OpenShift 3 หรือ OpenShift Next Gen ใกล้ออกรุ่นออนไลน์ให้ได้ใช้งานกันแล้ว ทาง RedHat ได้เปิดให้นักพัฒนาได้ใช้รุ่น Developer Preview มาระยะหนึ่ง เพื่อให้นักพัฒนาได้ทดลองใช้งานและวางแผนเตรียมย้ายจาก OpenShift เดิมมาเป็น OpenShift 3 ความแตกต่างระหว่างของใหม่กับของเก่า แต่เดิมการทำ partitioning application ใช้ความสามารถของ cgroup จาก Kernel ในรุ่นใหม่เปลี่ยนมาใช้ Docker และ Kubernetes เรียกว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

สำหรับการใช้งาน OpenShift ก็คล้ายๆ เดิมแต่มีเครื่องมือแบบ cli ใหม่ใช้งานง่ายกว่าเดิม สามารถเชื่อมโยงกับ Git repository ได้ สั่ง auto build จาก repository ได้ นักพัฒนามีหน้าที่เขียน App และทดสอบ App เท่านั้นที่เหลือ OpenShift จะจัดการให้ ไม่ต้องปวดหัวกับ Kubernetes Cluster, Storage มาดูวิธีการใช้งานกัน


Continue reading

เมื่อครั้งที่แล้วพาเล่น OpenShift Hub ซึ่งคุณสามารถสั่ง Lauch Application จากหน้าเว็บของ OpenShift Hub ได้เลย ซึ่งใช้ควมสามารถของ Web-Based App Creation Workflow URL อารมณ์เดียวกับ AWS Marketplace ที่เรากดแล้วได้ Application มาใช้งานได้เลย มีนักพัฒนาเว็บสร้างปุ่ม Launch Service สำหรับ Application ต่างๆ เอาไว้ทดสอบโดยที่ไม่จำเป็นต้องใส่ลง OpenShift Hub

เมื่อกรอกรายละเอียด Cartridge, Git Repository ของ Application ที่ต้องการ Deploy เราจะได้ Code HTML กับ Markdown เอาไปแปะหน้าเว็บได้ :)

Continue reading

OpenShift เปิดบริการแหล่งรวมซอฟต์แวร์ชื่อ OpenShift Hub เปิดให้นักพัฒนาสามารถนำเอาซอฟต์แวร์ของตัวเองเอาขึ้นบริการใน OpenShift ได้ สำหรับผู้ใช้งานสามารถเลือก Application ที่ต้องการได้จากหน้า OpenShift Hub และกด Deploy ได้เลย OpenShift จะทำหน้าที่ Deploy Application ที่ต้องการใช้งานให้อัตโนมัติ

สำหรับการใช้งานก็ง่ายมาก ให้คุณเลือก Application ที่คุณต้องการจากหน้า OpenShift Hub เมื่อได้แล้วให้กดเข้าไปดูรายละเอียด

Continue reading

โดยทั่วไปเราอาจจะคุ้นเคยกับการดูแล และตรวจสอบระบบ (monitoring) ผ่านซอฟต์แวร์อย่าง Nagios (หรือซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน) ซึ่งนั่นก็แปลว่าคุณได้เข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบเป็นอย่างดี แต่ ณ ขณะนี้ทาง 10gen ได้ทำการ build บริการสำหรับ MongoDB ขึ้นมาที่ชื่อว่า Mongo Monitoring Service หรือเรียกสั้นๆ ว่า MMS โดยบริการตัวนี้ จะช่วยลดความยุ่งยากในการดูแล และตรวจสอบ MongoDB

MMS นั้นทำได้มากกว่าการบอกว่า MongoDB กำลังทำงานอยู่ ซึ่งตัว agent ที่อยู่บน MongoDB server จะทำการรายงานข้อมูลกลับมาอย่างเช่น ข้อมูล Memory, opcounters, จำนวน connection, network in/out, ขนาดของฐานข้อมูล ฯลฯ และที่สำคัญที่สุดข้อมูลที่แสดงกลับมาเหล่านี้ แสดงผลให้เราเห็นในรูปแบบของ chart ซึ่งเราสามารถ zoom และ expand ชุดข้อมูลที่เราต้องการจะดูได้โดยง่าย และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือขณะนี้ OpenShift ได้ประกาศการสนับสนุน MMS ซึ่งทำให้เราสามารถใช้งานบริการส่วนนี้ได้อย่างง่ายดาย

ขั้นตอนแรกให้เราเข้าไป sign up MMS ก่อน ที่ https://mms.10gen.com โดยคุณจะต้องระบุกลุ่ม สำหรับการจัดการสำหรับผู้ใช้หลายคนด้วย ถัดไปให้เราเข้าไปดาวน์โหลด Agent โดยลิงค์ดาวน์โหลดจะอยู่ในหน้า Host page โดยจะต้อง Log in ก่อน


Continue reading

ThaiOpenSource เคยนำเสนอเรื่อง Moodle บน OpenShift ไปหลายครั้งแล้ว สำหรับครั้งนี้จะมาแนะนำวิธีติดตั้งแบบรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้คำสั่งบน terminal ไม่ต้องหา Git Repository และไม่ต้องติดตั้งเองให้ยุ่งยาก วิธีการที่จะมาแนะนำวันนี้คือเรียกใช้ผ่าน Dashboard ได้เลย สำหรับท่านที่มี account ให้ล็อกอินเข้าไปที่ OpenShift สั่งสร้าง Application ใหม่


Continue reading

OpenShift ให้บริการ Git Repository ทำหน้าที่เก็บ source code ของ application หากต้องการใช้ private Git repository ร่วมด้วย เราก็สามารถใช้คุณสมบัติของ Git ได้ โดยการเพิ่ม remote repository เป็น openshift แล้ว push โค้ดขึ้นไปยัง remote repository นั้น ยกตัวอย่าง PHPMailer ให้ clone repository ลงมาก่อนดังนี้

git clone https://github.com/PHPMailer/PHPMailer.git

เข้าไปที่ไดเร็กทอรี่ด้วยคำสั่ง

cd PHPMailer


Continue reading

วิธีการ Hot Plug หรือ Hot Deploy เป็นวิธีการที่ใช้แก้ไขไม่ให้เกิด Service Temporarily Unavailable (ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว) ในขณะที่กำลังทำการ git push เพื่อแก้ไขแอปพลิเคชันบน OpenShift
ทดสอบการทำงานแบบปกติด้วยการเข้าไปแก้ไขไฟล์ index.php ในแอปพลิเคชัน basicphp ที่ได้สร้างไปใน How-To ครั้งที่แล้วด้วยคำสั่ง

cd basicphp

gedit index.php

แก้ไขโดยการเพิ่ม code ดังภาพแล้วทำการบันทึก


Continue reading

เริ่มต้นมารู้จักกับ OpenShift กันก่อนว่าคืออะไรและให้บริการอะไรบ้าง
OpenShift นั้นเป็นผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่มีเบื้องหลังการทำงานมาที่มาจากทาง Red Hat ในรูปแบบของ PaaS (Platform as a service) โดยที่ OpenShift นั้นจะจัดเตรียมสภาพแวดล้อมพื้นฐาน (Environment) ทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน อาทิเช่น ฐานข้อมูล เครื่องมือสำหรับการพัฒนา เครื่องมือในการดูแลตรวจสอบระบบ (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PaaS สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Platform_as_a_service)
OpenShift นั้นจะแบ่งรูปแบบการให้บริการเป็น 3 ประเภทได้แก่

  1. OpenShift Online จะให้บริการแบบ Public PaaS โดยที่ OpenShift จะจัดเตรียมสภาพแวดล้อมพื้นฐานซึ่งสามารถเข้าใช้งานบริการได้จากทุกที่ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.openshift.com
  2. OpenShift Enterprise จะให้บริการแบบ Private PaaS โดยที่ทาง OpenShift จะทำการติดตั้งสภาพแวดล้อมพื้นฐานทั้งหมดในเครื่องแม่ข่ายขององกรณ์และมีค่าใช้จ่าย
  3. OpenShift ORIGIN จะให้บริการในรูปแบบการนำสภาพแวดล้อมพื้นฐานทั้งหมดของ OpenShift ไปติดตั้งและจัดการเองโดยที่ทาง OpenShift เปิดให้ดาวน์โหลดตัวติดตั้งที่ https://www.openshift.com/products/origin


Continue reading

Redhat มีเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่า JBoss โดยเป็นเครื่องมือ ที่รองรับกับภาษาได้หลากหลายและที่เกี่ยวข้องกับทบความนี้ก็คือ การทำงานเข้ากันได้ดีกับ OpenShift ซึ่งเป็น PaaS (Platform-as-a-Service) ที่เหมาะสมกัน ก่อนที่จะใช้งานร่วมกับ OpenShift ต้องเตรียมการ ดังนี้

  1. Download JBoss Developer Tools 
  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องมีการติดตั้ง  JDK หรือ OpenJDK หรือ OracleJDK

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วให้เปิด Terminal ขึ้นมาแล้วเข้าไปที่ Directory ของไฟล์ที่ทำการ Download JBoss แล้วทำการเรียกด้วยคำสั่ง

java -jar  jbdevstudio-product-eap-universal-7.1.1.GA-v20140314-2145-B688.jar

เมื่อเรียกคำสั่งแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้ง เป็นแบบ UI ที่คุ้นเคย ผมจะขอข้ามหน้าเหล่านั้นไป และเมื่อติดตั้งแล้วให้เรียก jbdevstudio ขึ้นมาก็จะได้หน้าจอของเตรื่องมือ JBoss ซึ่งก็จะมีหน้าตาคล้ายๆ กับ eclipse เครื่องมือเขียนโปรแกรมยอดนิยม


Continue reading

Command Line Tools (RHC) เป็นตัวช่วยที่สำคัญและสามารถทำงานได้มากกว่าการทำงานผ่านเว็บไซต์ OpenShift RHC นั้นจะใช้งานผ่านทาง Terminal หรือ Command Line ใน How-To ครั้งที่แล้วได้ทำการติดตั้งไปแล้วใน How-To ครั้งนี้จะมาเล่นเจ้า Command Line Tools (RHC) ในแบบง่ายๆและเข้าใจง่ายกัน
การเรียกดูข้อมูลเบื้องต้นของ RHC ใช้คำสั่ง

rhc

จะปรากฏข้อมูลที่ประกอบด้วยวิธีการใช้และคำสั่งในการทำงานแยกเป็นกลุ่มดังนี้

  • กลุ่มของคำสั่งพื้นฐานในการเริ่มต้นการใช้งาน ( Getting started )
  • กลุ่มของคำสั่งที่ใช้ทำงานกับแอปพลิเคชัน (Working with apps )
  • กลุ่มของคำสั่งที่เป็นคำสั่งในส่วนของการจัดการต่างๆ ( Management commands )


Continue reading