Fedora 19 ที่จะออกในเดือนพฤษภาคมนี้จะใช้ MariaDB แทน MySQL โดยใช้ MaraiDB 2 มาแทนที่ ส่วนใน openSUSE เตรียมออก MariaDB รุ่น 12.3 แล้ว การเปลี่ยนจาก MySQL เป็น MariaDB นี้จะไม่ส่งผลกระทบกับผู้ใช้มากนักเพราะ MariaDB ออกแบบมาให้เข้ากันได้กับ MySQL มากที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลงกับ Fedora 19 นี้จะส่งผลกระทบกับ RedHat Enterprise Linux (RHEL) 7 การเปลี่ยนมาใช้ MariaDB ถูกเรียกร้องจาก Fedora Engineering Streering Committee (FESCO) และได้รับรองเพื่อที่จะใช้ในรุ่น 19 นี้ สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ ของ Fedora 19 ยังอยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือกันในชุมชน ตัวอย่างเช่น เพิ่ม Apache OpenOffice 4.0 เข้ามาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติม ใช้ Btrfs เป็น default filesystem เป็นต้น

เคยมีคนถามเรื่องจะทำระบบให้บริการพื้นที่เว็บไซต์เล็กๆ โดยเก็บข้อมูลผู้ใช้ลงในฐานข้อมูล MySQL การอัพเดทโหลดให้ใช้ผ่าน FTP เท่านั้น ก้อเป็นแนวคิดดีๆ ซึ่งอาจจะเอามาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนหรือวิทยาลัยที่บริการพื้นที่เว็บไซต์ให้นักเรียนได้สร้างบล็อกหรือเว็บส่วนตัวกันได้ การที่เราจะไปทำแบบ Hosting ขนาดใหญ่โต มีเครื่องแรงๆ ก้อคงจะเกินงบประมาณไปสักหน่อย เอาเครื่อง PC เล็กๆ ที่มี Harddisk ขนาดเหมาะสม และ Main Memory สัก 512MB-1GB กำลังดีครับ (ยุคประหยัด)

งานเขียนครั้งนี้จะมาอธิบายวิธีการสร้างระบบให้บริการพื้นที่เว็บไซต์ โดยใช้ PureFTPd และ MySQL กันทำไมถึงเลือก PureFTPd สาเหตุที่เลือก PureFTPd ก้อเพราะว่าเป็นโปแกรม FTP Server ที่สามารถเก็บข้อมูลผู้ใช้ลงในฐานข้อมูล MySQL หรือ Directory Service อย่าง LDAP ได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำ Bandwidth Control ได้ด้วย อ้อและที่สำคัญเวลาย้ายเครื่อง,ย้ายข้อมูลเว็บ,ข้อมูลผู้ใช้ และการตั้งค่าต่างๆ ก้อไม่ยุ่งยากและวุ่นวายอีกต่อไป เอาล่ะลองมาดูวิธีการกันครับ

เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เราจะมาทำกันวันนี้ผมใช้ IP Address เป็น 192.168.0.100 มี hostname เป็น server1.example.com ใครที่ใช้ต่างจากนี้ก้อตั้งค่าตามที่คุณต้องการได้ครับ เอาล่ะเพื่อไม่ให้งุนงง เรามาเริ่มต้นด้วยการเป็น root กันเลย โดยใช้คำสั่ง

$ sudo -s

ใส่รหัสผ่านของ root ให้ถูกต้องจากนั้นมาเริ่มติดตั้งโปรแกรมที่เราจำเป็นต้องใช้กัน เริ่มมาติดตั้งจาก MySQl และ phpMyAdmin กันก่อนเลยครับ ติดตั้งโดยใช้คำสั่ง

# apt-get install mysql-server mysql-client libmysqlclient15-dev phpmyadmin apache2

เมื่อติดตั้งเสร็จโปรแกรมติดตั้งจะให้คุณกำหนดรหัสผ่านสำหรับ root ให้ใส่รหัสผ่านที่คุณต้องการ จากนั้นมาติดตั้ง PureFTPd พร้อมกับ MySQL Support โดยใช้คำสั่ง

# apt-get install pure-ftpd-mysql

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้สร้าง user และ group เพื่อรองรับกับการทำ virtual user ใช้คำสั่งดังนี้

# groupadd -g 2001 ftpgroup
# useradd -u 2001 -s /bin/false -d /bin/null -c "pureftpd user" -g ftpgroup ftpuser

จากนั้นสร้างฐานข้อมูลเพื่อเก็บรายชื่อผู้ใช้ เข้าใช้ฐานข้อมูล MySQL โดยใช้คำสั่ง

# mysql -u root -p

จากนั้นสร้างฐานข้อมูล pureftpd ขึ้นมาโดยใช้คำสั่งดังนี้

mysql> CREATE DATABASE pureftpd;
mysql> GRANT SELECT, INSERT, UPDATE, DELETE, CREATE, DROP ON pureftpd.* TO ‘pureftpd’@’localhost’ IDENTIFIED BY ‘ftpdpass’;
mysql> GRANT SELECT, INSERT, UPDATE, DELETE, CREATE, DROP ON pureftpd.* TO ‘pureftpd’@’localhost.localdomain’ IDENTIFIED BY ‘ftpdpass’;
mysql> FLUSH PRIVILEGES;

ในส่วน ftpdpass เป็นการกำหนดรหัสผ่านสำหรับฐานข้อมูล pureftpd ให้คุณเปลี่ยนตามที่คุณต้องการครับ จากนั้นมาสร้างตารางเก็บข้อมูลกันครับ โดยใช้คำสั่งดังนี้

mysql > USE pureftpd;
mysql > CREATE TABLE ftpd (
User varchar(16) NOT NULL default ”,
status enum(‘0′,’1’) NOT NULL default ‘0’,
Password varchar(64) NOT NULL default ”,
Uid varchar(11) NOT NULL default ‘-1’,
Gid varchar(11) NOT NULL default ‘-1’,
Dir varchar(128) NOT NULL default ”,
ULBandwidth smallint(5) NOT NULL default ‘0’,
DLBandwidth smallint(5) NOT NULL default ‘0’,
comment tinytext NOT NULL,
ipaccess varchar(15) NOT NULL default ‘*’,
QuotaSize smallint(5) NOT NULL default ‘0’,
QuotaFiles int(11) NOT NULL default 0,
PRIMARY KEY (User),
UNIQUE KEY User (User)
) TYPE=MyISAM;

ออกจาก MySQL โดยใช้คำสั่ง quit

mysql > quit

ทีนี้มาตั้งค่า PureFTPd กันต่อ จาก config default ของ PureFTPd ยังไม่ใช่ config ที่เรียกใช้ฐานข้อมูล pureftpd ดังนั้นเราต้องมาแก้ไข config กันก่อน

# cp /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf_orig
# cat /dev/null > /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf
# vi /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf

แก้ไขไฟล์ /etc/pure-ftpd/db/mysql.conf ใส่ config ดังนี้

MYSQLSocket      /var/run/mysqld/mysqld.sock
#MYSQLServer     localhost
#MYSQLPort       3306
MYSQLUser       pureftpd
MYSQLPassword   ftpdpass
MYSQLDatabase   pureftpd
#MYSQLCrypt md5, cleartext, crypt() or password() – md5 is VERY RECOMMENDABLE uppon cleartext
MYSQLCrypt      md5
MYSQLGetPW      SELECT Password FROM ftpd WHERE User="L" AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MYSQLGetUID     SELECT Uid FROM ftpd WHERE User="L" AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MYSQLGetGID     SELECT Gid FROM ftpd WHERE User="L"AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MYSQLGetDir     SELECT Dir FROM ftpd WHERE User="L"AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MySQLGetBandwidthUL SELECT ULBandwidth FROM ftpd WHERE User="L"AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MySQLGetBandwidthDL SELECT DLBandwidth FROM ftpd WHERE User="L"AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MySQLGetQTASZ   SELECT QuotaSize FROM ftpd WHERE User="L"AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")
MySQLGetQTAFS   SELECT QuotaFiles FROM ftpd WHERE User="L"AND status="1" AND (ipaccess = "*" OR ipaccess LIKE "R")

ใส่ ftpdpass ตรง MYSQLPassword  ให้ถูกต้องนะครับ เดี๋ยว PureFTPd จะไม่สามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลที่เราสร้างไว้ได้ ยังไม่เสร็จครับ มากำหนดให้ user แต่ละคนเห็นเฉพาะพื้นที่ของตัวเอง ไม่อนุญาติให้กระโดดไปไดเรคทอรีของคนอื่นได้ วิธีง่ายๆ คือสร้างไฟล์ /etc/pure-ftpd/conf/ChrootEveryone แล้วใส่คำว่า yes ในไฟล์

echo "yes" > /etc/pure-ftpd/conf/ChrootEveryone

กำหนดให้ PureFTPd สร้าง Home Dir สำหรับ Virtual User ขึ้นมา หาก login แล้วไม่มี Home Dir ก้อให้สร้างขึ้นมาได้เลย

/etc/pure-ftpd/conf/CreateHomeDir

เมื่อตั้งค่ากันเสร็จแล้วก้อ restart service ของ PureFTPd ได้เลยครับ โดยใช้คำสั่ง

/etc/init.d/pure-ftpd-mysql restart

ติดตั้ง PureFTPd, Config PureFTPd และ ได้ตารางเก็บข้อมูลผู้ใช้กันแล้วมาลองใส่ข้อมูลผู้ใช้กันครับ ก่อนอื่นเข้าใช้ MySQL กันก่อนโดยใช้คำสั่ง

# mysql -u root -p

mysql > USE pureftpd;

มาลองสร้าง user ที่ชื่อ exampleuser กำหนดสถานะ status เป็น 1 (หมายถึง ftp account ให้ใช้งานได้) กำหนดรหัสผ่านเป็น secret กำหนด UID และ GID เป็น 2001 (คือใช้ userid และ groupid ที่เรากำหนดไว้ข้างต้น) กำหนด Home Directory เป็น /home/www.example.com และกำหนด bandwidth ของการ upload/download เป็น 100KB/Sec และขนาดพื้นที่ที่ใช้ได้เป็น 50MB

mysql > INSERT INTO `ftpd` (`User`, `status`, `Password`, `Uid`, `Gid`, `Dir`, `ULBandwidth`, `DLBandwidth`, `comment`, `ipaccess`, `QuotaSize`, `QuotaFiles`) VALUES (‘exampleuser’, ‘1’, MD5(‘secret’), ‘2001’, ‘2001’, ‘/home/www.example.com’, ‘100’, ‘100’, ”, ‘*’, ’50’, ‘0’);

mysql > quit;

ให้ลองใช้โปรแกรม FTPClient ที่เครื่อง Client ของคุณ (อาจใช้ WS_FTP หรือ FileZilla ก้อได้) เชื่อมต่อไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ server1.example.com ด้วยชื่อผู้ใช้ exampleuser และรหัสผ่านคือ secret คุณจะสามารถเชื่อมต่อได้สำเร็จ (หากเชื่อมต่อไม่ได้ก้อเสียใจด้วยครับ) ลอง ls ดูใน /home จะพบได้เรคทอรี www.example.com ซึ่ง PureFTPd จะสร้างขึ้นให้อัตโนมัติ ;) เท่านี้คุณก้อสร้าง Hosting แบบง่ายๆ ใช้ในโรงเรียนหรือวิทยาลัยได้แล้ว สำหรับในส่วน DNS และ VirtaulHost สามารถดูรายละเอียดได้ที่บทความเก่า เรื่องประยุกต์ Wildcard DNS กับ Apache หรือ ตั้งค่า Record แบบ Wildcard ให้ DNS ได้ครับ
 

Monty Widenius ผู้ร่วมก่อตั้ง MySQL เคยเสนอเรื่อง Database Engine ชื่อ MariaDB ไปเมื่อต้นปีที่แล้ว และ MariaDB 5.1 ก็ออกรุ่นมาเรียบร้อยแล้วในปีนี้ และยังสามารถใช้งานร่วมกันได้กับ MySQL 5.1 อีกด้วย Monty ได้แก้ปัญหาในหลายจุดที่ MySQL 5.1 มีและเพิ่มคุณสมบัติอีกหลายอย่าง สำหรับ MariaDB เป็น storage engine ที่จะมาแทนที่ MyISAM สำหรับตัวที่จะมาแทนที่ InnoDB คือ XtraDB พัฒนาโดย Percona สำหรับ MariaDB 5.1.41RC สามารถดาวน์โหลดเพื่อทดสอบกันได้แล้ว ซึ่งสนับสนุน Linux ทั้ง 32 บิต และ 64 บิต

ที่มา – h-online

Drupal เป็น Bloging System ที่พัฒนาอย่างซับซ้อน ด้วยความซับซ้อน ความซับซ้อนที่ว่าคือการเป็น CMF ในตัว ดังนั้นการทำงานจึงใช้ทรัพยากรของเครื่องพอสมควร (ในกรณีที่มีโหลดมากๆๆๆๆ) เนื่องจาก

1. Drupal ไม่มีการทำ caching โดย default ประมวลผลหน้าทุกครั้งที่โหลดหน้านั้นๆ ไม่เก็บ caching เอาไว้
2. ตารางเก็บข้อมูลของ Drupal ออกแบบมาให้รองรับ Tag และ blog item ทำให้การกสร้าง view ในการนำไปแสดงผลต้องการการประมวลผลสักน่อย
3. การเชื่อมต่อฐานข้อมูล MySQL ของ Drupal เชื่อมต่อแบบปกติไม่ได้เป็นแบบ persistent
4. การทำ Query Cache ใน MySQL ยังไม่ดีพอ
5. ไม่ค่อยได้ Maintenance Database
6. MySQL ใช้ MYISAM หากยังใช้ MyISAM อยู่ก้อต้องจูนดีๆ

จะจูน MySQL ยังไง?

ให้พิจาณา option file ของ MySQL เช่น my.cnf ในนั้นจะมีส่วนการกำหนด caching จำนวน connection และอื่นๆ นึกไม่ออกดูที่ http://dev.mysql.com/doc/refman/5.1/en/server-system-variables.html แล้วจะใส่ตัวเลข connection ได้ยังไง?

ให้ดู log ของ Apache คำนวนให้ได้ว่าจำนวน connection จริงๆ ที่ใช้ในการเชื่อมต่อมีจำนวนเท่าไรกันแน่ เช่น 256 client จำนวน databae ที่เชื่อมต่อได้สัดส่วนคร่าวๆ คือ 1/8 เท่ากับ 32 database connections ถ้าคิดในทางเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน ก้อ คูณด้วย 2 เข้าไป คือได้ประมาณ 64 connections (ค่อยดูมากหน่อย)

set-variable = max_connections = 60
set-variable = max_user_connections = 60

จากนั้นค่อยๆ เพิ่มตัวแปรอื่นๆ

set-variable = max_allowed_packet=1M
set-variable = max_connect_errors=999999
set-variable = table_cache=1200

แล้วดูอาการว่าจะเดี้ยงมากน้อยเพียงใด

นอกจากการปรับแต่ง MySQL แล้วการทำ caching ให้กับ Drupal ก้อเป็นเรื่องที่ดี เช่นการใช้ module สนับสนุนการทำ caching แบบต่างๆ เช่น boots เป็นต้น อ้อเพิ่มการ Maintenance Database สักหน่อยโดยการทำ Optimize ด้วยคำสั่ง mysqlcheck -o -A -p

ใครสนใจศึกษาการปรับแต่งระบบอ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://rudd-o.com/archives/2006/03/01/tuning-an-apache-server-in-5-minutes/
http://rudd-o.com/archives/2006/03/02/tuning-a-mysql-server-in-5-minutes/
http://genomewiki.ucsc.edu/index.php/Tuning-primer.sh

หมายเหตุ การปรับแต่งต้องอาศัยระยะเวลาและการดูแลอย่างเอาใจใส่ ควรนั่งดูและปรับแต่งอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

ข่าวฝากประกาศจาก Sun Microsystem เป็นงาน Webinar เรื่อง Scaling MySQL Leveraging Sun Systems โดยเนื้อหาเกี่ยวกับ Virtualization และ Scaling MySQL มีหัวข้อที่น่าสนใจดังนี้

    * MySQL Virtualization Options, Considerations, Recommendations
    * Considerations for Scaling MySQL
    * Test Results, Financial and Eco Impact

ร่วมไขข้อข้องใจกับหัวข้อ

    * When should you scale out or scale up?
    * When and why does MySQL virtualization make sense?
    * How can you leverage Sun systems to increase performance and save money, space, and energy?
    * Detailed benchmark results in terms of performance, cost reduction, and eco-efficiency
    * Customer case studies

เข้าร่วมสัมนาครั้งนี้คุณจะได้เรียนรู้ feature ใหม่ๆ ของ Sun System และการทำ MySQL Virtualization ได้ด้วยคุณเอง ผู้บรรยายโดย คุณ Shawn Lee, Practice Architect, SSG/Systems Practice วันที่ 4 มีนาคม 2552 เวลา 9.00น. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ยังไม่รวม Q&A ครับ สมัครเข้าร่วม Webinar ได้ที่ MySQL Live Webinar

ที่มา – newheights
 

Michael Widenius ผู้พัฒนา MySQL ออกจาก SUN ไปตั้งบริษัทใหม่และกำลังทำงานด้านการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ยังเปิดร้านอาหารใช้เทคโนโลยีฐานข้อมูลปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า  Michael Widenius ประกาศในบล็อกของตัวเองว่าเขาออกจาก SUN Microsystem และไปตั้งบริษัทของตัวเอง สาเหตุมาจากเขาไม่เชื่อมั่นในทิศทางการพัฒนาของ MySQL และเชื่อว่าเขาสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ได้มากกว่าการอยู่ในบริษัท MySQL AB เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโอเพนซอร์สดาต้าเบสแพลตฟอร์มที่เริ่มต้นการพัฒนาโดย Widenius และ Devid Axmark ในปี 1995 และถูก SUN ซื้อไปเมื่อปลายปีที่แล้ว การที่ SUN ซื้อกิจการ MySQL ทำให้เกิดความประหลาดใจกับวงการโอเพนซอร์สและชุมชนโอเพนซอร์สเป็นอย่างมาก แต่ Axmark ออกจาก SUN หลังจากถูกซื้อไปได้ไม่นาน เพราะเขาเองไม่พอใจกับกฏของบริษัทใหม่

เหตุการณ์ยิ่งบานปลายเมื่อ MySQL 5.1 ออกเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่ง Widenius เชื่อมั่นมากว่าทิศทางการพัฒนาของ MySQL เริ่มไม่อยู่กับร่องกับรอยมีทิศทางไม่ชัดเจน หลังจากที่ SUN ประกาศรุ่น GA ของเวอร์ชั่น 5.1 (รุ่นที่เราๆ ท่านๆ ดาวน์โหลดเอาไปใช้ได้ฟรี) Widnius เองก้อได้เตือนผ่านบล็อกของตนเองถึง bug ร้ายแรงที่มีอยู่ในรุ่น GA นี้  เขาเชื่อว่าเวอร์ชั่นใหม่นี้ควรแก้ปัญหาและหาต้นตอของปัญหาให้ได้เสียก่อนที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานอย่างกว้างขวาง Widenius เองได้เปิดใจว่ากังวลเกี่ยวการตอบรับด้านคุณภาพของ MySQL และมีแรงกดดันจากการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดมากเลยทีเดียว เนื่องจากคนของ SUN เองต้องการการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของ MySQL ในฐานะที่เป็นโอเพนซอร์สดาด้าเบส แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น

เขาออกจาก SUN และไปตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Monty Program AB  ซึ่งนักพัฒนา MySQL บางส่วนก้อได้ไปอยู่กับบริษัทนี้เช่นกัน โดยโครงการหลักของ Monty Program AB คือโครงการ Maria ซึ่งเป็น MySQL Storage Engine ตัวใหม่ และเขาก้อสามารถพัฒนา MySQL ในวิถีทางของโอเพนซอร์สได้ โครงการ Maria ไม่ได้ fork จาก MySQL แต่หากเป็นการพัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับการพัฒนา MySQL จากต้นน้ำซึ่งมาจาก SUN

ที่มา – Arstechnica

ฐานข้อมูลโอเพ่นซอร์ส MySQL ดูจะเป็นทางเลือกสำหรับฐานข้อมูลใหญ่ๆ และต้องการระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ใช้ทรัพยากรมากๆ อย่าง Oracle หรือ Sybase มาค่อนข้างจะนาวนาน โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ใช้ต่างเห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้โค้ดของ MySQL นั้นเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งขยับไปเทียบเท่ากับกลุ่มคอมเมอร์เชียลได้เลยทีเดียว

แต่แนวทางการพัฒนาเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่านักพัฒนา MySQL ทั้งหมดจะเห็นด้วยเสมอไป เพราะส่วนหนึ่งรู้สึกว่าต้องใช้เวลาเยอะมากในการติดตั้ง, หนุด หรือย้อนกลับไปแก้ไข เพราะลูกค้าหรือผู้พัฒนาเว็บแอพพลิเคชันบางคนอาจจะต้องการฐานข้อมูลขนาดพอเหมาะที่เขาจะไม่ต้องเสียเวลาไปกับฟีเจอร์ระดับสูง ที่ไม่ได้จำเป็นสำหรับเว็บแอพพลิเคชันเลย แต่ถึงวันนี้ดูเหมือนจะมีคำตอบมาให้แล้ว

โครงการ Drizzle project ซึ่งเพิ่งจะเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้จะทีมผู้ออกแบบ MySQL โดยเน้นไปที่การปรับโครงสร้างของ MySQL เสียใหม่ โดยการใช้สถาปัตยกรรม micro-kernel โดยจะมีการตัดฟีเจอร์ขั้นสูงออกจากแกนหลักของฐานข้อมูล และย้ายออกมาเป็นโมดูลใหม่ ช่วยให้ยูสเซอร์ยังคงสามารถโหลดไปใช้งานได้เมื่อจำเป็น ฟีเจอร์อื่นๆ ก็จะถูกย้ายออกมาเป็นโมดูลเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น trigger, views, โพรซีเยอร์, รายการควบคุมต่างๆ และข้อมูลบางประเภทจะถูกตัดออกมา โดยเป้าหมายจะเน้นไปที่ผู้ใช้ในกลุ่มแบ็กเอนด์ของโครงสร้างพื้นฐานเว็บเท่านั้น โดยที่โค้ดจะถูกพัฒนาด้วยสถาปัตยกรรมมัลติซีพียูและมัลติคอร์รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถสเกลได้และรองรับการทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยจะสนับสนุนทั้งซีพียูแบบ 32 และ 64 บิต

สำหรับสถานการณ์ของ MySQL AB ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ MySQL นั้นแม้ว่าจะถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Sun Microsystem ตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างไรกลุ่ม MySQL ก็ยังคงทำงานค่อนข้างอิสระอยู่ แม้ว่าในเชิงเทคนิคแล้วฐานข้อมูล MySQL นั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซอฟต์แวร์จาก Sun ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นในการพัฒนายังคงเปิดกว้างอยู่เช่นเดิม โดยโค้ดนั้นจะอยู่ภายใต้โอเพ่นซอร์สไลเซนซ์ GPL v2 เช่นกัน ถึงตรงนี้ผู้ใช้หลายคนอาจจะเริ่มสบายใจมากขึ้น เพราะฐานข้อมูลจะไม่ใช้ทรัพยากรเครื่องเกินความจำเป็น อีกทั้งเรายังสามารถควบคุมได้อย่างอิสระเช่นเดิม

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือน สิงหาคม 2551

     แฟนพันธุ์แท้โอเพ่นซอร์ส น้อยคนคงไม่มีใครไม่รู้จัก “มายเอสคิวแอล” แม้วันนี้บริษัทซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่แห่งนี้จะเปลี่ยนสถานภาพ กลายเป็นบริษัทใต้ร่มเงาใหญ่ของ “ซัน” แต่ทว่าความเป็นโอเพ่นซอร์สยังคงเดิม..และมีทีท่าว่าจะเข้มข้นกว่าเดิมเสีย ด้วย

     หลังการประกาศเข้าควบกิจการ “มายเอสคิวแอล” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ของซันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้แฟนพันธุ์แท้โอเพ่นซอร์สหลายรายเริ่มหวั่นวิตกถึงสถานภาพของผู้พัฒนา ระบบจัดการฐานข้อมูลแบบเปิดยักษ์ใหญ่รายนี้ว่า จะยังเป็นโอเพ่นซอร์สครองใจนักพัฒนาในแวดวงไอทีต่อไปอีกหรือไม่ เมื่อธุรกิจยังต้องเดินไปพร้อมการเติบโตของยอดขาย และผลประกอบการ

มายเอสคิวแอล”โกออน”

      หาก “เดวิด แอ็กมาร์ค” ผู้ร่วมก่อตั้งมายเอสคิวแอล ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า แม้จะกลายเป็นบริษัทลูกในเครือของซัน ไมโครซิสเต็มส์ แต่ “มายเอสคิวแอล” ก็ยังคงเป็น “มายเอสคิวแอล” ที่โดดเด่นในเรื่องของระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยซอฟต์แวร์อิสระ และที่สำคัญยังมี “ตัวเขาเอง” ที่ยังคอยดูแลบริษัทที่เขาร่วมสร้างมากับมือ

     ”ผมเริ่มต้นมายเอสคิวแอลกับเพื่อนอีกคนสมัย เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว ต้องบอกว่ายังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับวงการไอที เราเริ่มต้นด้วยการตั้งเป็นโปรเจคมายเอสคิวแอล เริ่มเขียนดาต้าเบส โค้ดปี 1982 (2525) พัฒนาเรื่อยๆ มาจนได้มายเอสคิวแอล โค้ด ปี 1995 (2538) แล้วเซ็ตอัพเป็นบริษัท เริ่มมีการลงทุน และมีซีอีโอบริหารอย่างจริงจังเมื่อราวปี 2001 (2544) กระทั่งซันเข้ามาซื้อกิจการเมื่อต้นปีนี้” แอ็กมาร์ค เล่า

     เขาบอกอย่างตรงไปตรงมาต่อคำถาม “ทำไมต้องเป็นซัน” ว่า ก็เป็นธรรมดาของโลกธุรกิจที่ใครที่ความสามารถจ่ายได้ดีกว่า ก็น่าจะเลือกคนนั้น ซึ่งหมายถึงความมั่นคง และศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต

     อย่างไรก็ตาม เขายังยืนยันว่า แม้จะเป็นบริษัทในเครือของซัน แต่บริษัทก็ยังจะคงใช้แบรนด์ “มายเอสคิวแอล” ต่อไป ลักษณะเป็นโคแบรนดิ้งระหว่างซัน และมายเอสคิวแอล

     พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบรับกับผู้ ใช้ในกลุ่มที่นิยมโอเพ่นซอร์ส ซึ่งจากสถิติการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ไปใช้ขององค์กรต่างๆ ทั่วโลกยังคงทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีสถิติอยู่ที่ 5 หมื่น – 7.5 หมื่นดาวน์โหลดต่อวัน รวมถึงองค์กรในไทย ซึ่งล่าสุดก็มีสถิติการดาวน์โหลดที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้

โลกอิสระของโอเพ่นซอร์ส

      แอ็กมาร์ค บอกว่า เหตุผลที่ทำให้โอเพ่นซอร์ส ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และทำให้เขายังหลงใหลอยู่ในโลกของโอเพ่นซอร์สก็คือ “ความอิสระ” และ “ไม่ยึดติดกับอะไร” ทำให้ซอฟต์แวร์สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยเขายกตัวอย่างว่า ซอฟต์แวร์พาณิชย์ (Propitary Software) ที่แม้จะมีข้อดีในการใช้งานมาก โดยเฉพาะความสะดวกสบาย และง่ายต่อการใช้งาน

     แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยข้อจำกัดนับไม่ ถ้วน ตั้งแต่การใช้งานกับแพลตฟอร์มเฉพาะค่ายใดค่ายหนึ่ง และยังเป็นซอฟต์แวร์ปิดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของพนักงานเจ้าของ ซอฟต์แวร์นั้นๆ และที่สำคัญยังต้องใช้เงินลงทุนสูง

     อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมรับว่า การใช้โอเพ่นซอร์สก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีทั้งหมด เพราะประเด็นเรื่องของความปลอดภัย ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรยังไม่ตัดสินใจเทใจให้โอเพ่นซอร์ส หากข้อดีอีกข้อก็คือ แม้ว่าโอเพ่นซอร์ส จะมี “ปมด้อย” เรื่องของความปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็มี “ปมเด่น” ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเห็นโค้ดของโอเพ่นซอร์สได้ ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสที่นักพัฒนาทุกรายจะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างให้กับ โปรแกรมเปิดต่างๆ ได้

ขอโตอย่างโลมา

      เมื่อถูกถามถึงโลโก้ “โลมา” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงการเติบโตควบคู่กับมายเอสคิวแอลมาอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็น “ฉลาม” ซึ่งนับว่าหนึ่งในจ้าวมหาสมุทรที่ปลาเล็ก-ใหญ่ พันธุ์อื่นยังต้องหลีกทางให้

      แอ็กมาร์ค บอกว่า โลมาเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นชัดเจนถึงความรื่นเริง และเป็นมิตรกับท้องทะเล ซึ่งสื่อให้เห็นว่า มายเอสคิวแอลไม่ได้เป็นบริษัทที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์เป็นหลัก เห็นได้จากผลิตภัณฑ์ที่เปิดทุกอย่างให้ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีๆ พร้อมกับนำเสนอทางเลือกหากลูกค้าต้องการสิ่งที่ดีกว่าก็มีซอฟต์แวร์ในรูปแบบ เชิงพาณิชย์เป็นตัวเลือกในการใช้บริการเช่นกัน ซึ่งจุดสนใจที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ Total Cost of Ownership ของการใช้ฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล ที่ลดลงได้มากถึง 90%

      นอกจากนี้การรวมตัวระหว่าง “มายเอสคิวแอล” กับ “ซัน” ยังทำให้ตลาดของทั้งคู่ขยายตัวได้มากขึ้น และช่วยผลักดันการเติบโตให้ตลาดฐานข้อมูลโดยรวม ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 15 พันล้านดอลลาร์

      ทั้งยังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่รองรับความต้องการใช้งานกับตัวซอฟต์แวร์ได้มากยิ่งขึ้น โดยเขาตั้งความหวังว่า มายเอสคิวแอล จะมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโตให้ซันเชิงของลูกค้าใหม่ๆ เนื่องจากก่อนหน้าการควบรวมกิจการ แม้ทั้งคู่จะเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่มุ่งเน้นระบบเปิดเป็นหลัก แต่ก็มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน

     เขาย้ำว่า ก้าวต่อไปของมายเอสคิวแอลต่อจากนี้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้โอเพ่นซอร์ส และรองรับแนวโน้มของกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเว็บ 2.0 และกลุ่มโซเชียล เน็ตเวิร์คกิ้ง เช่น ไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค รวมถึงบริการต่างๆ บนเว็บ ซึ่งผู้ให้บริการระดับโลกหลายราย วางใจที่จะใช้บริการฐานข้อมูลระบบเปิดของมายเอสคิวแอล

     ”ความท้าทายที่สุดของผมในตอนนี้คือ จะดูแลบริหารบริษัทอย่างไร ให้บริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 400 คน ยังก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมว่ามันค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เพราะนอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องคิดถึงเรื่องกฎระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเราจะต้องทำให้ดีที่สุด” แอ็กมาร์ค ทิ้งท้าย

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

ฟรีสัมมนาจาก SUN เรื่องของ MySQL ซอฟต์แวร์ Database ฝั่ง Open Source ที่เป็นที่นิยมอย่างสุดๆ ในปัจจุบัน โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 22 สิงหานี้ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 12.20 น. ที่โรงแรม Grand Hyatt Erawan สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Khun Pariman Tel:029374518-19 #43 Email:mysql_th@sun.com

ลิงก์: ข้อมูลเพิ่มเติม, ลงทะเบียน

     ศูนย์ไทยกริดแห่งชาติจัดอบรม การติดตั้งและใช้งานระบบฐานข้อมูลแบบกริด MySQL Cluster ขึ้นในวันที่ 13-14 กันยายน 2551 เวลา 8.30 – 16.30 น. ทั้งนี้โครงการอบรมดังกล่าวได้จำกัดจำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่เกิน 60 ท่าน

     ในการจัดอบรมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเผยแพร่ความรู้ในการใช้งานระบบฐาน ข้อมูล MySQL Cluster ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการให้บริการข้อมูลขนาดใหญ่ และมีความคงทนสูง โดยการอบรมครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ความรู้แก่หน่วยงานต่างๆทั้งภาค รัฐ ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ของบริษัททางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ที่มีความ สนใจ ให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถติดตั้งใช้งานระบบได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำเทคโนโลยีกริดไปประยุกต์ใช้ พัฒนาผลงานในอนาคตต่อไป

     สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ http://www.thaigrid.or.th/mysql/ การอบรมในครั้งนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น