เนื่องจากโครงการ Suriyan และ Chantra ถูกยุบไปแล้ว แต่ยังคงมีคนส่งแผ่น DVD เข้ามาขอแผ่น Suriyan และ Chantra อยู่ ผมก็เลยได้ทะยอยเขียนแผ่นส่งกลับไปให้เรื่อยๆ สำหรับท่านที่ส่งแผ่น DVD เปล่ามาแลกแผ่นซอฟต์แวร์ในช่วงนี้ จะได้แผ่น Write กลับไปนะครับ T_T เนื่องจากไม่มีงบประมาณปั๊มแผ่นให้ ใครอยากได้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและฟรีแวร์ก็สามารถส่งแผ่นเปล่ามาแลกได้ ขอเป็นแผ่น DVD ที่เขียนได้นะครับไม่ใช่แผ่นเสีย สำหรับแผ่นที่จะมาแทน Suriyan และ Chantra มีดังนี้

  1. Ubuntu รุ่นล่าสุด ไม่มี Package เสริมจาก Suriyan นะครับ เป็น Ubuntu เพียวๆ จำนวน 1 แผ่น DVD
  2. Open Disc รุ่นพิเศษ รวมซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สบน Windows และ Linux มากกว่า 50 ตัว จำนวน 2 แผ่น DVD

กติกาเหมือนเดิมคือส่งแผ่น DVD เปล่าตามจำนวนแผ่นที่ท่านต้องการแลก วงเล็บมุมซองด้วยนะครับว่าแลกแผ่นอะไร พร้อมซองเปล่าติดแสตมป์ 9 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง วงเล็บมุมซองว่า “Disc2Disc ขอแผ่น …” ส่งมาที่

ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยี (โอเพนซอร์ส)
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ชั้น 9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
กรุงเทพมหานคร
1 0 2 1 0

บังเอิญได้ทราบปัญหาเรื่อง Bug ใน OpenOffice.org มาสักระยะ เนื่องจากได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกในเว็บไซต์ OpenOffice.org คอยติดตามข่าวการพัฒนาอยู่ตลอดและมีโอกาสร่วม contribute งานเข้าโครงการนี้เป็นระยะๆ ตามไมล์สโตนที่กำหนดในแต่ละรุ่น ในกรณีบทความ “21 Bugs บาดใจคนใช้ OpenOffice” ซึ่งทาง TAG สำนักพิมพ์นิตยสารไอทีชั้นนำอย่าง PC World Thailand, EWorld, PCToday, ComputerWorld, DNS และเป็น organizer จัดงาน ComWorld ได้ ตีพิมพ์บทความเรื่องนี่ขึ้นมา ก็พบว่า issue เหล่านี้มันมีแจ้งอยู่แล้วใน issuezilla ซึ่งยังไม่ได้ถูกกำหนดว่าเป็น Bug ทั้ง 21 เรื่อง (issues) จะเป็น Bug ก็ต่อเมื่อ มีการ verified จากทีมนักพัฒนาของ OpenOffice.org และมีการกำหนดจาก Issue เป็น Bug แล้วเท่านั้น เท่าที่ทราบมาเป็นการรวบรวมเรื่อง เดิมที่มีอยู่แล้ว เพียง 18 เรื่อง บวกกับเรื่องใหม่อีก 3 เรื่องที่ยังไม่ได้ verified จากทีมนักพัฒนาของ OpenOffice.org ว่าเป็น Bug หรือ User Error (ใช้ไม่เป็น) เช่นกัน ทำให้กลับมานั่งคิดว่า เอ… ประเทศไทยนี่ไม่เหมาะกับ Open Source และ Free Software เลย

สาเหตุเนื่องจากการทดสอบและรายงาน issue หรือรายงาน bug ในกรณีการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สในแต่ละโครงการจะมีขั้นตอนวิธีการที่แตกต่างกัน บ้างก็ให้รายงานผ่านทางเว็บไซต์ หรือผ่านทางเมล์ลิงลิสสุดแล้วแต่การรายงานว่าจะใช้วิธีใด การรายงาน Bug ส่วนใหญ่จะต้องเกิดจากการ Debug Code เพื่อให้ทราบว่าเกิด Bug ที่จุดใด ไฟล์ ไลบรารี APIs บรรทัดที่เท่าไร ผลลัพท์ที่ได้ผิดถูกอย่างไร อย่างนี้ถึงเรียกว่ารายงาน Bug ส่วนใหญ่จะรายงานโดย “นักพัฒนา” ที่มีประสบการณ์ ส่วนการรายงาน issue เป็น การรายงานขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมที่ผิดพลาดโดย “ผู้ใช้” ซึ่ง issue จะถูกรายงานหรือกำหนดให้เป็น Bug ก็ต่อเมื่อ นักพัฒนาได้ตรวจสอบแล้วว่าขั้นตอนการทำงานนั้นก่อให้เกิด Bug และไม่ใช่เกิดจาก User Error ไม่เช่นนั้นท่านอาจโดน RTFM หรือไม่ได้รับการตรวจสอบ Issue นั้นเลยก็ได้ ดังนั้นการรายงาน Issue จะต้องเขียนข้อมูลดังต่อไปนี้

  1. ท่านต้องการจะทำอะไร
  2. ขั้นตอนที่ท่านดำเนินการ
  3. ขั้นตอนที่ท่านดำเนินการก่อให้เกิดผลลัพท์ใด
  4. ผลลัพท์ที่ได้ควรเป็นอย่างไร
  5. ระบุโปรแกรม รุ่นของโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ ฯลฯ
  6. แนบไฟล์ตัวอย่างเพื่อใช้ในการตรวจสอบ

ซึ่งการปฏิบัติในการรายงาน Issue จะทำกันอย่างนี้ ทีมนักพัฒนาจะส่งตัวแทนมาตรวจสอบตามขั้นตอนที่ท่านรายงานไว้ หาพบว่าเป็น Bug จริง Issue ของท่านจะถูกเปิดเป็น Bug กำหนดชื่อซอฟต์แวร์และเลขรุ่นที่อาจเกิดผลกระทบโดยทันที และมีการกำหนดทีมงานเข้ามาแก้ไข Bug ชุดนี้ สำหรับระยะเวลาขึ้นอยู่กับการจัดลำดับความสำคัญของ Bug นั้นๆ โดยทีมนักพัฒนาที่รับผิดชอบในส่วนนั้น ไม่ได้กำหนดกันได้เองว่าเป็น Bug ร้ายแรง!

อีกเรื่องที่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ คนไทยแยกระหว่าง Software Feature กับ Bug ไม่ออก ตัวอย่างเช่น

  1. โปรแกรม A ทำงานได้ไม่เหมือนโปรแกรม B หรือทำงานได้เหมือนกันแต่ทำงานหลายขั้นตอนกว่า ก็สรุปว่าเป็น Bug
  2. โปรแกรม A ทำงานไม่ได้เหมือนโปรแกรม B ก็สรุปว่าเป็น Bug
  3. โปรแกรม A ทำงานไม่ได้ครบเท่าโปรแกรม B ก็สรุปว่าเป็น Bug

เรื่องนี้เป็นเรื่องขบขันของเพื่อนนักพัฒนาในต่างประเทศ ซึ่งมักจะแซวว่า “คนใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยยังแยก Bug กับ Feature ไม่ออก คุณไม่ต้องกังวลอะไรหรอก อ่ะฮิๆ” กรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแต่เกิดกับทุกโปรแกรมที่ไม่คุ้นเคย กลับมาเรื่อง Bug กันต่อ หลังจากอ่านบทความเรื่อง “21 Bugs บาดใจคนใช้ OpenOffice” จบสรุปได้เพียงสั้นๆ ว่า

  1. ผู้ที่รีวิว Issue ที่เกิดปัญหานี่ขยันจัง ;)
  2. จากความขยันน่าจะได้ Bug ID มาแล้ว ถึงเรียก Issue ว่า Bug ได้ :)
  3. น่าจะลง Bug ID พร้อมระบุความสำคัญที่ทางทีมนักพัฒนากำหนดให้มาด้วย :)
  4. ระบุ URL ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็น Bug มาด้วยจะยิ่งดี ;P
  5. TAG น่าจะเปิดแผนก R&D และ Bug Tracker เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์แข่งกับไมโครซอฟต์ >(
  6. TAG ได้สร้างประวัติศาสตร์ชาติไทยโดยการเอา Issue มาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวได้ เก่งจัง ;)
  7. TAG ไม่น่าจะรู้จักใช้ Database ประมวลผลข้อมูลมากกว่า 20,000 บรรทัด สารพัด Column ใน Calc ได้ยังไง? 8(

นอกจากรีวิว Issue ในนิตยสาร PCWorld แล้ว ยังได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังสำนักพิมพ์อื่นๆ ห้างร้าน หน่วยงานรัฐ บริษัท ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยในการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีปัญหาพร้อมทางแก้ของทุกหน่วยงานโดนการหันมาใช้ซอฟต์แวร์ชุดออฟฟิสของไมโครซอฟต์ จากคำแนะนำทั้งในหนังสือและจดหมายเปิดผนึกทำให้คิดได้ว่า นี่เป็นวิธีการทำธุรกิจแบบหนึ่งของ TAG เท่านั้น! การเลือกใช้งานซอฟต์แวร์เป็นสิทธิ์ของทุกคน จะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการอะไร ค่ายไหน จะเลือกใช้โปรแกรมอะไร ค่ายใด ขึ้นอยู่กับผู้ใช้จะเป็นผู้เลือก ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกใช้จะเกิดก็ต่อเมื่อมีจุดเปรียบเทียบผ่านทางนิตยสาร โมษณา ประชาสัมพันธ์จากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั้นๆ การรีวิว Issue หรือ Bug ไม่ใช่เป็นการเปรียบเทียบแต่เป็นการ discredit และไม่เกิดประโยชน์กับการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเลยและคงมีแต่คนในประเทศไทยเท่านั้นที่ทำได้ นี่คงเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่บ่งบอกว่าประเทศไทยไม่เหมาะกับ Free Software และ Open Source Software ประเทศไทยเหมาะกับการใช้งานซอฟต์แวร์ที่คุ้นเคยและยินดีที่แคร๊กได้เท่านั้น!