ผมเคยเข้าอบรมการใช้งาน Microsoft Office เฉพาะ Word ในราคา 3,600 บาท เพื่อเรียนวิธีการใช้งาน Microsoft Word อย่างถูกต้อง ซึ่งตอนนั้นเสียเงินเข้าไปอบรมได้ฟังบ้าง ไม่ได้ฟังบ้าง แต่ก้อพอจะเข้าใจว่าเราควรจะจัดการเอกสารได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการวางโครงร่างเอกสารผ่าน View แบบ Layout การกำหนด Style ต่างๆ เอาเป็นว่าคอร์สที่ลงเรียนแทบจะเปลี่ยนวิธีการใช้งาน Microsoft Office ของผมเลยทีเดียว แต่ก้อยังใช้ได้ไม่เชี่ยวชาญนัก แต่ก้อสามารถใช้งานฟังก์ชั่นอัตโนมัติต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วบ้างละกัน

ผม เริ่มมาจับ Star Office แต่ภาษาไทยก้อไม่ได้เรื่องเท่าไร และไม่ได้อยู่ในความสนใจผมมากนัก จนกระทั่ง Open Office 2.3 เจ้าปัญหาทำให้ผมต้องบังคับตัวเองว่าทำอย่างไร จึงจะใช้ความรู้ที่ได้มาจากการอบรมใช้งาน Microsoft Word มาประยุกต์ใช้กับ Open Office 2.3 ได้ เอาเป็นว่า Open Office 2.3 สร้างปัญหาให้ผมอยู่เกือบปีเลยทีเดียวเฉพาะงานเอกสารปกตินะครับ ไม่รวมสิ่งต่างๆ ที่ก่อปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน เอาเป็นว่าเมื่อวานนี้ผมอดหลับอดนอนอีกครั้งเพื่อค้นหาวิธีการที่เหมาะสม รวดเร็ว และประยุกต์ใช้ได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งเทคนิคพิสดาร หรือใช้ Marcro ต่างๆ ให้มันยุ่งยาก ถ้าคุณอยากรู้ค่อยๆ ศึกษากันทีละขั้นตอนนะครับ ผมจะพยายามสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง วิธีการใช้งาน Microsoft Word และวิธีการใช้งาน Open Office Writer ในสไตล์ผม เอาล่ะก่อนที่เข้าเนื้อหากัน ผมจะเล่าว่าผมทำอะไรกับ Microsoft Word ได้บ้างและผมจะแนะนำวิธีการทำแบบนี้ใน Open Office Writer ซึ่งสิ่งที่ผมใช้งานบ่อยๆ และชอบใช้เป็นพิเศษใน Microsoft Word ได้แก่

1. จัดโครงร่างเอกสร้างโดยใช้ Layout View ซึ่งใน Open Office ไม่มี Layout View มีแค่ Print Layout และ Web Layout เท่านั้น
2. กำหนดรูปแบบหน้าเอกสาร
3. กำหนด Style เปลี่ยนแปลง Style รูปแบบตัวอักษร การจัด Paragraph เป็นต้น
4. สร้างเนื้อหาข้อมูลสำเร็จอย่างการทำสารบัญต่างๆ เช่น สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ เป็นต้น
5. กำหนดรูปแบบการแสดงเลขหน้า เช่น ก ข ค…  1 2 3… เป็นต้น

เอา แค่นี้ก่อนก้อแล้วกันครับ เพราะเดี๋ยวจะเขียนไม่จบสักทีแล้วเดี๋ยวจะต่อกันไปอีกยาว ผมจะยกตัวอย่างการทำหนังสือทำมือเล่มเล็กๆ ทั้งเล่ม (เฉพาะโครงสร้างหนังสือ) มาเป็นตัวอย่างนะครับ โดยขอบเขตการทำหนังสือตัวอย่างมีดังนี้

1. หน้ากระดาษขนาด A4
2. เว้นกั้นหน้า หลัง บน และ ล่าง เท่ากัน สัก 1.5 นิ้ว กำลังดี (ผมกำหนดเองนะครับ ไม่ใช่มาตรฐานอะไร)
3. ออกแบบโครงสร้างรวมทั้งเล่ม มีดังนี้
3.1 ปก
3.2 ปกรอง
3.3 คำนำ
3.4 สารบัญ
3.5 สารบัญภาพ
3.6 สารบัญตาราง
3.7 เนื้อหาในแต่ละบท
3.8 บรรณาณุกรม
3.9 ภาคผนวก ก
3.10 ภาคผนวก ข
3.11 ปกหลัง

ก่อน ลงมือทำมาพิจารณาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกันก่อน อันดับแรกเลยที่จะเกิดปัญหากับ Writer คือ การวางรูปแบบหน้าเอกสาร สารบัญอัตโนมัติ การเรียงเลขหน้าที่ไม่เหมือนกัน การวาง Style ของเอกสาร ฯลฯ เอาล่ะเห็นปัญหาเยอะแล้วอย่าพึ่งท้อครับ ผมมีวิธียืดยาวแต่ทำตามครั้งแรกครั้งเดียวก้อเข้าใจแล้วล่ะครับ เรามาเริ่มจากเปิด Open Office และตั้งค่าที่เราควรตั้งค่ากันก่อน หน้าตาเชยๆ ของ Open Office Writer ก้อเป็นดังภาพ นั่นแหละครับ

เรา มาเริ่มตั้งค่าที่ควรจะพิจารณาเป็นอันดับแรก สำหรับคนที่ติดตั้งใหม่หรือไม่เคยคิดจะตั้งค่าอะไรเลย ลองพิจารณาและทำตามดูครับ ขั้นแรกเรามาดูในส่วนเมนู Tools > Option กันก่อน จะมีหน้าต่างตั้งค่าดังภาพ เริ่มที่ User data กันก่อนเลยครับ ใส่ให้ครบถ้วน

สำหรับ ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Linux และชอบใช้ font ทดแทนอย่าง Angsima, Corada แล้วละก้อคลิกที่ Font แล้วตั้งค่าการเปลี่ยนและแสดงผลฟอนต์ให้ถูกต้องด้วยครับ จากภาพผมตั้งค่าให้เอกสารที่ใช้ font Angsana แสดงผลโดยใช้ font Angsima ที่มีอยู่ในเครื่อง หากคุณใช้ Windows ก้อไม่ต้องตั้งก้อได้ครับ

จาก นั้นมาดูในส่วน Language Setting > Language ในส่วนนี้เราจะกำหนดค่า Locale Setting เป็น Thai ส่วนอื่นๆ จะเปลี่ยนตามอัตโนมัติครับ สังเกตตรง CTL ต้องเป็น Thai ด้วยนะครับ

จาก นั้นมาตั้งค่า Open Office Writer กันต่อ เลือก Open Office.org Writer > Basic Font (Western) ตั้งค่ารูปแบบฟอนต์และขนาดสำหรับ Style ต่างๆ ดังภาพครับ

และ ตั้งค่า Open Office.org Writer > Basic Font (CTL) ในแบบเดียวกัน เนื่องจากผมต้องการให้ font ภาษาอังกฤษและภาษาไทย ใช้ฟอนต์เหมือนกัน ขนาดในแต่ละ Style เท่ากันนั่นเอง

มา ดูในส่วน Open Office.org Writer > AutoCaption ในส่วนนี้เรากำลังบอกให้ Writer Run เลขตาราง เลขภาพ อัตโนมัติ พร้อมใส่คำบรรยายตาราง คำบรรยายภาพให้อัตโนมัติ ผมกำหนดรูปแบบการแสดงผลคำบรรยายตาราง ดังภาพ

และกำหนดรูปแบบการแสดงผลคำบรรยายภาพ ดังภาพ

เมื่อ กำหนดเสร็จเรียบร้อยแล้วก้อกดปุ่ม OK ได้เลยครับ ที่พาทำมาตั้งแต่ต้นเป็นการกำหนดการแสดงผลสไตล์พื้นฐาน การกำหนดค่าคำบรรยายตารางและภาพแบบอัตโนมัติ ซึ่งผมชอบลืมบ่อยๆ ว่าถึงภาพที่เท่าไรแล้ว เวลาเขียนเอกสารเยอะๆ น่ะครับ :P เอาละ กลับมาดูโครงสร้างหนังสือของเรากันที่เขียนไว้ข้างต้น และมาวางแผนการจัดหน้าตามผมนะครับ เอาล่ะ เนื่องจาก Open Office Writer ไม่มี Layout View อย่าง Microsoft Word ดังนั้นเราจะมากำหนด Layout View กันโดยใช้ การวางข้อความง่ายๆ กันครับ มาลองดูซิว่าจะทำยังไง เอาล่ะเมื่อคุณรู้แล้วว่า โครงสร้างหนังสือของเรามีอะไรบ้าง พิมพ์มันลงไปก่อนครับ ดังภาพ

เอาละครับคราวนี้เราก้อมาใช้เบรคมือเพื่อแบ่งหน้าและกำหนดเลขหน้าอย่างเซียนกันได้แล้ว เริ่มแรกมาทำความเข้าใจกติกากันก่อน

1. เลขหน้าของปก และปกหลัง ไม่มีนะครับเดี๋ยวเราจะเอาภาพมาแปะเป็นปกหนังสือของเรา
2. เลขหน้าของคำนำ สารบัญ สารบัญภาพ สารบัญตาราง เป็นตัวอักษร ก ข ค …
3. เลขหน้าของหน้าแรกบทไม่แสดง แต่หลังจากนั้นเป็นตัวเลข 1 2 3 … อยู่ข้างล่างจักกึ่งกลาง

ลอง ทำความเข้าใจกติกากันก่อนนะครับ แล้วค่อยทำตามทีละขั้นตอน เริ่มจากคำว่า ปก ก่อนเลย ให้เลื่อน cursor ไปไว้ตรงหน้าคำว่า ปกรอง แล้วคลิกเมนู Insert… จะมีหน้าต่างให้เราเลือกดังภาพ ให้กำหนด Style เป็น First Page ดังภาพ

จากนั้นใส่ Manual Break ไปเรื่อยๆ เลยครับ โดยกำหนด Style เป็นดังนี้

1. คำนำ เป็น Index กำหนด Change Page Number เริ่มต้นที่ 1
2. สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ เป็น Index

เราจะได้หน้าที่แบ่งออกไปทั้งหมด 7 หน้า ดังภาพ

จาก นั้นแบ่งหน้าที่เป็นเนื้อหาแต่ละบท โดยกำหนด Style เป็น Firstpage และกำหนด Change Page Number เริ่มต้นที่ 1 จากนั้นพิมพ์บทคร่าวๆ สัก 3 บทดังภาพครับ

ผม เอาหนังสือคู่มือ UBUNTU มาเป็นตัวอย่างก้อแล้วกันนะครับ สมมุติว่าเรามีแค่ 3 บท เรามาใช้ Manual Break กันอีกรอบครับเพื่อแบ่งบทออกเป็นหน้าแยกกัน โดยแต่และหน้ากำหนดเป็น Firstpage ครับ จะได้จำนวนหน้ามากขึ้นดังภาพ

จากนั้นเรามาใส่ Manual Break กันต่อเลยครับ ในส่วนของ

1. บรรณาณุกรม กำหนดเป็น First Page
2. ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข  และ ปกหลัง กำหนดเป็น First Page เช่นเดียวกันครับ

เราจะได้ Layout หน้าดังภาพ

เอา ล่ะคับ เราก้อกำหนด Page Layout กันอย่างยากลำบากบน Writer กันเรียบร้อยแล้ว อ๊ะ ยังไม่เสร็นะครับ ผมยังไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่ามันทำได้เหมือน Microsoft Word ที่ผมทำได้อย่างไร กลับมาที่ หน้าคำนำครับ เรามาใส่เลขหน้าที่เป็นแบบ กขค กันครับ โดยคลิกไปที่ Insert > Footer > Index ครับ Cursor จะกระโดดมาที่ footer ของหน้าเราใช้ปุ่มจัดกึ่งกลางจัด Paragraph มาอยู่ตรงกลาง แล้วใส่เลขหน้าด้วยการ คลิก Insert > Fields > Other… จะปรากฏหน้าต่างให้เราเลือก

รูปแบบ Fields ที่จะแทรกลงไปดังภาพ ให้เลือก Page > Page Number > ก,ข,ค,… แล้วคลิกปุ่ม Insert จะได้เลขหน้าดังภาพ

ให้ ลองเลื่อนมายังหน้าถัดไปเราขะพบว่าหน้าจะเรียงเป็น ก ข ค ง ไปเรื่อยๆ แต่จะไม่มีเลขหน้าปรากฏในส่วนแสดงหน้าแรกของบท :) ถ้าคุณทำตามขั้นตอนแล้วได้ผลตามที่ผมบอกก้อแสดงว่าใช้ได้แล้วล่ะครับ เอาล่ะเรามาต่อกันที่การกำหนดรูปแบบอักษรกันครับ ผมจะกำหนดหัวของโครงสร้างของหนังสือเราเป็น Heading 1 ทั้งหมด ดังนั้นเราจะไล่กำหนด Heading 1 กันที่หน้า คำนำ ไปจนถึงภาคผนวกกันเลยครับ วิธีง่ายๆ เปิดหน้าต่าง Style & Formating จะมีหน้าต่างๆ เล็กๆ ขึ้นมาดังภาพ

คลิก เลือกที่ คำนำ (ลากแถบดำคลุม) แล้ว double click ที่คำว่า Heading 1 ในหน้าต่าง Styles & Formating เราจะได้ คำนำ เป็นตัวหนาสีดำๆ ดังภาพ

ให้ คุณกำหนด Heading 1 นี้ไปเรื่อยๆ จนถึง ภาคผวก ข ครับ จากนั้นกำหนด Heading 2 ในหัวข้อย่อยระดับที่ 1 ในแต่ละบทครับ เช่น ในบทที่ 1 เรามีหัวข้อย่อยระดับที่ 1 คือ พูดคุย และอื่นๆ เป็นต้น  จะได้หน้าตาดังภาพ

ไม่ ต้องกังวลเรื่อง font มันเอียงๆ หรือตัวมันเล็กไปนะครับ เดี๋ยวเรามาแต่ง Style กันทีหลังได้ ให้คุณกำหนด  Heading 2 ในแต่ละบท ไปจนครบถึงบทที่ 3 ครับ จากนั้นเรามาเสก สารบัญ กันก่อนครับ กลับไปที่หน้าสารบัญครับ แล้วคลิกเมนู Insert > Indexes & Tables > Indexes & Tables … จะมีหน้าต่างมาให้เราตั้งค่าดังภาพ กำหนดค่าดังภาพได้เลยครับ

เรา จะเห็นว่า Open Office สร้างสารบัญมาให้เราอัตโนมัติ แต่… หน้าที่แสดงผล กขค… กลับกลายเป็นตัวเลขซะงั้น ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเราค่อยมาปรับปรุงตารางกันอีกครั้ง (อันนี้ยังหาวิธีเปลี่ยนให้เป็น กขค ไม่ได้ครับ) 

เรา มาแต่ง Style กันดีกว่าครับ เปิดหน้าต่าง Styles & Formating ขึ้นมาใหม่ครับ แล้วคลิกขวาที่ Heading 1 เลือก Modified… จะมีหน้าต่างให้เราตั้งค่า Style ของ Heading 1 ดังภาพ ให้กำหนดขนาด font เป็นขนาด 22pt bold ครับ

และกำหนด Heading 2 ขนาด font เป็นขนาด 18pt bold ครับ เราก้อจะได้เอกสารหน้าตาสวยขึ้นอีกนิดหน่อยดังภาพ

ทีนี้ เรามากระจายหน้าโดยใช้ Manual Break กันอีกสักรอบ โดยแบ่งหน้าจากข้อความที่กำหนดด้วย Heading 2 กำหนด Page Style default ให้แสดงเลขหน้า โดยคลิกที่ Insert > footer > default แล้วจัดกึ่งกลาง ใส่ Fields Page Number เช่นเคย เราจะได้หน้าถัดจากหน้าบทมีเลขหน้าเรียงไปเรื่อยๆ และจะเว้นเฉพาะหน้าแสดงบทเท่านั้น ;)

เอ้ามาลองใส่ตารางกันดูบ้างครับ กลับไปที่บทที่ 1 แล้วคลิกเมนู Table > Insert > Table

เมื่อแทรกตารางแล้วจะมีคำบรรยายตารางพร้อมลำดับขึ้นมาอัตโนมัติ คุณสามารถพิมพ์คำบรรยายตารางเพิ่มเติมได้ ดังภาพ

หากแทรกตารางเพิ่มลำดับที่ของตารางจะเรียงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการใส่เลขหน้า

ลอง ใส่ตารางกันไปแล้ว คราวนี้มาลองใส่รูปภาพกันบ้าง คลิกที่เมนู Insert > Picture > From File… เลือกภาพแทรกเข้ามาสักภาพหนึ่ง คุณจะพบว่า Writer จะเพิ่มหมายเลขภาพและคำบรรยายภาพเพิ่มให้อัตโนมัติเช่นเดียวกับตาราง คุณสามารถพิมพ์คำบรรยายภาพเพิ่มเข้าไปได้เช่นเดียวกัน

ยัง เหลือสารบัญตารางและสารบัญภาพที่เรายังไม่ได้ทดลองสร้างใช่ไหมครับ คลิกไปที่หน้าสารบัญตารางเลยครับ แล้วคลิก Insert > Indexes & Tables > Indexes & Tables แล้วตั้งค่าดังภาพ

เมื่อแทรกข้อมูลแล้วจะได้ผลลัพท์ดังภาพ

และเช่นเคยสารบัญภาพ คลิก Insert > Indexes & Tables > Indexes & Tables แล้วตั้งค่าดังภาพครับ

เมื่อแทรกข้อมูลแล้วจะได้ผลลัพท์ดังภาพ

สารบัญ อัตโนมัติที่เราสร้างสามารถอัพเดทข้อมูลได้เหมือนๆ กับที่เราสร้างใน Microsoft Word แต่สำหรับเรื่องที่ค้างในส่วน หมายเลขที่เป็นตัวอักษร กขค… นั้นเท่าที่ค้นข้อมูลดูแล้วไม่สามารถทำได้ครับ แต่ Writer เปิดให้เราแทรกอักษรที่ถูกต้องลงไปแทนได้ ดังนั้นในส่วนสารบัญอัตโนมัติที่สร้างออกมาแล้วเราสามารถแก้เลขหน้าจาก ตัวเลข เป็นตัวอักษรได้เลยตรงๆ ครับ เมื่อแก้ไขแล้วจะออกมาดังภาพ

ออก จะตะกุกตะกักสักหน่อย เพราะ Open Office Writer เองก้อยังคงมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ กับภาษาไทย และการทำสารบัญอัตโนมัติอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ใช่ไหมครับ :)
เราก้อใช้เวลาที่เหลือปั่นต้นฉบับ ให้เสร็จ เมื่อเราได้เนื้อในของหนังสือเรียบร้อยเรายังขาดอะไรอีกครับ อ้อปกหนังสือไงครับ เราก้อไปออกแบบปกหนังสือด้วยโปรแกรม Inkscape แล้วเอามาแทรกลงในส่วนปก และ ปกหลังได้เลยดังภาพ

เท่านี้เราก้อได้หนังสือที่ทำจาก Open Office Writer แล้วซึ่งใช้แนวทางในการทำคลายคลึงกับ Microsoft Word :) ลองดูตัวอย่างเมื่อ Export เป็น PDF ออกมาสิครับ สวยงามมาก

ตอนนี้มองไปรอบตัวเห็นแต่ไมโครซอฟท์เต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ในบริษัทใหญ่ๆ เครื่องเดสก์ทอปของสำนักงานก็ใช่ โน้ตบุ๊คก็ยังหนีไม่พ้น กลับไปบ้านจะเล่นเกมก็ต้อง Xbox คว้าโทรศัพท์มือถือก็เจอวินโดวส์โมบาย แล้วอะไรอีกดีหละที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์ แต่ในอนาคตคุณเชื่อหรือไม่ว่าทุกอย่างจะไม่มีไมโครซอฟท์เหลืออยู่เลย ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่ต้องอ่านต่อส่วนคนที่เชื่อมาร่วมกันหาคำตอบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

เริ่มจากเรื่องของเซิร์ฟเวอร์ที่ใครเข้าใจว่าน่าจะใช้วินโดวส์กันมากมาย ส่วนความเป็นจริงโลกนี้เคยเป็นของยูนิกซ์มาก่อนและตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นลีนุกซ์ ถ้าไม่เชื่อลองหันไปมองรอบๆ ตัวคุณอีกทีอุปกรณ์อย่างเราท์เตอร์ข้างในก็ลีนุกซ์ทั้งนั้น หรือแม้แต่เซิร์ฟเวอร์ของไอเอสพีทั่วฟ้าเมืองไทยก็ล้วนแต่เป็นลีนุกซ์มากกว่าครึ่ง ยิ่งถ้าเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่ต้องพูดถึง ทุกวันนี้นับวันลีนุกซ์ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ไมโครซอฟท์รู้ดีว่าตลาดนี้ยากนักที่จะทำให้กลับมาเหมือนเดิม

เดสก์ทอปคงเป็นเรื่องที่ล้มไมโครซอฟท์ยาก แต่ก็ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าเพราะในขณะที่วิสต้าตัวใหญ่โตมโหฬารพร้อมที่จะทำงานบนเครื่องที่มีแรมเยอะๆ ซีพียูขั้นเทพ ก็พอดีว่ากระแสของคนทั่วโลกเปลี่ยนอยากมาใช้เครื่องเล็กๆ พกติดตัวได้ง่าย และส่วนใหญ่เครื่องพวกนี้ไม่แรงพอที่จะทำให้วิสต้าวิ่งเล่นได้ มันก็เลยเหมือนการเอาช้างมานั่งบนเก้าอี้ของเด็กอนุบาล ดังนั้นภาพที่จะเกิดขึ้นไม่ต้องพูดถึง งานนี้หลายคนหาทางออกด้วยการเอาเครื่องเดิมมาลงลีนุกซ์อย่าง Ubuntu แทน

ครั้นถึงเวลาของความนิยมโน้ตบุ๊คมาถึงแต่ความแรงของวิสต้าอาจทำให้กระต่ายกลายเป็นเต่าได้ง่ายๆ แม้จะพยายามกดดันด้วยการไม่ยอมให้คนซื้อโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ย้อนกลับไปใช้เอ็กซ์พีได้ง่ายๆ ต้องออกแรงมากมาย แต่จนแล้วจนรอดคนก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่าเอาเอ็กซ์พีได้ไหมวิสต้าไม่อาจเอื้อมเพราะกินจุเหลือเกิน บวกกับกระแสของ Netbook กำลังมาแรงด้วยหลักการที่ว่าประหยัดเบาและเล็ก ส่วนความแรงคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเป้าหมายเป็นคนที่ใช้งานทั่วไปเท่านั้น งานนี้ไมโครซอฟท์ก็มองเห็นแต่ก็รู้ตัวดีว่าหากเอาวิสต้ามาลงก็คงจะไม่รอด ก็ขนาดเอ็กซ์พียังต้องทำการลดน้ำหนักมากมายชนิดเอาแขนเอาขาออกเหลือแต่ตัวก็ยอมทำ แต่ใครจะอยากใช้กันหละ ลีนุกซ์ก็เลยได้อานิสงฆ์ไปเต็มๆ เพราะธรรมชาติของมันจะเล็กจะใหญ่หรือจะจิ๋วก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นเชื่อได้ว่าการที่เครื่องสำหรับคนเริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตลงลีนุกซ์ ก็หมายความว่าคนรุ่นใหม่จะโตขึ้นมาพร้อมลีนุกซ์ งานนี้ไมโครซอฟท์ไม่ยอมแน่ๆ

ส่วนเรื่องของความบันเทิงอย่างเครื่องเล่นเกมคอลโซลเดินไปไหนมาไหนก็มองเห็นแต่ Playstation กับ Nintendo ทั้งนั้น น้อยคนที่จะมี Xbox เอาไว้ในครอบครอง จริงอยู่ที่เกมมีให้เลือกเล่นมากมาย แต่ส่วนใหญ่ค่ายเกมก็ออกครบทุกค่าย หลายคนเป็นห่วงว่า Xbox จะบริโภคหน่วยความจำแบบถาวรจนทำให้การเล่นเกมหมดสภาพหรือเปล่า เพราะดูส่วนประกอบภายในแล้วก็พีซีแรงๆ ลงวินโดวส์ดีๆ นี่เอง ดังนั้นเรื่องของเกมคอนโซลคาดว่าจะเป็นการแข่งระหว่างสองค่ายที่ไม่ใช่ไมโครซอฟท์แน่นอน

มาถึงเรื่องของวินโดวส์โมบายกันบ้าง ก็ยังมีแนวทางการเจริญเติบโตเหมือนวินโดวส์รุ่นพี่ กล่าวคือยิ่งทำก็ยิ่งตัวใหญ่กินจุทั้งๆ ที่ฮาร์ดแวร์มีการพัฒนาไปมากมายแล้วก็ตามวินโดวส์ก็ยังคงกินเรียบแบบไม่มีเหลืออยู่เหมือนเดิม งานนี้ถ้า Android พร้อมเมื่อไรรับรองว่าได้โบกมือลาวินโดวส์โมบายแน่นอน เพราะคาดว่าเครื่องที่ใช้วินโดวส์โมบายวิ่งเป็นเต่าหากเปลี่ยนเป็นระบบใหม่จะสามารถกระโดดและวิ่งเป็นกระต่ายได้เลยทีเดียว ใครๆ ก็รอคอย Android กันทั้งนั้นงานนี้เบื้องหลังมีลีนุกซ์ซ่อนอยู่อีกเช่นเคย ที่สำคัญค่ายมือถือรายใหญ่ๆ ไปรวมลงทุนลงแรงกับ google กันเกือบหมดแบบนี้มองเห็นอนาคตกันชัดเจน

เรื่องราวทำท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะแม้แต่แอพพลิเคชันครองโลกอย่างไมโครซอฟท์ออฟฟิศกับบราวเซอร์ที่ชื่อว่าไออีก็พลอยโดนหางเลขอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในอนาคตคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเติบโตมาพร้อมกับลีนุกซ์เขาเหล่านั้นก็จะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ OpenOffice.org กับ FireFox หม้อข้าวหม้อแกงของไมโครซอฟท์มีหวังโดนทุบ แล้วเรื่องมันก็จะเลยเถิดไปถึงไฟล์ฟอร์แมตที่ชื่อว่า ODF อย่างช่วยไม่ได้

คราวนี้ลองมองไปรอบๆ ตัวอีกทีคุณมองเห็นเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ลีนุกซ์เต็มไปหมด เห็นโน้ตบุ๊คที่ใช้ลีนุกซ์อยู่เต็มร้านกาแฟ เห็นคนพูดคุยกันผ่าน Android เห็นคนนั่งเล่นเกมบนเครื่อง Playstation ท่องอินเทอร์เน็ตด้วย FireFox และแลกเปลี่ยนเอกสารกันด้วย Open Document Format อืม…อนาคตที่ไร้ไมโครซอฟท์

 

ตอนนี้ส่วนขยายเพิ่มขีดความสามารถของ OpenOffice.org ที่เรียกว่า PDF import เปิดตัวรุ่นเบต้าให้แล้ว คาดว่าเมื่อถึงเวลาที่ตัวจริงออกจะสามารถจัดการกับเรื่องของภาพและเนื้อหาได้เหมือนอย่างที่เคยทำได้ใน LaTeX PDF

คาดว่าส่วนขยายนี้จะถูกนำเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ OpenOffice.org 3.0 โดยใช้ส่วนของ extension manager ทำการลองมาใช้ก่อนได้ สำหรับเวอร์ชันทีรองรับก็มีตั้งแต่ลีนุกซ์ วินโดวส์ โอเอสเทน โซลาลิส ซึ่งจะถูกใส่เข้าไปไว้ใน OpenOffice.org 3.0 และ StarOffice 9

จากนี้ไปเราก็สามารถนำเอาไฟล์ PDF มาแก้ไขใน Writer ได้แล้ว ส่วนมันจะเป็นการแก้ไขแค่แบบเบื้องต้นหรือจะล้ำลึกขนาดที่แก้ไขการจัดหน้าได้หรือไม่เราก็ต้องติดตามดูกันต่อไป คราวนี้จะส่งไฟล์ PDF ให้กันก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป (แว่วๆ มาว่า PDF ตัวไหนกำหนดสิทธิการเข้าถึงมาก็แก้ไม่ได้เหมือนเดิม)

หลังจากที่คิวบาเริ่มต้นประกาศใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษามาเป็นเวลากว่า 3 ปี มาถึงวันนี้คิวบาพร้อมแล้วสำหรับการใช้งานขั้นต่อไปหรือที่เรียกว่า "เต็มรูปแบบ" อีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าใครที่เอาจริงเอาจังก็ต้องประสบความสำเร็จ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 ทางการคิวบาเริ่มมีแนวคิดเรื่องการลดจำนวนซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ บราวเซอร์ โปรแกรมสำหรับใช้ในสำนักงาน โปรแกรมทางด้านกราฟิก และอื่นๆ ซึ่งคำตอบสุดท้ายก็หนีไม่พ้นการเลือกใช้ "โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์" เพราะไม่ว่าจะบวกลบคูณหารแบบไหนก็ตามก็มีอยู่ทางเลือกเดียว (จะให้ยอมเสียเงินซื้อทุกตัวก็คงไม่ไหว) บวกกับความเข้าอกเข้าใจของทางการที่ไม่ได้ใช้อำนาจในการสั่งให้เปลี่ยนแปลงในช่วงข้ามคืน แต่กลับใช้วิธีแบบค่อยๆ เป็นไป โดยเริ่มจากการใช้ Firefox แทน IE ไปก่อน จากนั้นจึงเริ่มต้นให้ทำการใช้ OpenOffice แทนไมโครซอฟท์ออฟฟิศ แน่นอนว่าจะต้องมีการลงทุนเรื่องการฝึกอบรมเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน ซึ่งงานนี้ทางการคิวบาถือว่าสอบผ่าน

ต่อมาเมื่อเริ่มมีการใช้งาน OpenOffice ก็ต้องมากำหนดนโยบายเรื่องของการส่งรูปแบบของเอกสารไปมาระหว่างหน่วยงาน โดยทำการเริ่มจากกำหนดให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานด้านการศึกษาให้ทำการรับและส่งด้วยรูปแบบไฟล์ของ OpenOffice ซึ่งช่วงแรกก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหาอยู่ไม่น้อยแต่นานวันเข้าทุกอย่างก็ดูเหมือนจะลงตัว

และระหว่างที่กำลังส่งเสริมให้ใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์อยู่นั้น ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านเน็ตเวิร์คและอินเทอร์เน็ตก็ได้ทำการปรับเปลี่ยนมาใช้ลีนุกซ์ จนทุกวันนี้ระบบทั้งหมดสามารถทำงานด้วยลีนุกซ์ได้อย่างสบาย และเมื่อถึงเวลาของการเปลี่ยนเครื่องลูกข่ายมาเป็นลีนุกซ์ก็สามารถทำได้โดยง่าย เพราะบรรดาซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่ก็ได้มีการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้วทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

จะเห็นได้ว่าคิวบาไม่ได้ใช้เรื่องของรูปแบบการปกครองมาผลักดันโอเพนซอร์สแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับมีความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ดีกว่าประเทศเสรีหลายประเทศ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้าใจและตั้งใจจริงต่างหากที่จะทำให้การผลักดันการใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ประสบความสำเร็จ

เวทีนี้เพิ่งจะเปิดงั้นผมขอเปิดเป็นคนแรกเลยก็แล้วกัน ก็เหมือนที่บอกเอาไว้ในชื่อตอนนั้นแหละครับว่ามันเป็นเสียงจากข้างล่างที่ พยายามจะบอกคนข้างบนว่าถ้าอยากให้เขาทำอะไรคนข้างบนควรจะทำให้ดูก่อนเป็นตัวอย่าง ถ้าหากอ่านแล้วตามไม่ทันก็จะขอเล่าในย่อหน้าต่อไปนี้แหละครับว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่

เริ่มต้นจากหน้าที่การงานต้องเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ ดังนั้นคำถามที่ผมมักจะใช้ถามคนที่ต้องไปพบเจอะก็คือ "ใช้โอเพนซอร์สบ้างหรือเปล่า" คำตอบที่ได้กลับมาก็มีแบบดีบ้างไม่ดีก็อีกหลาย แต่พอจะเอามาเล่าให้กันฟังได้ว่า ส่วนใหญ่นะมีการเริ่มต้นใช้กันไปบ้างแล้วโดยเฉพาะส่วนของโอเพนออฟฟิศ และเริ่มต้นมักจะมีความสุขกันดีถ้าใช้เองในแผนก (ที่เห็นดีเห็นงามพร้อมใจกันเอามาใช้) แต่พอมีเหตุให้ต้องติดต่อกับคนภายนอก (หรือหน่วยงานระดับสูงกว่า) ก็เริ่มจะมีปัญหาขึ้นมา เพราะ (ส่วนใหญ่) เขามักจะบอกว่าเวลาที่ส่งเอกสารเป็น .odt (เป็นไฟล์ฟอร์แมทของโอเพนออฟฟิศส่วนที่ชื่อว่า writer) ไปให้หน่วยงานอื่นทีไรเป็นอันต้องมีการโวยวายกันทุกที ว่าส่งไฟล์อะไรมาเปิดไม่ได้ทำไมไม่ส่งมาเป็น .doc เอาแล้วไงเริ่มมองเห็นแล้วใช่ไหมว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น

ทางออกก็มีอยู่ว่าให้คนที่ใช้โอเพนออฟฟิศทำการบันทึกไฟล์ให้เป็น .doc ก่อนที่จะส่งให้คนอื่น หลังจากนั้นเวลาที่ได้รับไฟล์กลับมาก็เปิดดูได้ (ส่วนจะแปลงเก็บเป็น .odt หรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง) ก็เลยกลายเป็นความเจ็บช้ำน้ำใจของคนที่พยายามทำตัวให้ถูกต้อง ด้วยการใช้โอเพนออฟฟิศเปิดใช้งานเอกสารที่เป็น .doc ล้วนๆ นานวันเข้าก็เลยกลับไปเรียกใช้บริการไมโครซอฟท์ออฟฟิศซะอย่างนั้น เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งหลายคราวจนมีเสียงเรียกร้อง (จริงๆ แล้วเป็นการตอกหน้ากลับ) ว่าก่อนที่จะบอกให้คนอื่นใช้นะ ทำไมพวกผู้ใหญ่ (ไม่ใช่ผู้ใหญ่บ้าน แต่หมายถึงผู้หลักผู้ใหญ่) ไม่ใช้กันเองก่อนแล้วค่อยกำหนดนโยบายลงมาว่าตั้งแต่นี้ต่อไปทุกแผนกให้หันมาใช้ไฟล์ .odt เป็นรูปแบบไฟล์มาตรฐานของหน่วยงาน ลองทำได้แบบนี้รับรองได้ว่าทุกแผนกวิ่งแจ้นหาโอเพนออฟฟิศมาลงกันให้เต็มไปหมด (ก็เพราะไมโครซอฟท์ออฟฟิศเปิดอ่านไฟล์แบบนี้ไม่ได้ ฮาฮา)

สรุปแล้วงานนี้คนข้างล่างก็ชี้แจงกันมาแบบนี้ คนข้างบนรู้แล้วก็อย่านิ่งนอนใจ เพราะถ้าปล่อยไว้นานไปมันก็จะกลายเป็น "ข้ออ้าง" ถ้าต้องการแสดงความจริงใจก็ "สั่งการไปเลยคร้าบเจ้านาย" ว่าแต่ว่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้ระบุนะว่าเป็นเรื่องของคนข้างล่างและคนข้างบนขององค์กรไหน…ขอบ่นเท่านี้ก่อนก็แล้วกันครับ

หลังจากแอบซุ่มเงียบศึกษา OpenOffice มาเป็นเวลากว่าครึ่งปี ฝ่ายไอทีของก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นให้พนักงานใช้ OpenOffice ในการทำงาน

โดยคาดว่าจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ระหว่างนี้มีการสร้างความตื่นตัวให้กับพนักงานในเรื่องดังกล่าวแล้ววันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา AIS ได้จัดสัมมนาภายในเรื่อง “การใช้งานโอเพนออฟฟิศ” เพื่อสร้างความตื่นตัวและถามตอบเกี่ยวกับเรื่องการใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าว โดยบรรยากาศการสัมมนาเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะช่วงถามตอบ มีคำถามที่หลากหลายตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึงระดับลึกของการทำงานเฉพาะด้านกันเลยทีเดียว

พระเอกของงานนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก OSDEV (Open Source Development) ผู้ขึ้นชื่อเรื่อง OpenOffice ภาษาไทยนั่นเอง น่าเสียดายที่มีเวลาแค่เพียงครึ่งวันเช้าเท่านั้น แต่เวลาเท่านี้พนักงานของ ก็ฝากการบ้านให้ ไปทำหลายข้อเลยทีเดียวจากการแอบถามนอกรอบกับผู้บริหารของ ว่าโครงการแบบนี้ใครเป็นต้นคิด ก็ได้ความว่างานนี้บอร์ดบริหารหลายคนสั่งการลงมาเองเลย อะไรๆ ก็เลยเป็นรูปเป็นร่างได้เร็วพอสมควร นั่นแสดงให้เห็นว่าการที่ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ย่อมจะทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์อย่างมากมาย และไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อบริษัทตัวเองเท่านั้น เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในเรื่องนี้ให้สูงขึ้นกับบริษัทอื่นๆ ด้วย

เชื่อว่าหลังจากที่ อย่างเป็นทางการแล้ว จะเกิดการใช้ชุดโปรแกรมตัวนี้เพิ่มขึ้นในปริมาณมากอย่างแน่นอน ความคืบหน้าจะนำมารายงานต่อไป

ใครที่เคยใช้งาน openoffice.org เวอร์ชันแรกที่ออกมา คงจะมีความคิดคล้ายๆ กันว่าหากเทียบกับ Microsoft Office

ตอนนั้นแล้วหากจะเรียก OO.O ว่าเป็น "ของเด็กเล่น" ก็คงจะไม่ผิด แต่ถ้าเป็น OO.O ในวันนี้เราคงจะต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่แล้ว เพราะหากจะเทียบการทำงานตัวต่อตัวอีกครั้ง เราแทบจะไม่เห็นความแตกต่างกันเลยในระดับใช้งานพื้นฐาน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เวอร์ชัน 2.0 ถูกปล่อยออกมา งานนี้ของเล่นกลายเป็นของจริงที่น่ากลัวสำหรับใครบางคนแล้ว

เพื่อตอกย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในประเทศอิตตาลีมีตัวเลขมายืนยันเอาตัวเลขปัดเศษทิ้งแล้วตั้งแต่ต้นปี 2008 ที่ผ่านมายอดดาวน์โหลดทะลุ "ล้าน" ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจำนวน 350,000 เป็นจำนวนที่ดาวน์โหลดหลังจากที่เปิดตัวเวอร์ชัน 2.4 มองเห็นจำนวนตัวเลขการดาวน์โหลดมากมายขนาดนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ส่วนด้าน Microsoft Office 2007 นั้นแม้จะไม่มีตัวเลขยืนยันที่แน่นอนแต่จากการประมาณการคาดว่าจะมีจำนวน 1.8 ล้านชุดที่มีการอัพเกรด หากนำมาเปรียบเทียบกันก็ย่อมจะเห็นว่าสัดส่วนไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนัก งานนี้คงมีใครบางคนต้องปรับเปลี่ยนแผนทางการตลาดกันบ้างแล้ว

สำหรับประเทศที่มียอดการใช้งาน OO.O มากที่สุด ไปอยู่ในโซนยุโรปมากกว่าที่อื่น  โดย 3 ประเทศหลักที่สร้างความปั่นป่วนใจให้กับไมโครซอฟท์มากที่สุดคือเยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตตาลี ตามมาด้วย สเปนและเนเธอแลนด์ เมื่อไรบ้านเราจะติดอันดับกับเขาบ้างเนี้ย :(

โอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์ (Osdev) เป็นบริษัทที่ปรึกษาในการลดค่าใช้จ่ายทางด้านซอฟต์แวร์ขององค์กร ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโอเพนซอร์ส (Open Source) โดยช่วยเหลือในการจัดการการเปลี่ยนแปลงไปใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างครบวงจร เพื่อให้องค์กรใช้ซอฟต์แวร์อย่างถูกลิขสิทธิ์อย่างประหยัด

เช่นการเปลี่ยนจาก Microsoft Office มาใช้ OpenOffice.org จะช่วยประหยัดได้หมื่นกว่าบาทต่อเครื่อง

เนื่องจากมีหลายหน่วยงานมีความต้องการใช้ OpenOffice.org และเรียกร้องให้ทาง Osdev เปิด Public Training ทาง Osdev มีความยินดีเป็นอย่างมากและได้จัด

อบรม "การใช้งานโอเพนออฟฟิศพื้นฐานอย่างเข้มข้น" สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
ในวันจันทร์-อังคารที่ 22-23 มิถุนายน 2552
ณ ศูนย์ฝึกอบรมเนคเทค ศูนเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)

 
สนใจดูรายละเอียดและลงทะเบียนออนไลน์ ได้ที่ http://www.osdev.co.th/th/publictraining
หรือติดต่อทาง Osdev ได้ที่ 038-311816

สมัครด่วน จำนวนจำกัด เพียง 18 ท่าน เท่านั้น

ทั้งนี้ทาง Osdev ได้แนบรายละเอียดการสมัครและรายละเอียดคอร์สมาเพื่อพิจารณา

ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจและเชื่อมั่นในบริการ
โอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์ (Osdev)
 

ซีดีติดตั้ง OpenOffice.org โดยไม่ต้องอาศัยคนคอยกดปุ่ม (unattended) อำนวยความสะดวกในการ rollout เพื่อ deploy OpenOffice.org เป็นจำนวนมากภายในองค์กร โดยใช้ซีดีติดตั้งโดยตรงให้แต่ละเครื่อง หรือเป็นต้นแบบในการทำ package สำหรับระบบ desktop management

ดาวน์โหลด

http://www.osdev.co.th/webfm_send/37

สำหรับแพลตฟอร์ม

Windows 98 ถึง Vista

องค์ประกอบ

  • ติดตั้ง OpenOffice.org ในเครื่องพีซีแบบไม่ต้องอาศัยคนควบคุม – unattended, with UI, without interaction
    • OpenOffice.org 3.0.0.1
    • ติดตั้ง Java Runtime Environment ถ้าไม่มี หรือมีแต่เป็นเวอร์ชันเก่า
  • ทดลองใช้งาน OpenOffice.org 2.4.0 โดยไม่ต้องติดตั้ง ด้วย OpenOffice.org Portable Live
  • Sun Professional Template Pack I & II
  • Flash tutorial ของ SIPA
  • คู่มือ OpenOffice.org ในรูปแบบ PDF ของ SIPA และ NECTEC

คุณสมบัติในการติดตั้ง OpenOffice.org ของ OOo ReadyCD

  • ไม่กระทบการทำงานของเครื่องพีซี เว้นแต่เนื้อที่บนฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ติดตั้ง
  • ไม่เปลี่ยนแปลงการเปิดเอกสาร MS Office ที่เป็นอยู่เดิม
  • ไม่ load OpenOffice.org QuickStarter ฉะนั้นจะ
    • ไม่เปลือง RAM ถ้าไม่ได้เปิด OpenOffice.org ขึ้นมาใช้
    • ไม่ทำให้เครื่องบูตช้าลงในตอนเปิดเครื่อง
    • ทำให้เปิด OpenOffice.org ครั้งแรกช้าลงกว่าถ้าไม่มี QuickStarter เล็กน้อย
  • ติดตั้ง  JRE  เสมอถ้าไม่มีอยู่ จึงมั่นใจว่า OpenOffice.org ที่ติดตั้งไปในทุกเครื่องจะมีการทำงานครบทุกฟีเจอร์
  • ไม่มีหน้า First Start Wizard ที่ให้ผู้ใช้ต้องกดยอมรับ license และใส่ชื่อ เป็นขั้นตอนมากมายกว่าจะได้ใช้งานครั้งแรก
    • มีเพียงถามครั้งแรกว่าจะลงทะเบียนหรือไม่เท่านั้น

 

เริ่มต้นใช้ OpenOffice.org อย่างมั่นใจ เรียนรู้จากผู้ที่เชี่ยวชาญใน OpenOffice.org มากที่สุดในประเทศ หาคำตอบว่า OpenOffice.org จะใช้แทน Microsoft Office ได้เพียงใด ด้วยหลักสูตรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทราบทั้งข้อดีและข้อจำกัดของโปรแกรม เรียนรู้อย่างเป็นกันเองกับวิทยากร OpenOffice.org มืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์จริงทั้งในงานสอน และการแก้ปัญหาการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อช่วยไขข้อข้องใจทั้งหมดที่คุณมีในการเปลี่ยนมาใช้ OpenOffice.org แทน Microsoft Office ในองค์กรของคุณ

พบกับหลักสูตร

Beginning OpenOffice.org

Advanced OpenOffice.org

Essential OpenOffice.org Calc Macro

โดย
บริษัท โอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี OpenOffice.org ที่สุดในประเทศไทย

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
คอมพิวเตอร์ 1 คนต่อ 1 เครื่อง, เอกสาร workbook, ซีดี OpenOffice⁠ ReadyCD, สติกเกอร์ OpenOffice.org Ready, อาหารว่างเช้า-บ่าย, อาหารกลางวัน และผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้วุฒิบัตรจากบริษัท

สถานที่
สำนักคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
9/9 หมู่ 9 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120

เงื่อนไขส่วนลด
ชำระค่าลงทะเบียนภายในวันที่กำหนดจะได้รับส่วนลด 10%
องค์กรที่ส่งผู้เข้าอบรมตั้งแต่ 3 ท่านขึ้นไปจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 5%

โอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์ (Osdev) เป็นบริษัทที่ปรึกษาซึ่งให้บริการครบวงจรเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางด้านซอฟต์แวร์ขององค์กร โดยการใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์โอ⁠เพนซอร์ส (Open Source) ที่มีต้นทุนโดยรวมต่ำ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยผู้บุกเบิกวงการโอเพนซอร์สในประเทศไทย ที่ทำงานกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมากว่า 10 ปี

Osdev ช่วยให้องค์กรสามารถนำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่มีคุณภาพอย่าง OpenOffice.org มาใช้ โดยให้บริการอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่วิเคราะห์ระบบไอที, วางแผน migration, วางนโยบาย, ประชาสัมพันธ์, ปรับแต่งซอฟต์แวร์, แปลงเอกสาร, ติดตั้ง, อบรม, technical support และ แก้ปัญหาการทำงานร่วมกับ application อื่น Osdev เป็นบริษัทที่พนักงานทุกคนโฟกัสที่การส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า เราใส่ใจกับทุกทรัพย์สินทางปัญญา และเชื่อมั่นในแนวคิดโอเพนซอร์ส

ทีมงาน Osdev ประกอบด้วยนักพัฒนาซึ่งร่วมพัฒนา OpenOffice.org กับนักพัฒนาทั่วโลก มาตั้งแต่ปี 2545 และรับผิดชอบปัญหาเกี่ยวกับภาษาไทยใน OpenOffice.org มาตลอด ทำให้สามารถแก้ปัญหาภายในซอฟต์แวร์ หรือระหว่างซอฟต์แวร์ได้ ถ้าจำเป็น รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับมาโคร และการพัฒนาหรือแก้ไขซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สให้ตรงกับความต้องการ

ทีมงานของ Osdev ยังประกอบด้วยทีมงานที่ปรึกษา, วิทยากร และเจ้าหน้าที่ support ซึ่งทำงานโดยตรงเกี่ยวกับ OpenOffice.org migration ให้กับองค์กรขนาดใหญ่มากว่า3 ปี เช่นการบินไทย, เครือซีเมนต์ไทย และไทยพาณิชย์ จึงมีความเชี่ยวชาญในซอฟต์แวร์ OpenOffice.org และปัญหาในการใช้งานเป็นอย่างดี Osdev เป็น partner ของ Sun Microsystems (เจ้าของโครงการ OpenOffice.org), Microsoft, Canonical (เจ้าของโครงการ Ubuntu) และเป็นสมาชิกก่อตั้งของ สมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย