ผมว่าจะเขียนงานเขียนในส่วนความคิดความเห็น ในทางที่สร้างสรรค์ สวยหรู หรืออย่าแล้วไม่เหมือนมาระบายอะไรประมาณนี้ ช่วงสัปดาห์นี้ ผมคิดหลายอย่างมากๆ ทั้งเรื่องของปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ และไม่คิดอะไรใหม่ดาวน์โหลดอย่างเดียว ผมมองย้อนกลับไปที่ free software เมื่อครั้งแรกๆ สมัยผมยังเด็ก ผมคิดว่าในตอนนั้นและตอนนี้คิดว่าสถานะการณ์มันแบบเดียวกัน แต่ต่างวิธีการเท่านั้นเอง ยังไงน่ะเหรอ?

 

ทุกวันนี้การโปรโมทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมักจะถูกโปรโมทไปที่ราคาที่ไม่ต้องเสีย หรือ เสียน้อยกว่า ผมขอฟันธงว่าเรื่องราคาที่ไม่ต้องเสียมันคงไม่จริง! ยังไงๆ ก้อต้องเสียเพราะเป้าหมายของการโปรโมทในแต่ละครั้งนอกจากโปรโมทซอฟต์แวร์แล้ว เบื้องหลังของการโปรโมทคือการแจ้งให้ทราบว่าหากคุณติดปัญหามีผู้สนับสนุนมีผู้ให้บริการหลายแห่งที่พร้อมจะให้บริการ ผมเลยไม่อยากจะพูดถึงในแง่ของธุรกิจมากนั้ก เอาเป็นว่าผู้ให้บริการนั้นมีน้อยมากละกัน

เอาล่ะมาว่าเรื่องเป้าหมายของโอเพนซอร์สกันอีกที คำว่า Open Sourceนี้คนที่คิดคำๆ นี้ก้อเคยอยู่ในทีมของ FSF มาก่อน อีกอย่างปัญหาคำว่า Free Software คนมักจะมองคำว่า Free เสียมากกว่า และ Free ที่ว่าคือไม่มีราคา ดังนั้นการสร้างคำใหม่เพื่ออธิบายกระบวนการเดิมคำว่า Open Source นั้น หมายถึง มีซอร์สโค้ดให้ดู แก้ไข ปรับเปลี่ยน ได้ แต่ต้องตรงตาม Open Source Definition  การที่จะระบุซอต์แวร์ตัวไหนเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะต้องดูตาม Open Source Definition วิธีการง่ายๆ คือดูตาม Open Source License  เอาล่ะการเปลี่ยนจาก Free Software มาเป็น Open Source Software ไม่ได้มีแค่เปิดโค้ดเท่านั้น หากเป็นการบ่งบอกว่าคุณสามารถนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของคุณมาทำธุรกิจได้อย่างอิสระ และจะไม่มีความกำกวมของคำว่า Free อีกต่อไป เพราะยังไงๆ คนที่พัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สนอกจากจะได้คนมาช่วยกันทำแล้ว ยังสามารถขายซอฟต์แวร์ และขายบริการเสริมอื่นๆ ได้อย่างอิสระ และไม่มีความข้องใจใดๆ อีกต่อไป ผู้รับบริการยังไงก้อต้องเสียเงินอยู่ดี :)

กลับมามอง Free Software กันบ้าง ธุรกิจบน Free Software ไม่มีหรืออย่างไร? มีครับ มีมานานมากๆ แล้ว ใครเคยใช้ Cygwin ที่เป็นโครงการของ Cygnus นั่นแหละครับ เป็นรายแรกๆ ที่ซัพพอร์ท Free Software ในทุกๆ เรื่อง ก้อเข้าสู่โมเดลธุรกิจเช่นกัน แต่ชื่อมันสื่อความหมายไปอีกแบบนึง คือ ไม่มีค่าใช้จ่าย เลยทำธุรกิจลำบาก!

ผมย้อนกลับไปศึกษาเบื้องลึกของ Free Software ความหมายในปรัชญาของคำว่า Freedom กฏเกณฑ์ข้อที่ 0-3 ที่อยากให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ปฏิบัติตาม ความหมายลึกๆ ของ Free Software คือ ปรัชญาการแบ่งปัน การให้ การพัฒนาร่วมกัน การลด Ego ของนักพัฒนาที่จะเปิดโค้ดให้คนอื่นดู วิจารณ์ หาข้อบกพร่อง เป็นแนวคิดคิดของการดูหลายตา ดีกว่าดูตาเดียว ทีนี้การที่มีหลายๆ คนช่วยกันพัฒนา ช่วยกัน debug จะทำให้ได้ซอฟต์แวร์ตรงตามที่กลุ่มคนเหล่านั้น (commuity) ต้องการได้ นั่นคือการพึ่งพออาศัยกันของ commuity เอาล่ะมันโยงกับปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างไร?

ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่พวกที่กลัวการทำธุรกิจ เกลียดระบบธุรกิจ หรือ ระบบทุนนิยมนะครับ การที่ผมพยายามอธิบายว่าสังคมผู้ใช้ซอฟต์แวร์ควรเป็นสังคมแบบ Free Software หรือปรัชญาซอฟต์แวร์อย่างพอเพียงและพึ่งตนเองได้ อย่างที่ผมนิยามนั้นหมายถึง

  • คุณอยากใช้ซอต์แวร์ตัวใด คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้
  • ซอฟต์แวร์ควรแบ่งปัน คุณมีสิทธิ์แจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ
  • ซอฟต์แวร์ควรพัฒนาต่อยอดได้ คุณมีสิทธิ์พัฒนาตามความต้องการของผู้ใช้
  • ซอฟต์แวร์ที่ยึดถือตามข้อข้างต้น ควรมอบสิทธิเหล่านี้ให้กับผู้ได้รับซอฟต์แวร์นั้นๆ ด้วย

ซึ่งแนวความคิดเหล่านี้มาจาก Free Software ล้วนๆ ผมขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆ

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ เพื่อนๆ ก็มีความสุขที่ได้กินขนมอร่อยๆ ทุกคนมีความสุขที่ได้เป็นผู้รับ คนที่เป็นผู้ให้ก้อมีความสุขเช่นกัน”

แต่ถ้าเป็นแบบนี้

“ เด็กๆ เวลาไปโรงเรียนมีขนมอร่อยๆ เอาไปแบ่งเพื่อนๆ แต่คุณครูบอกกลับว่า อย่า อย่าแบ่งคนอื่น เก็บไว้กินคนเดียวนะ อย่าแบ่งนะ ถ้าเธอแบ่งจะเป็นเด็กเลวมากๆ เลย”

คิดว่ามองภาพแบบนี้แล้วเห็นได้อย่างชัดเจนทีเดียว เอาล่ะหลายๆ คนอาจแย้งในหลายๆ เรื่อง เช่น ซอฟต์แวร์นะไม่ใช่ขนม ซอฟต์แวร์มีราคานะ ฯลฯ ซึ่งอันนั้นมันเป็นเรื่องของธุรกิจครับ ผมอยากเห็นสังคมซอฟต์แวร์ของการแบ่งปัน มากกว่าสิ่งเหล่านี้

  • ซอต์แวร์ที่เอาแต่ผลกำไร
  • ซอฟต์แวร์ที่เห็นแก่ตัว
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สจอมปลอม
  • ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลอกใช้
  • ฯลฯ

บ่มามากพอแล้วพอดีกว่าค่อยมาต่อเรื่อง Open Source Biz model ในครั้งหน้าใครอยากตามอ่านก้อตามอ่านหน้า Opinon ได้เลยครับ อ้อวันนี้ วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2551ได้อ่านข่าวของ mk ที่ blognone ซึ่งแทงใจดำผมมากๆ ที่บอกว่า

“อย่าคิดพึ่งพาหน่วยงานรัฐเลย มันไม่ได้ผลและไม่มีวันได้ผล (ด้วยปัญหาและข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว) ถ้าอยากได้อะไร มีทางเดียวเท่านั้นคือต้องทำเอง”

คำตอบของปัญหานี้ก้ออยู่ที่ทุกๆ คน หลายทุกๆ community ว่าทุกๆ ท่านอยากให้ อยากให้ประเทศนี้เป็นอย่างไร? อยากให้สังคมซอฟต์แวร์ เป็นอย่างไร? ของฝากทิ้งท้ายมีเพลง Free Software  มาฝาก คำร้องโดย RMS ทำนองแบบ Sadi Moma

 

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2


Hoarders may get piles of money,
That is true, hackers, that is true.
But they cannot help their neighbors;
That’s not good, hackers, that’s not good.

When we have enough free software
At our call, hackers, at our call,
We’ll throw out those dirty licenses
Ever more, hackers, ever more.

Join us now and share the software;
You’ll be free, hackers, you’ll be free.
x2

 

 

       เมื่อ 10 ปีที่แล้วผมเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่ได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่ท่านหนึ่ง (พี่ป้อม) ผมเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าแข่งขัน KMITNB ROBOT Festival และผมก็เรียนภาควิชาฟิสิกส์อุตสหกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ (imi) ตอนนั้นพี่ป้อมบอกผมว่าเอ้ยวุฒิมันมีระบบปฎิบัติการตัวหนึ่งนะฟรี Compiler ก็ฟรี มี C ด้วยเขียน micro controler ทำ DSP (Digital Signal Processing) ได้ด้วย (กูนึกขัดแย้งในใจ แม่งมีด้วย เหรอวะฟะเนี่ยของฟรี) ตอนนั้นผมรู้แต่ว่าผมซื้อชุด Boland C ด้วยราคาที่แสนแพง (กล่องละ 5 พันกว่าบาทจำได้) แต่ไอ้พี่ป้อมมันดันบอกว่ามีของฟรีมี internet มี modem ก็โหลดมาใช้ได้แล้ว แล้วผมจะเชื่อเขาดีไหมเนี่ย (แต่ไม่เชื่อไม่ได้บอกมัน URL มาเสร็จเลย) แล้วแถมด้วยการโชว์เครื่อง PC เก่า ๆ ที่ Run ไอ้เจ้าระบบปฎิบัติการนี้ให้ดูด้วย พร้อมทั้งโชว์ตัว Compiler ภาษา C ให้ดูอีก ผมก็เลยไม่อาจปฎิเสธต่อสิ่งที่พี่แกอุตส่าห์จัดหามาให้ผมดูได้ กลับบ้านด้วยความเร็ว Modem 14.4 KB/S (พยายาม Download อยู่นานแต่ก็ไม่เสร็จเสียที) เลยทนไม่ไหวพอดีได้มีโอกาสแวะไปงาน Computer ที่ไหนสักแห่ง (แต่ไม่ใช้ศูนย์ประชุมแห่งชาิติแน่นอน) และแล้วผมก็ได้เจอไอ้เจ้าระบบปฎิบัติการที่พี่ป้อมโชว์ให้ดู วางขายอยู่ในงานคอมแห่งนั้น เป็น KW Linux 1.0 (พัฒนามาจาก Redhat 4.0) ผมไม่พูดอะไรไม่ถามอะไรพี่ที่เขาพยายามจะอธิบายเสียด้วยซ้ำไป (ผมลงทุน ได้ไปเถียงพี่ป้อมแล้ววันนี้กูไม่ฟรีโว้ย เสียเงินซื้อ) วันนั้นซื้อไป 2 ชุด (ปกขาว Genesis ผลิต กะเต็มที่เลยกูมีเครื่อง 286 DX4 กับ 386 DX4 100 งานนี้สนุกแล้วหละไม่ต้องไปซื้อของแพงแล้ว 3 พันกว่าบาทจำได้ว่าอดค่าขนมเกือบครึ่งปี งานนี้ผมลงทุนนิดเดียวได้ของดีมาใช้) และแล้วมันก็เป็นของดีจริง ๆ ผมติดตั้งครั้งแรกไม่ผ่านครับพี่น้่องเจอปัญหาเยอะ แต่พี่ป้อมของผมก็ทดแทนให้ผมโดยการซื้อ KW Linux 1.0 ต่อจากผมไป 1 ชุด แต่ลงเครื่องผมไม่ผ่านแต่ลงเครื่อง มหาวิทยาลัยผ่าน เล่นได้ Compile GCC ใส่ MSC 8096 ได้ก็โอเคละ หลังจากนั้นผมก็เฝ้าดู Release ถัดไปของ KW Linux (บริษัท ไกวัล ซอฟแวร์เชน จำกัด เป็นผู้พัฒนา) ตอนนั้นก็นั่งรอ ๆ ว่าเมื่อไหร่ของใหม่จะออกจะได้ลงใส่เครื่องผมได้ที่บ้าน ผมจะได้ไม่ต้องนอนมหาวิทยาลัยแล้ว (เพราะยุ่งกับการเขียนโปรแกรมให้ Robot ยุ่งไปยุ่งมาเช้าเลย) และแล้วความฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อ KW Linux 2.0 ลงสู่ท้องตลาด ผมรีบไปซื้อ 2 กล่องอีกตามเคย ฝากพี่ป้อมด้วย ตอนนี้ผมเริ่มฟังการ Present คุณสมบัติมากยิ่งขึ้นใน Version นี้เริ่มมีคู่มือ ผมเริ่มมีคำถามมากขึ้น (วันนี้จำได้ว่าคุยกับคุณกานต์ ยืนยง นานมากอยู่ที่บูธงานคอมสักที่หนึ่งจำไม่ได้แล้วก็มันตั้ง 9 ปีแล้ว) สรุปผมสามารถลง KW Linux 2.0 ได้แต่ผมไม่สามารถที่ีจะทำให้ Sound Card ของผมมีเสียงได้ งานนี้ก็เลยเอาวะผมจะฟังเพลงแล้วก็เขียน DSP บน Linux ด้วย Fight บังคับอีกแล้วคับพี่น้อง ยกเครื่องแบกจากพระราม 2 ไปอุรุพงษ์ (ขึ้นรถเมล์นะครับผม ขอย้ำ) ไปถึงได้ไปเห็นภาพประทับใจสุด พี่กานต์ ต้อนรับผมให้คำแนะนำพร้อมทั้งพยายามแก้ไขปัญหาให้ผม จำได้ว่าใช้เวลา 1 วันก็แล้วเสียงมันก็ยังไม่มา (Sound Yamaha XG ครับผม มันดื้อ) พี่กานต์บอกทิ้งเครื่องไว้ พรุ่งนี้มาผมจะดูให้คืนนี้ ผมนึกในใจโอ้โหวพี่แกไม่หลับไม่นอนเลยช่วยกูเต็มที่ พรุ่งนี้ผมคงได้ยิ่งเสียงมันแล้ว แต่ก็เหมือนเิดิมผมมาวันรุ่งขึ้นก็ไม่มีเสียงเหมือนเดิม พี่กานต์ก็เลยบอกว่าต้อง Compile Kernel ใหม่ผมก็เริ่มอึ้ง ๆ ว่าอะไรว่าไอ้ Kernel เนี่ยกูไม่รู้จัก ???? เต็มหัวพี่เขาพูดอะไรมากูไม่รู้เรื่องเลย วันนั้นก็ยกเครื่องกลับบ้านด้วยอาการงง (แต่บอกกับตัวเองว่ากูต้องรู้จักไอ้ Kernel อะไรเนี่ยให้ได้) วันรุ่งขึ้นตอนบ่ายเลิกเรียน (อาจารย์ไม่สอนบ้าง โดดเรียนบ้าง อย่้าทำตามผมนำเสียนิสัย) ผมแวะมาที่เดิมอีก มาคุยกับพี่เขาก็สอน ๆๆๆๆ ผม (??? เต็มอีกแล้ว) จากนั้นผมย้ายมาอยู่หอแถวมหาลัย ทีนี้เลยกลายเป็นกิจวัตรประจำวันเหมืือนของอยากรู้ ต้องไปที่บริษัท Kaiwal เกีอบทุกวัน จนพี่ ๆ ในนั้นทั้งหมดถ่ายทอดพลังยุทธให้หลายกระบวนท่า ก็เลยมีส่วนในการพัฒนา KW Linux 2.0 Upgrade Kit (เป็นแผนของผมเองหละ ชุดนี้ทำให้เครื่องผมมีเสียง) หลังจากนั้นผมเริ่มเรียนรู้เจ้าระบบปฎิบัติการนี้อย่างเป็นกระบวนการมากยิ่งขึ้น จนพี่ ๆ เขามีแผนพัฒนา KW Linux 3.0 ซึ่งผมก็มีโอกาสในการช่วยพี่เขาพัฒนา ตอนนี้ผมรู้จัก Kernel แล้ว ผมรู้จักอะไรเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง และแล้ว KW Linux 3.0 ก็เป็นจุดเปลี่ยนเมื่อมันเป็น Release สุดท้ายของ KW Linux (ตำนาน Linux ไทยเจ้าแรก) หนึ่งในทีมบริหาร Kaiwal ได้แยกตัวไปทำ Linux อีก 1 ค่ายภายใต้ชื่อ Zion Interface พัฒนา Ziff 1.0 Linux ออกมาสู่ท้องตลาด (นี่ก็เป็น Version เดียวแล้วก็ไม่มีการพัฒนาต่อ) ช่วงนี้ผมหายไปจากวงการ Linux เนี่องจากปัญหาชีวิตคือประสบปัญหาเรื่องการเรียน ทำให้ต้องย้ายที่เรียน ทำให้ครอบครัวขาดความเชื่อถือในตัวผมไปเยอะ โครตซวยเลยกู) ตอนนั้นหายไปพวกพี่ที่ Kaiwal คงสังสัยผมไปไหนเนี่ย ผมไปแก้ไขปัญหาชีวิตของผมอยู่ประมาณ 1 ปีครึ่ง (ไม่ได้ยุ่งกับ Linux อีักเลย) จนเมื่อ Ziff วางจำหน่าย ผมก็เริ่มเข้าไปคุยกับพี่ ๆ อีก 1 ครั้ง ในตอนนั้นผมก็เริ่มเห็นจุดเปลี่ยนของวงการธุรกิจ Opensource ในประเทศไทยแล้ว มีพี่ ๆ ที่เป็นทีิมพัฒนา KW Linux 4.0 (แต่ไม่ได้ทำ Production) แยกตัวออกมาเพื่อพัฒนา Linux ต่อภายใต้ชื่อ KWC Linux (ซึ่งก็ขายลำบากมาก ผมอยู่ในจุดนั้นด้วยเห็นแล้วก็อยากร้องไห้) หลังจากนั้นผมและพี่ ๆ ที่แยกออกมาก็มารวมตัวกันอีกครั้งประชุมโต๊ะกลมกันอีกละ เอาวะอีกรอบจะเป็นอะไรไป ตอนนั้นผมไม่มีปัญหาเรื่องเรียนแล้วเอากับเขาด้วยแล้วกัน ลุยเต็มที่เดินหน้าเปิด GrandLinux (ตอนนี้สมใจผมเพราะว่าผมเป็นคนกำหนด Production และควบคุมการพัฒนาในหลาย ๆ ส่วน) ผมได้เขียนความรู้ผมลงในหนังสือเพื่อเผยแพร่ และแล้ว GrandLinux ก็พัฒนา Linux Distribution ตัวแรกออกมาคือ GrandLinux 5.0 (V1-V4 ถือเป็นความหลังของ KW Linux ไป) เมื่อพิมพ์ ๆ ไปแล้วก็เริ่มนึกถึงคืนวันเก่า ๆ ของผมกับช่วงจุดเปลี่ยน Linux ในไทย ผมอยู่ในหลาย ๆ จุดที่ได้มองจุดเปลี่ยนของ Linux ในไทย ทั้งในส่วนดีและส่วนที่ไม่ดี และแล้วเมื่อ GrandLinux 5.0 ลงอาละวาดในท้องตลาด ผมก็ต้องงดภาระกิจเกี่ยวกับ Linux ไปอีก (เรื่องเดิมหละครับผม เรื่องเรียน) ผมก็หายไปจากวงการ 3 ปี (แต่ก็พยายามดูความเป็นไปตลอด) วันนี้ผมมีโอกาสหวนคืนสู่สังคมโอเพนซอร์สอีกครั้งแล้ว แล้วดูเหมือนว่าการหวนคืนครั้งนี้จะมีจุดเปลี่ยนอะไรให้ผมได้เห็นอีก (เหมือนหมอกควันสีจางที่ ค่อย จางหายและอยู่ในความทรงจำ) จะเป็นอย่างงั้นอีกหรือเปล่า ผมเริ่มไม่แน่ใจครับผม

 

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2551 เวลา  08.30 – 15.30 น.
ห้องประชุม 30410 ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นนทบุรี

ภายในงานมีเนื้อหาพูดถึง นโยบายและการส่งเสริมการใช้ Open Source Software ในหน่วยงานภาครัฐ โดยตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเหตุผลดีๆ ว่าทำไมต้องใช้ Open Source Software จากตัวแทนของซิป้าและเนคเทค รวมถึงข้อแนะนำในการใช้ Open Source Software อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวมาแล้ว พร้อมแนะนำ Open Source Softwareที่ควรใช้ การสัมมนาครั้งนี้มุ่งหวังให้หน่วยงานภาครัฐได้เข้าใจโอเพนซอร์สมากขึ้น

ชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เล็งเห็นความสำคัญของการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพื่อช่วยลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ ซึ่งนับวันต้นทุนของการลงทุนด้านนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นชมรมจึงได้จัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องการนำเอาโอเพนซอร์สเข้ามาใช้ในองค์กร โดยเชิญผู้มีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการนำเอาโอเพนซอร์สเข้าใช้งานไม่ว่าจะเป็น ตัวแทนจากซิป้า เนคเทค และบริษัทเอกชนต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จในการนำเอาซอฟต์แวร์ดังกล่าวไปใช้งาน ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาครั้งนี้เป็นผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากบริษัทที่เป็นสมาชิกชมรม

งานนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ณ ห้องเพทาย ชั้น 14 โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท

ฮิทช่า เปิดอบรมเทคโนโลยีจาวาขั้นสูง บนแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ Sufficiency Education ให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ภาษาจาวา

บริษัทฮิทช่า จำกัด ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดอบรมคอร์ส Java ขั้นสูง 4 คอร์ส ได้แก่

รายชื่อคอร์ส ปิดรับสมัคร
Sun Certified for Web Component Developers 5 18 July 2008
Sun Certified for Enterprise Architect 25 July 2008
Sun Certified for Java Webservice Developers 8 Aug 2008
Sun Certified for Business Component Developer 5 15 Aug 2008

Download ตารางอบรม วัน-เวลา และสถานที่การอบรม…[ที่นี่]

อบรมฟรี!! ไม่เสียค่าใช้จ่าย.. รับจำนวนจำกัดเพียงคอร์สละ 15 ท่านเท่านั้น!!
ผู้ที่เข้าอบรมและสอบผ่าน Post test หลังการอบรมจะได้สิทธิ์สอบ Certification จริงฟรี

Download ใบสมัคร…[ที่นี่] กรุณาส่งใบสมัครมาที่ varinya.s@hitcha.co.th

   เด็กสวนกุหลาบ นักเรียนไทยคนแรกสร้างชื่อเสียงระดับโลก คว้ารางวัลใหญ่จากการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของกูเกิลในระดับ มัธยมศึกษา เข้ารับรางวัลแกรนด์ ไพรซ์ 11 ก.ค.นี้

   พร้อมทัวร์เยี่ยม ชมสำนักงานใหญ่ของกูเกิล ที่เมาน์เทนวิว แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 9-13 ก.ค. เจ้าตัวเผยยึด 2 ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลอย่าง แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน เป็นต้นแบบในการพัฒนาตนเอง

   นายเลสลี ฮอว์ธอร์น ผู้จัดการฝ่ายโครงการโอเพ่นซอร์ส จีเอชโอพี กูเกิล อิงก์ เปิดเผยผลการแข่งขันโครงการจีเอชโอพี คอนเทสต์ (GHOP Contest) ที่แนะนำเด็กนักเรียนในระดับมัธยม ทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลาย ให้แก่กลุ่มผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ลองนำเสนอผลงานและมีส่วนร่วมในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ โอเพนซอร์สให้ได้มากที่สุด

    งานนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรที่ดูแล เรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิด (Open Source Organizations) 10 แห่งด้วยกัน ได้แก่ Apache Foundation, Drupal, GNOME, Joomla!, MoinMoin, Mono, Moodle, Plone, Python Software Foundation และ SilverStripe โดยองค์กรแต่ละแห่งจะเป็นผู้กำหนดลักษณะงานต่างๆ เพื่อให้นักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันได้ปฏิบัติตาม ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่แต่ละโครงการโอเพ่นซอร์สต้องการความช่วยเหลือ ตั้งแต่การแก้ไขปัญหา เขียนเอกสารอธิบายการใช้งาน ไปจนถึงการทำวิจัยเกี่ยวกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ เป็นต้น

 การ แข่งขันครั้งนี้มีนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการราว 400 คน พร้อมที่ปรึกษาอีกกว่า 100 คน จากทั่วโลก ที่มาร่วมปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายงานจำนวนเกือบ 1,000 รายการ เพื่อการปรับปรุงซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในหลายด้าน เช่น การปรับปรุงโค้ดโปรแกรม การปรับปรุงเอกสารและสื่อสำหรับการอบรม รวมไปถึงการวิจัยด้านประสบการณ์ของผู้ใช้ ให้แก่องค์กรโอเพ่นซอร์สที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 10 แห่ง

 นักเรียนผู้ เข้าแข่งขันแต่ละคนสามารถเลือกมีส่วนร่วมกับโครงการโอเพ่นซอร์สได้ตามถนัด และเลือกลักษณะงานที่ต้องการได้ตามรายการที่กำหนดไว้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่เด็กนักเรียนเหล่านี้จะได้มีส่วนร่วมในชุมชนโอเพ่น ซอร์ส โดยได้เข้าไปมีบทบาทในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้น ส่วนทางด้านองค์กรที่รับผิดชอบซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สแต่ละแห่งก็จะได้รับ ประโยชน์จากความช่วยเหลือของผู้เข้าร่วมแข่งขันในโครงการนี้ด้วย

 ผล การแข่งขันครั้งนี้ปรากฏว่า นายวรภัทร บุญญฤทธิพงษ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ในฐานะนักเรียนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลใหญ่ จากการแข่งขันเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบเปิดของกูเกิล หรือ GHOP (Google Highly Open Participation)

   โดยได้รับรางวัล ชนะเลิศในการแข่งขันประเภทระบบบริหารจัดการหลักสูตรของมูเดิล (Moodle) ซึ่งประกาศผลไปเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ มูเดิลถือเป็นซอฟต์แวร์ระบบจัดการหลักสูตร (CMS-Course Management System) แบบโอเพ่นซอร์ส ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้พัฒนาการศึกษาใช้สร้างหลักสูตรการเรียนการสอนแบบ ออนไลน์ได้

   โครงการมูเดิลเลือกให้นายวรภัทรเป็นผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ประเภทนี้ ด้วยผลงานที่โดดเด่นและก้าวข้ามงานท้าทายหลายด้าน เช่น การสร้างสคริปต์ซีลีเนียม (Selenium) สร้างคำแนะนำสำหรับนักพัฒนาเพื่ออัพเกรดไปสู่เอ็กซ์เอ็มแอลดีบี และพัฒนาชุดซ่อมแซมสำหรับปรับปรุงสมรรถนะการทำงานของมูเดิล นอกจากนี้งานหลายอย่างยังทำให้นายวรภัทรมีส่วนร่วมในการสร้างชุมชนออนไลน์ มูเดิลภาษาไทย ด้วยการปรับปรุงชุดภาษาไทยและสร้างพรีเซ็นเตชั่นของมูเดิลที่เป็นภาษาไทย ด้วย

 นายวรภัทรได้รับรางวัลเงินสด 200 ดอลลาร์สหรัฐ โดยเข้าพิธีรับมอบรางวัลแกรนด์ ไพรซ์ (Grand Prize) ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ และได้เดินทางไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของกูเกิล ที่เมาน์เทนวิว มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาด้วย ระหว่างวันที่ 9-13 กรกฎาคม พร้อมผู้ปกครอง โดยนายวรภัทรถือเป็นหนึ่งในจำนวนเด็กนักเรียนเพียง 10 คนจากทั่วโลกที่ชนะเลิศรางวัลใหญ่

 "การแข่งขันจีเอชโอพี เป็นโครงการทดลองของกูเกิล ที่ต้องการสนับสนุนชุมชนโอเพ่นซอร์ส พร้อมกับกระตุ้นให้นักเรียนระดับมัธยมได้แสดงความสามารถที่มีอยู่ ทั้งนี้ กูเกิลหวังและคาดว่า การแข่งขันดังกล่าวจะช่วยจุดประกายให้แก่เยาวชนในการก้าวไปสู่เส้นทางการ พัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างประสบความสำเร็จภายในอีกไม่กี่ปี ขอแสดงความยินดีกับวรภัทรที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ในฐานะนักเรียนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากกูเกิล เชื่อว่าผู้ปกครองและโรงเรียนก็คงภูมิใจกับความสำเร็จในครั้งนี้ของเขาอย่าง มาก และมั่นใจว่าจะเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กนักเรียนไทยจำนวน มากต่อไป" นายเลสลีกล่าว

    นายวรภัทรเปิดเผยว่า ใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจโค้ดที่ซับซ้อนเป็นระยะเวลานาน แต่ก็สามารถบรรลุงานทุกชิ้นได้อย่างมีคุณภาพและทันตามกำหนดเวลา ดีใจมากที่ได้รับรางวัลแกรนด์ ไพรซ์ จากกูเกิล ภูมิใจที่เป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล และตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของกูเกิล ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมของ กูเกิล ได้เยี่ยมชมแคมปัสชื่อดัง และได้พบกับคนเก่งๆ มากมาย

   "ผมเข้า ร่วมแข่งขันช้ากว่าคนอื่น โดยได้รับการบอกเล่าจากเพื่อนของผมคนหนึ่ง หลังจากการแข่งขันผ่านไปแล้วสองสามสัปดาห์ ในขณะที่ผมต้องจัดการงาน 6 อย่างให้เสร็จภายใน 1 เดือน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ผมก็รู้สึกสนุกและท้าทายอย่างมาก จนสามารถจัดการทุกอย่างให้ลุล่วงได้ด้วยดี" นายวรภัทรกล่าว

   นอกจาก นี้ นายวรภัทรเคยได้รับรางวัลในด้านไอทีในการพัฒนาเว็บไซต์จากกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยังเป็นหนึ่งในนักเรียนไม่กี่คนที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมแคมป์สำหรับการ แข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกด้วย โดยนายวรภัทรมีผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิลอย่าง แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน เป็นบุคคลตัวอย่างต้นแบบในการพัฒนาศักยภาพของเขา

   ทั้งนี้ กูเกิล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2541 โดยนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อย่าง แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน วันนี้ กูเกิล ถือเป็นเว็บไซต์อันดับต้นในแทบทุกตลาดออนไลน์ทั่วโลก ด้วยรูปแบบการโฆษณาแบบเฉพาะเจาะจงยังช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดประสบผลสำเร็จอัน เป็นรูปธรรม และช่วยปรับปรุงประสบการณ์ออนไลน์ของผู้ใช้เว็บให้ดียิ่งขึ้น กูเกิลมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ และสำนักงานสาขาทั่วทั้งอเมริกา ยุโรป และเอเชีย

   งานนี้พี่ ๆ ทีมงาน Thaiopensource จะพยายามติดต่อเพื่อเข้าสัมภาษณ์น้องวรภัทร มาให้ชาวถึงความสำเร็จในของน้องในครั้งนี้ พี่ ๆ ทีมงานขอยกนิ้วให้กับความเก่งของน้องวรภัทรค่ะ

แหล่งที่มา

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 

วันที่ 3-6 กรกฎาคม 2551 ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทีมโอเพนซอร์สของซิป้าจะบุกขึ้นเหนือไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องโอเพนซอร์ส งานนี้ไม่ไปแค่ตัวเปล่า ยังมีการนำเอาแผ่นซีดีจันทราเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชัน 3.1 (ออกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา) ไปแจกให้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่ด้วย  ใครที่ไม่เคยใช้โอเพนออฟฟิศแล้วอยากรู้ว่าคุณพร้อมที่จะใช้งานโปรแกรมตัวนี้ไหม เชิญเข้าร่วมทดสอบความสามารถได้ที่บูธ "C9" นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมสนุกรับของที่ระลึกมากมายจากซิป้า พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์งาน Open Source Summit ที่ฟิลิปปินส์ จัดขึ้นวันที่ 23-24 นี้ที่ Cebu International Convention Center ธีมงานหลักๆ จะเกี่ยวกับเรื่อง Understanding the Business Value of Open Source, Optimizing Open Source Investments และ Open Source Innovations for Tech Self-Reliance ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://oss.ph

ผมได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ ดร.สุชาย เกี่ยวกับการสนับสนุนโอเพนซอร์สของ SIPA ด้วยท่านเองเป็นที่ปรึกษา เอาเป็นว่าจับประเด็นสำคัญๆ ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นโลกของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ฟรีจริงและไม่ฟรีจริงๆ หรือการให้การสนับสนุน ลีนุกซ์เซิร์ฟเวอร์ ฯลฯ แต่ผมเองยังมีข้อสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งคือ ฟรีโอเพนซอร์สซอต์แวร์ และ ไม่ฟรีโอเพนซอร์สซอต์แวร์

ผมเคยเขียนเรื่องฟรีหรือต้องจ่ายตังค์มา 2 รอบแล้วคราวนี้คงเป็นรอบที่ 3 เอาล่ะใครจะบอกว่าผมคลั่งลัทธิ ก้อให้โอกาส คลิกไปหน้าอื่นๆ ได้เลยครับ เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้มาจากแก่นก่อนที่จะมีโอเพนซอร์ส ความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างสังคมผู้พัฒนาและผู้ใช้ซอฟต์แวร์ให้เกิดความยั่งยืนได้ด้วย "การแบ่งปัน" ถูกนำเสนอโดย RMS คงไม่ต้องอธิบายหลายรอบว่าใครอ่ะนะ การแบ่งปันซอฟต์แวร์(ซอร์สโค้ด)เพื่อร่วมกันพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง และแจกจ่ายได้อิสระ เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาโดยกลุ่มคนหรือชุมชนที่มีความต้องการใช้งานและต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นให้ใช้งานได้ดี ถือเป็นเป้าหมายที่กลุ่มคนนั้นๆ จะกระทำร่วมกัน โดยซอฟต์แวร์ที่ได้จะถูกพัฒนา แก้ไข จนพบปัญหาน้อยที่สุด และ แสดงให้เห็นว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว

ด้วยกระแสความต้องการซอฟต์แวร์ที่มี innovation สูง ความต้องการของตลาดก้อมีความต้องการสูงด้วยเช่นกัน เหตุใดจึงจะไม่ขายหรือเรียกเก็บค่าบริการ ฯลฯ ดังนั้นกระแสของการนำเอา Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) ไป fork แลัวทำตลาดในรูปแบบธุรกิจก้อมีสูง แล้วจะทำอย่างไรกับ Free Software เพราะชื่อมันสื่อว่า "ฟรี" ขายไม่ได้ ก้อสร้างชื่อใหม่ ให้คำนิยามใหม่เป็น "โอเพนซอร์ส" ตั้งข้อกำหนด กำหนดคุณลักษณะให้สัญญาอนุญาติ แต่จะได้ซอร์สโค้ดไปกับตัวโปรแกรมหรือเปล่า อันนั้นมันอีกเรื่อง กลายเป็นว่า ทำซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สแล้วขายได้ง่ายกว่า หรือ นิยามราคาใหม่ว่า ถูกกว่าซอฟต์แวร์ระบบปิด หรือบอกว่าพัฒนาหลายคน ปลอดภัยแน่นอน หรือ ดู success story อย่าง linux สิ! ฯลฯ

เอาเป็นว่าเมื่อนำเอาซอฟต์แวร์อะไรก้อตาม ไม่ว่าระบบเปิด/ระบบปิดซอร์สโค้ดมาอยู่ในตลาดทุนนิยม เป็นสินค้าเป็นบริการ นั่นหมายความว่าเกิดต้นทุน เกิดราคา (cost) ขึ้นแล้ว ถ้าไม่เกิด cost แล้วจะตีราคาขายได้ยังไง ใช่ไหม? ไม่งั้นคงไล่ล็อกคอแจกกันไปแล้ว เอาล่ะเมื่อมันเกิด cost จากต้นทุนต่างๆ นานา ค่าโน่นนี่ เราก้อคงไปว่าเขาไม่ได้ หากแต่ติติงได้ว่าเมื่อเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แล้วโค้ดคุณล่ะอยู่ที่ไหน ขอดูหน่อยสิ ประมาณนั้น

ในแง่การตลาดการทำผลิตภัณฑ์อะไรก้อตามขึ้นมาขาย มันมีต้นทุนทั้งนั้น คงจะไม่มีอะไรที่ไม่เกิดต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นการทำซอฟต์แวร์ หรือการทำไม้จิ้มฟัน ทุกอย่างมีทุนทั้งนั้น บางคนคิดว่าการนำเอาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหรือซอฟต์แวร์เสรีมาทำตลาดแล้วคิดว่า จับเสือมือเปล่า แต่ในตลาดที่เขาเข้าใจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เขาก้อมองคุณแล้วล่ะว่าคุณมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหนในการซัพพอร์ท การพัฒนาเพิ่มเติม หรือการแก้ไขให้เข้ากันได้กับระบบงานในองค์กรนั้นๆ และอีกมากมาย หลากหลายปัญหา ที่คุณจะพบในตลาด ธุรกิจซอฟต์แวร์

เรื่องฟรีจริง หรือฟรีไม่จริง ผมอยากให้ทำความเข้าใจว่าคำอะไรคือ "ฟรี" ผมอยากให้ผู้ใหญ่ๆ ในหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจ หรือหน้าที่ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ให้ทำความเข้าใจว่า Free Software (ซอฟต์แวร์เสรี) และ ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เป็นอย่างไร? และการที่จะทำให้ผู้ประกอบการที่เป็น Contributor หรือ Vender ที่เกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์ส (ไม่ว่าจะพัฒนาซอต์แวร์ต่อยอดจากโครงการอื่นๆ Fork จากโครงการอื่นๆ หรือ พัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้ภาษาเครื่องมือโอเพนซอร์ส) ก้าวไปได้ในโลกธุรกิจ โลกของตลาดทุนนิยมได้ต่างหากล่ะ ถือเป็นพันธสัญญาที่สร้างขึ้นมา สร้างความหวังให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
 

SIPA ลงนาม MOU กับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ สร้างบุคคลากรเกรดเอโอเพ่นซอร์ส หวังเป็นตัวช่วยกระตุ้นการใช้งานโอเพ่นซอร์สและพัฒนาในประเทศไทยเติบโตเพิ่ม มากขึ้นอย่างแพร่หลาย หลังจาก 10 ปีที่ผ่านมาแทบไม่เกิดการพัฒนาเพราะติดภาพฟรีโอเพ่นซอร์สไม่ถูกจริง
       
       นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฎิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า เปิดเผยว่า ซิป้ามีนโยบายส่งเสริมสร้างบุคลากรที่มีความเชียวชาญโอเพ่นซอร์สในประเทศไทย และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและมีการใช้งานในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย จึงได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) โครงการสนับสนุนการใช้งานโอเพ่นซอร์ส กับมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ ผู้ผลิตและพัฒนาฟรีโอเพ่นซอร์ส
       
       ที่ผ่านมาโอเพ่นซอร์สเข้ามาในประเทศไทยร่วม 10 ปีแล้วแต่กลับไม่เกิดการพัฒนาให้มีการใช้งานเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เนื่องจากติดการนำโอเพ่นเซอร์สฟรีต่างชาติมาใช้งานแต่กลับมีค่าใช้จ่ายจาก การใช้งานสูงกว่าระบบปิด จึงทำให้ผู้ประกอบการหน่วยงานการศึกษาไม่กล้านำระบบโอเพ่นซอร์สมาใช้งาน
       
       “ที่ ผ่านมาโอเพ่นซอร์สบ้านเราไม่พัฒนาเป็นเพราะ แต่เดิมการนำโอเพ่นซอร์สฟรีจากต่างประเทศเข้ามาใช้ กลับมีค่าใช้จ่ายบานปลายจนมีค่าใช้จ่ายมากกว่าซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ทำให้หน่วยงานต่างๆไม่กล้าใช้งานระบบโอเพ่นซอร์ส ฉะนั้นซิป้า จึงมีต้องการเห็นการใช้งานฟรีโอเพ่นซอร์ส อย่างแท้จริงเกิดขึ้นในประเทศเพื่อให้เกิดการใช้งานที่แพร่หลายมากที่สุด”
       
       การทำ MOU ครั้งนี้ซิป้ามีหน้าที่คัดเลือกบุคลากรที่มีความเหมาะสมเข้าร่วมการฝึกอบรม โอเพ่นซอร์ส ของมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความชำนาญ ให้กลับไปเผยแพร่ความรู้ต่อให้กับองค์กรที่สังกัดอยู่ โดยเบื้องต้นบุคคลที่จะส่งเข้าพิจารณาจะเป็นบุคลากรของซิป้าเอง หน่วยงานราชการเพื่อนำไปใช่งานพัฒนาในศูนย์ราชการ และกองทัพอากาศ
       
       นายสาทิศ เพิ่มสว่าง ผู้อำนวยการโครงการซอฟต์แวร์ฟรีและโอเพ่นซอร์ส มูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ กล่าวว่า มูลนิธิมีจุดประสงค์ส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย และเห็นว่าการร่วมมือกับซิป้าจะช่วยให้ผลักดันวัตถุประสงค์ของบริษัทให้ บรรลุวัตถุประสงค์ได้เร็วขึ้น
       
       ทั้งนี้ มูลนิธิต้องการสร่งบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อสามารถเผยแพร่ความรู้ใน การใช้งานและมีความสามารถที่จะพัฒนาการใช้งานโอเพ่นซอร์สให้มากยิ่งขึ้น และมูลนิธิไม่ต้องการคัดเลือกบุคคลเข้าฝึกอบรมเพราะอาจจะไม่ตรงตามเป้าหมาย และหากให้ SIPA เป็นผู้ดำเนินการจะได้บุคลากรที่เหมาะสมในสำหรับการเข้าอบรมหลักสูตรได้ตรง จุดมากกว่า และมูลนิธิยังมีวัตถุสนับสนุนผู้แต่งตำราเกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สด้วย
       
       ที่ ผ่านมามูลนิธิได้ฝึกอบรมบุคลากรโอเพ่นซอร์สเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม ลีนุกซ์แล้ว 2 รุ่น และโครงการฝึกอบรมบุคลากรที่ซิป้าจะเป็นผู้คัดสรรให้เป็นโปรแกรมแรกคือ หลักสูตรลีนุกซ์

ที่มา – ผู้จัดการ