Google เปิดบริการใหม่เพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงบริการ Google Cloud Computing ได้รวดเร็วขึ้น ผ่านบริการ Google Cloud Launcher ซึ่งเป็นบริการ Deploy Application ที่เป็นที่นิยมบน Google Cloud Compute ของ Google เอง ซึ่ง Application ที่มีให้เลือกมีมากกว่า 120 ตัวเลยทีเดียว พร้อมทั้งแบ่งหมวดหมู่ให้เข้าถึงได้ง่ายดังนี้

  • Infrastructure
  • Database
  • Developer Tools
  • Blog
  • CMS
  • CRM
  • และอื่นๆ

สำหรับ image ที่ให้บริการส่วนใหญ่เป็น Image มาจาก Bitnami ซึ่งเบื้องต้นเป็นการ Deploy ในรูปแบบ Virtual Machine เป็นหลัก สำหรับ Container Services คงจะค่อยๆ ทะยอยออกมาทีหลัง การใช้งาน Cloud Launcher ก็เหมือนกับการ Click to Deploy ของ Cloud Provider รายอื่นๆ ซึ่ง Application ที่เราเลือกใช้จะไป Deploy บนบริการ Google Cloud Platfrom ที่เราใช้บริการอยู่นั่นเอง


Continue reading

กลับมาอีกครั้งกับงานสัมมนาครั้งใหญ่ประจำปีจาก Google ประเทศไทยครับ โดยเนื้อหาแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 งานดังต่อไปนี้

GDays Thailand คืองานสัมมนาสำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ นิสิตนักศึกษาและผู้สนใจ เนื้อหาจะเน้นไปทางด้านแนะแนวทางการนำผลิตภัณฑ์ต่างๆ จาก Google ไปใช้งาน เพื่อพัฒนาศักยภาพในเชิงธุรกิจ และเพื่อความสำเร็จ รวมถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญทั้งจาก Google และกลุ่มผู้ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกูเกิล (GBG – Google Business Group)

GDG DevFest Bangkok คืองานสัมมนาโดยกลุ่ม GDG Thailand เนื้อหานั้นจะเน้นหนักไปในเรื่องทางเทคนิค อาทิเช่นการบรรยายและสาธิตการใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ จาก Google อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่จะได้พบปะพูดคุยกับนักพัฒนาทั้งจากกลุ่มผู้ใช้เทคโนโลยีของ Google และนักพัฒนาจาก Google โดยตรง

ทั้ง 2 งานนี้มีกำหนดจัดขึ้นพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 14 กันยายนนี้ เวลา 9.00 – 18.00 น. ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไทย ผู้ที่สนใจสามารถ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน GDays Thailand และ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน GDG DevFest Bangkok ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ฟรีตลอดงานครับ! :D

ที่มา – Blognone

บล็อกของ Google Gears ได้ประกาศข่าวการหยุดพัฒนา Google Gears แล้ว เนื่องจาก Gears พัฒนาเป็น plug-in เพื่อเพิ่มคุณสมบัติพิเศษที่เบราเซอร์ในสมัยเมื่อ 4 ปีก่อนยังทำไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันเบราเซอร์ใหม่ๆ สามารถทำได้แล้ว เช่น application cache, การทำงานแบบ offline, geolocation เป็นต้น ซึ่งความสามารถข้างต้นมีอยู่ใน HTML5 เรียบร้อยแล้ว ทีมพัฒนา Gears จึงหยุดการพัฒนา plug-in ชุดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มี plug-in ให้ใช้กันในเบราเซอร์ใหม่ อย่าง Firefox 4, Internet Explorer 9 และ Chrome 12 สำหรับซอร์สโค้ดของ Gears เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ใช้สัญญาอนุญาติแบบ BSD License

แหมเป็นสาวก Google Code ไป 10 โครงการเห็นจะได้ เนื่องจากใช้ SVN เป็นหลักไม่ต้องปรับตัวมากอย่าง LaunchPad.Net ที่ใช้ Bzr อีกอย่างไม่ยุ่งยากมากนักในการใช้งาน ตอนนี้ Google Code คลังซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เรียกได้ว่าเริ่มใหญ่ยักษ์ ได้ประกาศที่จะเปิดให้บริการ Mercurial version control system แล้ว นั่นหมายความว่าคุณสามารถที่จะจัดการ Code ของคุณแบบ DVCS ได้แล้ว โอ้ววววสุดยอด เอ..โครงการโอเพนซอร์สใหญ่ๆ ที่ใช้ Mercurial กันว่ามีโครงการอะไรบ้างล่ะ? คิดไม่ออกใช่มั๊ยครับ Mozilla และ Python ไงครับ สำหรับท่าที่ host โครงการไว้กับ Google Code ยังสามารถใช้ SVN เดิมได้ หรือจะเปลี่ยนมาใช้ Mercurial ได้ครับ สำหรับวิธีการเปลี่ยนเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังกันอีกทีครับ

 

อาจจะมีหนึ่งเรื่องราวในโลกมายาบนอินเทอร์เน็ตที่เราไม่ค่อยทราบกันเท่าใดนัก เพราะว่าความลับหนึ่งจาก Mozilla ผู้ผลิตบราวเซอร์ชื่อดังอย่าง Firefox นั้นมีอยู่ว่างบประมาณสนับสนุนในการผลิตถึงกว่า 91 เปอร์เซ็นต์มาจาก Google ซึ่งแน่นอนว่าข้อตกลงนี้ทำให้แถบเสิร์จเอนจิ้นใน Firefox มี Google อยู่ในอันดับแรก แต่ถึงวันนี้ Google กลับกระโดดลงมาผลิตบราวเซอร์ของตัวเองอย่าง Chrome อกมาบ้าง คำถามก็คือการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนาในวงการเสิร์จเอนจิ้นกระโดดลงมาแบบนี้นั้นจะคุ้มค่าเหนื่อยกับตลาดเว็บบราวเซอร์จริงหรือ

ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ทาง CEO ของ Mozilla ออกมากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทว่า “ในตอนนี้ทุกอย่างมันซับซ้อนกว่าเดิมมาก ” แต่สำหรับ CEO จาก SUN Microsystems กลับออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในอีกแง่มุมหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วตลาดถูกควบคุมโดยบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่รายเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าหนี่ไม่พ้น Google และ Microsoft ดังนั้นเว็บบราวเซอร์จึงเป็นเหมือนตัวประกันสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชันเท่านั้นเอง เพราะทุกวันนี้เว็บนั้นเป็นมาตรฐานเปิด เทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS หรือ JavaScript นั้นล้วนแต่เป็นมาตรฐานเปิด ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของทั้งสิ้น แต่จะเห็นว่าบราวเซอร์แต่ละตัวจะออกฟีเจอร์ทดลองมาให้เล่นในเวอร์ชันเปิดตัวก่อน จากนั้นจึงรวมเข้าไปในเวอร์ชันจริง อย่างเช่น เทคโนโลยี Google’s Gear ที่อยู่ใน Chrome นั้นสุดท้ายก็เป็นปลั๊กอินสำหรับ Firefox และ Internet Explorer ซึ่งถึงตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า Gear จะกลายเป็นมาตรฐานใน HTML 5 อย่างแน่นอน

จะว่าไปแล้วทุกอย่างก็ดูดี เว้นเพียงอย่างเดียวคือไมโครซอฟท์เองก็สามารถตีตื้นขึ้นมาขอส่วนแบ่งตลาดบราวเซฮร์กลับคืนไปได้ อย่างถ้าหันกลับไปดูที่ Opera จะเห็นว่า Opera นั้นเป็นผู้เริ่มต้นคิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการบราวเซอร์อยู่เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายแล้วก็สู้สายป่านของ Firefox และ Internet Explorer ไม่ได้ ฟีเจอร์ที่ Opera พัฒนาขึ้นอาจจะถูกมองว่าไม่ค่อยสำคัญแต่ท้ายที่สุดก็กลายเป็นมาตรฐานไปเสียแล้ว

ดังนั้นแทนที่จะกลายเป็นหนึ่งในหมากที่ต้องเดินตามผู้ผลิต Schwartz ซึ่งเป็น CEO จาก SUN ระบุว่านักพัฒนาควรจะเลี่ยงการเดินตามเกมสงครามตัวประกัน แล้วหันมาใช้เครื่องมือที่เป็นกลางมากกว่า เพราะนอกเหนือจากเรื่องของฟีเจอร์แล้ว เบื้องหลังจากผู้ผลิตบราวเซอร์บางรายยังอาจจะมีปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวให้กังวลใจอีกด้วย เพราะบางตัวเก็บข้อมูลของผู้ใช้มากเกินความจำเป็น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลจากด้านธุรกิจในการเดินเกมส์ของบริษัท โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้อย่างเราๆ นี่เองไปทำประโยชน์

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมกราคม 2552

หลังจากที่ Android สร้างกระแสไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้มีค่ายโทรศัพท์มือถือหลายข่ายตอบรับใช้ Android มากมายเลยทีเดียว แต่ Andriod ไม่ได้หยุดอยู่แต่นั้น Google ได้ทำงานอย่างหนักใน Android รุ่นถัดไปเป้าหมายอยู่ที่อุปกรณ์อย่าง Mobile internet Tablets และ Media Player โครงการใหม่นี้ชื่อ Cupcake เป็นโครงการแยกการพัฒนามาจาก Android ซึ่งแน่นอนว่า Cupcake จะสามารถใช้ touch screen keyboard ได้ ซึ่งหลายๆ คนผิดหวังมาแล้วใน G1

Cupcake ยังอยู่ในช่วงการพัฒนาแต่ผู้พัฒนา gadget บน cupcake ก้อสามารถเริ่มพัฒนาได้แล้วเพราะ Cupcake เองยังอยู่บนพื้นฐานของ Android ในงาน CES มีค่ายผู้ผลิต Mobile internet Tablets อย่าง GiiNii Movit ใช้ Cupcake ซึ่งอุปกรณ์ของ GiiNii นี้เป็น Wifi Tablet ใช้ Skype สำหรับ VoIP รวมไปถึงกล้อง Video ที่ติดมากับอุปกรณ์ด้วย โดยมี 4 รุ่นคือ รุ่นหน้าจอ 4 นิ้ว และหน้าจอ 7 นิ้ว คาดว่าจะออกวางจำหน่ายได้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้

ที่มา – Arstechica

Google เพิ่งจะแจ้งข่าวดีให้ทราบว่าจะปล่อยโค้ดสำหรับระบบปฏิบัติการ Android ออกมาเป็นโอเพ่นซอร์ส แต่จะว่าไปแล้วการตัดสินใจของ Google ในครั้งนี้ก็ดูไมน่าจะแปลกใจอะไรนัก เพราะว่าทางบริษัทได้แจ้งออกมาว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของโร้ดแม็ปในการพัฒนา Android อยู่แล้วที่ว่าจะมีการปล่อยซอร์สโค้ดออกมาในช่วงประมาณควอเตอร์ที่สี่ของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ก็มีการปล่อย Software Development Kit (SDK) ออกมาชิมลางไปล่วงหน้าแล้วเช่นกัน แต่ในช่วงดังกล่าวก็ยังคงมีการปิดโค้ดเอาไว้อยู่

แต่ถึงอย่างไร Google ก็เตือนเอาไว้ว่าซอร์สโค้ดทั้งหมดในชุดที่เปิดเผยมีขนาดประมาณ 2.1 กิกะไบต์ และทำงานได้เฉพาะบน Ubuntu เท่านั้น ยูสเซอร์จะต้องติดตั้งระบบควบคุมเวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส Git เสียก่อน นอกจากนี้ก็ยังสามารถทำงานบนเครื่องแมคได้ แค่จะต้องมีการปรับแต่งกันสักหน่อย โดยซอร์สโค้ดที่ปล่อยออกมานั้นผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ และสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ โดยมีทั้งโมดูลไลบรารีสำหรับวิเคราะห์เสียง, เวอร์ชวลแมชีน และโมดูลอื่นๆ ที่มีพร้อมกับโซลูชันเอ็มเบดลีนุกซ์ ซึ่งนับว่าเป็นซอร์สโค้ดที่มีประโยชน์สำหรับนักพัฒนาเป็นอย่างมากทีเดียว แต่ว่าด้วยขนาด 2.1 กิกะไบต์กว่าจะอ่านโค้ดเข้าใจก็คงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2551

Google ถือว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านการบริการทั้ง seach engine, webmail และอื่นๆ ซึ่งมีผลให้ Google สามารถโน้มน้าวผู้ใช้ได้ง่าย ตัวอย่างเช่นการแนะนำผู้ใช้ Gmail ให้ใช้ Chrome หรือ Firefox แทน Internet Explorer ถ้าผู้ใช้ล็อกอินไปที่ Gmail โดยใช้ Internet Explorer ข้อความสีแดงๆ ก้อจะโผล่ขึ้นมาที่มุมขวาบน มีคำว่า get faster Google Mail ถ้าคุณคลิกลิงค์คุณก้อจะเข้าสู่หน้า Google Answer ซึ่งจะแนะนำให้คุณใช้เบราเซอร์ที่เร็วกว่า อย่างเช่น Google Chrome หรือ FireFox 3.0 :)

ถ้าคุณใช้เบราเซอร์เก่าๆ อย่าง IE6 Google ก้อจะแนะนำคุณว่าให้อัพเดทเบราเซอร์เป็น IE7 หรือ Google Chrome หรือ FireFox เพื่อการใช้งานที่รวดเร็วกว่า ดูเหมือนว่าคำแนะนำในแต่ละครั้งจะเปลี่ยนไปตามเบราเซอร์ของผู้ใช้ และการแนะนำในแต่ละครั้งก้อจะมี Google Chrome และ FireFox อยู่ทุกครั้งไป นี่เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งที่ Google พยายามผลักดันให้ผู้ใช้หันมาใช้ Chrome และ FireFox แทนที่จะใช้ Internet Explorer

 

 

 

 

ที่มา – Techradar

Google เริ่มมองหาตลาดใหม่ในการโฆษณา โดยเพิ่งจะออกมากล่าวว่ามีแผนจะขยายฐานในกลุ่มโฆษณาของตนเองให้ขยับเข้าไปยังกลุ่มผู้เล่นเกมส์ออนไลน์ เพื่อรองรับกับการเติบโตของตลาดเกมส์ออนไลน์ โดยมีการเปิดตัวซอฟต์แวร์ AdSense for Game ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการเว็บไซต์สามารถใส่โฆษณาในรูปแบบวิดีโอ, ข้อความ หรือรูปภาพลงไปในเกมส์ออนไลน์ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบการใช้งานเฉพาะภายในอเมริกา ซึ่งถ้าหากมองให้ลึกลงไปในตลาดกลุ่มนี้แล้ว ข้อมูลในเชิงสถิติแสดงให้เห็นว่ากว่าหนึ่งในสี่ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตซึ่งปัจจุบันมีถึงประมาณ 200 ล้านคนนั้น เล่นเกมส์ออนไลน์ และมีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนเป็นอย่างมาก โดยเติบโตขึ้นประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเลยทีเดียว ซึ่ง AdSense for Game ก็จะช่วยให้นักพัฒนาเกมส์สามารถเข้าถึงผู้เล่นได้ดีขึ้น และสามารถปรับปรุงเกมส์ออนไลน์ของตนเองให้สามารถสร้างรายได้จากเกมส์ผ่านทางโฆษณาโดยใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ซึ่ง Google ก็ออกมาระบุว่าในปัจจุบันนั้นกำลังเร่งทำงานอยู่กับค่ายเกมส์หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น Konami, Playfish, Zynga หรือแม้แต่ Mochi Media เป็นต้น และสำหรับผู้โฆษณาก็มีทั้ง Esurance, Sprint และ Sony Pictures แต่ก็ไม่แน่ว่าในอนาคต อาจจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับพื้นที่ แล้วจะได้เห็นโฆษณาไทยๆ กันบ้างเหมือนกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนตุลาคม 2551

มีงานสัมมนาฟรี ดีๆ มาฝากครับ สำหรับท่านที่ต้องการความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google ครับ ซึ่งคุณจะได้รับความรู้มากมายจากงานนี้ครับ

วัน และเวลา

วันพุธที่ 24 กันยายน  พ.ศ. 2551 เวลา 8.30 – 12.30 น.

สถานที่

ณ  มหาวิทยาลัยรังสิต ตึก 1 (อาคาร อาทิตย์ อุไรรัตน์)  ห้อง 1-301

กำหนดการ

08.30-09.00 น.    ลงทะเบียนและรับเอกสาร
09.00-09.30 น.     กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การสัมมนา

พิธีเปิดการสัมมนาโดยคณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
09.30-10.30 น.    สัมมนาช่วงที่ 1 หัวข้อ “Google เทคโนโลยียุคใหม่”
 

โดยวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ

1) ผศ.วิวัฒน์ อุดมปิติทรัพย์     บรรยายเรื่อง Google Map ,Google Earth

– อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม

– สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

2) คุณ ศรัณย์ ยุวรรณะ      บรรยายเรื่อง Google App

– นักเขียน อิสระ ผู้เขียน หนังสือ “Google Apps”

3) คุณ จตุพนธ์ ทานาฤทัย
บรรยายเรื่อง Google Adwords – CEO – Globlet Co., Ltd.        (Search Engine Marketing)

10.30-10.45 น.    รับประทานอาหารว่าง
10.45-11.45 น.    สัมมนาช่วงที่ 2 หัวข้อ “Google ในชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อม”
11.45-12.15 น    อภิปรายซักถามทั่วไป
12.15-12.30 น.    ปิดการสัมมนา
Lucky Draw

หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

วิทยากร

1. ผศ.วิวัฒน์    อุดมปิติทรัพย์   อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรม ,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, Google Map ,Google Earth.

2. คุณจตุพนธ์    ทานาฤทัย    CEO – Globlet Co., Ltd. Google Adwords (Search Engine Marketing).

3. คุณศรัณย์     ยุวรรณะ    นักเขียน อิสระ  ผู้เขียน  หนังสือ “Google Apps” Google App.

ผู้ให้การสนับสนุน

คุณพรทิพย์   กองชุน – Strategic Partner Development Manager-SoutheastAsia,Google Singapore.

พิเศษ!! ลุ้นรับของที่ระลึกจาก Sanook.com , Google Inc. และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

งานนี้เต็มไปด้วยสาระความรู้เกี่ยวกับ Google ล้วนๆ เลยครับ
ท่านใดสนใจ สามารถสำรองที่นั่งก่อนใครได้ที่

http://www.google-life.co.cc

ขอเชิญเข้าร่วมรับฟังสัมมนาฟรี หัวข้อเรื่อง

” Google | เทคโนโลยีเพื่อชีวิตยุคใหม่ “

ในวันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ.2551 เวลา 08.30 – 12.30 ณ

ห้องประชุม 1-301 อาคารอาทิตย์อุไรรัตน์ มหาวิทยาลัยรังสิต

สำรองที่นั่งก่อนใครได้ที่ : http://www.google-life.co.cc

แหล่งข่าว : มหาวิทยาลัยรั