สดๆ ร้อนๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากไปงาน Grand Openning Korat Science Park เครื่อง labtop คู่ใจดันเกิดอาการเดี้ยงเหมือนเดิมที่เคยเป็นคือเปิดเครื่อง ไฟติด แต่ไม่ boot ซะงั้น ซึ่งอาการแบบนี้เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปีมานี้ ซึ่งก็เช่นเคยเอาเครื่องไปซ่อมครับ หอบเครื่องไปศูนย์บริการที่ใกล้บ้านที่สุด IT Square เป็นทางออกที่ดีที่สุดของผมตอนนี้ เดินแว๊บเข้าไปที่ศูนย์บริการของร้านสีฟ้าๆ ซึ่งเขาขาย HP, Acer ฯลฯ และเพิ่งเปิดศูนย์บริการได้ไม่นาน จอง counter แรกเลยครับ แผนกซ่อม ช่างห้อยสายคล้องคอ TOT (คิดว่าน่าจะเป็นพนักงาน TOT มารับจ๊อบวันหยุด) ผมบอกเล่าอาการของเครื่อง ช่างเปิดปิดเครื่องอยู่หลายรอบ จนกว่าเครื่องมันจะ boot ได้ โอ้ววว สาวน้อยของผมโดนปู้ยี่ปู้ยำแล้ว! พอ boot เครื่องขึ้นมาได้ มีหน้าจอให้เลือก OS ช่างทำหน้างงๆ แล้วถามผมว่าลง Linux ด้วยหรือ? ผมเลยบอกไปว่าผมต้องใช้ Linux ทำงานเพราะเปิดใช้ Windows ทำงานที่ office ไม่ได้ ไวรัสมันเยอะ ฯลฯ ผมเลยเลือกเข้า Windows เพื่อชี้ให้เห็นว่าผมมี Windows นะไม่ได้ลง Linux อย่างเดียว

ช่างพิจารณาอยู่หลายรอบ บอกผมว่าเป็นที่ software ต้องลง windows ใหม่ เป็นเพราะ Software เหมือนจะแถไปทาง Linux อะจ๊ากกก!! ผมติดตั้งซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อยู่ในเครื่องซึ่งเยอะมาก รวมราคาได้เกือบๆ 1 ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้ว่าจ้างเป็นคนซื้อให้และกล่องซอฟต์แวร์ไม่ได้อยู่ที่ผมซะด้วย การลง windows ใหม่จะสร้างปัญหาการทำงานให้ผมเยอะมาก ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ผมลำบาก 10 เท่าเพราะผมเขียนโปรแกรมทั้งบน Linux และ Windows พอผมทำหน้างงๆ กลับกลายเป็นว่าปัญหากลับมาตกที่ผมซะงั้น ช่างตัดบทบอกให้ผมเอาเครื่องเข้าศูนย์ซ่อมที่ HP ที่ตึก เหงียนๆ อะไรสักอย่าง? ฮะๆ ผมไปไม่ถูกหรอก ก็เลยเก็บเครื่องเดินมาร้านตรงข้ามที่มีป้ายสีเขียวๆ เอาเครื่องให้เขาดู บอกเล่าอาการเช่นเดิม น้องผู้หญิงร้องอ๋อ เป็นอาการปกติของมันค่ะพี่ คือ ชิป VGA มันเสื่อม!! ซีรี่นี้อาการเหมือนกันหมด!! พี่อยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก เพราะนี่ก็มาซ่อมเหมือนกัน น้องผู้หญิงดึง Compaq V3000 ออกมาให้ผมดู 5 ตัวได้

อ่ะจ๊ากกก!! หนักกว่าเดิมอีกแฮะ น้องเขาแนะนำทางแก้คือ 1. เอาเครื่องไปอบ  ค่าใช้จ่าย 1,200 บาท หรือ 2. แก้ปัญหาอย่างถาวรคือเปลี่ยนซิปตัวใหม่ ค่าใช้จ่าย 3,500 บาท ผมเป็นประเภทต้องการให้มันเคลียเพราะผมมีเครื่อง labtop เครื่องเดียว และไม่มีเครื่อง desktop ใช้ ก็ต้องเลือกอย่างหลัง เสียไป 3,500 บาท เอาล่ะ คิดว่าน่าจะดีขึ้น ผมถามข้อข้องใจว่าเป็นกับ OS หรือเปล่าที่ทำให้มันเจ๊ง น้องเขาบอกว่าไม่ได้เป็นกับ OS ลุกค้าที่ใช้ Windows หรือ Linux ก็เป็นอาการเดียวกัน นั่นหมายความว่าที่ผมเคยเอาเครื่องเข้าศูนย์มา 3 รอบเขาไม่ได้แก้อะไรให้ผมเลยเหรอ? น้องผู้หญิงเขาก็บอกว่าที่ศูนย์เขาเปลี่ยน board ใหม่ให้ 2 ชิ้นใช่มั๊ยคะ มีส่วนของการ์ดจอด้วย 1 ชิ้นค่ะ ซึ่งก้อมาจากโรงงานเหมือนๆ กับที่โรงงานผลิต และมันก้อมีปัญหาเหมือนเดิม!! ผมถึงบางอ้อ อย่างน้อย Ubuntu ก้อไม่ได้ทำให้เครื่องผมเจ๊งอ่ะนะ สรุปแล้วก็เลยเสียค่าเปลี่ยนชิปไป 3,500 บาท กลับมาลองทดสอบดูก็ใช้ได้ดีไม่มีปัญหา แต่คงต้องรอดูอาการอีกสัก 2-3 เดือนว่าจะเกิดอาการเดิมอีกหรือเปล่า?

เมื่อวานนั่งติดตั้ง Ubuntu ให้เจ้าเครื่องเล็กที่บ้าน ปรากฏว่าไม่ผ่าน บูตขึ้นมาได้ แต่เข้าไม่ถึงหน้าจอ Ubuntu เลยได้มาค้นหาวิธีกันหน่อย ก็เลยได้เอามาแนะนำกันครับ ในส่อนของการติดตั้งนั้น จะใช้ External CD หรือจะสร้างตัวติดตั้งไว้ใน USB Flash Drive ก็ตามสะดวกครับ ถ้าได้ตัวติดตั้งแล้วก็ มาเริ่มกันเลย

  1. บูต Ubuntu จนเข้าถึงเมนูต้อนรับตามปกติที่ให้เลือกว่าจะ Install Ubuntu หรือจะเช็คซีดีนั่นละครับ ทีนี้ ให้กด F6 จากนั้น พิมพ์ต่อท้ายไป ตามด้านล่างนี้ครับ แล้วบูตเข้าตัวติดตั้งตามปกติ
    ide0=noprobe ide1=noprobe ide2=noprobe ide3=noprobe xforcevesa
  2. ติดตั้งไปตามปกติครับ
  3. แก้ไขค่า Config ของ Xorg นิดหน่อย สั่ง sudo gedit /usr/bin/compiz
    แก้ไขบรรทัดที่เขียนว่า
    WHITELIST="nvidia intel ati radeon i810 fglrx"
    เป็น
    WHITELIST="nvidia intel ati radeon i810 via"
  4. จากนั้นให้โหลดไฟล์ xorg.conf จาก http://feekes.googlepages.com/xorg.conf ไปเซฟทับไว้ที่ /etc/X11/xorg.conf

เท่านี้ครับ เรียบร้อยแล้ว ทีนี้เครื่อง HP mini ของคุณก็พร้อมใช้งาน Ubuntu และรัน Effect ลื่นๆแล้ว

HP Mini Netbook ตัวเล็กที่ถือว่ามาแรงที่สุดในท้องตลาด ได้ออก Mini 1000 มาแล้ว ซึ่งประเด็นคือ ไอ้เจ้าตัวนี้ มันมาพร้อมกับ Mi Launched ด้วย สำหรับ Mi Launched นี้ก็คือ Ubuntu เวอร์ชั่นที่ HP เขาเอามาทำนั่นเองครับ อยากลองเล่นดูเหมือนกันว่าโปรแกรมจะเป็นยังไงบ้าง แต่สิ่งที่เราจะได้เฮกันอย่างแน่นอนคือ เราไม่ต้องเพิ่มเงินลงไปในค่าเครื่องเพื่อ OS ที่เราไม่ได้ใช้กันอีกต่อไป

ที่มา: http://www.maximumpc.com/article/news/ubuntudhpmini1000mi_launched

แหมเห็นพี่ BigTux ออก HP Mini มาเล่นผมเองก้อนึกว่า MIE (Mobile Internet Experience) มันมาแล้ว แต่ก้อผิดหวังเพราะ HP Mini 1000 MIE จะออกเดือนมกราคมปีหน้า ซึ่งราคาก้อไม่แตกต่างกันมากกับรุ่นที่มาพร้อมกับ Windows XP เอาล่ะประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมากนัก จอ 10 นิ้ว Wide  มีลำโพง USB 2 port ตัวเครื่องหนาไม่ถึง 1 นิ้ว ใช้ CPU Intel ATOM 270 มี WiFi 802.11b/g, Bluetooth, Web Cam, Microphone ในตัว ฯลฯ แต่ความน่าสนใจมันอยู่ที่ MIE ครับ ไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์เลย

จากที่ HP Mini-note  2133 ที่บ้านเราพยายามโหมโรงโฆษณาเมื่อ 2 เดือนที่แล้วก้อยังขายไม่ค่อยจะออก เพราะมันมากับ Via C-7 แต่ความเด่นมันอยู่ที่ Via Chrome ที่สามารถแสดงผลจอภาพขนาดความกว้างละเอียดถึง 1280pixels ซึ่งมากโขเมื่อต่อกับ Projector หรือ LCD Monitor และที่สำคัญมันมาพร้อมกับ SUSE Linux Desktop ซึ่งเรียกว่าเปิดปรากฏการณ์ใหม่ในแง่ของการสนับสนุน Linux ในผลิตภัณฑ์ของ HP

กลับมาที่ HP Mini 1000 MIE ตอนนี้เดือนธันวาคม อดใจรอสักนิด HP Mini 1000 MIE  ก้อจะมาในต้นปีหน้าพร้อมกับอุปกรณ์ต่อพวงชุดใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง และที่สำคัญคือ MIE ครับ MIE เป็น Linux ที่ HP ทำขึ้นมาเองโดยใช้ Ubuntu เป็น based distro (ข่าวจากวงใน) ซึ่งเจ้า MIE นี้หน้าตามันออกแนว MediaStyle คือมีทุกอย่างให้คลิกในหน้าเดียว (ดู Video จาก You Tube ข้างล่างนะครับ) และที่สำคัญมาครบสูตรทั้งหมดที่คุณต้องใช้ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมเกี่ยวกับ Internet, Office, Photo Manager, Media Player และอื่นๆ อีกมากซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Linux ที่ HP ทำออกมาได้สุดยอดแล้วในเวลานี้ (ผมไม่เคยอยากใช้ Linux ที่ทำมาจาก HP เลยจริงๆ นะ แต่ตัว MIE นี้พลาดไม่ได้จริงๆ ครับ) สำหรับ MIE จะมีให้ดาวน์โหลดหรือเปล่าอันนี้ต้องติดตามดูกันอีกทีครับ ใครสนใจ MIE ดู Video จาก You Tube ข้างล่างเลยครับ

เกือบ 1 ปีมาแล้วที่ HP ค่อยๆ หยิบ Linux ใส่ลงในเครื่อง PC Desktop (pre-installed) เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วๆ ไป วันนี้ HP ได้ติดสินใจประกาศแล้วว่าจะใช้ Novell SLED (SUSE Linux Enterprise Desktop) 10 SP2 ลงในเครื่องราคาต่ำในรุ่น HP Compaq dc5850 ซึ่งเครื่องรุ่นนี้เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า SMB (small-to-medium sized businesses) และผู้ใช้ในกลุ่มนักศึกษา ใครสนใจ Linux Desktop จากการใช้ SLED จาก dc5850 ห้ามพลาด เครื่อง dc5850 เป็นเครื่อง desktop ขนาดเล็กที่ใช้ AMD processors โดยมีความเร็ว 2.2GHz สามารถใช้ AMD Sempron LE-1250 ถึง quad-processor 2.3Ghz AMD Phenom X4 9600B processor ระบบสามารถใส่ RAM ได้ถึง 8GB แต่เครื่องที่จัดจำหน่ายจะมี RAM ตั้งแต่ 512MB – 2GB อ้อสำหรับ graphic card กลัวว่าจะไม่แรงสามารถใช้ graphic card AMD Radeon 3100 หรือ Nvidia GeForce 8400 GS หรือ ATI Radeon HD 2400 XT สำหรับฮาร์ดดิสมีตั้งแต่ 80GB ไปจนถึง 500GB เอาล่ะยั่วน้ำลายกันมากพอแล้วดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ของ HP

ได้เลยครับ

ในขณะที่กระแสของการ "ลดโลกร้อน" กำลังมาแรงทั่วโลก ทางด้านไอทีก็ต่างพยายามเสนอตัวว่าสินค้าของตัวเองสามารถช่วยไม่ให้โลกร้อนได้อย่างไร แต่ในที่สุดคำตอบก็มาตกอยู่ที่การประหยัดพลังงานนั่นเอง โดยเฉพาะบรรดาดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหลายหากสามารถเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงานได้มากๆ ก็ส่งผลเรื่องนี้เหมือนกัน

แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากฮาร์ดแวร์แล้วยังมีคนคิดเอาเรื่องของระบบปฏิบัติการมาร่วมวงด้วย งานนี้มีการจับเอา Windows Server 2008 Enterprise Edition, Red Hat’s Enterprise Linux (RHEL) 5.1 และ SUSE Enterprise Linux จับมาแข่งกันบนเครื่องชนิดเดียวกันของ 3 ยักษ์ใหญ่ Dell IBM และ HP ส่วนเงื่อนไขก็ตัดสินก็คือให้ทุกระบบตั้งค่าให้อยู่ในโหมดสุดยอดของความประหยัดพลังงานแล้วทำการวัดว่าระบบไหนกินไฟจุกว่ากัน (ในโหมดที่ประหยัดพลังงานสุดๆ )

ผลปรากฎออกมาว่าลีนุกซ์ชนะ (ด้วยการรุมวินโดวส์แบบ 2-1) ด้วยความสามารถในการประหยัดพลังงานได้มากว่าวินโดวส์ถึง 12 % และผู้ชนะที่แท้จริงก็คือ Red Hat นั่นเองไม่ใช่ใครอื่น ไม่เสียแรงที่กระโดดเข้าวงการ Enterprise ก่อนใครเพื่อน ต้องยอมรับว่าเก๋าจริง ดังนั้นลีนุกซ์ก็ได้ปัก "ธงเขียว" เรื่องประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว

ที่มา : http://www.networkworld.com/research/2008/060908-green-windows-linux.html?fsrc=rss-linux