บริการคลังเก็บภาพถ่ายอย่าง Flickr มีช่องทางสำหรับนักพัฒนา App สามารถที่จะเรียกใช้งานได้ซึ่งมีมาตั้งนานแล้ว ผ่านทาง Flickr API ซึ่งแน่นอนว่าสามารถอัพโหลดภาพผ่านทาง API ได้ และดึงข้อมูลภาพเอามาแสดงผลได้เช่นกัน วิธีการก็ง่ายมากครับ

  1. ต้องสมัคร Flickr API กันก่อน
  2. เลือกช่างกล้องที่เราชื่นชอบ ผมชอบงานถ่ายภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ท่านหนึ่ง คือ คุณFordAntiTrust ครับ
  3. ดู Flickr API ที่เราสามารถเลือกใช้ได้ http://www.flickr.com/services/api

มีแค่นี้ครับ ผมเลือกใช้ Method ที่ชื่อว่า flickr.photosets.getPhotos ค่าตัวแปรที่ต้องใช้งานกับ Method นี้คือ API_KEY และ PhotoSet ID ให้เราลองสร้าง REST Request เพื่อให้ได้ข้อมูลเล่นๆ บน Browser กันก่อน ดังนี้

http://api.flickr.com/services/rest/?&method=flickr.photosets.getPhotos&api_key=YOUR-KEY&photoset_id=YOUR-PHOTOSET-ID&format=json&jsoncallback=?

เปลี่ยนค่าตามค่าที่คุณต้องการ ก็จะได้ค่า JSON กลับมาแบบงงๆ อย่างนี้

jsonFlickrApi({"photoset":{"id":"72157626549802465", "primary":"5523106788", "owner":"14143570@N00", "ownername":"Ford AntiTrust", "photo":[{"id":"5523106788", "secret":"ff8af2e14e", "server":"5057", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (2)", "isprimary":"1"}, {"id":"5522518723", "secret":"b006460b92", "server":"5292", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (6)", "isprimary":"0"}, {"id":"5522517811", "secret":"a3e3900d7f", "server":"5252", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (4)", "isprimary":"0"}, {"id":"5522518261", "secret":"e4c4373a3f", "server":"5219", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (5)", "isprimary":"0"},"page":1, "per_page":500, "perpage":500, "pages":1, "total":"29"}, "stat":"ok"})

เรียกได้ว่าสุดมึน คำถามคือ “ภาพอยู่แห่งหนใด” แล้วจะเอามันออกมาโชว์ได้ยังไง? ต่อให้ Parse JSON ได้แลัวภาพอยู่ไหนอ้ะ T_T วิธีการแปลข้อมูลอยู่ที่ Flickr Photo Source URLs ซึ่งข้อมูลจะใช้ REST เช่นเคย ในการแสดงข้อมูลภาพ งงไหม REST ซ้อน REST ไม่ต้องสนใจก็ได้ครับ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างการจัดการข้อมูล เอาเป็นว่าโครงสร้าง URL ที่เราจะใช้กันมีดังนี้

http://farm{farm-id}.staticflickr.com/{server-id}/{id}_{secret}_[mstzb].jpg

ค่าที่เราจะเอามาใช้จาก JSON ข้าต้นได้แก่ farm-id, server-id, id, secret และ option ภาพที่เราต้องการ แบ่งเป็น

  • s ภาพขนาด 75×75
  • t ภาพ thumbnail 100px
  • m ภาพขนาด 240px
  • z ภาพขนาดกลาง 640px
  • b ภาพขนาดใหญ่ 1024px
  • o ภาพต้นฉบับ

จากตัวอย่าง JSON ข้างต้น เราลองมาหาภาพแต่ละขนาดกันครับ

แทนค่าสมการกันดีกว่า http://farm6.staticflickr.com/5057/5523106788ff8af2e14ez.jpg เราจะได้ภาพดังนี้

เอาล่ะเริ่มมีกำลังใจกันแล้วใช่มั๊ยครับ เราก็ใช้ http://jsfiddle.net ในการเขียนโค้ดและทดสอบโค้ดกัน

เมื่อได้ทดสอบ jQuery Code และ CSS กันอย่างพอใจแล้ว ก็มาประกอบร่างกันใน jQuery Mobile แล้วไป Build ต่อโดยใช้ PhoneGap Build เราก็จะได้ HTML5 App สำหรับ Mobile ในค่ายต่างๆ ได้แล้วครับ ตัวอย่างพอหอมปากหอมคอ

คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการพัฒนา HTML5 App ผนวกกับ APIs ต่างๆ บน Cloud ได้ครับ ตัวอย่างในครั้งต่อไปยังนึกไม่ออกครับ คิดว่าคงมีโอกาสมาเขียนอีกครับ :)

ผมมักจะชินกับการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ออกจะดูวิเศษเสมอๆ อย่าง Adobe Dreamweaver, Web Matrix แต่เมื่อไม่มีตังค์ซื้อก็เลยต้องประยุกต์บริการต่างๆ เข้ามาเพื่อให้การเขียน App ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว คิดว่าหลายๆ ท่านคงเคยใช้ Notepad ในการเขียน HTML ใช่มั๊ยครับ แน่นอนมันยากและมึนด้วย วันนี้เลยจะมาแนะนำเครื่องมือในการเขียน HTML5 App สำหรับ Desktop, Mobile, Tablet App กันครับ เครื่องมือที่ผมใช้แบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้

เครื่องมือเกี่ยวข้องกับ Editor

  • gEdit เครื่องมือปกติที่ผู้ใช้ Ubuntu หรือ Gnome Based Distribution ใช้กันอยู่แล้ว ข้อดีของ Gnome คือมันมีสีแยกแยะ Syntax ทั้ง HTML, Javascript และ CSS ทำให้เห็นข้อผิดพลาดของโค้ดจากสีที่แสดงผลได้ง่าย
  • Eclipse สำหรับตัวนี้ผมมักจะใช้เขียน Android App มากกว่าที่จะเขียน HTML5 App แต่ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะ plugin ที่เราสามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ ก็ทำให้คุณสมบัติของ Eclipse เพิ่มมากขึ้นด้วย

เครื่องมือทดสอบ/ทดลองโค้ด

  • JSONLint เป็นเครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องของ Syntax แบบ JSON ข้อดีนอกจากการ Validate แล้วยังมีในเรื่องของการจัดรูปแบบของข้อมูลทำให้เราเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นด้วย
  • JSFiddle เป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่รวมรวมเอาการเขียนโค้ดทั้งในรูปแบบของ HTML, CSS, Javascript พร้อมการแสดงผลลัพท์ให้ดู ที่สำคัญยังสามารถเรียกใช้ Javascript Framwork ดังๆ อย่าง jQuery, Mootools, Prototype, YUI เป็นต้น

เครื่องมือคิวรีและดัดแปลงข้อมูล

  • YQL หรือ Yahoo! Query Language สามารถทำให้เราสามารถใช้คำสั่ง SQL ง่ายๆ อย่าง SELECT ในการจัดการข้อมูลบน Internet ได้ง่ายๆ จากหลากหลายบริการ เช่น Yahoo answer, AppDB, Flickr, RSS เป็นต้น โดยคุณสามารถกำหนดข้อมูล output ที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งมีให้เลือก 2 รูปแบบคือ XML และ JSON
  • Pipes เป็นเครื่องมือดัดแปลงข้อมูลจาก Internet เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เราต้องการ Pipes เป็นอะไรที่สนุกมาก คุณสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากบริการที่แตกต่างเพื่อสร้างชุดข้อมูลใหม่ได้ เช่น เอา Youtube มาผนวกกับ Twitter เป็นต้น

เครื่องมือที่เกี่ยวกับ JavaScript Framework

  • jQuery Mobile ใช้สำหรับทำ Mobile Web หน้าตาจะออกแนวๆ iPhone App ใช้งานง่าย มีเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการเขียน Mobile App เช่น Touch UI เป็นต้น
  • PhoneGap เป็น JavaScipt + SDK ทำให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์ที่อยู่ในมือถือหรือ tablet ได้ง่ายๆ ผ่านทาง JavaScript เช่น กล้องถ่ายรูป, GPS, โทรศัพท์ ฯลฯ PhoneGap ยังมี Build Server สำหรับสร้าง App เพื่อใช้งานในมือถือค่ายต่างๆ ได้อีกด้วย จำได้ว่าเคยเขียน blog เกี่ยวกับ PhoneGap Builder ไปแล้ว
  • Sencha เป็นเครื่องมือ Javascript Framework อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมืออีกหลายอย่างให้ได้เล่นกัน

พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ :)

PhoneGap เป็นแพลตฟอร์มการเขียน Application โดยใช้ HTML5 และ Javascript ซึ่งคุณสามารถใช้ในการสร้าง Application บนมือถือได้หลากหลายแพลตฟอร์ม เช่น iPhone, Android, BlackBerry, webOS, Windows Mobile และ Symbian เป็นต้น PhoneGap จะมาพร้อมกับ PhoneGap API เพื่อใช้ในการเขียน App และ Plugin ต่างๆ ซึ่งทำให้คุณสามารถสร้าง HTML5 Application ได้ง่ายๆ และที่สำคัญหากคุณเขียน Application เป็น HTML5 + PhoneGap API อยู่แล้ว คุณสามารถใช้ PhoneGap Builder ช่วยสร้าง App สำหรับแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้เลย โดยไม่ต้องแก้ไขซอร์สโค้ดแต่อย่างใด

สำหรับท่านที่อยากทดลอง ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลด PhoneGap ได้ที่ http://www.phonegap.com สำหรับ PhoneGap Builder สามารถใช้งานได้ที่ https://build.phonegap.com

Wikipedia Foundation แอบออกรุ่น Wikipedia สำหรับ Android ซึ่งถือว่าเป็นรุ่น Official เลยก็ว่าได้ สำหรับ App ตัวนี้อ่าน Wikipedia แบบ Online ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลใน Wikipedia หรือหาเนื้อหาที่น่าสนใจจากที่ที่คุณอยู่ได้ นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเอาไว้อ่านแบบ Offline หรือ Share ให้เพื่อนๆ ได้ด้วย Wikipedia เคยออกรุ่น Mobile มาแล้วใน iTunes App Store สำหรับอุปกรณ์ iOS และเปิดเป็นโอเพนซอร์สด้วย ใช้สัญญาอนุญาติแบบ MIT-license ส่วน Code อยู่ที่ GitHub ในส่วนของ Android App ที่เพิ่งเปิดตัวไปสามารถดาวน์โหลดได้ที่ Android Market รองรับ Android ตั้งแต่รุ่น 2.2 ขึ้นไป

ที่มา – H-Online

ทุกวันนี้หลายเว็บคงจะมีเว็บสำหรับ Mobile เพื่อรองรับการเข้าชมของอุปกรณ์ประเภท Smart Phone และ Tablet ซึ่งหากท่านใช้ CMS ที่สามารถแปลงเว็บไซต์จากหน้าเว็บแบบเข้าชมจากเครื่อง PC ไปเป็น Mobile ได้ก็คงไม่เป็นปัญหาอะไรมากนัก แต่ถ้าไม่มีก็คงต้องหาวิธีเขียนโปรแกรมเพื่อตรวจสอบเว็บเบราเซอร์กันเอาเอง วันนี้ผมมีวิธีง่ายๆ ในการ Redirect เว็บไซต์ ให้ถูกต้องตามอุปกรณ์ที่เรียกใช้กันครับ วิธีง่ายๆ ที่ว่าก็คือการใช้ mod_rewrite นี่แหละครับ

มาทำความเข้าใจกันก่อน สมมุติว่าคุณมีเว็บไซต์ที่ให้บริการผู้เข้าชม 2 แบบ คือแบบปกติเข้าชมผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และแบบ Mobile เข้าชมผ่าน Smart Phone/Tablet มีโดเมนดังต่อไปนี้

  • เว็บปกติ http://www.my-example.com
  • เว็บสำหรับ Mobile http://m.my-example.com

หากผู้เข้าชมเปิดด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ปกติให้ Apache redirect ไปยังเว็บปกติ หากเป็น Smart Phone ก็ redirect ไปยังหน้าเว็บสำหรับ Mobile เงือนไขมีประมาณนี้ครับ มาลงมือกันเลย

เริ่มจากหน้าเว็บปกติคือ www.my-example.com ให้เพิ่ม .htaccess ใน document root ของ virtual host นี้เพื่อสั่ง redirect หากเข้าชมผ่าน Mobile ให้ redirect ไปที่ m.my-example.com เขียน rewrite rules ได้ดังนี้

<IfModule mod_rewrite.c>
RewriteEngine On
RewriteCond %{HTTP_USER_AGENT} "android|blackberry|googlebot-mobile|iemobile|ipad|iphone|ipod|opera mobile|palmos|webos" [NC]
RewriteRule ^$ http://m.my-example.com/ [L,R=302]
</IfModule>

ในหน้าเว็บ Mobile คือ m.my-example.com ให้เพิ่ม .htaccess ใน document root ของ virtual host นี้เพื่อสั่ง redirect หากเข้าชมผ่านคอมพิวเตอร์ ให้ redirect ไปที่ www.my-example.com เขียน rewrite rules ได้ดังนี้

<IfModule mod_rewrite.c>
RewriteEngine On
RewriteCond %{HTTP_USER_AGENT} "!(android|blackberry|googlebot-mobile|iemobile|ipad|iphone|ipod|opera mobile|palmos|webos)" [NC]
RewriteRule ^$ http://www.example.com/ [L,R=302]
</IfModule>

เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว :)

คราวที่แล้วเขียนเรื่อง ใช้มือถือต่อเน็ตผ่าน Bluetooth บน Ubuntu ด้วย Blueman ไปแล้วคราวนี้มาถึงการใช้งาน Blueman บน Fedora กันบ้าง เอ้าสำหรับใครที่มาใหม่ ขอแนะนำ Bluman กันอีกรอบ Blueman เป็นโปรแกรมจัดการ Bluetooth ที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการเชื่อมต่อกับ services ต่างๆ ได้ง่ายเพียงแค่ คลิก…คลิก… เท่านั้น! นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานมาตรฐานต่างๆ เช่น การรับไฟล์ ส่งไฟล์ ดูไฟล์ในโทรศัพท์มือถือ และการเชื่อมต่อ servcies Dial Up อย่างง่ายๆ เอ้า มาติดตั้ง Blueman กัน สาวก Fedora ใช้ YUM นะครับ

$ su -c 'yum install blueman'

มาเริ่ม Bind อุปกรณ์กันเลย ผมมี LG KP500 รุ่นโต๋ คลิกไปที่รูปเครื่องหมาย Bluetooth ตรง notification area ครับ แล้วลอง Search ดู ของผมเจอ โต๋ แล้ว

LG KP500

จากนั้นให้คุณ Bind อุปกรณ์ครับ จะได้หน้าตาแบบนี้

ทีนี้เรามาเชื่อมต่อ Internet กัน ให้คลิกขวาที่ชื่ออุปกรณ์ ของผมคือ LG KP500 รุ่นโต๋ ครับ :) แล้วเลือก Serial Ports > Dialup Service โปรแกรมจะทำการเชื่อมต่อ services พร้อมสร้าง device rfcomm ให้เราอัตโนมัติ เจ๋งมั๊ย ทีนี้ก็มาเชื่อมต่อกันจริงๆ ละ คลิกไปที่ Network Manager ครับ จะมีข้อมูลบอกเราว่ามีเครือข่าย BroadBand ให้เราใช้ดังภาพ ให้คลิก New Mobile Broadband (GSM) Connection…

จากนั้นมาคลิกตั้งค่า Broadband Connection กันต่อ โปรแกรมจะเริ่มหน้าจอ Wizard ให้เราแบบนี้

คลิก Forward ไปตั้งค่า ประเทศต่อได้เลยครับ

เลือกประเทศไทย แล้วคลิก Forward โปรแกรมจะให้เราตั้งค่า Operator ดังภาพ

ผมใช้ AIS ครับ :) ผมเลือก AIS คลิก Forward เลือก Plan ต่อได้เลย

หากคิดไม่ออก ให้เลือก Default Plan ครับ คลิก Forward ต่อ โปรแกรมจะสรุปข้อมูลดังภาพ

จากนั้นคลิก Apply ได้เลย

เจ้าตัว Wizard ก็จะสร้างการเชื่อมต่อให้ใหม่ และเชื่อมต่อ Internet ผ่านมือถือ ให้เราได้แล้ว เย้….

มีผู้รู้แนะนำว่าการใช้งาน Bluetooth ต้องหาเครื่องมือดีๆ มาใช้ในการจัดการ ซึ่งผมเองไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะเป็นคนหัวดื้อ ชอบลุยๆ ปรากฏว่าก็ยังหนีห่างจาก command line ในการต่อ Internet ผ่าน Bluetooth ไม่ได้สักทีเอาเป็นว่า คราวนี้ต่อได้แล้วครับ :) แบบคลิกอย่างเดียว! ก่อนจะเข้าถึงขั้นตอนขอเล่าก่อนว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อ Internet ผ่าน 3G/CDMA/EDGE/GPRS สามารถทำได้โดยการเรียก service ผ่าน Bluetooth เท่านั้น! แต่การเชื่อมต่อจะต้องผ่าน device ที่ชื่อ rfcomm หากเราใช้ command line ตั้งแต่การเชื่อมอุปกรณ์มือถือเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ และสร้าง device rfcomm เขียน config ของ wvdial มันก็หลายขั้นตอนไปหน่อยและส่วนใหญ่จะท้อใจซะมากกว่า เอาเป็นว่าวันนี้มีทางแก้ครับ ทางแก้ที่ว่านี้คือใช้ Bluetooth manager ตัวใหม่ครับ ;) ชื่อ Blueman

Blueman เป็นโปรแกรมจัดการ Bluetooth ที่ใช้งานง่ายและมีเครื่องไม้เครื่องมือในการจัดการเชื่อมต่อกับ services ต่างๆ ได้ง่ายเพียงแค่ คลิก…คลิก… เท่านั้น! นอกจากนี้ยังสนับสนุนการทำงานมาตรฐานต่างๆ เช่น การรับไฟล์ ส่งไฟล์ ดูไฟล์ในโทรศัพท์มือถือ และการเชื่อมต่อ servcies Dial Up อย่างง่ายๆ เอ้า มาติดตั้ง Blueman กัน สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu 9.10 Karmic Koala, Suriyan 52.10 Internal Warm ติดตั้ง Blueman ได้ตามวิธีข้างล่างครับ

$ sudo add-apt-repository ppa:blueman/ppa
$ sudo apt-get update
$ sudo apt-get install blueman

สำหรับท่านที่ใช้ Ubuntu 9.12 Karmic Koala PE มี Blueman มาให้แล้วครับ :) มาเริ่ม Bind อุปกรณ์กันเลย ผมมี LG KP500 รุ่นโต๋ คลิกไปที่รูปเครื่องหมาย Bluetooth ตรง notification area ครับ แล้วลอง Search ดู ของผมเจอ โต๋ แล้ว

KP500

จากนั้นให้คุณ Bind อุปกร์ครับ จะได้หน้าตาแบบนี้

AfterBind

ทีนี้เรามาเชื่อมต่อ Internet กัน ให้คลิกขวาที่ชื่ออุปกรณ์ ของผมคือ LG KP500 รุ่นโต๋ ครับ :) แล้วเลือก Serial Ports > Dialup Service

โปรแกรมจะทำการเชื่อมต่อ services พร้อมสร้าง device rfcomm ให้เราอัตโนมัติ เจ๋งมั๊ย ทีนี้ก็มาเชื่อมต่อกันจริงๆ ละ คลิกไปที่ Network Manager ครับ จะมีข้อมูลบอกเราว่ามีเครือข่าย BroadBand ให้เราใช้ดังภาพ ให้คลิก New Mobile Broadband (GSM) Connection…

จากนั้นมาคลิกตั้งค่า Broadband Connection กันต่อ โปรแกรมจะเริ่มหน้าจอ Wizard ให้เราแบบนี้

คลิก Forward ไปตั้งค่า ประเทศต่อได้เลยครับ

เลือกประเทศไทย แล้วคลิก Forward โปรแกรมจะให้เราตั้งค่า Operator ดังภาพ

ผมใช้ AIS ครับ :) ผมเลือก AIS คลิก Forward เลือก Plan ต่อได้เลย

หากคิดไม่ออก ให้เลือก Default Plan ครับ คลิก Forward ต่อ โปรแกรมจะสรุปข้อมูลดังภาพ

จากนั้นคลิก Apply ได้เลย

เจ้าตัว Wizard ก็จะสร้างการเชื่อมต่อให้ใหม่ และเชื่อมต่อ Internet ผ่านมือถือ ให้เราได้แล้ว เย้…. หวังว่าการเชื่อมต่อ Internet ผ่าน Bluetooth ของคุณกับ Ubuntu หรือ Suriyan จะใช้งานได้ง่ายขึ้นนะครับ :)

อาจจะได้ยินข่าวคราวกันมาแล้วบ้างสำหรับ Mobile Linux จาก Ubuntu ซึ่งทางค่าย Canonical เองก็เปิดตัว Ubuntu สำหรับอุปกรณ์โมบายอินเทอร์เน็ตในเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาโดยเฉพาะ โดยที่ Ubuntu MID นั้นสามารถทำงานได้กับอุปกรณ์หลัก ๆ 2 รุ่นคือ Samsung Q1U และ Intel Crown Beach ซึ่งใช้โพรเซสเซอร์ Atom จากอินเทล นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถรันบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ virtualization แบบ KVM โดย MID ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่อินเทลกำลังพยายามโปรโมตอยู่นั้นจะเป็นอุปกรณ์โมบายที่ใหญ่กว่าและดูเหมือนคอมพิวเตอร์มากกว่า ถ้าไปเทียบกับ iPhone แต่ก็ยังเล็กกว่าเครื่องพีซีแบบ ultraportable

โดยในการเปิดตัวเวอร์ชันนี้นั้น ยูสเซอร์จะเห็นถึงโลกใหม่ใน Ubuntu รวมทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์แบบโอเพ่นซอร์สที่กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์หลักที่หลาย ๆ บริษัทให้ความสนใจ และทาง Canonical เองก็ยังระบุด้วยว่าภายในเวลา 6 เดือนจะมีซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ออกมาอย่างแน่นอน เพราะต้องการสร้างไซเคิลให้เหมือนกับโอเอสรุ่นเดสก์ทอป ที่มีไซเคิล 6 เดือนเหมือนกัน

สำหรับ Ubuntu MID นั้นสามารถทำงานร่วมกับจอภาพแบบสัมผัสได้ และยังมีเว็บบราวเซอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก

นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกันยายน 2551

แนวโน้มสำหรับตลาดของโมบายบราวเซอร์ดูเหมือนกำลังจะโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการพัฒนาในกลุ่มโอเพ่นซอร์ส โดยที่ ABI Research ได้สำรวจข้อมูล ซึ่งพอสรุปได้ว่าอุปกรณ์มือถือต่างเริ่มหันมาต้องการบราวเซอร์ที่สามารถรองรับ HTML ที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งจะต้องพร้อมติดตั้งมากับอุปกรณ์ก่อนวางจำหน่าย

โดยบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กำลังหันมาให้ความสนใจกับโซลูชันแบบโอเพ่นซอร์สกันมากขึ้น สังเกตได้จากแนวโน้มการเลือกใช้โซลูชันประเภทต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถควบคุมลักษณะเฉพาะของซอฟต์แวร์ได้เอง และยังสามารถเข้าถึงส่วนภายในของโปรแกรมได้อีกด้วย โดยในปัจจุบันนั้นผู้ผลิตบราวเซอร์อย่าง Opera ดูจะเป็นผู้ผลิตโมบายบราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพดีที่สุด ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเว็บเพจต่างๆ ที่มีฟีเจอร์ขั้นสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นการซูม, การซิงโครไนซ์กับ bookmark รวมไปถึงการทำงานกับจอภาพแบบแนวนอน นอกจากนี้แล้วก็ยังยอมให้ผู้ผลิตอุปกรณ์มือถือยังสามารถโฟกัสในการพัฒนาให้ใช้งานร่วมกับทรัพยากรของตนได้อย่างอิสระอีกด้วย

โดยล่าสุดทาง Opera เพิ่งเปิดตัวโมบายบราวเซอร์รุ่นเบต้าตัวใหม่ออกมา โดยมีทุกอย่างแทบจะไม่แตกต่างจากบราวเซอร์บนเดสก์ทอปเลยทีเดียว ซึ่งจะเน้นให้เห็นถึงความสำคัญกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทางอุปกรณ์โมบายที่จะได้ประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่แน่ว่าบางทีโมบายบราวเซอร์ที่ดูดีที่สุดอาจจะกลายเป็น Safari ที่อยู่บน iPhone ก็เป็นได้ ซึ่งบราวเซอร์ตัวนี้มีการพัฒนาขึ้นมาจากเฟรมเวิร์ก WebKit ซึ่งก็เป็นโอเพ่นซอร์สเช่นกัน โดยสาเหตุนั้นเป็นเพราะว่าผู้ใช้อุปกรณ์ของ Apple นั้นมีการเซิร์ฟเว็บมากกว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ได้อย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่แทบจะเหมือนกับการทำงานบนเดสก์ทอป
   
ส่วนทางค่ายใหญ่อย่าง Nokia นั้นก็กำลังเอา WebKit เข้าไปพัฒนาบราวเซอร์ของตัวเองเช่นกัน รวมทั้ง Google ก็ยังพัฒนาแกนหลักของบราวเซอร์ รวมถึงเอนจิ้นในการเรนเดอร์เว็บสำหรับแพลตฟอร์ม Android เช่นกันนอกจากนี้ Mozilla ก็กำลังจะเปิดตัวโมบายบราวเซอร์ที่เป็นโอเพ่นซอร์สภายในปีนี้อีกด้วย แน่นอนว่าทั้งหมดนั้นเป็นการปรับตัวของผู้ผลิตที่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่โมบายบราวเซอร์กำลังขยายตัวและสร้างกลุ่มผู้ใช้รายใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นตามไปด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือน สิงหาคม 2551

Ubuntu MID edition หรือ Ubuntu สำหรับ Mobile ปล่อยเวอร์ชั่นแรกกออกมาให้ลองแล้ว (Ubuntu MID นี้ คนละอันกับ Ubuntu Netbook Remix นะครับ ส่วนความต่างของเจ้า Ubuntu MID กับ Ubuntu Netbook ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ หน้าตาที่ไม่เหมือนกัน เพราะเจ้าตัว Netbook นั้นเขาดีไซน์มาสำหรับเครื่อง UMPC ที่หน้าจอจะประมาณ 8 – 10 นิ้ว ส่วนเจ้าตัว MID นี้จะออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์มือถือ จำพวก เครื่องเล่นเน็ตของ Nokia ที่ใช้โทรไม่ได้นั่นล่ะครับ คิดว่าน่าจะนึกออก ซึ่งเครื่องพวกนี้เขาจะมีหน้าจอประมาณ 4 – 7 นิ้วครับ) สำหรับ Ubuntu MID edition นี้ก็ได้ปล่อยเวอร์ชั่นแรกออกมาให้ดาวน์โหลดแล้ว ท่านที่สนใจจะทดสอบก็เขามี image ที่เป็น kvm ไว้ให้ลองครับ

สำหรับรายละเอียดของ Ubuntu MID edition นี้ เชิญอ่านต่อได้ที่
http://www.ubuntu.com/products/mobile
http://blog.canonical.com/?p=13