สืบเนื่องจากข่าวนี้ครับ เห็นแล้วก็ อดใจไม่ได้ อยากลองโปรแกรมของทาง Ubuntu ตัวนี้เสียเหลือเกิน ค้นหาข้อมูลดูเรื่อยๆ ได้วิธีติดตั้งมาแล้วครับ ผมลองแล้วด้วย ประทับใจมาก ชอบเลยครับ คิดว่าถ้ามี UMPC หน้าจอเล็กๆ คงต้องใช้เจ้า Ubuntu netbook ตัวนี้อย่างแน่นอน ส่วนวิธีติดตั้งเขาทำกันอย่างไรนั้น มาดูกันครับ

  1. ขั้นแรก ให้ติดตั้ง Ubuntu 8.04 ด้วยวิธีปกติไว้ในเครื่องก่อนนะครับ
  2. เปิด Ubuntu ขึ้นมาตามปกติครับ
  3. แก้ไข Repository ครับ เปิด Terminal ขึ้นมา สั่ง sudo gedit /etc/apt/sources.list
  4. เพิ่มบรรทัดนี้ลงไปครับ จะต้นไฟล์หรือท้ายไฟล์ก็ได้ ให้เป็นบรรทัดใหม่พอ deb http://ppa.launchpad.net/netbook-remix-team/ubuntu hardy main แล้วก็ เซฟครับ
  5. ยังอยู่ใน Terminal นะครับ สั่ง sudo apt-get update
  6. ทีนี้ขั้นตอนติดตั้งครับ สั่ง sudo apt-get install go-home-applet human-netbook-theme maximus ume-config-netbook ume-launcher window-picker-applet
  7. เสร็จแล้ว Restart เครื่องแล้วรอดูผลลัพธ์ได้เลยครับ

ส่วนวิธีเอาออกนี่ตัวใครตัวมันนะครับ หรือใครรู้ก็ฝากบอกที ผมเอาออกไม่เป็นเหมือนกัน
ที่มา: edge.launchpad.net

บังเอิญกำลังหาข้อมูล KDE4 บน netbook แต่ไปเจอเว็บที่มี demo เรื่องนี้อยู่พอดีซึ่งเขาประยุกต์ใช้ Plasmoid ในการจัดการหน้าจอและทำหน้าที่ launcher ซึ่งอาศัย widget ที่มีอยู่ใช้งานได้เกิดประโยชน์มากๆ ครับ แต่บาง widget ก็ออกจะใหญ่โตแสดงผลได้พอดีบ้างไม่พอดีบ้าง แต่หากใช้ panel auto hide ก็ทำให้พื้นที่การแสดงผลเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยครับ ลองดู video ข้างล่ะก็แล้วกันครับ :)

ที่มา – Tale of a little pixel
 

เป็นอีกเรื่องที่คุยกันได้ยาว ว่าลีนุกซ์ไปกระทุ้งโดนไมโครซอฟต์เข้าอีกแล้ว เพราะว่าส่วนแบ่งตลาดของ netbook ส่งผลให้ลีนุกซ์พุ่งแรง แซงไมโครซอฟต์ไปได้ แต่เชื่อไหมว่านั่นเป็นแค่ราคาคุยไปเสียแล้ว เพราะว่าวันนี้กว่า 90% ของ netbook ที่ปล่อยออกไปล้วนแต่ใช้ windows ทั้งนั้น เพราะจากข้อมูลเดิมในปีที่ผ่านมาพบว่า ผู้ผลิต netbook รายใหญ่อย่าง Acer Inc. และ Asustek Computer Inc. ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดสำหรับ netbook อยู่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์นั้น ต่างก็ใช้ลีนุกซ์บนโน้ตบุ้กรุ่นราคาต่ำถึงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน แต่นั่นกลายเป็นอดีตไปซะแล้ว เพราะว่าจากข้อมูลใหม่พบว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของ netbook ที่ขายออกไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมานั้น กลับกลายมาใช้ Windows ไปเสียนี่ แม้ในช่วงลดราคาปลายปีที่ลดแลกแจกแถมกันทุกอย่าง ยอด netbook ที่ใช้ลีนุกซ์ก็ยังไม่ค่อยขยับ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยอดขาย netbook ที่มาพร้อมกับลีนุกซ์นั้นมีสัดส่วนที่สูงกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้สูงมากถึงในระดับ 90 เปอร์เซ็นต์

จะว่าไปแล้วถ้าเป็นแบบนี้ก็แสดงว่ายอดขาย netbook จะไม่ส่งผลต่อไมโครซอฟต์เลยใช่ไหม จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพราะว่า netbook ยังเป็นปัญหากวนใจไมโครซอฟต์อยู่เช่นเดิม เพราะปัญหาใหญ่ก็คือไมโครซอฟต์ได้ค่าลิขสิทธิ์ Windows ที่มาพร้อมกับ netbook ในราคาต่ำกว่าที่ปล่อยให้กับเครื่องพีซี หรือโน้ตบุ้ก อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อ netbook ยังไม่ยอมซื้อ Microsoft Office อีกด้วยนี่สิ ไมโครซอฟต์ถึงกับกุมขยับกับยอดตัวเลขที่หายไปอยู่เหมือนกัน แต่จะว่าไปแล้วเพียงเท่านี้ไมโครซอฟต์คงไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก เพราะอย่างน้อยคนที่ใช้ netbook ก็คงจะต้องมีพีซีหรือโน้ตบุ้กใช้งานอย่างน้อยหนึ่งเครื่องแน่นอน ว่าไหมล่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนมีนาคม 2552

ถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าในช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของโน้ตบุ้กในกลุ่มที่มีราคาไม่แพงนั้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้นำตลาดอย่างกลุ่ม netbook และโครงการโน้ตบุ้กราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ก็ตาม แต่เชื่อหรือไม่ว่าเท่านั้นยังไม่พอกับความต้องการของผู้ซื้อ โดย Michael Arrington จาก TechCrunch ออกมาระบุว่าเว็บแท็บเลตต์ที่มีจอภาพแบบสัมผัสนั้นเหมาะกับการใช้งานร่วมกับบราวเซอร์ ซึ่งหากมีราคาถูกไม่เกิน 200 ดอลลาร์ และยังเป็นโอเพ่นซอร์สด้วยแล้วจะน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

งานนี้สุดท้ายแล้วได้ข้อสรุปที่โน้ตบุ้กรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ และไม่ได้มีอะไรเหนือว่าหรือเทียบเท่ากับโน้ตบุ้กรุ่นโปรอย่าง Dell Latitude XT หรือว่า MacBook Air แต่คิดง่าย ๆ ว่านี่เป็นเหมือนกับ MacBook Air ตัวเล็ก ๆ ที่รัน Firefox แล้วก็สามารถรัน Skype ผ่านทางเคอร์แนลลีนุกซ์ภายในเครื่องได้เท่านั้น และแน่นอนว่าสเป็กทั้งหมดเป็นโอเพ่นซอร์ส โดยเป้าหมายก็คือ จะต้องบราวเว็บได้อย่างสะดวกง่ายดาย และสามารถเปิดดูวีดีโอ หรือโทรทัศน์ออนไลน์ได้ เปิดไฟล์แฟลช YouTube เล่นเพลง ส่งอีเมล์ และแชทกับเพื่อน ๆ ได้เท่านี้ก็พอแล้ว ส่วนฮาร์ดแวร์ก็ไม่ต้องหรูหรามากมายนัก เอาแค่ให้รองรับงานทั้งหมดได้ ซึ่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวต้นแบบรุ่นแรกไปแล้ว โดยใช้ตัวเครื่องอลูมิเนียมมีความหนาค่อนข้างมาก

ถึงตอนนี้ก็มีการพัฒนาต้นแบบรุ่นที่สองออกมา โดยใช้จอภาพความละเอียด 1024X768 ขนาด 12 นิ้ว ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Via Nano ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Atom ของ Intel นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยหน่วยความจำ 1GB ไดร์ฟแบบแฟลชขนาด 4GB สำหรับเก็บซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ ส่วนฟีเจอร์เด็ดอื่น ๆ ก็เห็นจะเป็นการสื่อสารผ่านทาง Wi-Fi กล้องดิจิตอล และเซ็นเซอร์วัดตำแหน่ง เพื่อที่เครื่องจะได้จัดหน้าเว็บเพจใหม่ได้ เมื่อมีการหมุนจอภาพ แต่แน่นอนว่าเมื่อมีจอภาพแบบสัมผัสแล้วคีย์บอร์ดย่อมหายไปเป็นธรรมดา งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะรุ่งหรือไม่ เพราะคอนเซ็ปต์ที่ต่างจากคนอื่นเห็นจะอยู่ที่รัน Ubuntu พร้อมกับชุดบราวเซอร์ Webkit ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการเท่านั้นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

ข่าวคราวหลังจากการสัมภาษณ์ CEO ของ Nokia Olli-Pekka Kallasvuo สร้างกระแสว่า Nokia มีวี่แววจะลงมาเล่นในตลาด Netbook ซึ่ง Nokia เองจับตามองตลาด PC อยู่ตลอด ซึ่ง Nokia วางแผนที่จะเข้ามาในตลาด PC กับเทคโนโลยี Atom บนเครื่อง Netbook ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากที่จะเอาเทคโนโลยีของ ARM และ Linux ของ Nokia เอง เอามารวมกันแล้วนำไปใช้กับ Netbook ได้อย่างสบายๆ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของ Nokia เอง ที่ผ่านมา Nokia ลงทุนไปกับ Linux Platform บน ARM และ Maemo ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์ Tablet ที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์ทั้งด้านการพัฒนาและการใช้งาน แถมยังง่ายที่จะปรับปรุงให้นำไปใช้บน labtop ได้เลย ในข่าวเก่า Nokia วางแผนให้ Maemo สามารถใช้บน OMAP3 ของ TI ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นหมายความว่าตลาดอุปกรณ์ Tablet จะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นี้แต่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้ทัดเทียมกับ latop ได้เลย

ไม่เพียงจากการลงทุนกับ Maemo เท่านั้น Nokia เองยังสนับสนุน Ubuntu ARM port โดยสนับสนุนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Handheld Mojo ซึ่งพัฒนา Ubuntu สำหรับชิปประมวลผล ARM อีกด้วย ถึงแม้ว่า Canonical จะเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลัง Ubuntu และออกมาประกาศเรื่องการสนับสนุนชิป ARM เองก็ตามแต่ก็จะออกมาให้เห็นในรุ่น Ubuntu 9.04 นี้ และ Canonical ยังทุ่มทุนพัฒนา UI เพิ่มเติมอีกเพิ่อใช้งานกับ Netbook ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จาก Ubuntu ARM Port และ Maemo Nokia สามารถปรับปรุง Maemo ให้ใช้งานกับ Netbook ได้อย่างง่าย ซึ่งเรียกว่าไม่ไกลเกินเอื้อม

 

ที่มา – arstechnica

HP Mini Netbook ตัวเล็กที่ถือว่ามาแรงที่สุดในท้องตลาด ได้ออก Mini 1000 มาแล้ว ซึ่งประเด็นคือ ไอ้เจ้าตัวนี้ มันมาพร้อมกับ Mi Launched ด้วย สำหรับ Mi Launched นี้ก็คือ Ubuntu เวอร์ชั่นที่ HP เขาเอามาทำนั่นเองครับ อยากลองเล่นดูเหมือนกันว่าโปรแกรมจะเป็นยังไงบ้าง แต่สิ่งที่เราจะได้เฮกันอย่างแน่นอนคือ เราไม่ต้องเพิ่มเงินลงไปในค่าเครื่องเพื่อ OS ที่เราไม่ได้ใช้กันอีกต่อไป

ที่มา: http://www.maximumpc.com/article/news/ubuntudhpmini1000mi_launched