ความเดิมจากตอนที่แล้ว เราได้ทราบถึงความสำเร็จของการนำเอา OpenOffice เข้าไปใช้ในองค์กร ตอนนี้มาต่อกันที่วิทยากรคนที่สอง คุณศิระ นกยูงทอง ตัวแทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “โปรแกรมทดแทน Photoshop”

เนื้อหาของการบรรยายก็ว่าด้วยเรื่องของการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์หลายตัวที่สามารถทำงานหลายอย่างได้เหมือน Photoshop และหลายอย่างที่มากกว่า Photoshop ส่วนซอฟต์แวร์ที่นำมาแสดงให้ดูนั้นเริ่มต้นจาก Photoscape, GIMP, Seashore และ Pixel image editor ความสามารถแต่ละตัวก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานได้เป็นระยะๆ นอกจากนี้คุณศิระยังได้ให้ข้อคิดดีๆ กับคนฟังว่า “อย่าคิดสร้างงานอยู่ในกรอบที่เครื่องมือทำได้ แต่ให้คิดงานให้ได้ก่อนที่จะเลือกใช้เครื่องมือ” นั่นก็คืออย่าไปยึดติดกับเครื่องมือเพียงตัวเดียว เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่ Photoshop

ดาวน์โหลด presentation ของคุณศิระ http://dp.thaiopensource.org/media/Sira.pdf

มาถึงวิทยากรคนสุดท้ายของงานคือคุณพรศักดิ์ โกศลชื่นวิจิตร รองประธานชมรมการจัดพิมพ์อิเล็กทรอนิกไทยและผู้จัดการทั่วไปบริษัท โฟโต้เซ็ท ในหัวข้อ “InkScape และ Scribus เพื่องานออกแบบและจัดหน้าสิ่งพิมพ์” ซึ่งคาดว่าจะเป็นเรื่องที่ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรง

เนื้อหาเริ่มต้นด้วยความชื่นชอบโอเพนซอร์สของวิทยากรในเรื่องของความร่วมมือและการแบ่งปัน โดยเริ่มจากการแนะนำ InkScape และ Scribus สลับกันไปมาให้เห็นถึงความสามารถในด้านต่างๆ ของซอฟต์แวร์ทั้ง 2 ตัว จากเนื้อหาการบรรยายทำให้เราทราบว่า InkScape เป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับจัดการกับงานกราฟิกแบบ vector ส่วน Scribus เหมาะสำหรับใช้จัดหน้าสิ่งพิมพ์

ส่วนการใช้งานภาษาไทยนั้น บน InkScape สามารถแสดงผลภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง หรือมีคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ ในเรื่องนี้ว่า “สระไม่ลอย” ส่วนโปรแกรมจัดหน้าอย่าง Scribus เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ตอนนี้ยังไม่สามารถแสดงผลภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เพราะสระยังลอยอยู่นั่นเอง จึงมีการพูดคุยกันในห้องสัมมนาครั้งนี้ว่าอาจจะมีการรวบรวมรายชื่อของผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์เพื่อเสนอให้ทางซิป้าสนับสนุนให้มีการพัฒนาด้านภาษาไทยให้กับ Scribus เพราะหากสามารถใช้งานภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์จะเป็นการสนับสนุนธุรกิจสิ่งพิมพ์ได้เป็นอย่างมาก

ดาวน์โหลด presentation ของคุณพรศักดิ์

http://dp.thaiopensource.org/media/Pornsak1.pdf 

http://dp.thaiopensource.org/media/Pornsak2.pdf

การบรรยายในหัวข้อสุดท้ายแม้จะใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ แต่ก็พบว่าผู้เข้าร่วมงานต่างพากันถามคำถามอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสนใจจริงในเรื่องของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับงานพิมพ์

 

    เหลือเวลาอีกประมาณ 11 วันก่อนวันที่พรบ. คอมพิวเตอร์ประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 สิงหาคม 2551 นี้ ในส่วนของสถานศึกษาหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ยังไม่มีมาตราการรองรับและทำให้ถูกต้องกับตามกฎหมาย จะด้วยสาเหตุประการใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในส่วนของ Hardware หรือ Software ก็ตาม ซึ่งในส่วนของ Software นั้นก็พอมีทางออกอยู่บ้างในบทความก่อน ๆ หน้านี้ที่มีการหยิบเอาเครื่องมือเก็บ Log อย่าง ปลาวาฬ ที่เป็นการนำเอาโอเพนซอร์สระหว่าง Ubutulinux + EboxPlatform ได้เครื่องมือเก็บ Log ที่ไม่ต้องลงทุนทางด้าน Software แต่จริง ๆ แล้วมีเครื่องมือที่เป็นโอเพนซอร์สที่ทำงานในลักษณะเดียวกับปลาวาฬหลายต่อหลายอัน วันนี้ผมจะพามาทำความรู้จัก
เครื่องมือเหล่านั้นสัก 1 ตัว
    ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าทักษะด้านนี้ผมยังมีน้อยแต่ก็พยายามศึกษาหาข้อมูลเพื่อให้ได้นำมาเขียนให้ชาวไทยโอเพนซอร์สได้อ่านกันก่อนอื่นก็เลย สำหรับพรบ. คอมพิวเตอร์ มีผลบังคับใช้วันที่ 25 สิงหาคม 2551 นี้มีการบัญญัติในส่วนของการเก็บข้อมูลการจราจลของเครือข่ายด้วยหรือที่เราเรียกกันภาษาผู้่ดูแลระบบว่า Logs
    ในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักโปรแกรมบริหาร Logs ที่เป็น Opensource  ชื่อว่า Zenoss ซึ่งในหัวข้อของ How to ในส่วนของผมจะนำเอาข้อมูลการติดตั้ง Software Opensource พวกนี้ผมเขียนครับผม

Zenoss Core

    Software Zenoss core ตัวนี้เก็บ log ได้ในระดับหนึ่ง เขียนด้วย php เก็บข้อมูลไปยัง MySQL เช่นเดียวกับebox-platform เนื่องจากมีคู่มือที่ละเอียดพอใช้ได้(ผมก็เลยตกลงปลงใจจะเขียน Howto ตัวนี้หละ) สำหรับเจ้า Zenoss นั้นเป็นระบบเฝ้าดูระบบเครือข่าย (Network Monitoring) เจ้า Zenoss ได้พัฒนามาถึงรุ่น 2.2 นี้สามารถติดตั้งได้บน Linux หลายตระกูล และสามารถทำงานได้ทั้ง CPU แบบ 32 บิต และ 64 บิต สำหรับระบบปฎิบัติการ Linux ที่สามารถติดตั้ง Zenoss 2.2 ได้อย่างแน่นอนได้แ่ก่

  • RHEL/Centos 4
  • RHEL/Centos 5
  • SLES 10
  • Ubuntu Server 6.06
  • Ubuntu Server 8.04
  • openSUSE 10.2
  • openSUSE 10.3 (NOTE: openSUSE 10.3 x64 is not supported due to a mysql bug on that platform)
  • Fedora 6
  • Fedora 7
  • Fedora 8
  • Debian 4.0

New Core ZenPacks

    ซึ่งใน Zenoss 2.2 โปรโตคอลต่าง ๆ ในการเฝ้าดูระบบเครือข่าย (์ำNetwork Monitoring) หลายตัวเข้าอาทิเช่น

  • ZenPacks.zenoss.DigMonitor
  • ZenPacks.zenoss.FtpMonitor
  • ZenPacks.zenoss.HttpMonitor
  • ZenPacks.zenoss.IRCDMonitor
  • ZenPacks.zenoss.JabberMonitor
  • ZenPacks.zenoss.LDAPMonitor
  • ZenPacks.zenoss.NNTPMonitor
  • ZenPacks.zenoss.NtpMonitor
  • ZenPacks.zenoss.RPCMonitor

รูปที่ 1.1 แสดงโครงสร้างของโปรแกรม Zenoss
 

รูปที่ 1.2 แสดงหน้าจอ Login เข้าสู่โปรแกรม Zenoss
   

รูปที่ 1.3 แสดงองค์ประกอบรวมของโปรแกรม Zenoss

รูปที่ 1.4 แสดงการทำงานของของ Zenoss ในการ Monitor Network Topology

    สำหรับท่านผู้ดูแลระบบท่านไดที่อยากทดสอบเจ้า Zenoss ตัวนี้ก่อนที่ผมจะเขียน How to ในการติดตั้งก็สามารถหามาทดสอบติดตั้งได้ครับผม รวมถึงอาจมาร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือความคิดเห็นต่าง ๆ กันได้ครับผม

– ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.zenoss.com/

1. Avidemux

      Avidemux เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ถูกออกแบบมาให้ความความสามารถใช้งานในการตัดต่อวีดีโออย่างง่าย และสามารถเข้ารหัสและถอดรหัสไฟล์วีดีโอได้หลาย Format โดยโปรแกรม Avidemux สามารถใช้งานตัดต่อ

วีดีโอได้กับไฟล์ AVI,DVD,MPEG และไฟล์ MP4 รวมถึง ASF ด้วย ซึ่งเมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อ วีดีโอ ที่มีราคาสูงโปรแกรม Avidemux ถือเป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีความสามารถดีโปรแกรมหนึ่ง ที่น่าจะช่วยให้งานตัดต่อวีดีโอของท่านไม่ต้องพึ่งพาซอฟแวร์ราคา แพง หรือไม่ต้องพึ่งพาซอฟแวร์เถื่อนที่ขายกันเต็มเมืองในตอนนี้

     ท่านสามารถติดตั้งโปรแกรม avidemux โดยใช้คำสั่ง sudo apt-get install avidemux (โดย package จะอยู่ที่ ubuntu multiverse repo)

2. Kino

     สำหรับ Kino นั้นแอพพลิเคชั่นด้านการตัดต่อวีดีโอที่พัฒนาบนโดยทีมงาน KDE ใช้ QT Libary ในการพัฒนาโปรแกรม ความสามารถของโปรแกรมเป็นโปรแกรมที่สามารถติดต่อและสามารถตัดต่อวีดีโอ แบบ non-linear DV ได้ สามารถเชื่้อมต่อกับมาตรฐาน IEEE-1394 เพื่อจับภาพวีดีโอได้ รวมถึงสามารถบันทึก รายการต่าง ๆ เป็นวีดีโอจาก VTR Control ได้อีกด้วย โดยโปรแกรม Kino สามารถรองรับการใช้งานไฟล์วีดีโอ ในรูปแบบ DV ทั้ง type1-DV และ type-2 DV รวมถึงสามารถใช้งานร่วมกับไฟล์ AVI ได้ด้วย โดยผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรม Kino เพื่อตัดต่อ Vido clips แทรกภาพหรือเพิ่มเสียงต่าง ได้อย่างง่ายโดย โปรแกรม Kino สามารถใช้งานร่วมกับไฟล์เสียงไม่ว่าจะเป็น WAV, MP3, Ogg Vorbis, MPEG-1, MPEG-2, และ MPEG-4 และรองรับภาพที่ใช้ในการ Insert เข้าไปในวีดีโอที่ตัดต่อหลาย Format ไม่ว่าจะเป็น BMG, GIF, JPEG, PNG, PPM, SVG, Targa, TIFF, and XPM สำหรับการใช้งานร่วมกับไฟล์เสียง mp3 นั่น Kino ต้องการ โปรแกรมในการถอดรหัสไฟล์เสียงเพิ่มเติมคือ Lame และถ้าต้องการให้แปลงไฟล์ให้อยู่ในรูป Mpeg-4 เพื่อใช้ ในการรับชมผ่านอุปกรณ์พกพาหรือมือถือ ต้องได้โปรแกรมถอดรหัสเพิ่มเติมคือ FFmpeg

      – ท่านสามารถติดตั้งโปรแกรม Kino โดยใช้คำสั่ง sudo apt-get install kino สำหรับวันนี้ก็แนะนำ 2 โปรแกรมทางด้านการตัดต่อวีดีโอให้กับผู้ใช้งานทั่วไปได้ใช้งานตัดต่อวีดีโอในระดับ Home made ก่อน สำหรับบทความต่อไปจะเป็นการแนะนำคุณสมบัติต่าง ๆ ในการตัดต่อวีดีโอและโปรแกรมที่มีความสามารถมากกว่า 2 โปรแกรมนี้ (ซึ่งเป็น Opensource Software ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการใช้งานและถูกลิขสิทธ์อีกด้วย)

[ประกาศ:งานเลื่อนออกไปครับ จัดเมื่อไหร่จะแจ้งอีกที] คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผนึกกำลังกับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ จัดนิทรรศการโอเพ่นซอร์ส งานนี้มีผู้คร่ำหวอดทางด้านโอเพนซอร์สหลากหลายท่านทั้งท่านที่มาจากมูลินิศักดิ์พรทรัพย์และคณาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบกับการเสวนาการใช้ CMS ในองค์กร, การใช้ OpenOffice ในการจัดการเอกสาร, คลินิก Opensource ไขข้อข้องใจด้าน Opensource และการสาทิตการใช้งานระบบ Thin Client และ Zend Framework งานนี้พลาดไม่ได้!  เชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงานนิทรรศการโอเพ่นซอร์ส ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.30 น. เพื่อเข้าร่วมฟังเสวนาการใช้งาน Opensource Software จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

กำหนดการ

08.30 – 09.00 ลงทะเบียน
09.00 – 09.30 พิธีเปิด
09.30 – 10.30 เสวนา หัวข้อการใช้ CMS ในองค์กร
10.30 – 12.00 เสวนา หัวข้อการใช้ OpenOffice ในการจัดการเอกสาร
12.00 – 13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-13.30 จับสลากรายชื่อผู้โชคดีรับของรางวัล 10 รางวัล
13.30 – 15.00 คลินิก Opensource ไขข้อข้องใจด้าน Opensource ทุกเรื่อง
15.00 – 16.30 สาธิตการใช้งานระบบ Thin Client และ Zend Framework

พร้อมกันนี้ยังเปิดรับสมัครอบรมโอเพนซอร์สฟรี ทุกหลักสูตร ผู้สนใจสมัครลงทะเบียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายๆ ใดๆ ได้ที่ http://hrm.ssup.homelinux.org

โฉม หน้าเด็กเก่ง -ทีมนิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำโดย  นายภาธร เต็งเกียรติ์ตระกูล (ขวา) นายณัฐพงศ์ สุระเสถียร (กลาง) และนางสาวชยพร ศุภวิไล คว้ารางวัล Sun Entrepreneurial Spirit Award ในเวทีการประกวดระดับภูมิภาค ที่ประเทศสิงคโปร์

หลายคนคงคุ้นหรือผ่านตากับข่าวเด็กไทย คว้ารางวัลฟิสิกส์บ้าง เคมีบ้างจากการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศที่มีจัดขึ้นตามประเทศ ต่างๆทั่วโลกในทุกปียังมีอีกการแข่งขันหนึ่งในระดับภูมิภาคที่น่าสนใจไม่แพ้ กันคือ “Open Jive Regional Challenge 2009” เป็นเวทีวัดทักษะฝีมือในเชิงเขียนและพัฒนาซอฟต์แวร์โซลูชัน นับเป็นก้าวแรกสู่เวทีโปรแกรมเมอร์ตัวจริงในอนาคต

บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จัดให้มีการแข่งขันการพัฒนาโซลูชันสไตล์โอเพ่นซอร์ส "Open Jive Regional Challenge 2009" ขึ้น โดยมีทีมจากสถาบันการศึกษาต่างๆเข้าแข่งขันจนได้ผู้ชนะเลิศในระดับประเทศจาก นั้นก็ส่งไปชิงชัยกับทีมนักศึกษาจาก มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิบปินส์ โดยปี 2008 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีแรกของการแข่งขัน ทีมเด็กไทยเคยสร้างเกียรติประวัติมาแล้วด้วยการชนะรางวัลชนะเลิศระดับ ภูมิภาคมาครอง

ปีนี้หัวข้อของการแข่งขันและเทคโนโลยีที่ใช้มีการเปิดกว้างมากขึ้น โดยธีมของโปรเจกต์การแข่งขัน Open Jive Challenge ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคในปีนี้คือ: Change Tomorrow โดยแต่ละทีมจะได้รับภารกิจที่ท้าทายในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนทักษะ ฝีมือที่มีมาใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่โลกเรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า โดยเน้นส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ของชุมชนและอินเทอร์เน็ตไปด้วยพร้อมๆ กัน

ผลจากการขับเคี่ยวจากทีมของชาติอื่นๆ สมาชิกในทีม Frisky Wyvern จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นทีมตัวแทนจากไทย ประกอบด้วย นางสาวชยพร ศุภวิไล นายณัฐพงศ์ สุระเสถียร นายภาธร เต็งเกียรติ์ตระกูล โดยมี ผศ.ดร.สุขุมาล กิติสิน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสามารถนำเสนอผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันรอบสุด ท้ายที่สิงคโปร์ ได้รับความสนใจมากมาย จนสามารถคว้ารางวัล “Sun Entrepreneurial Spirit Award” จากการตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายชาติ ส่วนรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันปีที่สองนี้ ตกเป็นของทีมจากประเทศสิงคโปร์

ทีมเด็กไทยของเราได้นำเสนอโปรเจกต์ “ขุมทรัพย์จากกองขยะ” หรือใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Change Garbage into Treasure โดยเป็นโปรแกรมแอปพลิเคชันที่เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสิ่งของเหลือใช้ หรือ “ขยะ” และยังเน้นแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการรีไซเคิลขยะประเภทต่างๆเข้าไว้ด้วย กัน รวมถึงมีการแสดงสถิติและข่าวสารเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ขยะเพื่อเป็นการช่วยกัน ลดปริมาณขยะในโลก โดยผู้ใช้สามารถใช้บริการผ่านทางเครือข่ายสังคม (social network) ต่างๆ ได้สะดวก โดยสามารถใช้ widget รวมทั้งศักยภาพของเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย

สำหรับเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่ทีมเด็กไทยใช้พัฒนาโซลูชันนี้ขึ้นมา ก็มีตั้งแต่ mySQL , GlassFish ,JSP , NetBeans IDE, Ajax และอื่นๆ เป็นต้น

“งาน ในปีนี้ มีนักศึกษาหลายทีมได้เสนอโครงงานหลายชิ้นที่น่าสนใจ แปลกใหม่ในด้านไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ และมีความกล้าในการนำเสนอ” ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) การแข่งขันปีนี้ แสดงถึงศักยภาพของวงการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส และไอทีไทยที่กำลังเติบโตโดยมีหลายโปรเจกต์ที่มีศักยภาพพอที่จะต่อยอดไปสู่ แอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงในเชิงธุรกิจ หรือสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจต่อไป”

แม้จะเป็นเพียงแค่การแข่งขัน แต่ความเห็นของกรรมการและผู้จัด มองตรงกันว่า “เกินคาด” ในแง่พัฒนาการ และเปิดกว้างมากในแง่ความคิด โดยทีมโอเพ่นซอร์สจากทั่วอาเซียนได้แตกยอดการนำเสนอโปรเจกต์ไปหลายแบบหลาก สไตล์ แต่ละทีมได้หยิบเอาโปรแกรมทูล และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่แตกต่างและไม่เหมือนกันมาประยุกต์ใช้ หลายไอเดียน่าพัฒนาต่อไปอย่างยิ่ง

การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นตามแนวคิดที่ว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่กำลัง ศึกษาอยู่ในสถาบันต่างๆจะเป็นเสมือนผู้ผลักดันนวัตกรรมความสำเร็จต่างๆใน อนาคต ดังนั้นซันจึงเน้นการพัฒนาและส่งเสริมแนวคิดโอเพ่นซอร์สตั้งแต่ระดับฐานราก คือสถาบันการศึกษา ซึ่งจะต่อยอดนำวงการไอทีไทย และภูมิภาคนี้สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

“หัวใจ ของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สคือการเปิดกว้างในทุกระดับความคิดที่จะดึงความ สามารถสูงสุดของทั้งตัวฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ตลอดจนผู้พัฒนาแอปพลิเคชันหรือตัวโปรแกรมเมอร์ออกมา”

ผลของการสร้างสรรค์เหล่านี้จะเป็นก้าวแรกที่ช่วยนำวงการซอฟต์แวร์ไทย ก้าวต่อไปให้ข้ามพ้นขีดจำกัดของการผูกขาดเทคโนโลยี และนำโปรแกรมและทูลโอเพ่นซอร์สมาใช้งานได้อย่างอิสระต่อไปในอนาคต ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งกับวงการไอทีและประเทศต่อไป

ที่มา : Manager Online

สหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์ จับมือ สำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เปิดตัว "โครงการส่งเสริม Open Source Software เพื่ออุตสาหกรรมการพิมพ์" โดยวางแผนจัดกิจกรรมแบบต่อเนื่องข้ามปี คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 52 ถึง มิถุนายน 53

ซึ่งกิจกรรมในช่วงแรกจะเป็นการฝึกอบรมให้สมาชิกในสหพันธ์ได้รู้จักและคุ้นเคยกับการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับงานพิมพ์ อย่าง GIMP, Scribus และ Inkscape หลังจากนั้นจะเป็นกิจกรรมที่สร้างความต่อเนื่องด้วยการจัดประกวดสิ่งพิมพ์ที่สร้างงานจากซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพื่อนำไปสู่การจัดนิทรรศกาลผลงานสิ่งพิมพ์ที่ออกแบบด้วยซอฟแวร์โอเพนซอร์ส

นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนให้สมาชิกในสหพันธ์ใช้โปรแกรม OpenOffice.org อย่างเป็นรูปธรรมในองค์กรด้วย ส่วนความคืบหน้าของโครงการนี้จะนำมาเสนออย่างต่อเนื่อง

ชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ จัดงานสัมนาหัวข้อ "ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจด้วย Open Source" เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ ห้องเพชรชมพู ชั้น 3 โรงแรมดิเมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก

ซึ่งเนื้อหาประกอบด้วยหัวข้อที่น่าสนใจทั้งหมด 7 หัวข้อ บรรยายโดยวิทยากรชั้นนำจากหน่วยงานต่างๆ มีเนื้อหาดังนี้

เวทีนี้มีพี่เลี้ยง : สร้างความมั่นใจให้กับองค์กรที่มีการใช้ Open Source ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการทำให้เกิดมาตรฐานมีการส่งเสริมให้มี Software ที่มีประโยชน์ และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ
โดย : คุณไพฑูรย์  บุตรี ผู้จัดการฝ่ายโอเพนซอร์ส สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า

เพิ่มประสิทธิภาพแบบรัดเข็มขัดด้วย "Open source" : แบ่งปันประสบการณ์การนำ Open Source ไปใช้ในหน่วยงาน สวทช. อย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ โดยชี้ให้เห็นประโยชน์ฺที่ได้รับแบบรัดเข็มขัด แต่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร
โดย :  ดร.สรนันท์  จิวะสุรัตน์ ผู้เชี่้ยวชาญ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

สำนักงาน ก.ล.ต. ส่งเสริมและใช้งาน Open Source : ชี้ให้เห็นวิธีคิดและแนวทางการใช้งาน Open Source เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติการ แนวทางการส่งเสริมการใช้ Open Source ในอุตสาหกรรม
โดย : คุณกำพล ศรธนะรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

Opensource ในแวดวงคลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ : ชี้ให้เห็นวิธีการคิด และนาวทางการใช้งาน Open Source ที่ใช้ในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในต่างประเทศและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติการ แนวทางการส่งเสริมการใช้ Open Source ในอุตสาหกรรม
โดย : คุณโกวินทร์  กุลฤชากร ผู้อำนวยการฝ่ายระบบงานข้อมูลตลาดทุน,และตราสารหนี้ ตลา่ดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ได้ใจลูกค้าแบบ 360°ด้วย “Vtiger Open Source CRM”  : ชี้ให้เห็นวิธีคิด และแนวทางการใช้งาน Open Source เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลลูกค้า และการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธ์อย่างได้ใจลูกค้า
โดย : ดร.สันติพัฒน์  อรุณธารี Chief Technology Officer R&D Corporate Strategy & Business Development บริษัท พีทีที ไอซีที โซลูชั่นส์ จำกัด

อนุมัติรวดเร็วแบบติดจรวดด้วย "Workflow" : นำเสนอ Application ที่พัฒนาด้วย Open Source และทำงานภายใต้ Platform ที่เป็น Open Source เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติการที่มต้องมีขบวนการอนุมัติ และส่งเอกสารเพื่อนำเสนอ หรอืตัดสินใจ เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเร่งขบวนการในการอนุมัติ เช่น การเปิดบัญชี การปรับวงเงิน เป็นต้น และยังลดการใช้ทรัพยากร เช่น เอกสารที่เป็นกระดาษ เป็นต้น
โดย : คุณไพศาล  คูตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอที อีลีเมนท์ จำกัด

ขุมทรัพย์ Open Source : สร้างความมั่นใจให้กับองค์กรที่มีการใช้ Open Source ว่าจะได้รีับการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการทำให้เกิดมาตรฐานและมีการส่งเสริมให้มี Software ที่มีประโยชน์ และทำใ้ห้มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย
โดย : ดร.วิรัช  ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาิติ และนายกสมาคมสมาพันธ์โอเพนซอร์สแห่งประเทศไทย

ส่วนรายละเอียดที่น่าสนใจของเนื้อหาในการบรรยายจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

เลือกชมและดาวน์โหลด พรีเซนเตชัน ในงานได้จากลิงค์

http://video.thaiopensource.org/media/SEC-OpenSource.pdf 
http://video.thaiopensource.org/media/SET-OpenSource.pdf 
http://video.thaiopensource.org/media/NECTEC-OpenSource.pdf 
http://video.thaiopensource.org/media/NSTDA-OpenSource.pdf 
http://video.thaiopensource.org/media/SIPA-OpenSource.pdf 

หรือเลือกชมภาพบรรยากาศในงานได้ที่นี่

http://www.thaiopensource.org/?q=gallery&g2_itemId=2553

หลังจากงาน Ubuntu Release Party เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีช่วงของคุณอวยชัยมาพูดเรื่องโอเพนซอร์สในภาคเหนือได้มีข้อสังเกตว่าทางภาคเหนือเริ่มรวมตัวกันตั้งเป็นชมรมโอเพนซอร์สกันแล้ว เท่าที่ทราบมามีทีมจากโครงการ IT Valey ทีมสง่าบ้าน หมู่บ้านลินุกซ์ อยู่ในชมรมด้วย ผมเลยอยากเชิญชวนพี่น้องภาคเหนือรวมตัวกันสร้างชุมชนโอเพนซอร์สในภาคเหนือให้แข็งแกร่งครับ ใครว่าคนภาคเหนือไม่เก่ง หากใครยังพอจำชื่อซอฟต์แวร์อย่าง AppServ,  MaxSite ก็เป็นผลงานของคนภาคเหนือทั้งนั้นครับ เท่านี้ยังไม่พอภาคเหนือยังมีคนเก่งหลากหลายด้านไม่ว่าจะทางด้านวิชาการหรืองานพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ บริษัทที่ทำธุรกิจด้านโอเพนซอร์สทางภาคเหนือก็มีเยอะพอสมควร น่าภูมิใจพี่น้องภาคเหนือครับ เอาล่ะเขียนมายาวมากแล้ว เข้าเรื่องสำคัญกันดีกว่า คุณอวยชัยได้จัดทำ เว็บไซต์ชมรมโอเพนซอร์สล้าน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแบ่งปันเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้งาน การพัฒนา การแก้ปัญหา ฯลฯ คงถึงเวลาแล้วที่ชาวภาคเหนือจะแสดงพลังของโอเพนซอร์สให้ประเทศนี้ได้เห็นกันครับ

 

เว็บไซต์ชมรมโอเพนซอร์สล้านนา – http://www.lannaoss.org

ถึงแม้จะเห็นได้ชัดว่าในช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของโน้ตบุ้กในกลุ่มที่มีราคาไม่แพงนั้นจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้นำตลาดอย่างกลุ่ม netbook และโครงการโน้ตบุ้กราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ก็ตาม แต่เชื่อหรือไม่ว่าเท่านั้นยังไม่พอกับความต้องการของผู้ซื้อ โดย Michael Arrington จาก TechCrunch ออกมาระบุว่าเว็บแท็บเลตต์ที่มีจอภาพแบบสัมผัสนั้นเหมาะกับการใช้งานร่วมกับบราวเซอร์ ซึ่งหากมีราคาถูกไม่เกิน 200 ดอลลาร์ และยังเป็นโอเพ่นซอร์สด้วยแล้วจะน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

งานนี้สุดท้ายแล้วได้ข้อสรุปที่โน้ตบุ้กรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ และไม่ได้มีอะไรเหนือว่าหรือเทียบเท่ากับโน้ตบุ้กรุ่นโปรอย่าง Dell Latitude XT หรือว่า MacBook Air แต่คิดง่าย ๆ ว่านี่เป็นเหมือนกับ MacBook Air ตัวเล็ก ๆ ที่รัน Firefox แล้วก็สามารถรัน Skype ผ่านทางเคอร์แนลลีนุกซ์ภายในเครื่องได้เท่านั้น และแน่นอนว่าสเป็กทั้งหมดเป็นโอเพ่นซอร์ส โดยเป้าหมายก็คือ จะต้องบราวเว็บได้อย่างสะดวกง่ายดาย และสามารถเปิดดูวีดีโอ หรือโทรทัศน์ออนไลน์ได้ เปิดไฟล์แฟลช YouTube เล่นเพลง ส่งอีเมล์ และแชทกับเพื่อน ๆ ได้เท่านี้ก็พอแล้ว ส่วนฮาร์ดแวร์ก็ไม่ต้องหรูหรามากมายนัก เอาแค่ให้รองรับงานทั้งหมดได้ ซึ่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวต้นแบบรุ่นแรกไปแล้ว โดยใช้ตัวเครื่องอลูมิเนียมมีความหนาค่อนข้างมาก

ถึงตอนนี้ก็มีการพัฒนาต้นแบบรุ่นที่สองออกมา โดยใช้จอภาพความละเอียด 1024X768 ขนาด 12 นิ้ว ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Via Nano ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ Atom ของ Intel นอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยหน่วยความจำ 1GB ไดร์ฟแบบแฟลชขนาด 4GB สำหรับเก็บซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการ ส่วนฟีเจอร์เด็ดอื่น ๆ ก็เห็นจะเป็นการสื่อสารผ่านทาง Wi-Fi กล้องดิจิตอล และเซ็นเซอร์วัดตำแหน่ง เพื่อที่เครื่องจะได้จัดหน้าเว็บเพจใหม่ได้ เมื่อมีการหมุนจอภาพ แต่แน่นอนว่าเมื่อมีจอภาพแบบสัมผัสแล้วคีย์บอร์ดย่อมหายไปเป็นธรรมดา งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะรุ่งหรือไม่ เพราะคอนเซ็ปต์ที่ต่างจากคนอื่นเห็นจะอยู่ที่รัน Ubuntu พร้อมกับชุดบราวเซอร์ Webkit ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการเท่านั้นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2552

    สถานีวิทยุเพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) K-radio FM 93.25 MHz เปิดตัว รายการโอเพนซอร์สเรดิโอ ออกอากาศเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552  ทางสถานีวิทยุเพื่อการศึกษา 93.25 K-Radioของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือออกอากาศ เวลา 13.00 – 14.00 น โดยสามารถรับฟังได้ทุกวันพฤหัสของทุกสัปดาห์

From thaiopensource

ดำเนินรายการโดย ภาณุภณ พสุชัยสกุล (บรรณาธิการนิตยาสาร Opensource2day) สามารถรับฟังรายการสด ๆ ผ่าน K-radio ได้ หรือท่านใดสนใจรับฟังย้อนหลังพร้อม Download เสียง Mp3 ได้ที่หัวข้อ media

รับฟังรายการย้อนหลัง Online ได้ที่นี่