Monitoring and Analytics Add-on คือส่วนเสรืมที่มีว้สำหรับตรวจสอบการทำงานของแอปพลิเคชันบน Bluemix
เริ่มด้วยการเพิ่ม Add-on กันก่อน เข้าใช้งาน Bluemix แล้วเลือกที่ CATALOG เลือก Monitoring and Analytics ในส่วนของ DevOps ทำการเลือกชื่อแอปพลิเคชันที่ต้องการเพิ่ม Add-on แล้วกดปุ่ม CREATE เมื่อกลับมาที่แอปพลิเคชันจะพบกับชื่อ Monitoring and Analytics ปรากฏอยู่


Continue reading

Icinga เป็นเครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่ใช้เฝ้าดูการทำงานของเครื่องต่างๆ ในระบบเครื่อข่ายผ่านหน้าเว็บเบราเซอร์ เริ่มต้นการติดตั้ง Icinga How-To ครั้งนี้จะติดตั้ง Icinga 2 บนระบบปฏิบัติการ Ubuntu 14.04 ผ่าน PPA

เริ่มจากติดตั้ง Repository Icinga กันก่อน ด้วยคำสั่ง

sudo add-apt-repository ppa:formorer/icinga

sudo apt-get update

ติดตั้ง Icinga2 ด้วยคำสั่ง

sudo apt-get install icinga2


Continue reading

หากคุณไม่ได้ใช้บริการ Support Plan ของ CoreOS ทางออกเดียวที่คุณมีคือใช้บริการ Monitoring System ของรายอื่น เช่น cAdvisor ของ Google, nrpe ของ Nagios หรือใช้ toolbox ของ CoreOS เอง ซึ่งไม่ได้ช่วยให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น DataDog มีบริการ Monitoring สำหรับ CoreOS เช่นเดียวกันกับ Docker และใช้วิธีการเดียวกันได้ ดังนี้

ติดตั้ง Container ของ DataDog Agent ดังนี้่

docker run -d --privileged --name dd-agent -h HOSTNAME \
-v /var/run/docker.sock:/var/run/docker.sock \
-v /proc/mounts:/host/proc/mounts:ro \
-v /sys/fs/cgroup/:/host/sys/fs/cgroup:ro \
-e API_KEY=YOUR-API-KEY datadog/docker-dd-agent

เปลี่ยน HOSTNAME และ YOUR-API-KEY ให้เป็นของคุณเอง จากนั้นกลับไปที่ Dashboard คลิกที่ Infrastructure เราจะพบว่ามีชื่อ host อยู่ใน Infrastructure ดังนี้


Continue reading

หากใครที่ไม่ชอบ cAdvisor ของ Google ซึ่งดูหยาบไป ดูย้อนหลังไม่ได้ อยากได้ Dashboard ที่ปรับแต่งได้ตามแบบที่ชอบ แนะนำให้ใช้ DataDog ครับ DataDog เป็นบริการ Monitoring น้องใหม่ที่สามารถจับข้อมูลได้หลายระบบปฏิบัติการ รวมไปถึง Docker, CoreOS, Cloud Service อย่าง Amazon Web Service, OpenShift ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนเสริมที่เชื่อม DataDock กับ Service หรือ Application ต่างๆ เพื่อ Monitor ในระดับ Service ได้ เช่น Apache, PHP, MongoDB, NGinX เป็นต้น DataDog เปิดให้ทดลองใช้งานฟรี 14 วัน หากทดลองแล้วติดใจซื้อบริการต่อได้

ก่อนอื่นสมัครสมาชิก DataDog กันก่อน จากนั้นเพิ่ม DataDog Agent ซึ่งวิธี Monitor Docker นั้นง่ายมากๆ เราสามารถใช้ DataDog Agent Container มาใช้งานได้ ดังนี้


Continue reading

Icinga เป็นตัว monitoring system เราสามารถตรวจสอบการทำงานของเครื่อง server ทั้ง service และ status ต่างๆ ได้ และสามารถสร้างเป็นรายงานได้
เรามาดูวิธีการติดตั้ง icinga ใน Ubuntu กันดีกว่า ที่ใช้ติดตั้งเป็นเวอร์ชั่น icinga 2
เริ่มด้วย เราต้องเอาแหล่งติดตั้งมาก่อนโดยการใช้คำสั่ง

$ add-apt-repository ppa:formorer/icinga

$ apt-get update

หลังจากนั้นเมื่อเราได้แหล่งติดตั้งมาแล้วก็ทำการติดตั้งโดยการใช้คำสั่ง

$ apt-get install icinga2

เมื่อเราติดตั้งเสร็จแล้วเราก็จะมาตั้งค่า DB IDO (Database Icinga Data Output) เพื่อจะเก็บค่าต่างๆ สำหรับทำ report และแสดงบนหน้าเวป


Continue reading

Zabbix เป็น Monitoring System อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งมีคุณสมบัติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Performance Monitoring, Availability Report, Trigger, Event และ Graphs เป็นต้น Zabbix มี Template เสริมหลายตัว สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้ง่าย แถมยังสามารถตั้ง Trigger เพื่อส่งการแจ้งเตือนผ่านทาง E-Mail, IM และ SMS ได้อีกด้วย ความสามารถเยอะขนาดนี้ มาลองเล่นกันดูครับ

ติดตั้งบน Ubuntu 12.04 ทำได้ง่ายมากเพราะ Zabbix มี Repository ให้บริการไว้แล้ว แค่ติดตั้ง repo package ดังนี้

wget http://repo.zabbix.com/zabbix/2.2/ubuntu/pool/main/z/zabbix-release/zabbix-release_2.2-1+precise_all.deb

dpkg -i zabbix-release_2.2-1+precise_all.deb

apt-get update

ติดตั้ง Zabbix Server

apt-get install zabbix-server-mysql zabbix-frontend-php

แก้ date.timezone ใน /etc/apache2/conf.d/zabbix จากนั้น restart apache ดังนี้

service apache2 restart

ติด Zabbix Agent ในเครื่องที่ต้องการ Monitor

apt-get install zabbix-agent

ตั้งค่า Zabbix Server ให้ Agent โดยใช้คำสั่ง

dpkg-reconfigure zabbix-agent

ใส่ hostname หรือ ip address ของเครื่อง Zabbix Server ให้ถูกต้อง

เปิด browser ไปที่ http://YOUR-ZABBIX-SERVER/zabbix ตั้งค่าอีกนิดหน่อย

จากนั้นจะเข้าสู่หน้าจอ Login กรอก username = Admin และ password = zabbix

ก็จะเข้าหน้าหลักของ Zabbix แล้ว วิธีการใช้งานให้ติดตั้ง Zabbix Agent ไว้ที่เครื่องที่ต้องการ Monitor จากนั้น เพิ่ม Host ที่ Configuration > Hosts เลือก Create Host ใส่ข้อมูล Host ที่ต้องการ Monitor ลงไป

คลิกที่ Template เลือก Template ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น OS Linux ถ้าต้องการ Monitor Service เช่น HTTP, HTTPS, SMTP, SSH ก็สามารถเพิ่มเข้าไปได้

กด Save แล้ว เข้าไปดูที่ Monitoring > Lastest Data ว่ามีข้อมูลมาจาก Agent แล้วหรือยัง

เมื่อมีข้อมูลมาแล้วคุณสามารถดูข้อมูล System Status ผ่านหน้า Dashboard ได้ หรือจะดู Trigger หรือ Event ได้เช่นกัน

ผมกลับมาใช้ OpenShift อีกรอบเนื่องจากมีโครงการเฉพาะกิจ พัฒนาเกมส์บวกเลขเก็บสถิติบน Cloud ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะใช้ GREE แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่อง Build Package บน GREE เลยล้มเลิกไปและกลับมาใช้ OpenShift อีกรอบพัฒนา RESTFul Web Services เก็บข้อมูล High Score เอาเอง ปัญหาของคนที่ใช้ OpenShift มักจะถามบ่อยครั้งมาที่ผมและทีม OpenShift ที่ RedHat คือ จะวัดได้อย่างไรว่า App ที่พัฒนาใช้ Resource มากน้อยแค่ไหน สมควรที่จะเพิ่ม Gear เพื่อทำ horizontal Scaling หรือไม่ จากที่ได้ใช้บริการ Cloud ของหลายที่ จะมีเครื่องมือ Monitoring และ Auto Scaling ให้เสมอแต่ OpenShift ยังไม่มี เพิ่งจะมีออกมาเป็น Experimental (รุ่นทดลอง) ชื่อ OpenShift Metrics ครับ เป็น Cartridge เพิ่มเข้าไปใน Gear ได้โดยตรง วิธีการเพิ่มก็เข้าไปที่หน้า Add Catridge ดังนี้

จากนั้นเลือก OpenShift Metrics Cartridge เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เราจะสามารถเข้าไปดูส่วน Monitoring ได้โดยใช้ URL ดังนี้

https://appname-namespace.rhcloud.com/metrics

อยากดูของจริงก็เข้าไปดูของผมได้ครับที่ https://rest-redlinemobi.rhcloud.com/metrics/ ยังไม่มีรายงานสรุป แต่มี Graph แบบ real time ซึ่งดูแล้วงงนิดหน่อย เพราะดูไม่ค่อยทัน แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีครับ :P

ใครที่ใช้ OpenShift อยู่ก็ไปลองกดเล่นๆ ดูได้ครับ

ระบบเครือข่าย Network ที่มีเสถียรภาพ และการตรวจดูอย่างมีหลักการ หากพิจารณาถึง Open Source Solution มี Solotion หลากหลายแบบที่สามารถใช้งานได้ เช่น Cacti, MRTG, Nagios ฯลฯ วันนี้จะมาแนะนำระบบ Network Monitoring Solution ที่น่าสนใจตัวหนึ่งมาแนะนำให้ได้ลองใช้กัน ถ้าพิจารณา Solution ต่างๆ ข้างต้นเราก้อเข้าใจได้เลยว่าสิ่งที่เราต้องตรวจสอบดูมีหลายอย่างหลายอุปกรณ์ เช่น router, switch, server รวมไปถึง client ด้วยจึงจะสามารถบอกได้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนซึ่งจะได้วางแผนการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

GroundWork Monitor Community Edition เป็นรุ่นไม่เสียค่าใช้จ่ายของระบบ GroundWork Monitor Enterprise ในรุ่น Community Edition นี้มี limit ในบางฟังก์ชั่นแต่ก้อไม่ใช่ว่าจะใช้งานไม่ได้นะครับยังสามารถใช้กับระบบเครือข่ายขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางได้ โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือที่เป็นที่นิยมอย่าง Nagios, MRTG, NeDi, Ganglia, Nmap, MySQL และ RRDtool. ในรุ่นนี้สนับสนุนเพียงแค่ basic monitoring, discovery, และ Nagios reporting ถ้าอยากได้เครื่องไม้เครื่อมืออื่นๆ เพิ่มเติมก้อคงต้องให้พลังภายในกันอีกนิดหน่อยเพื่อเพิ่ม Cacti และระบบ Report อื่นๆ เพิ่มเติมอ่ะไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวยังไงติดไว้ก่อนละกันครับเดี๋ยวหาทางกันอีกที มาดูความสามารถที่รุ่น Community ทำได้กันกันดีกว่าครับ

1. Monitor อุปกรณ์ได้ไม่จำกัดจำนวน
2. ใช้ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนการติดตั้ง
3. มี graph สวยๆ ให้ดู
4. มีระบบแจ้งเตือน
5. มีระบบค้นหาอุปกรณ์เบื้องต้นและการตั้งค่าต่างๆ
6. แจ้งเตือนปัญหาผ่านทาง e-mail หรือสคริปที่เรากำหนดได้
7. แจ้งเตือนระยะเวลาการปิดของอุปกรณ์ได้ (down-time)
8. ไม่มีค่าซัพพอร์ท
9. ซัพพอร์ทผ่านทาง Community เท่านั้น

เอ้าหากยังคาใจ มาดูรายละเอียดเปรียบเทียบระหว่างรุ่น Enterprise และ Community GroundWork 5.2 สามารถติดตั้งบน Red Hat Enterprise Linux (RHEL) 4,5 SUSE 9,10  หากคุณใช้เวอร์ชั่นเก่าอย่าง GroundWork 5.1 สามารถติดตั้งได้บน Debian 4, Ubuntu Server 6.06, Ubuntu 7.04 และ 7.10 หากตัดสินใจไม่ได้ทาง GroundWork มีรุ่น CD ISO เอาไปติดตั้งได้เองเป็น CentOS ครับ มาดูหน้าตาของโปรแกรมกัน

 

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ groundwork opensource