เนื่องจากมีคนส่งไฟล์สำรองข้อมูลเว็บไซต์ของ Joomla! มาให้ปกติจะเจอแต่ไฟล์ .zip แตกไฟล์ออกมาแล้วใช้งานได้เลย ครั้งนี้เป็นไฟล์ jpa ก็เล่นเอางงกันไปเลย ไฟล์ jpa นี้สร้างมาจาก Akeeba Backup ซึ่งเป็น extension ช่วยในการสำรองข้อมูล website ที่สร้างจาก Joomla! ตัว Akeeba Backup รองรับ CMS อื่นๆ ด้วย ลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ มาลองเล่น Akeeba Backup กันก่อน สำหรับท่านที่ติดตั้ง Joomla! อยู่แล้ว ติดตั้ง Akebaa Backup เพิ่มเติมได้เลยผ่านหน้า Install from Web ดังนี้

จะเห็นว่า Akeeba Backup อยู่รายการแรกเลย สั่งติดตั้งให้เรียบร้อย


Continue reading

ก่อนหน้านี้ผมเคยพูดถึงการติดตั้ง wordpress ด้วย juju โดยเชื่อมต่อกับ AWS มาแล้ว วันนี้ผมจะมาพูดถึงการติดตั้ง joomla ด้วย juju ซึ่งครั้งนี้ผมลองเชื่อมต่อกับ Azure กันบ้างนะครับ

หลังจากที่รันคำสั่ง

$ juju bootstrap

เพื่อสร้าง environment เรียบร้อยแล้ว ให้รันคำสั่งเพื่อติดตั้ง joomla

$ juju deploy joomla


Continue reading

Joomla ซอฟต์แวร์ CMS ที่เป็นที่นิยมอันดับหนึ่งของบ้านเรา เริ่มออกเวอร์ชั่น 3 มาให้ได้ยลโฉมกันแล้ว หลังจากที่อยู่กับ Joomla 1 และ 2 มาอย่างยาวนาน โดยเวอร์ชั่น 3 ที่เพิ่งออกมานี้ยังเป็นรุ่น Alpha2 อยู่ โดยตามแผนแล้ว ตัวจริงของเวอร์ชั่น 3 จะออกมาในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ครับ

แฟนๆ Joomla ไปโหลด Joomla 3 Alpha2 มาซ้อมมือกันไว้ก่อนก็ดีนะครับ

ที่มา: developer.joomla.org

หลังจากติดตั้ง Joomla แล้ว เราสามารถเข้าใช้งานหน้าเว็บไซต์ได้ทันที ที่ http://localhost/joomla โดยสามารถเรียกใช้งานผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ได้ทุกตัว

รูปภาพ

เมื่อมี Joomla ออกรุ่นใหม่ เราสามารถดาวน์โหลด Joomla รุ่น Upgrade เพื่อนำมา Upgrade โปรแกรม Joomla ที่ใช้อยู่ได้ทันที โดยให้ศึกษาวิธีอัพเกรดจากเว็บไซต์ของ Joomla โดยตรง เพราะ Joomla แต่ละรุ่นอาจมีวิธีอัพเกรดที่ไม่เหมือนกัน

เราไม่สามารถใช้โปรแกรม Joomla ในแผ่นซีดี Chantra เพื่ออัพเกรด Joomla ที่มีอยู่ในระบบได้ แม้ว่า Joomla ที่อยู่ในระบบจะติดตั้งจากแผ่นซีดี Chantra เช่นเดียวกันก็ตาม เพราะ Joomla ในแผ่น Chantra นี้ออกแบบมาสำหรับติดตั้งอย่างเดียว หากสั่งติดตั้ง Joomla จากแผ่น Chantra โดยที่ในระบบของเรามี Joomla อยู่แล้ว โปรแกรม Joomla ตัวใหม่ที่สั่งติดตั้งจะไปติดตั้งทับ Joomla เดิมที่มีอยู่ในระบบ ดังนั้นการอัพเกรด Joomla จะต้องใช้ Joomla ที่ได้จากเว็บไซต์ของ joomla.org โดยตรงเท่านั้น

การจะใส่โลโก้ให้กับ Joomla นั้น จะขึ้นอยู่กับ Template ที่เราเลือกใช้ โดยเราจะต้องเข้าไปแก้ไขที่ Template ที่ใช้อยู่ ให้ไปที่หน้า Admin ของ Joomla จากนั้น ที่เมนูด้านบนให้เลือก Extensions > Templates manager จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม Edit เพื่อแก้ไขรายละเอียด

รูปภาพ

ส่วนวิธีการแก้ไขนั้น จำเป็นต้องศึกษาในรายละเอียดของแต่ละ Template เอง เพราะแต่ละ Template จะมีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกัน

Joomla จะมี Component ที่ใช้ช่วยสร้างเมนูให้เป็นลักษณะแบบเลื่อนเมนูย่อยออกมาได้ โดย Component หนึ่งที่เป็นที่นิยมคือ SWmenuFree ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://extensions.joomla.org/extensions/structure-a-navigation/menu-systems/menu-editors/168

และสามารถติดตั้งได้ด้วยวิธีติดตั้ง Component ตามปกติ โดยสามารถดูวิธีติดตั้งได้ที่ข้อ xxx

  1. หลังจากติดตั้งแล้ว จะพบเมนูสำหรับเข้าถึงการปรับแต่ง Component ดังภาพ

รูปภาพ

  1. ปรับแต่งค่าตามต้องการ

รูปภาพ

  1. หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว เมนูที่สร้างจะเป็น Module ให้ไปเปิดใช้ที่หน้า Module

รูปภาพ

  1. จะได้ผลลัพธ์ดังภาพ

รูปภาพ

ในกรณีนี้ เราสามารถใช้บริการภายนอกอย่าง twitterfeed.com เพื่อเข้ามาช่วยได้ โดยการทำงานของ twitterfeed.com คือ จะอ่านข้อมูลจาก rss ที่เรากำหนด แล้ว tweet ให้ อัตโนมัติผ่านบัญชีผู้ใช้ที่เรากำหนด การใช้งานสามารถสมัครใช้ได้ฟรีทันทีที่เว็บไซต์ twitterfeed.com

ในกรณีนี้เราสามารถใช้โมดูลของ Drupal ที่ชื่อว่า Joomla ได้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://drupal.org/project/joomla โดยวิธีการนั้น เราจะต้องติดตั้ง Drupal พร้อมกับโมดูลดังกล่าวเสียก่อน จากนั้นที่หน้าของโมดูลนั้น จะมีช่วยให้นำเข้าข้อมูลจาก Joomla ได้

รูปภาพ