่งหน้าจอ 2 ฝั่ง ให้คลิกหน้าต่างแล้วลากหน้าต่างไปชนขอบซ้ายหรือขวาของจอภาพ

ส่วน Panel

  • แสดงหน้าต่างปฏิทิน Panel จะเป็นส่วนการแสดงผลปุ่ม Activity นาฬิกา Notification icons และ User menu คุณสามารถคลิกที่นาฬิกาเพื่อแสดงหน้าต่างปฏิทินได้

  • ปุ่ม Power Off… ที่หายไป หลายท่านพยายามหา Extension มาติดตั้งเพื่อแสดงผลปุ่ม Power Off… ซึ่งมันถูกซ่อนอยู่ หากต้องการให้ปุ่มนี้แสดงผลให้กดปุ่ม Alt ขณะที่อยู่ใน User menu ปุ่ม Power Off… ก็จะโผล่ออกมา

เปลี่ยนการทำงานไปยังโปรแกรมต่างๆ

  • Hot Corner เลื่อน mouse ไปชนมุมซ้ายบนจะแสดงหน้าต่างของโปรแกรมที่เปิดอยู่ คุณสามารถคลิกเลือกหน้าต่างโปรแกรมได้ หรือจะปิดโปรแกรมได้ง่ายๆ
  • Activity button ปุ่ม Activity นี้จะเปิดการแสดงผลหน้าต่างโปรแกรมที่เปิดอยู่และกลับมาแสดงผลหน้าจอ Desktop
  • ปุ่ม System (Windows) หรือ Alt+F1 ปุ่มนี้จะทำหน้าที่เหมือนกับการกด Activity Button และการใช้ Hot Corner

ปุ่มลัดที่น่าสนใจ

  • Restart Gnome Shell กด Alt+F2 พิมพ์ r หรือ restart
  • Reload Gnome Shell Theme กด Alt+F2 พิมพ์ rt
  • Looking Glass Javascript Console กด Alt+F2 พิมพ์ lg
  • Desktop Recording กด Shift+Ctrl+Alt+R ไฟล์ video ที่ได้จะอยู่ใน Home ในรูปแบบ webm

สำหรับเทคนิคอื่นๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Gnome Shell Cheat Sheet ครับ

ปัญหามีอยู่ว่าโปรแกรมที่เขียนบน Gnome 2 ที่ใช้การฝัง icon ในส่วน Notification Panel มันดันไม่แสดงผลบน Panel ข้างบนของ Gnome 3 เพราะของที่เคยอยู่ใน Notification Area มันไปฝังอยู่ด้านล่างขวาของจอภาพ จริงๆ ก็ไม่ใช้ความผิดของ Gnome 3 นะ -_-” แต่เราสามารถปรับแต่ง Gnome 3 ให้ถูกใจเราได้ โดยการเขียน Extension นั่นเอง สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำการเขียน Gnome Extesion ในการแก้ปัญหานี้กันครับ :) ดูภาพประกอบครับ

แก้ไขแล้ว

ส่วนประกอบของ Gnome Extension ก็ง่ายมากครับมีอยู่ 3 ไฟล์

  • extension.js – เป็น script ที่เราจะเขียนกันครับ
  • metadata.json – เป็นข้อมูล metadata ของ extension เช่น จะใช้กับ gnome-shell รุ่นใดได้บ้าง extension นี้ชื่ออะไร เป็นต้น
  • stylesheet.css – กำหนดหน้าตา extenstion เป็น css นี่แหละครับ

มาลงมือกันเลย สร้าง dir ชื่อ gofris-hide-icon@redlinesoft.net เพื่อเป็นที่เก็บ extension จะตั้งชื่อเป็น ชื่อเรียก@โดเมนเนม ดังนี้

sudo mkdir /usr/share/gnome-shell/extensions/gofris-icon-hide@redlinesoft.net

จากนั้น ก็สร้างไฟล์ metadata.json ดังนี้

{
"shell-version": ["3.0.2","3.2", "3.2.1"],
"uuid": "gofris-icon-hide@redlinesoft.net",
"name": "Gofris Status Icon",
"description": "Integrates Gofris into System Status Icon"
}

แล้วก็มาเขียน extension.js กันดังนี้

const StatusIconDispatcher = imports.ui.statusIconDispatcher;

function enable() {
StatusIconDispatcher.STANDARD_TRAY_ICON_IMPLEMENTATIONS['gofris-en'] = 'gofris-en';
}

function disable() {
StatusIconDispatcher.STANDARD_TRAY_ICON_IMPLEMENTATIONS['gofris-en'] = '';
}

function init() {
}

จากนั้น chmod ให้ extension นี้สามารถทำงานได้

sudo chmod 755 -R /usr/share/gnome-shell/extensions/gofris-icon-hide@redlinesoft.net

เปิด gnome-tweak-tool ขึ้นมาแล้วกดเปิดการทำงานของ extension นี้

อ้ออย่าลืม restart gnome shell สักรอบครับ กด alt+f2 พิมพ์ r เท่านี้ก็ใช้งานได้แล้ว :) ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียน gnome-extension ลองดูได้ที่ลิงค์ข้างล่างครับ

ความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา Desktop Manager ใหม่ๆ ทำให้เรียนรู้การใช้งานใหม่ ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ Linux Distribution แต่ละตัวที่มี Gnome Shell มักจะเป็นแบบเรียบง่าย และแทบจะไม่มีอะไรเลยที่หยิบจับได้คล่องตัว เลยได้มีโอกาสพยายามปรับแต่งอย่างจริงจัง จากหน้าจอเดิมๆ

กลายมาเป็นแบบนี้

อาจดูไม่ค่อยแตกต่างซักเท่าไร แต่ผมชอบแบบเรียบๆ ใช้งานง่ายๆ ก็พอครับ สำหรับ “ของ” ที่เพิ่มเข้าไปดูเพิ่มเติมในลิงค์ข้างล่างครับ

โครงการ Gnome ประกาศออกรุ่น Beta แรกของ Gnome 3.2 แล้ว ในรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่มีการปรับเปลี่ยนการออกแบบ Interface ที่ลงตัวแล้ว และรอการพัฒนาต่อในรุ่น Beta 2 ต่อไป กำหนดการออกรุ่นของ Gnome 3.2 คือวันที่ 28 กันยายน คุณสมบัติใหม่ที่ได้รับการกล่าวถึงมากในตอนนี้คือ Web Apps ที่จะพ่วงเข้ามาใน Gnome 3.2 ซึ่งจะทำงานบน Desktop แต่เป็น Web Application Gnome Shell ก็มีการปรับปรุงเช่นกันทั้งในเรื่อง onscreen keyboard, การค้นหา contact และมี Cover Art แสดงที่ Notification Area นอกจากนี้ยังจะมีคุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาอีกมากให้อดใจรอในช่วง Beta2 และในรุ่น 3.4 สำหรับท่านที่เป็นแฟน Gnome Shell พลาดไม่ได้

ที่มา – H-Online

โครงการ Gnome ประกาศการออกรุ่น Beta 2 ซึ่งจะเป็น Beta สุดท้ายใน Gnome 3 อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะออก RC ในช่วงวันที่ 23 มีนาคม สำหรับกำหนดการออกรุ่นของ Gnome 3 วันที่ 6 เมษายนนี้ สำหรับเลขรุ่น Gnome 2.91.91 เป็นรุ่น Beta 2 ซึ่งมีหลายอย่างที่ได้รับการปรับปรุง ทั้งในส่วนเดสท็อป ส่วนที่พบบั๊กและอื่นๆ และที่แน่นอนมีการปรับปรุงในส่วนภาษาต่าง เพิ่มขึ้น ในรุ่นที่กำลังพัฒนานี้ยังไม่เหมาะกับการใช้งานจริง

ผู้ก่อตั้ง Linux Mint ประกาศในรุ่นถัดไปใช้ Gnome 3 อย่างแน่นอน ซึ่งกำหนดการออกรุ่นประมาณเดือนเมษายนนี้ Linux Mint 11 รหัสพัฒนา Katya ใช้แนวทางของตัวเองซึ่งแตกต่างจาก Ubuntu ของ Canonical ซึ่งใช้ Unity แทนที่จะใช้ Gnome 3 สำหรับ Unity เป็นการพัฒนาภายในของนักพัฒนา Ubuntu และใช้ใน Ubuntu 11.04 Natty Narwhal จะออกรุ่นจริงในวันที่ 28 เมษายน นี้ สำหรับ Linux Mint เองผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะใช้ Gnome Shell หรือ Unity ได้ Linux Mint มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเพื่อเป็นมิตรกับผู้ใช้ ครบครันด้วยโปรแกรมและเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เล่นเพลง ดูหนัง Linux Mint เป็น Linux ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 3 ในเว็บไซต์ Distrowatch

หลายคนชอบติดตั้ง dockbarx แต่ถ้าจะให้สวยมันต้องมีพาเนลสูงๆ แต่ปัญหาก็คือพื้นที่การแสดงผลก็จะลดน้อยลงด้วยเพราะเมื่อขยายขนาดพาเนลทุกอย่างก็จะใหญ่โตทั้งหมด วิธีง่ายๆ คือการแก้ไขการแสดงผลนาฬิกาให้สั้นลงเหลือแค่เวลาเป็นชั่วโมงและนาที ก็อาจช่วยได้ระดับหนึ่งแต่ถ้าจะให้ดีต้องมีวันที่และเวลาแบบครบชุดดังภาพ ;)

วิธีการปรับแต่งมีดังนี้

ใช้ gconf-editor แล้วหา key ที่ /apps/panel/applets/clockscreen0/prefs ดูตรง key ที่ชื่อ format ให้เปลี่ยนเป็น custom และตรง key ชื่อ customformat ให้ใส่รูปแบบที่คุณต้องการลงไป เช่น

<span>%a %d %b</span>%n<span>%H:%M:%S</span>

ผลลัพท์ก็จะได้ดังภาพข้างต้น ถ้าอยากปรับแต่งขนาดฟอนต์ก็ลองนี่ดูครับ

<sup><span rise=”3000″ fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”normal”>%a %d %b</span></sup>%n<sub><span fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”bold”>%I:%M %p</span></sub>

หรือ

<sup><span rise=”1000″ fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”normal”>%a %F</span></sup>%n<sub><span fontdesc=”Sans 7.5″ color=”#606060″ weight=”bold”>%H:%M %z</span></sub>

รูปแบบการปรับแต่งก็จะใช้ css เป็นหลัก เอาเป็นว่าลองเอาไปเล่นดู สร้างสีสรรให้กับเดสท็อปดีครับ

วันนี้นั่งลอง Gnome shell เพราะรู้สึกว่า Ubuntu netbook ที่ใช้ยังไม่โดนใจ ก็เลยอยากให้ทุกท่านได้มาทดลองใช้ด้วยกันครับ Gnome shell เป็นการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ (ไม่ได้มาแทนที่ Gnome เดิม แต่มาเป็นทางเลือก) ซึ่งน่าจะเหมาะในการนำมาใช้กับเครื่อง Netbook ใครสนใจทดลองติดตั้งได้ครับ

วิธี

  • สั่ง sudo apt-get install gnome-shell เพื่อติดตั้ง
  • สั่ง gnome-shell –replace เพื่อเรียกใช้งาน

เท่าที่ลองใช้ก็ถือว่าดี แต่สำหรับผมยังไม่ตรงใจในแง่พฤติกรรมการใช้งานเท่าไหร่นัก ก็คงต้องขี่ Ubuntu netbook ไปพลางๆ ไว้รอมันออกพร้อม gnome 3 ก่อน

วันนี้มีวิธีการปรับแต่หน้าตาการแสดงผลแอพเพลทนาฬิกาบนพาเนล ซึ่งโดยปกติจะแสดงผลเพียง 1 บรรทัดและยาวมาก กรณีเลือกการแสดงผลบนจอขนาดเล็ก ส่วนของนาฬิกาและวันที่จะยาวเกินมาเกือบ 1/4 ของหน้าจอเลยทีเดียว วิธีแก้ไขง่ายๆ คือการปรับแต่งการแสดงผลของแอพเพลทนาฬิกา ให้แสดงผลเป็น 2 บรรทัด จะทำให้ประหยัดพื้นที่การแสดงผลไปได้เยอะ สำหรับการตั้งค่า Gnome ใช้การแสดงผลแบบที่เราต้องการ เราสามารถปรับแต่งได้จาก gconf-editor ครับ :)

มาดูภาพตัวอย่างกันก่อน ปกติแสดงผลแอพเพลทนาฬิกาบนพาเนลเป็นแบบนี้

แสดงผลแอพเพลทนาฬิกาบนพาเนลแบบปกติ

เราจะปรับปรุงให้เป็นแบบนี้

ปรับปรุงแสดงผลแอพเพลทนาฬิกา

เอาล่ะมาเริ่มลงมือกันเลย

  • เปิด gconf-editor ขึ้นมาครับ
  • เลื่อนไปดูโฟลเดอร์ /apps/panel/applets/clock_screen0/prefs
  • คลิกขวาที่ค่า format
  • เลือก Edit Key
  • พิมพ์ค่า custom
  • จากนั้นคลิกขวาที่ค่า custom_format
  • เลือก Edit Key
  • จากนั้นใส่โค้ดข้างล่างนี้ลงไป

<sup><span rise="3000" fontdesc="Sans 8" color="#878787" weight="normal">%a %d %b</span></sup>%n<sub><span fontdesc="Sans 5.5" color="#878787" weight="bold">%I:%M %p</span></sub>

เท่านี้ก็ได้แอพเพลทนาฬิกาบนพาเนลในรูปแบบที่เราต้องการ