OpenStack สามารถจัดการเครือข่ายในแต่ละ instance ได้ เราสามารถแบ่ง subnet เพื่อแยก network ของแต่ละ instance ออกจากกันได้ ทำให้ instance มีเครือข่ายของตัวเองได้ การจัดการ Network จะแบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้

  • สร้าง Internal Network
  • สร้าง Router
  • เชื่อมโยง Network ระหว่าง Internal และ External ผ่าน Router


Continue reading

ค้างเรื่อง IPv6 ไว้เมื่อครั้งที่แล้ว ว่าจะเขียน How-to เกี่ยวกับ IPv6 ที่เราจะต้องเรียนรู้กันใหม่อีกนิดหน่อย เริ่มต้นจากการตั้งค่า Network กันก่อน วิธีการเพิ่ม IPv6 ลงใน /etc/network/interfaces ก็ง่ายมาก เหมือนเราเพิ่มลงใน IPv4 นั่นแหละครับ ถ้ามี IPv4 ตั้งค่าอยู่ แค่เอาไปต่อท้ายเท่านั้นก็เรียบร้อยแล้ว เล่น

#IPV6 configuration
iface eth0 inet6 static
pre-up modprobe ipv6
address 2607:f0d0:2001:0000:0000:0000:0000:0010
netmask 64
gateway 2607:f0d0:2001:0000:0000:0000:0000:0001

อธิบายกันหน่อย รายบรรทัดนะครับ

  1. iface eth0 inet6 static ก็คือ ข้าพเจ้าจะใช้ IPv6 ที่ interface eth0 แบบ static คือกำหนด IP Address เอง (ทางการไปมั๊ย)
  2. บอกระบบให้ load module IPv6 มาด้วย (ถ้าแน่ใจว่า load module IPv6 มาแล้วบรรทัดนี้ไม่ต้องมีก็ได้)
  3. ค่า IP Address ของเราที่ได้มา
  4. ค่า netmask สำหรับ IPv6 subnet
  5. ค่า gateway ของ IPv6 subnet

เมื่อตั้งค่าให้สั่ง restart network service ดังนี้

/etc/init.d/networking restart

วิธีการทดสอบ ก็ง่ายมากใช้คำสั่ง ip ดังนี้

ip -6 address show eth0

วิธีดูค่า default gateway ใช้คำสั่ง

ip -6 route show dev eth0

ต้องการกำหนดค่า default gateway ใช้คำสั่ง

ip -6 route add default via 2607:f0d0:2001::1

สามารถเชื่อมต่อได้ แต่ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมผ่านศูนย์ซอฟท์แวร์ชื่อ gnome-ppp และสามารถเรียกใช้งานได้ดังนี้

  • ไปที่เมนู > อินเตอร์เน็ต > GNOME PPP

รูปภาพ

  • click ไปที่ Setup แล้วตั้งค่าต่างๆที่ต้องใช้ในการเชื่อมต่อ
  • เมื่อต้องค่าเสร็จแล้วให้กด close เพื่อกลับมาหน้าแรกของโปรแกรมแล้วกรอก username และ password และ Phone number แล้วทำการเชื่อมต่อ

รูปภาพ

สามารถตั้งค่าการเชื่อมต่อได้โดยไปที่เมนู “ระบบ” > “ปรับแต่งพื้นโต๊ะ” > “การเชื่อมต่อเครือข่าย”

รูปภาพ

เปลี่ยน tab ไปที่ VPN

รูปภาพ

เลือก “เพิ่ม” แล้วตามด้วย “Create…”

รูปภาพ

ให้เติมรายละเอียดในการเชื่อมต่อ
– Connection name ให้ตั้งชื่อให้กับการเชื่อมต่อ vpn ที่สร้างขึ้น
– Gateway ให้ใส่หมายเลข ip address ของ VPN server ลงไป
– Username , Password ให้ใส่ username และ password ของ vpn user ลงไป
– ถ้าระบบ vpn server ของเรามีการกำหนดรูปแบบการเชื่อมต่อที่ละเอียดมากกว่านี้เราสามารถ click ที่ advanced เพื่อตั้งค่าการเชื่อมต่อแบบละเอียดได้

รูปภาพ

เมื่อต้องการจะเชื่อมต่อ vpn ให้ click ไปที่ icon ที่แสดงสถานะการเชื่อมต่อ network ที่ taskbar ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ
เลือกไปที่ VPN Connections แล้ว click ที่ vpn connection ที่ได้สร้างไว้เพื่อเริ่มการเชื่อมต่อเข้าระบบ

รูปภาพ

การ join domain ใน suriyan ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมชื่อ likewise-open จากศูนย์ซอฟท์แวร์ลงไปใน suriyan ให้เรียบร้อยเสียก่อน

ตัวอย่างหน้าเว็บไซต์ของโครงการ likewise-open

รูปภาพ

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วเราสามารถ join domain ได้ดังนี้

  • ทำการตั้งค่า dns ของเครื่องที่ต้องการ join domain ให้เป็นหมายเลข ip ของเครื่อง Domain Controller

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

  • เปิด terminal ขึ้นมาแล้วทำการ join domain ด้วยคำสั่ง sudo domainjoin-cli join mydomain domainadmin

mydomain ให้แทนด้วย domain ที่เราต้องการ join ลงไป
domainadmin ให้แทนด้วย username ของ admin ใน domain ที่เราจะ login ลงไป

รูปภาพ

  • ระบบจะถาม password ของ Domain admin ถ้าเรากรอก password ถูกต้องและ join domain ได้สำเร็จ จะมีข้อความตอบกลับมาจาก server ว่า SUCCESS

  • ตั้งค่าให้โปรแกรม likewise-open ที่ใช้ในการ join domain เริ่มทำงานทันทีที่เปิดเครื่องให้เปิด terminal ขึ้นมาแล้วพิมพ์คำสั่ง sudo update-rc.d likewise-open defaults แล้ว enter หลังจากนั้นทุกครั้งที่เราเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เราก็จะสามารถ login เข้า domain ได้เลยทันทีอัตโนมัติ

  • ให้ restart เครื่องที่จะทำการ join domain ซึ่งเมื่อ restart เสร็จแล้วให้ทำการ login เข้าระบบด้วย user ดังนี้ DOMAINdomainuser

DOMAIN ให้แทนด้วยชื่อ domain แบบย่อ ของ domain ที่เราต้องการจะ join ลงไป ตามตัวอย่าง ได้เป็น SURIYAN
domainuser ให้แทนด้วย username ของ user ใน domain ที่เราจะใช้ login เข้าระบบ ตามตัวอย่าง login ด้วย suchart

รูปภาพ

เพิ่มเติม: หากต้องการยกเลิกการ join domain ให้พิมพ์คำสั่ง sudo domainjoin-cli leave suriyan.in.th Administrator ใน terminal แล้ว enter ก็จะสามารถยกเลิกการ join domain ได้

รูปภาพ

โปรแกรมจัดการแฟ้มใน Suriyan มีความสามารถในการเชื่อมต่อเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ผ่านโพรโตคอล FTP ได้อยู่แล้วในตัว โดยวิธีให้

ไปที่เมนู > ที่หลักๆ > เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์

รูปภาพ

จะปรากฏหน้าต่างเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ ในหน้าต่างนี้ เราสามารถป้อนค่าต่างๆ ที่ใช้ในการเชื่อมแล้ว แล้วคลิกที่ปุ่ม เชื่อมต่อ เพื่อเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ได้ทันที

รูปภาพ

รูปภาพ

เราสามารถใช้ Suriyan เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือได้ โดยที่มือถือที่จะใช้จะต้องรองรับความสามารถในการทำงานเป็นโมเดม และสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตได้ วิธีการให้เข้า

ไปที่เมนูระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > การเชื่อมต่อเครือข่าย

รูปภาพ

จะปรากฏหน้าต่างการปรับแต่งการเชื่อมต่อเครือข่าย ให้ไปที่แท็บ เครือข่ายบรอดแบนด์มือถือ คลิกปุ่มเพิ่ม และตอบคำถามตามขั้นตอนที่โปรแกรมแนะนำ หากต้องการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ อย่าลืมเปิดบลูทูธไว้ด้วย

รูปภาพ

ในการเชื่อมต่อที่คำสั่ง “เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์…” ในเมนู “ที่หลักๆ” นั้น จะมีตัวเลือกให้ “เพิ่มที่ขั้นหน้า” ตรงนี้ก็ให้บันทึกชื่อไว้ตามต้องการก็จะสามารถเข้าถึงตำแหน่งได้อย่างรวดเร็ว

รูปภาพ

การเชื่อมต่อไปยังเครื่องที่เปิด share ไว้สามารถทำได้ดังนี้

ไปที่เมนู > ที่หลักๆ > เลือก เชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์…

รูปภาพ

จะปรากฏหน้าต่างดังรูป

รูปภาพ

  • ชนิดบริการ: ให้เลือกเป็น “แหล่งใช้ร่วมของวินโดวส์”
  • เซิร์ฟเวอร์: ให้ใส่หมายเลข ip address ของเครื่อง Windows ที่เปิด share เอาไว้ที่เราต้องการจะเชื่อมต่อ

เมื่อกำหนดค่าเรียบร้อยแล้วให้คลิกไปที่ “เชื่อมต่อ” ถ้าเชื่อมต่อสำเร็จก็จะสามารถเข้าใช้งานทรัพยากรที่เปิด share ไว้ได้

รูปภาพ

การตั้งค่า Proxy ทำได้โดย

ไปที่เมนูระบบ > ปรับแต่งพื้นโต๊ะ > พร็อกซีเครือข่าย
รูปภาพ

เมื่อหลังจากตั้งค่านี้แล้วควรจะปิดและเปิดโปรแกรมทุกตัวใหม่
รูปภาพ