เคยได้ยินคนระดับที่ปรึกษาองค์กรใหญ่ๆ หลายคนมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โรงเรียน/สถานศึกษาใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนไม่เป็นไร เด็กจะได้ฉลาด ไม่มีใครมาตามจับหรอก เพื่อการศึกษา ฯลฯ แต่ไม่เห็นโรงเรียนหรือสถานศึกษาเข้าโครงการ Microsoft Education Alliance มากนัก เพราะอะไร? ทั้งๆ ที่โครงการเหล่านี้เอื้อประโยชน์กับสถานศึกษาที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพทางการศึกษาสร้างความฉลาดในการใช้งานซอฟต์แวร์ สร้างความฉลาดในการศึกษาหาความรู้ ยังจำลางๆ ได้ว่ามีนักศึกษาไทยคว้ารางวัล Imagine Cup มาได้ถือว่าเป็นเกียรติประวัติกับตัวนักศึกษาเอง และเกียรติประวัติประเทศไทยที่ได้ประกาศตัวเองแล้วว่ามีกึ๋น แต่กึ๋นและรางวัลที่ได้มา มาจากการใช้ซฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างนั้นหรือ? เปล่าเลย

มีหลากหลายโครงการเพื่อสถาบันการศึกษาได้เรียนรู้และศึกษาการใช้งานซอฟต์แวร์อย่างถูกวิธี และลดการละเมิดมีหลายโครงการ มีโครงการหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร และการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน (DAE : E-Private School) โรงเรียนเอกชนจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่สั่งซื้อ และสิทธิในการใช้โปรแกรมด้านการศึกษาของไมโครซอฟท์ตลอดจนการ Download โปรแกรมมาใช้งานเพื่อการศึกษา ซึ่งสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีสิทธิพิเศษ ได้ใช้ซอฟต์แวร์อย่าง Microsoft Windows Vista Enterprise Upgrade และ Microsoft Office 2007 Enterprise และซอฟต์แวร์ทางด้านการศึกษาอย่าง Microsoft Math, Microsoft E-Learning, Microsoft Digital Literacy, Microsoft Learning Essentials และ MS Office Communicator 2007 การเข้าร่วมโครงการที่มีประโยชน์ เหล่านี้ทำให้เด็กไทยฉลาด ไม่ใช่การใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์

คงไม่ต้องบอกว่าสิทธิประโยชน์ของการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มีอะไรบ้าง คิดแบบเร็วๆ ก็มี trojan, malware, virus, rootkit และค่าปรับจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ สิ่งเหล่านี้คือสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับ ดูแล้วไม่ดีเลย แล้วเด็กไทยจะฉลาดอย่างไร? พยายามเขียนโปรแกรมดัก memory address เพื่อ by pass การใส่รหัสลงทะเบียนหรือ? บางสถานศึกษาสอนให้นักเรียนแคร๊กซอฟต์แวร์ โดยทำเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติของการติดตั้งโปรแกรม เห็นอย่างนี้จะบอกเด็กๆ ที่กำลังเป็นอนาคตของชาติไม่ให้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ได้อย่างไร?

การที่หลายฝ่ายเข้ามาแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการชักชวน เข้าร่วมโครงการอย่าง Microsoft Education Alliance, DAE : E-Private School, Students to Business, Imagine Cup, DreamSpark ช่วยให้เด็กและผู้ใหญ่เข้าใจเรื่องสิทธิและลิขสิทธิ์มากขึ้น อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากซอฟท์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถสร้างประโยชน์ให้กับสถาบันการศึกษา ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนซอฟท์แวร์รุ่นใหม่ได้ สร้างความฉลาดในทางสร้างสรรของเด็กไทยเกิดขึ้นได้แน่นอน ดีกว่าสอนให้เด็กละเมิดลิขสิทธิ์อย่างตั้งใจ

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเรื่อง “ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์กับแนวทางการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย” โดยมีการบรรยายที่น่าสนใจหลายหัวข้อ อาทิ “กฎหมายลิขสิทธิ์และการคุ้มครองซอฟต์แวร์ไทย” โดย คุณ เขมะศิริ นิชชากร หัวหน้าส่วนส่งเสริมงานลิขสิทธิ์ สำนักลิขสิทธ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา การบรรยายในหัวข้อ “การละเมิดลิขสิทธิ์ในอินเทอร์เน็ต” และ ” นโยบายซอฟต์แวร์ที่ดีในองค์กรธุรกิจ” โดย คุณวารุณี รัชตพัฒนากุล หัวข้อ “Open Sourece Software for everyday computing” โดย คุณอนุชิต ชโลธร Software Engineer สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ งานนี้เดินสายจัดมาแล้ว 5 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพ, เชียงราย, เชียงใหม่, ภูเก็ต และ หาดใหญ่ สำหรับจังหวัดในเขตภาคอีสาน ได้แก่ ขอนแก่น และนครราชสีมา พบกันต้นเดือนสิงหาคมนี้ ท่านใดอยากทราบเรื่องกฏหมายลิขสิทธิ์ การจัดการซอฟต์แวร์ในองค์กร ตลอดจนการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชีวิตประจำวัน ห้ามพลาดเด็ดขาด!

ก็ อันนี้เป็นความสงสัยส่วนตัวครับ จะไม่ให้สงสัยได้อย่างไร ก็ในเมื่อ พรบ.คอมพิวเตอร์ที่ผมีผลบังคับใช้ออกมาแล้วนี้ ประเด็นหลักๆเลย จะเป็นเรื่องของการยืนยันตัวตน ว่าข้อมูล หรือข้อความใดๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอินเทอร์เน็ตนั้น มันมีที่มามาจากผู้ได๋

ก็เลยเป็นเหตุให้เราต้องมาเก็บ Log กัน เพื่อใช้สำหรับยทนยันตนก่อนใช้งานอินเทอร์เน็ต ว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เครื่องนี้ ไอพีนี้ เวลานี้ ณ เว็บไซต์แห่งนี้นั้น เขาเป็นใคร เพื่อว่าในกรณีที่มีปัญหา จะได้ตามไปเอาเรื่องได้ถูกตัว

ทีนี้ ความสงสัยของผมมันก็เลยมาลงอยู่ที่ การเก็บ Log ในปัจจุบันนี้ หลักๆเลย คือการระบุตัวตนว่า ผู้ใช้ไอพีดังกล่าว ในเวลานั้นๆ เป็นใคร เพราะว่าค่าไอพีที่เราได้กันมานั้น มันเป็นเลขแบบสุ่ม เพราะฉะนั้น ไอพีที่ถูกบันทึกการกระทำบนอินเทอร์เน็ตจึงไม่ได้หมายความว่า จะเป็นคนๆเดียวกัน หากแต่จะต้องอ้างกิงกับผู้ให้บริการด้วย เรื่องมันเลยกลายเป็นว่า ทุกๆคนที่เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จะต้องเก็บ Log กันซะหมด

กลับมาที่ IPV6 ตามหัวเรื่อง ตามความเข้าใจของผมนั้น IP ปัจจุบันที่เราใช้กันอยู่ จะเป็น IPV4 ซึ่งเลขมันไม่พอที่จะรองรับอุปกรณ์ทุกชิ้นที่เชื่อมต่อกันอินเทอร์เน็ต ดังนั้นเลขมันก็เลยต้องสุ่ม แต่ถ้าหากว่าเป็น IPV6 แล้ว ชุดตัวเลขมันจะเยอะมาก โดยที่จะสามารถใช้ได้โดยไม่ซ้ำกัน คล้าย Mac Address (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ)

ดังนั้น อีกหน่อย ถ้าเราใช้ IPV6 กันแล้ว เราจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องรับหมายเลขไอพีแบบสุ่ม จากผู้ให้บริการแล้ว หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว แปลว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็ไม่ต้องเก็บ Log แล้ว ใช่ไหม ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนที่จะต้องเก็บ Log ก็จะมาเหลือเพียงแค่ ผู้ให้บริการเช่าใช้อุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ว่าช่วงเวลานั้นๆ ใครใช้อุปกรณ์ดังกล่าว

อันนี้เป็นความสงสัยส่วนตัว ผมเข้าใจถูกรึเปล่า ใครมีคำตอบวานด้วยครับ