ได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากรเกี่ยวกับทางด้าน forensics โดยใช้เครื่องมือและระบบปฏิบัติการ Linux การอบรมครั้งนี้ผมเตรียมตัวสั้นมากเพราะเครื่องมือที่ใช้ออกจะโบราณไปหน่อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือตัวไหนที่มีมาพร้อมกับ Linux ทุกตัว เครื่องมือที่ใช้ในการสอนได้แก่ dd, fdisk, sfdisk, file, tar, gzip, bzip, losetup, md5 และ sha1 ซึ่งการอบรมยอมรับว่าสอนไม่ทันแต่ก็มันส์มาก เพราะผู้เข้ารับการอบรมได้สัมผัสถึง Linux จริงๆ ได้พิมพ์คำสั่งบน shell ถึงแม้ว่าเวลาจะน้อย ก็สามารถเห็นภาพได้ว่าถ้าใช้เครื่องมือบน Linux ก็สามารถนำเอามาใช้งานทางด้าน forensics ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าการอบรมครั้งนี้พอสนุกสนาน แต่ต้องใช้เวลามากกว่านี้สัก 7-8 สัปดาห์ว่าคุณตำรวจไซเบอร์รุ่นใหม่จะสามารถใช้เครื่องมือได้คล่องแคล่ว คราวนี้โจรไซเบอร์คงต้องเกรงกลัวบ้างล่ะ ทิ้ง slide เอาไว้ให้ด้วยที่ slide share ใครอยากเพิ่มเติมเนื้อหาก็ใส่เพิ่มได้ครับ ;)

ผมได้เสื้อสวยมา 1 ตัวสุดยอดครับ ชอบมากๆ

เสื้อสวย1

เสื้อสวย2

กิจกรรมดีๆจากชุมชนผู้ใช้ Ubuntu ที่ ubuntuclub.com เริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว โดยครั้งนี้เป็นกิจกรรมอบรมการใช้งาน Ubuntu ครั้งที่ 13 ในหัวข้อ การใช้งาน Command-line เบื้องต้น เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้งาน Command-line ของ Linux หรือ คิดที่จะศึกษาแต่ยังไม่กล้าที่จะลองใช้งานจริง กิจกรรมครั้งนี้ยังคงฟรีเช่นเคยครับ

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม

  • รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • มีพื้นฐานการใช้งาน Linux บ้างนิดหน่อย

ที่ไหนเมื่อไหร่

  • 20 ธ.ค. นี้ เวลา 9.00-17.00 น.
  • อาคาร SSUP (คนแถวนั้นเรียกอาคาร ว.วิโรจน์ บางทีก็เรียกตึกรูปม้า) ชั้น5 ใกล้ตลาดดินแดง (แผนที่1, แผนที่2)

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 0853253042 (ติดต่อในเวลาราชการครับ)

ลิงก์: ที่มา, ลงทะเบียน

ตอนนี้มองไปรอบตัวเห็นแต่ไมโครซอฟท์เต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ในบริษัทใหญ่ๆ เครื่องเดสก์ทอปของสำนักงานก็ใช่ โน้ตบุ๊คก็ยังหนีไม่พ้น กลับไปบ้านจะเล่นเกมก็ต้อง Xbox คว้าโทรศัพท์มือถือก็เจอวินโดวส์โมบาย แล้วอะไรอีกดีหละที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์ แต่ในอนาคตคุณเชื่อหรือไม่ว่าทุกอย่างจะไม่มีไมโครซอฟท์เหลืออยู่เลย ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่ต้องอ่านต่อส่วนคนที่เชื่อมาร่วมกันหาคำตอบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

เริ่มจากเรื่องของเซิร์ฟเวอร์ที่ใครเข้าใจว่าน่าจะใช้วินโดวส์กันมากมาย ส่วนความเป็นจริงโลกนี้เคยเป็นของยูนิกซ์มาก่อนและตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นลีนุกซ์ ถ้าไม่เชื่อลองหันไปมองรอบๆ ตัวคุณอีกทีอุปกรณ์อย่างเราท์เตอร์ข้างในก็ลีนุกซ์ทั้งนั้น หรือแม้แต่เซิร์ฟเวอร์ของไอเอสพีทั่วฟ้าเมืองไทยก็ล้วนแต่เป็นลีนุกซ์มากกว่าครึ่ง ยิ่งถ้าเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ต้องพูดถึง ทุกวันนี้นับวันลีนุกซ์ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ไมโครซอฟท์รู้ดีว่าตลาดนี้ยากนักที่จะทำให้กลับมาเหมือนเดิม

เดสก์ทอปคงเป็นเรื่องที่ล้มไมโครซอฟท์ยาก แต่ก็ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าเพราะในขณะที่วิสต้าตัวใหญ่โตมโหฬารพร้อมที่จะทำงานบนเครื่องที่มีแรมเยอะๆ ซีพียูขั้นเทพ ก็พอดีว่ากระแสของคนทั่วโลกเปลี่ยนอยากมาใช้เครื่องเล็กๆ พกติดตัวได้ง่าย และส่วนใหญ่เครื่องพวกนี้ไม่แรงพอที่จะทำให้วิสต้าวิ่งเล่นได้ มันก็เลยเหมือนการเอาช้างมานั่งบนเก้าอี้ของเด็กอนุบาล ดังนั้นภาพที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องพูดถึง งานนี้หลายคนหาทางออกด้วยการเอาเครื่องเดิมมาลงลีนุกซ์อย่าง Ubuntu แทน

ครั้นถึงเวลาของความนิยมโน้ตบุ๊คมาถึงแต่ความแรงของวิสต้าอาจทำให้กระต่ายกลายเป็นเต่าได้ง่ายๆ แม้จะพยายามกดดันด้วยการไม่ยอมให้คนซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ย้อนกลับไปใช้เอ็กซ์พีได้ง่ายๆ ต้องออกแรงมากมาย แต่จนแล้วจนรอดคนก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่าเอาเอ็กซ์พีได้ไหมวิสต้าไม่อาจเอื้อมเพราะกินจุเหลือเกิน บวกกับกระแสของ Netbook กำลังมาแรงด้วยหลักการที่ว่าประหยัดเบาและเล็ก ส่วนความแรงคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเป้าหมายเป็นคนที่ใช้งานทั่วไปเท่านั้น งานนี้ไมโครซอฟท์ก็มองเห็นแต่ก็รู้ตัวดีว่าหากเอาวิสต้ามาลงก็คงจะไม่รอด ก็ขนาดเอ็กซ์พียังต้องทำการลดน้ำหนักมากมายชนิดเอาแขนเอาขาออกเหลือแต่ตัวก็ยอมทำ แต่ใครจะอยากใช้กันหละ ลีนุกซ์ก็เลยได้อานิสงฆ์ไปเต็มๆ เพราะธรรมชาติของมันจะเล็กจะใหญ่หรือจะจิ๋วก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นเชื่อได้ว่าการที่เครื่องสำหรับคนเริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตลงลีนุกซ์ ก็หมายความว่าคนรุ่นใหม่จะโตขึ้นมาพร้อมลีนุกซ์ งานนี้ไมโครซอฟท์ไม่ยอมแน่ๆ

ส่วนเรื่องของความบันเทิงอย่างเครื่องเล่นเกมคอลโซลเดินไปไหนมาไหนก็มองเห็นแต่ Playstation กับ Nintendo ทั้งนั้น น้อยคนที่จะมี Xbox เอาไว้ในครอบครอง จริงอยู่ที่เกมมีให้เลือกเล่นมากมาย แต่ส่วนใหญ่ค่ายเกมก็ออกครบทุกค่าย หลายคนเป็นห่วงว่า Xbox จะบริโภคหน่วยความจำแบบถาวรจนทำให้การเล่นเกมหมดสภาพหรือเปล่า เพราะดูส่วนประกอบภายในแล้วก็พีซีแรงๆ ลงวินโดวส์ดีๆ นี่เอง ดังนั้นเรื่องของเกมคอนโซลคาดว่าจะเป็นการแข่งระหว่างสองค่ายที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์แน่นอน

มาถึงเรื่องของวินโดวส์โมบายกันบ้าง ก็ยังมีแนวทางการเจริญเติบโตเหมือนวินโดวส์รุ่นพี่ กล่าวคือยิ่งทำก็ยิ่งตัวใหญ่กินจุทั้งๆ ที่ฮาร์ดแวร์มีการพัฒนาไปมากมายแล้วก็ตามวินโดวส์ก็ยังคงกินเรียบแบบไม่มีเหลืออยู่เหมือนเดิม งานนี้ถ้า Android พร้อมเมื่อไรรับรองว่าได้โบกมือลาวินโดวส์โมบายแน่นอน เพราะคาดว่าเครื่องที่ใช้วินโดวส์โมบายวิ่งเป็นเต่าหากเปลี่ยนเป็นระบบใหม่จะสามารถกระโดดและวิ่งเป็นกระต่ายได้เลยทีเดียว ใครๆ ก็รอคอย Android กันทั้งนั้นงานนี้เบื้องหลังมีลีนุกซ์ซ่อนอยู่อีกเช่นเคย ที่สำคัญค่ายมือถือรายใหญ่ๆ ไปรวมลงทุนลงแรงกับ google กันเกือบหมดแบบนี้มองเห็นอนาคตกันชัดเจน

เรื่องราวทำท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะแม้แต่แอพพลิเคชันครองโลกอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศกับบราวเซอร์ที่ชื่อว่าไออีก็พลอยโดนหางเลขอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในอนาคตคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเติบโตมาพร้อมกับลีนุกซ์เขาเหล่านั้นก็จะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ OpenOffice.org กับ FireFox หม้อข้าวหม้อแกงของไมโครซอฟท์มีหวังโดนทุบ แล้วเรื่องมันก็จะเลยเถิดไปถึงไฟล์ฟอร์แมตที่ชื่อว่า ODF อย่างช่วยไม่ได้

คราวนี้ลองมองไปรอบๆ ตัวอีกทีคุณมองเห็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ลีนุกซ์เต็มไปหมด เห็นโน้ตบุ๊คที่ใช้ลีนุกซ์อยู่เต็มร้านกาแฟ เห็นคนพูดคุยกันผ่าน Android เห็นคนนั่งเล่นเกมบนเครื่อง Playstation ท่องอินเทอร์เน็ตด้วย FireFox และแลกเปลี่ยนเอกสารกันด้วย Open Document Format อืม…อนาคตที่ไร้ไมโครซอฟท์

 

กล้อง Sony DSC-G3 ความละเอียด 10 Megapixel มี Wi-Fi แต่ในตัวกล้องใช้ Busybox Linux ที่งาน Las Vegas Consumer Electronics Show Sony เปิดตัวกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ในรุ่น Cyber-shot  คือรุ่น DSC-G3 มาพร้อมกับเลนซ์ซุม 4 เท่า มี touch display ขนาด 3.5 นิ้ว และมีหน่วยความจำภานในตัวเครื่องขนาด 4 MB

คุณสมบัติทั้งหมดที่ว่ามาก้อน่าสนใจระดับหนึ่งในเรื่องของกล้องดิจิตอล แต่ที่สำคัญมันไม่ได้อยู่ที่กล้องแต่มันอยู่ที่ Busybox และ Linux Kernel 2.6.11 สำหรับ Access Linux Platform (ALP) ต่างหาก สำหรับ APL รุ่นนี้ใช้ Kernel ที่มีรหัสว่า 2.6.11-alp Woozy Beaver หากใครยังจำ Garnet OS บน Palm ได้ เจ้า Garnet OS ก้อเป็นผลงานของ Access-Company นี่แหละครับ นอกจาก Gernet OS แล้ว Access Linux Platform ยังถูกนำไปใช้กับโทรศัพท์มือถือ, MID, TV Settop Box หรือแม้กระทั่ง Navagator System ในรถยนต์

คุณสมบัติของกล้องถูกขยายขีดความสามารถให้ใช้ Wi-Fi ได้ทำให้คุณสามารถนำภาพที่ถ่ายได้อัพโหลดไปยังเว็บผู้ให้บริการอัลบัมออนไลน์อย่าง Picasa, Shutterfly, Photobuket หรืออัพโหลด video ไปยัง Youtube, Dailymotion ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ สำหรับ Source Code ของ Kernel, Busybox และโปรแกรมอื่นๆ ที่อยู่ในกล้องสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่หน้า Source Code Distribution Services ของ Sony ครับ

ที่มา – Linux Pro Magazine, DSC-G3 Cyber-shot® Digital Camera , Access Linux Platform

สำหรับผู้ใช้ Linux หลายๆท่านแล้ว อาจต้องเคยประสพปัญหาในการ Format Partition เป็น NTFS เพื่อใช้ในง่านต่างๆ เช่นการ Format Drive ให้กับ External Harddisk

ซึ่งเครื่องมือจัดการ Disk ใน Linux ส่วนใหญ่แล้ว แม้ว่าจะรองรับการ Format และการย่อขยา Partition แต่เท่าที่ดู เหมือนว่าจะไม่เจอเครื่องมือตัวไหนเลยที่สามารถ Format Partition ให้เป็น NTFS ได้ ทำให้ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อเราต้องการ Format Partition เป็น NTFS เรามักจะต้องหาเครื่อง Windows ในการช่วยจัดการกัน

แต่แท้ที่จริงแล้ว ใน Linux เองก็มีซอฟต์แวร์ที่ช่วย Format Partition ให้เป็น NTFS อยู่เหมือนกัน เพียงแต่เป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้งานผ่าน Command-line ทำให้อาจจะไม่สะดวกในการใช้งานนัก

ซอฟต์แวร์ที่ว่านั้นมีชื่อว่า mkntfs ครับ ชื่อของโปรแกรมก็สื่อถึงตัวมันอย่างตรงไปตรงครับ คือ Make NTFS นั่นเอง

วิธีใช้งานนั้นก็ง่ายมากๆ ครับ
สั่ง mkntfs /dev/xxxn (แทน xxx ด้วย hda, hdb หรือ sda ที่จะฟอร์แมท และแทน n ด้วย หมายเลขลำดับของพาร์ทิชั่น
สั่งแล้ว รอครับ เท่านี้เองครับ ง่ายสุดๆ

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้พาร์ทิชั่นที่เป็น ntfs ไว้ใช้แล้วครับ

แนะนำวิธีติดตั้ง OpenSUSE โดยติดผ่าน ISO Image เลยครับ ไม่ต้องเปลืองแผ่นอีกต่อไปครับ ท่านใดชอบติดตั้ง Linux ใหม่บ่อยๆ อาจลองดูวิธีนี้ครับ จะได้ไม่เปลืองแผ่น

ก่อนอื่นเรามาทำให้แฟลชไดรฟ์เป็นบูตดิสก์ก่อนครับ

สิ่งที่ต้องเตรียม:

  1. ระบบลินุกซ์พร้อมใช้งาน พร้อมติดตั้งแพกเกจ syslinux และ lilo ไว้ด้วย
  2. แฟลชไดรฟ์ ไม่จำกัดความจุ (แต่ห้ามน้อยกว่า 24 เมกะไบต์นะ)
  3. แฟ้มอิมเมจ ISO ของตัวติดตั้ง openSUSE รุ่น ix86 หรือ x86_64 ตามต้องการ

จัดการแฟลชไดรฟ์ก่อน
1. ติดตั้ง syslinux และ lilo (เอาไว้ใช้คำสั่ง acivate) – กรณียังไม่มี
# yast2 -i syslinux lilo <– อันนี้เป็นคำสั่งบน openSUSE

ถ้าบน ตู้ คงประมาณ

$ sudo apt-get install syslinux lilo

มังครับ :P

2. แบ่งพาร์ทิชันให้แฟลชไดรฟ์ สมมติแฟลชไดรฟ์เป็น /dev/sdb
# cfdisk /dev/sdb

  • เสร็จแล้วแบ่งพาร์ทิชันแรก ผ่าน cfdisk นั่นแหละครับ
  • ไม่ต้องใหญ่มากนะครับ เดี๋ยวเวลาทำบูตดิสก์มันจะช้าเนื่องจากคำสั่งมันจะมีการเช็คดิสก์ด้วย
  • ของผมแบ่งเป็น 256MB ก็พอ ก็จะได้ /dev/sdb1 ออกมา
  • เปลี่ยน Type ของพาร์ทิชันเป็น 06 (FAT16)
  • สั่ง write ตอบ yes

** ข้อ 2 นี่ถือว่าเป็นการหัดใช้งาน cfdisk ละกัน ไม่ยากครับ เลยไม่แปะรูปให้ดู :P

3. ทำระบบแฟ้มแบบดอสให้มัน
# mkdosfs /dev/sdb1

4. เขียน Boot partition
# syslinux /dev/sdb1

ต่อมาเริ่มเข้าสู่การสร้างบูตดิสก์

1. เริ่มด้วยการเมานท์แฟ้มอิมเมจ iso ก่อน
# mkdir -p /mnt/SUSEDVD
# mount -o loop /my/path/to/openSUSE-11.1-DVD-x86_64.iso /mnt/SUSEDVD
# cd /mnt/SUSEDVD/boot/x86_64
# ./mkbootdisk –64 –partition /dev/sdb1 /mnt/SUSEDVD/ <== –64 คือ x86_64 ถ้าเป็น 32 บิต ให้เปลี่ยนเป็น –32 แทน ส่วน PPC บ่ฮู้เด้อค่า

เสร็จแล้วครับ (มีแค่ข้อเดียวนี่แหละ แหะ ๆ)

อ้อ ลืม ปกติผมแบ่งพาร์ทิชันดังนี้อยู่ครับ
/dev/sda1 <—– For ix86 Installation
/dev/sda2 <—– For x86_64 Installation
/dev/sda3 <—– Swap 2GB
/dev/sda4 <—— ปกติผมเมานท์ไว้ที่ /home/Share ขนาดค่อนข้างเยอะครับ เอาไว้เก็บข้อมูลต่าง ๆ

ทีนี้ปกติผมมักจะดาวน์โหลดพวก iso ต่าง ๆ มาเก็บไว้ที่ /home/Share/iso
ดังนั้นหากอ้างถึงตามดีไวซ์และพาร์ทิชัน (เอาเป็น x86_64 ละกัน) จะได้เป็น
/dev/sda4/iso/openSUSE-11.1-DVD-x86_64.iso

จากนั้นบูตใหม่ได้ โดยสั่งบูตจากแฟลชไดรฟ์ของเรา
พอถึงหน้าเมนูบูตของการติดตั้ง ป้อนพารามิเตอร์ต่อไปนี้
install=hd:/dev/sda4/iso/openSUSE-11.1-DVD-x86_64.iso

เสร็จแล้วครับ ง่ายจัง ไม่เปลืองแผ่นด้วย

———————————————————————————————

ปัญหาที่ต้องระวัง ก็คือเรื่องพาธที่อยู่บนพาร์ทิชันครับ
อย่างของผม ตอนแรกก็ป้อน

install=hd:/dev/sda4/Share/iso/openSUSE-11.1-RC1-x86_64.iso


แล้วก็ไม่ได้ซักที กว่าจะนึกขึ้นได้ว่า Share มันเป็นจุดเมานท์นิ
ถ้าอ้างจากพาร์ทิชันจริง ๆ ก็จะเป็น /iso/openSUSE-11.1-RC1-x86_64.iso
ต่อมาถึงได้ลอง

install=hd:/dev/sda4/iso/openSUSE-11.1-RC1-x86_64.iso

แล้วก็ฉลุยครับ

———————————————————————————————

**** กรุณาเปลี่ยนพาธ, ชื่อแฟ้ม, ค่าพาร์ทิชัน และค่าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ให้เป็นไปตามเครื่องของคุณ ๆ กันนะครับ ไม่ใช่ลอกตามหมด :P

ที่มา: http://suseclub.com/node/34

eWEEK ได้ทำการรวบรวม 15 บุคคลผู้ทำให้ Open Source เป็นที่น่าสนใจในการลงทุนทางธุรกิจครับ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น มาดูกันครับ

  1. Linus Torvalds ผู้ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ด้วยการสร้างระบบปฏิบัติการ Linux ที่ทุกวันนี้แทบจะไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก พร้อมกับการชังจูงนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมาก ให้หันมาพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้กับ Linux อย่างมากมาย
  2. Mitchell Baker ประธานสาวจาก Mozilla Foundation อดีต CEO of Mozilla Corp. ด้วยการพา Firefox ไปแตะที่ยอดดาวน์โหลดกว่า 150 ล้านครั้ง จนขึ้นแท่นเป็นเบราเซอร์คู่แข่งของ Internet Explorer ในปัจจุบัน
  3. Mike Milinkovich executive director จาก Eclipse Foundation ที่ทำให้ Eclipse กลายเป็นเครื่องมือชั้นนำสักหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทั่วโลก
  4. รองประธาน จาก Bank of America องค์กรอันดับต้นๆ ที่เป็นแรงสำคัญในการสนับสนุน Open Source
  5. Jim Zemlin ผู้เป็น executive director ของ Linux Foundation ที่ช่วยให้ Linux เติบโตได้อย่างรวดเร็ว
  6. Peter Fenton และ Larry Augustin เป็นสองผู้ลงทุนในซอฟต์แวร์ Open Source โดย Fenton ร่วมกับ Benchmark Capital ในปี 2006 หลังจาก 7ปี ถัดมาการลงทุนของเขาประกอบไปด้วย JBoss, XenSource และ Zimbra สำหรับ Augustin และกลุ่มของเขาได้เริ่มก่อตั้ง VA Linux ใน SourceForge.net
  7. Jim Jagielski หนึ่งในผู้ก่อตั้ง, ผู้บริหาร และสมาชิกของ Apache Software Foundation ทีเป็นที่สนใจของชุมชนโอเพนซอร์สต่างๆ
  8. Michael Tiemann ประธานของ Open Source Initiative ที่อุทิศตนในการประชาสัมพันธ์ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
  9. Marten Mickos CEO ของ MySQL ซึ่ง Sun ได้ทำการส่งเขาขึ้นเป็นตำแหน่ง Open Sourcerer พร้อมทั้งได้ใช้ประสพการณ์ของเขาเพื่อช่วยผลักดันให้หน่วยงานด้าน Open Source ประสพความสำเร็จ
  10. Marc Fleury แม้ว่าจะได้ทำการปลดเกษียณไปจากแวงวงธุรกิจไปแล้ว แต่ด้วยผลงานของเขาที่ทำให้ JBoss เป็นส่วนหนึ่งของ Redhat และทำให้ JBoss ที่เป็นน่าสนใจขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
  11. Rod Johnson ในฐานะ CEO ของ SpringSource
  12. Jonathan Schwartz CEO ของ Sun Microsystems ผู้เป็นแชมป์ของ open source ภายในของ Sun เอง
  13. Mark Shuttleworth ผู้ก่อตั้ง Canonical และ Ubuntu Foundation ผู้สร้าง Linux distribution ที่เป็นที่นิยมที่สุดของโลก
  14. John Roberts หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารของ SugarCRM ผู้ผลักดันให้เกิดการนำ Open Source มาใช้ในงานด้าน CRM

 

ที่มา: eweek.com

ดูกันจะ ๆ ครับผมว่าทำไมถึงไม่ควรใช้ Windows กับ สนามบิน ฟ้องกันด้วยภาพครับผม สงสัยว่าบทความอนาคตที่ไร้ Microsoft ของพี่ Bixtux เราจะไกล้ความจริงแล้วครับผม (ว่าแต่ว่าสุวรรณภูมิใช้อะไรกันอยู่ครับผม)
มิวนิค, เยอรมันนี

เดนเวอร์, สหรัฐอเมริกา

ลอนดอน, อังกฤษ

เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย

ลอนดอน ฮีธโธรว, อังกฤษ

นิววอร์ค เจอร์ซีย์, สหรัฐ

มอนทรีอัล,​ แคนาดา

เบอร์ลิน, เยอรมันนี

ชิโปว, เนเธอร์แลนด์ (ขนาดแค่ตู้เย็นยัง crash เลย)

สุวรรณภูมิ, ประเทศไทย

ลอสแองเจลลิส, สหรัฐ

โยฮานเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้

ลอนดอน ฮีธโธรว

Huh?, สหรัฐ (อันนี้กลัวๆไวรัสมาก ๆ จน pop-up ขึ้นมาเฉย)

กลาสก้า, สหรัฐ (อันนี้กรณี crash แบบนิ่งไปเลยไม่มี error ขึ้น ก็ต้องแก้ปัญหาแบบด่วนจี๋ไปก่อน)

หลายๆท่านยังคงติดอยู่กับภาพเก่าๆในเรื่องของการใช้งาน Linux ที่มักจะนำไปผูกติดกับการใช้งานสำหรับเครื่อง Server อยู่เสมอ ด้วยเหตุผลเดิมๆว่า Linux ใช้ยาก ซึ่งเหตุผลนั้นจะว่าไปก็จริง แต่มันจริงเมื่อสักสิบปีที่แล้ว ถึงวันนี้ถ้าจะลองมองดูดีๆแล้ว Linux ไม่ได้ใช้งานยากเหมือนเมื่อก่อน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งที่ไม่ว่า Linux ค่ายไหนในปัจจุบันก็จะมีตัวติดตั้งที่เป็นกราฟิกมาให้อยู่แล้ว ติดตั้งง่ายกว่า Windows XP เสียด้วยซ้ำไป หรือแม้กระทั่งการใช้งานที่ทุกวันนี้เราสามารถใช้งาน Linux ได้โดยไม่ต้องแตะ Terminal เลยเสียด้วยซ้ำ อันนี้ยืนยันจากประสพการณ์ตรงครับ เคยทดลองดูแล้ว ผมสามารถใช้งาน Ubuntu โดยไม่ต้องแตะ Terminal ได้จริง เรียกว่าจะหยิบจับอะไรนั้น ผู้พัฒนาเขาก็ทำเครื่องมีที่เป็น GUI มารองรับไว้ให้หมดแล้ว

สำหรับท่านที่ยังไม่เคยใช้งาน Linux ในระดับ Desktop มาก่อนแล้วอยากจะทดลอง ผมก็แนะนำให้ลองที่ Ubuntu, Fedora และ SUSE ซึ่งน่าจะเหมาะกับการใช้งานแบบ Desktop ที่สุดแล้ว

ก็ตามที่ได้กล่าวมาครับ ทุกวันนี้ Linux ใช้งานได้ง่ายมากแล้ว ส่วนจะใช้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับ

ถึงแม้ว่าในวันนี้ Firefox จะเป็นสุดยอด Web browsers ของกลุ่มผู้ใช้ลินุกซ์ แต่ถ้าใครได้ใช้ลินุกซ์มาก่อนที่จะมี Fiefox อาจลืมไปแล้วก็ได้ ว่าก่อนหน้านี้คุณใช้อะไรท่องเว็บไซต์ วันนี้ผมจะพาไปดู 9 Web browsers หรับลินุกซ์ นอกเหนือจาก Firefox และ Mozilla ที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วนะครับ

เอาละครับ พร้อมแล้วก็มารำลึกความหลังไปพร้อมกันเลย

1) Epiphany:

http://www.gnome.org/projects/epiphany/

2) Galeon:

http://galeon.sourceforge.net/

3) Konqueror:

http://www.konqueror.org/

4) Opera:

http://www.opera.com/download/?platform=linux

5) Seamonkey:

http://www.seamonkey-project.org/

6) Dillo:

http://www.dillo.org/

7) Kazehakase:

http://kazehakase.sourceforge.jp/

8) Midori:

http://software.twotoasts.de/?page=midori

9) Netsurf:

http://www.netsurf-browser.org/

ที่มา: http://www.linuxhaxor.net/2008/07/02/9-web-browsers-for-linux/