วันนี้นั่งคุยเรื่องโครงการที่สำนักงาน มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนเขียนโปรแกรมอยู่นิดหน่อย ซึ่งผมเองก็ชอบแอบนั่งเรียนตอนกลางคืนเป็นประจำ ก็เลยอยากมาแบ่งปันเว็บไซต์แหล่งเรียนออนไลน์ เผื่อท่านใดไม่ค่อยมีเวลาสามารถนั่งเรียนด้วยตนเองจากที่บ้านได้ แหล่งเรียนออนไลน์ที่ผมมักจะเข้าไปเรียนบ่อยๆ มีดังนี้

เมื่อต้นเดือนได้มีโอกาสไปงาน MICT สร้างคน สร้างชาติ ซึ่งเป็นงานแสดงนวตกรรมใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยี รวมทั้งโอกาสการสร้างงานจาก เทคโนโลยีทางด้านไอที แต่ในบทความนี้คงไม่ได้กล่าวถึงด้านไอทีหรือเทคโนโลยีอะไร แต่อยากบอกว่าได้อะไรจากการไปร่วมงานในครั้งนี้มากกว่า หัวใจของงานนี้มีหลายอย่างแต่สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจกลับเป็น Knowledge Capsule ที่มีชายแก่ๆ เป็นกราฟิก 3 มิติยืนพูดอยู่ในนั้น หาสังเกตดีๆ ชายแก่คนนั้นคือ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ตอนที่มีอายุมากแล้ว กราฟิก 3 มิติเล่าชีวประวัติของ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เป็นภาษาไทย ผมคิดว่าเข้าใจง่ายมาก แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในชายแก่ 3D นี้คือแนวทางการศึกษาในสิ่งที่เค้าสนใจ และแหวกแนวกว่าคนอื่น สูตรสมการและทฤษฎีสัมพันธภาพอันโด่งดังของชายแก่คนนี้คงไม่เป็นที่กังขามากนักในแง่ฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่ชายแก่ตนนี้อธิบายแนวทางการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเขานั้นน่าสนใจมาก ผมคงไม่สามารถอธิบายในความหมายได้มากไปกว่าความรู้สึกประทับใจใน Knowledge Capsule ถึงแม้ว่าคนที่เข้าไปชมบูธนี้จะน้อยมากๆ แต่เพียงประโยคที่ว่า "มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้น ที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต" ทำให้ผมอึ้งไปได้นานเลยทีเดียว

สำหรับปรัชญาของ Free Software สิ่งที่ RMS ต้องการ คือ การสร้างสังคมในอุดมคติ แต่สังคมนั้นไม่ได้อยู่ในสังคมจริงๆ ที่เราใช้ชีวิตกันอยู่นี้ สังคมที่ว่านี้คือ "ชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์" นั่นเอง การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านซอฟต์แวร์แล้วให้กับสังคมหรือชุมชนใช้ แก้ไข ปรับปรุง และแจกจ่ายได้ กลายเป็นต้นแบบวิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรูปแบบใหม่ๆ หลากหลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Apache, SAMBA, Linux รวมไปถึง Distribution อื่นๆ และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่เราใช้กันอยู่ จากชุมชนผู้พัฒนาที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาให้ผู้อื่นได้มีโอกาสใช้ อย่างเสรี กลายเป็นประโยชน์มหาศาลในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ ซึ่งหมายรวมไปถึง นวตกรรมใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน จากช่วงเวลาที่ผ่านมา 26 ปีมานี้ เราเห็นการเติบโตทางด้านซอฟต์แวร์พุ่งสูงขึ้นตลอดเกือบทุกปี และการยอมรับการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สขององค์กรก็เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ในต่างประเทศการศึกษาสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ได้แตกต่างจาการเรียนรู้เรื่องง่ายๆ อย่างเป็นไข้ก็กินยาลดไข้ ในหลายประเทศใช้กลวิธีในการศึกษาเพื่อให้ประชากรมีสังคมการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เป็น "มนุษย์คู่มือ" เป็น "หนอนหนังสือ" นั่นหมายความว่าการศึกษาสิ่งใหม่ๆ จะทำได้ง่ายมากขึ้น

สำหรับประเทศไทยเองเป็นที่น่าเสียดายที่สถิติการอ่านหนังสือ และสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของเราต่ำมาก ซึ่งอุปสรรค์ในการเรียนรู้ ซึ่งไม่ใช่เพียงโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย จากชายแก่ 3D บอกว่าเขาพยายามที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ มากว่าเรียนรู้ในสิ่งอื่นๆ รอบตัวนั้น เป็นความพยายามที่จะศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง ซึ่งการศึกษาทางด้านการพัฒนาหรือการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนั้นง่ายกว่าการเรียนรู้และศึกษาค้นคว้าแบบนั้นมาก การเข้าถึงสื่อและข้อมูลต่างๆ ในปัจจุบันทำได้ง่ายเพียงใช้ "เครื่องมือ" ให้ถูกวิธีเท่านั้น ในบทความนี้คงไม่กล่าวถึงการเรียนรู้ วิธีการเรียน หรือวิธีการค้นคว้า แต่อยากจะยกคำคมของ ไอสไตน์ เอามาให้ได้อ่านและชบคิดกัน

บุคคลจะเริ่มมีชีวิตที่แท้จริงก็ต่อเมื่อเขาสามารถดำ เนินชีวิตโดยหลุดพ้นจากตัวเอง
A person starts to live when he can live outside himself.

มีเพียงชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่นเท่านั้นที่มีคุณค่าแก่ การมีชีวิต
Only a life lived for others is a life worth while.

มีสองทางในการใช้ชีวิต คือทางหนึ่งไม่มีอะไรที่มหัศจรรย์เลย กับอีกทาง ทุกสิ่งล้วนเป็นความมหัศจรรย์
There are only two ways to live your life. One is as though nothing is a miracle. The other is as though everything is a miracle.

คุณค่าของมนุษย์อยู่กับสิ่งที่เขาให้ แต่ไม่ใช่ความสามารถในการแสวงหา
The value of a man resides in what he gives and not in what he is capable or receiving.

สิ่งที่เรารู้มีเพียง 1 ใน 1000 ของ 1%ของสิ่งที่ธรรมชาติเผยให้เราพบเห็น
We still do not know one thousandth of one percent of what nature has revealed to us.

มีความเป็นไปได้ที่จะอธิบายสรรพสิ่งด้วยวิทยาศาสตร์ แต่มันจะมีความหมายอะไรเหมือนกับที่ท่านอธิบายบทเพลง ซิมโฟนีของบีโธเฟนว่าเป็นความแปรเปลี่ยนของคลื่นเสีย ง
It would be possible to describe everything scientifically, but it would make no sense; it would be without meaning, as if you described a Beethoven symphony as a variation of wave pressure.

กฎ 3 ประการของการทำงาน ได้แก่ ภายใต้ความสลับซับซ้อนมีความเรียบง่ายแฝงอยู่ ภายใต้ความขัดแย้งไม่สอดคล้อง มีความเป็นเอกภาพแฝงอยู่ และท่ามกลางปัญหา อุปสรรคความยากลำบาก มีโอกาสและช่องทางออกใหม่ๆแฝงเร้นอยู่ด้วย
Three rules of work: Out of clutter find simplicity; from discord find harmony; in the middle of difficulty lies opportunity.

ข้าพเจ้าไม่เคยสอนลูกศิษย์ ข้าพเจ้าเพียงแต่สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้พวกเ ขาสามารถเรียนรู้ได้
I never teach my pupils; I only attempt to provide the conditions in which they can learn.

สิ่งที่เข้าใจได้ยากมากในโลกคือ -โลกเป็นสิ่งที่เราเข้าใจได้.
The most incomprehensible thing about the world is
that it is comprehensible