ก่อนที่จะทำความรู้จัก OpenStack นั้น เราต้องทำความรู้จักเทคโนโลยี cloud กันก่อน

ถ้าพูดถึง Cloud Computing หลายคนอาจจะนึกไม่ออกว่าคืออะไร คำแปลสุดฮิตของเจ้า Cloud Computing ก็คือ การประมวลผลบนกลุ่มเมฆ พูดง่าย ๆ ก็คือ บริการที่ให้เราเลือกใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้ตามความต้องการ โดยสามารถปรับเพิ่ม ลด ปริมาณการใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วผ่าน web interface

ซึ่งรูปแบบบริการ Cloud Computing ก็จะแบ่งได้ 3 รูปแบบ ดังนี้

  • Infrastructure as a Service (IaaS) – ให้บริการในส่วน Physical หรือทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เช่น CPU, Memory, Operating System, Storage เป็นต้น ตัวอย่าง Amazon
  • Platform as a Service (PaaS) – ให้บริการในส่วนทรัพยากรและเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา เช่น Google Apps Engine, IBM Mashup Hub, Microsoft Azure
  • Software as a Service (SaaS) – ให้บริการในส่วนข้อมูลหรือ Application เช่น Google Apps, Picasa, Youtube, Facebook


Continue reading

ก่อนที่จะติดตั้ง OpenStack นั้น เราจะเตรียมความพร้อมก่อน ไม่ว่าจะเป็น OS, Networking, NTP Server และ Database ดังนี้

1. ในส่วน OS

  • ติดตั้ง Ubuntu  12.04/14.04 LTS Server เวอร์ชัน 64 bit
  • create admin user
  • เซตค่า Network
  • ติดตั้งเฉพาะแพคเกจ Openssh-server

หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ update, upgrade ระบบ ดังนี้

sudo apt-get update
sudo apt-get upgrade

2. การปรับแต่ง Network

แก้ไขไฟล์ /etc/network/interfaces ดังตัวอย่าง 2 network interface

หลังจากปรับแต่งคอนฟิกไฟล์เนตเวิร์คเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการ Restart network เพื่อปรับค่าใหม่ ดังนี้
sudo /etc/init.d/networking restart

3. NTP Server

ต่อไปเรามาทำในส่วน NTP กันต่อ โดย NTP มีไว้เพื่อ Synchronize เวลาของเครื่องบนเครือข่าย เพื่อให้เครื่องอื่นมา sync เวลาให้ตรงกัน กรณีไม่มี NTP Server เองก็สามารถใช้ Server อื่นได้ ดังตัวอย่างใช้ Server ของ ntp.ubuntu.com เป็นต้น

ติดตั้ง NTP package

sudo apt-get install ntp

แก้ไขไฟล์ /etc/ntp.conf โดยเพิ่ม server ที่ต้องการ ซึ่งถ้าเพิ่ม external server และไม่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ NTP server จะใช้เวลาตาม hardware clock เช่น

ntp

หลังจากแก้ไขคอนฟิกไฟล์เรียบร้อยก็ทำการ restart NTP server โดยใช้คำสั่ง

sudo service ntp restart

4. Database
โดยปกติ OpenStack ต้องใช้ Database ในการเก็บข้อมูล เราสามารถใช้ MySQL, PostgreSQL หรือ SQLite สำหรับ Nova และ Glance ในที่นี้จะยกตัวอย่างเป็น MySQL
ติดตั้ง mysql-server และ python-mysqldb (ตั้งรหัสผ่าน ในที่นี้สมมุติเป็น dbpassword)

sudo apt-get install mysql-server python-mysqldb

เปลี่ยนค่า bind address เพื่อให้เครื่องอื่นติดต่อ MySQL เราได้ โดยเปลี่ยน จาก 127.0.0.1 เป็น 0.0.0.0 ใน /etc/mysql/my.cnf ดังนี้

bind-address = 0.0.0.0

Restart MySQL server เพื่อปรับปรุงค่าใหม่ที่ได้แก้ไขไป โดยใช้คำสั่ง

sudo service mysql restart

เมื่อเราติดตั้ง MySQL เรียบร้อยแล้ว ก็มาสร้างฐานข้อมูลสำหรับ nova, glance และ keystone กัน
สร้างฐานข้อมูล, user , password พร้อม grant สิทธิ์สำหรับ nova

sudo mysql -uroot -pdbpassword -e ’CREATE DATABASE nova;’
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e ’CREATE USER novadbadmin;’  #สร้าง user ชื่อ novadbadmin
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e "GRANT ALL PRIVILEGES ON nova.* TO ’novadbadmin’@’%’;"
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e "SET PASSWORD FOR ’novadbadmin’@’%’ = PASSWORD(’novasecret’);"

สร้างฐานข้อมูล, user , password พร้อม grant สิทธิ์สำหรับ glance

sudo mysql -uroot -pdbpassword -e ’CREATE DATABASE glance;’
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e ’CREATE USER glancedbadmin;’  #สร้าง user ชื่อ glancedbadmin
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e "GRANT ALL PRIVILEGES ON glance.* TO ’glancedbadmin’@’%’;"
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e "SET PASSWORD FOR ’glancedbadmin’@’%’ = PASSWORD(’glancesecret’);"

สร้างฐานข้อมูล, user , password พร้อม grant สิทธิ์สำหรับ keystone

sudo mysql -uroot -pdbpassword -e ’CREATE DATABASE keystone;’
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e ’CREATE USER keystonedbadmin;’ #สร้าง user ชื่อ keystonedbadmin
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e "GRANT ALL PRIVILEGES ON keystone.* TO ’keystonedbadmin’@’%’;"
sudo mysql -uroot -pdbpassword -e "SET PASSWORD FOR ’keystonedbadmin’@’%’ = PASSWORD(’keystonesecret’);"

เมื่อเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วครั้งหน้าเราจะมาเรียนรู้ส่วนของการติดตั้งและปรับแต่ง keystone กัน

สมาคมศึกษาและพัฒนาโอเพ่นซอร์ส (OSEDA) เปิด RedHat OpenStack WorkShop เตรียมความพร้อมบุคคลากรด้าน Cloud Computing ด้วย RedHat OpenStack ที่ได้รวบรวมเทคโนโลยีสำหรับที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานของ Cloud IaaS (Infrastructure as a Service) ที่ได้รับความนิยมสูงสุดและสามารถขยายให้รองรับการใช้งาน ในระดับองค์กรที่ต้องการใช้ Private Cloud จนถึงการใช้งานในระดับการให้บริการ Public Cloud

ใน Workshop ท่านจะได้ฝึกปฎิบัติ

  • ติดตั้ง OpenStack (IceHouse)
  • สร้าง Project, Users, Role และกำหนด Permission ของ User
  • สร้าง Instance จาก image และ Volumne และสามารถกำหนด flavor ตามความต้องการ
  • สร้าง networks, subnets และ route เข้าใจการทำงานของ L2 network และ L3 Agent
  • สร้าง keypair เพื่อให้สามารถรองรับการเข้าไปใช้งาน Instance
  • สามารถบริหาร Security Groups และสามารถกำหนด Floating IP ให้แก่ Instance
  • สามารถเข้าใช้งาน Instance ด้วย SSH จาก External IP
  • สามารถบริหารจัดการ Block Storage (Cinder)
  • สามารถติดตั้ง Object Storge (Swift) ในลักษณะการขยายงานแบบ Multinode
  • สามารถบริหารจัดการ Container และการสร้าง Zone อย่างเหมาะสม

สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ – OSEDA

ห้องปฏิบัติการวิจัย vasabilab ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ มีความประสงค์จะจัดการอบรม OpenStack Tutorial และ OpenStack Birthday Party ในวันจันทร์ที่ 21 ถึงวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2557 ที่ ตึก บร 2 ภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีกำหนดการข้างล่าง

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ kasiditchanchio@gmail.com และจองที่นั่งได้โดยใส่ข้อมูลที่ Registration Web Page หรือส่ง ชื่อ นามสกุล หน่วยงานในสังกัด และเบอร์โทรศัพท์ มาที่ kasiditchanchio@gmail.com ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2557

  • ภาษาที่ไช้ในการอบรม: ไทย
  • ค่าใช้จ่ายในการอบรม 1,000 บาท สำหรับ บุคคลทั่วไป
  • นิสิต นักศึกษา สามารถเข้าอบรมได้ฟรี

เมื่อจบการอบรมแล้วผู้เข้าอบรมจะได้รับ Certificate of OpenStack Training จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


Continue reading

หลังจาก blog เรื่องแหล่งความรู้ OpenStack ไป ก็นึกสนุกทำ OpenStack Cheat Sheet ไป 2 เวอร์ชั่น และมีปัญหาจุกจิกกับ Neutron (Quantum) ที่ Lab Cloud Specialist เนื่องจาก Network Architecture ของ Lab ผิดไปจากที่ OpenStack Guid แนะนำไว้ก็เลยทำให้เกิดอาการงงกับ Neutron และปัญหาหนึ่งที่พยายามจะ Debug ก็คือ OpenVSwitch ซึ่งมันก็ดีนะ แต่ Debug งงมาก ก็เลยไปค้นคำถามจาก RedHat OpenStack ได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

  • PackStack All-in-One DIY Configuration อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกับ OpenVSwitch ในแต่ละขั้นตอนและวิธีการ Debug
  • Networking in too much detail อันนี้อธิบายแต่ละจุดของ Network ในส่วน Instance, Compute Host และ Network Host
  • OpenStack Networking with Neutron on RDO อันนี้เป็น Video อธิบาย้กี่ยวกับ Neutron เครื่องมือในการตรวจสอบและ Debug OpenVSwitch

OpenStack เป็น Cloud Management ตัวนึงที่กำลังมาแรง ด้วยโครงสร้างการออกแบบที่ทำงานร่วมกันของแต่ละโมดูลทำให้ OpenStack แตกต่างจาก Cloud Management ตัวอื่นๆ อย่างชัดเจน โครงสร้างของ OpenStack จะต้องมีอย่างน้อย 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่

  • Control Node
  • Compute Node

เครื่องมือช่วยคำนวณก็คือ BOM นั่นเอง สำหรับ BOM ตัวนี้พัฒนาจากบริษัทที่รับติดตั้งและพัฒนา OpenStack โดยตรงถือว่าเชื่อถือได้ครับ เครื่องมือใช้งานง่าย มีสิ่งที่ต้องกำหนด ได้แก่

  • อยากได้ Server ค่ายไหน DELL, HP, IBM, Super Micro
  • ระบบที่คุณจะทำสนับสนุน HA มั๊ย (3 Controllers)
  • อยากได้อุปกรณ์ Network ค่ายไหน DELL, Cisco, HP, Arista, Juniper, Brocade
  • ขนาดของ vCPU และ Memory โดยเฉลี่ยในระบบ
  • จำนวน VM ทั้งหมดที่คุณต้องการ
  • เลือกผลลัพท์ได้ว่าจะกรองตามจำนวนเซอร์ฟเวอร์หรือราคาที่ต้องจ่าย

มาดูผลลัพท์ของผมกันบ้าง สิ่งที่ผมต้องการคือ

  • ใช้อุปกรณ์ Server และ Network ของ DELL
  • ไม่มี HA
  • ขนาดของ VM โดยเฉลี่ยคือ 2 vCPU และ RAM ขนาด 1 GB
  • จำนวน VM ที่ต้องการ 4000 VMs

ดูราคากันก่อน (ผมเลือกตัวเลือกแรกเพราะราคาถูกที่สุด)

จากผลลัพธ์เราจะทราบข้อมูลเบื้องต้นในส่วนของฮาร์ดแวร์ทั้งจำนวนและราคา แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการคำนวณในส่วน storage สำหรับ Glace, Cinder และ Swift และที่สำคัญไม่มีการคำนวณในส่วนของ Neutron ด้วย สำหรับท่านที่อยากทดลอง เข้าไปลองคำนวณกันได้ที่ Mirantis Hardware Bill of Materials Calculator for OpenStack

ผมได้มีโอกาสไปเรียน Cloud Computing Specialist ทำให้ผมพบว่า การติดตั้ง OpenStack มันยุ่งจัง ยิ่ง service ของ OpenStack ยิ่งมากขึ้น ก็ต้อง config มากขึ้น อืมมม จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอ่ะนะ แต่สำหรับคนที่ต้องการสนองความอยากรู้อย่างผม เจ้าหมี Grizzly ก็เล่นเอาถอดใจเหมือนกัน วันนี้็เลยอยากมาแนะนำวิธีการติดตั้งแบบง่ายๆ สำหรับคนที่อยากรู้ว่า OpenStack เป็นยังไงเพื่อจะได้ทดลองเล่นได้ ก่อนจะถึงขั้นตอนติดตั้ง ต้องแนะนำสักหน่อยว่า OpenStack เป็น Cloud Management Platform ประกอบไปด้วย service ที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. Nova ทำหน้าที่จัดการส่วน Compute และ Orchestration อะไรที่ต้องยุ่งกับ VM ก็ดูตัวนี้
  2. Glance ทำหน้าที่เป็นตัวจัดการ Image Respository ของ VM ที่เราจะเอามาใช้งาน
  3. Cinder ทำหน้าที่เป็นตัวจัดการ Block Storage เอาไว้แปะกับ VM เพิ่ม Disk และเก็บข้อมูล
  4. Keystone ทำหน้าที่เป็น Identity Management และ Tenant ให้กับระบบ
  5. Swift ทำหน้าที่เป็น Object Storage เก็บไฟล์ หรือทำ Archive Block Storage ได้
  6. Neutron ทำหน้าที่เป็น Network Sevice จัดการเรื่อง Virtual Switch/Router/Network ได้
  7. Ceilometer ทำหน้าที่เป็น Meter วัดการใช้งาน resources ไม่ว่าจะเป็น CPU, Memory, Storage และ Network ได้
  8. Heat ทำหน้าที่เป็น Orchestration Tools โดยเตรียม Config ต่างๆ ไว้เป็น Template ใช้ในการ Deploy App ได้ง่ายๆ อันนี้ลอกมาจาก Cloud Formation ของ Amazon AWS
  9. Horizon เป็น Dashboard ทำงานผ่านเว็บ ช่วยให้เราไม่ต้องใช้ Command Line เยอะจนเกินไป

สำหรับผู้ที่อยากลองเล่น OpenStack มี 3 ช่องทางให้เลือก คือ

  1. ติดตั้งเอง
  2. ลองเล่นจาก TryStack
  3. ลองเล่นจาก Cloud Provider อย่าง Rackspace, HP Cloud เป็นต้น


สำหรับผู้ที่อยากติดตั้งเองมีอีก 3 ช่องทางให้เลือก

  1. ติดตั้งจาก Package ที่ Linux Distribution มีให้แล้ว Config ทีละ Service ไปเรื่อยๆ Config เหนื่อย ถ้าขยันก็อาจเลือกวิธีนี้ได้ :)
  2. ติดตั้งจากเครื่องมือ DevOps อย่าง เช่น Chef, Puppet, Juju, Crowbar, Foreman เป็นต้น
  3. ติดตั้งจากเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาอย่าง DevStack วิธีนี้เหมาะสำหรับ คนที่อยากรู้เฉยๆ restart เครื่องแล้ว service หายนะจ๊ะ

เยอะไปหรือเปล่า T_T เอาเป็นว่าผมเลือกวิธีง่ายๆ และสามารถเอาไปลองเล่นได้นานๆ วิธีที่ว่าคือ การติดตั้งผ่านเครื่องมือ DevOps ซึ่ง RedHat ได้เลือกใช้ Puppet มาเป็นเครื่องมือสำหรับการติดตั้ง OpenStack บน RedHat Enterprise Linux, Fedora 19+ และ CentOS มาดูวิธีการติดตั้งกัน สิ่งที่ต้องมี ได้แก่

  1. RedHat Enterprise Linux 6 Mini หรือ CentOS 6.4 Mini ก็ได้
  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี CPU 2 Cores, RAM 2GB, HDD 160GB เป็นอย่างต่ำ มีสัก 2 เครื่อง ต่อ LAN และออกเน็ตได้

โดย LAN เป็น Network 192.168.0/24 เครื่อง Controller มี IP เป็น 192.168.0.10 เครื่อง Node 1 มี IP เป็น 192.168.0.11

เริ่มจาก Cluster Controller (All in One)

ติดตั้ง CentOS 6.4 Mini ให้เรียบร้อย จากนั้นติดตั้ง RedHat OpenStack Repository ดังนี้

sudo yum install -y http://rdo.fedorapeople.org/openstack-grizzly/rdo-release-grizzly.rpm

จากนั้นติดตั้ง PackStack เครื่องมือที่ใช้ติดตั้ง OpenStack

sudo yum install -y openstack-packstack

เพื่อความแน่ใจ reboot เครื่อง 1 รอบ ให้ Kernel ใหม่ทำงาน จากนั้นก็ ติดตั้ง OpenStack ได้เลยโดยใช้คำสั่ง

packstack --allinone --os-quantum-install=n

รอจนกว่าการติดตั้งจะเสร็จ ตัวติดตั้งจะแจ้งว่าเข้าใช้งาน Dashboard ได้จาก URL อะไร และ Username, Password อะไร

สำหรับเครื่อง Node ทำแบบเครื่อง Controller ติดตั้ง packstack จากนั้น copy file packstack-answer-XXXXXX-XXXX.txt มาไว้ที่เครื่อง Node แก้ไขไฟล์นี้ในส่วน CONFIG_NOVA_COMPUTE_PRIVIF, CONFIG_NOVA_NETWORK_PRIVIF จาก lo เป็น eth0 , CONFIG_NOVA_COMPUTE_HOSTS เป็น IP ของเครื่อง Node คือ 192.168.0.11 แก้ CONFIG_NOVA_NETWORK_FLOATRANGE จาก 10.3.4.0/22 เป็น 192.168.0.128/26 จากนั้นสั่งติดตั้งตาม answer file ดังนี้

packstack --answer-file=packstack-answer-XXXXXX-XXXX.txt

หลังจากการติดตั้งเสร็จ มาลอง Service กันหน่อย ใช้คำสั่ง

source keystone_admin

เพื่อเปิด console และตั้งค่า Environment ให้เครื่องมือบน Command Line จากนั้นใช้คำสั่ง

nova-manage service list

เพื่อดูว่า service ทั้งหมดทำงาน หรือใครอยากจะทดสอบ เป็นราย service โดยการ list ข้อมูลออกมาก็ได้ เช่น nova list, glance index, cinder list เป็นต้น ถ้าลองแล้วไม่มี Error ก็ถือว่าใช้ได้ ลืมบอกไปว่าถ้าจะทำให้ VM ที่สร้างขึ้นมา ต่อกับโลกภายนอกได้ ต้องตั้ง Floating IP แต่ PackStack กำหนดค่าให้เราสำเร็จ ซึ่งเป็นค่าที่ผิด T_T ต้องมาแก้กันก่อน โดยลบของเก่าออกก่อน

nova floating-ip-bulk-delete 10.3.4.0/22

และเพิ่ม Floating IP ที่ถูกต้องลงไป

nova floating-ip-bulk-create 192.168.0.128/26

จากนั้นสร้าง SSH Key สำหรับใช้งานกัน :)

nova keypair-add mykey > mykey.pem

ดาวน์โหลด VM Image สมมติว่าเป็น Ubuntu ละกัน

wget http://cloud-images.ubuntu.com/precise/current/precise-server-cloudimg-amd64-disk1.img

และลงทะเบียนเข้าไปใน Glance ดังนี้

glance image-create --name 'precise' --disk-format qcow2 --container-format bare --is-public true < precise-server-cloudimg-amd64-disk1.img

กำหนด security group ให้ ssh และ ping ได้

nova secgroup-add-rule default icmp -1 -1 0.0.0.0/0

nova secgroup-add-rule default tcp 22 22 0.0.0.0/0

เมื่อมีของครบแล้วก็เริ่ม start vm กันได้ โดยใช้คำสั่ง

nova image-list

ดูว่า precise image id เป็นเท่าไร จากนั้นสั่ง boot ด้วยคำสั่ง

nova boot --image <image-id> --key-name mykey --flavor m1.small --security-groups default myprecise

ใช้คำสั่ง nova list ก็จะพบว่า vm ชื่อ myprecise กำลังเริ่ม start แล้ว เมื่อเข้าสู่สถานะ running ก็สามารถ ssh เข้าไปได้ อ้อ ก่อนอื่นกำหนด Floating IP ให้ VM เสียก่อน โดยใช้คำสั่ง

nova add-floating-ip myprecise 192.168.0.129

ใช้คำสั่ง nova list ดูว่า floating ip ไปเกาะกับ vm ของเราหรือยัง ถ้าเกาะเรียบร้อยแล้วก็สามารถ ssh เข้าไปได้โดยใช้คำสั่ง

ssh -i mykey.pem ubuntu@192.168.0.129

เอาแค่นี้ก่อน คุณสามารถใช้งาน OpenStack จาก Dashboard ได้นะครับ

สำหรับใครที่อยากใช้ OpenStack แบบจริงๆ จังๆ หรือต้องการทำ Private Cloud ใช้ในองค์กร แนะนำให้ไปเรียนกับ ClusterKit หรือ อ.อาณัติ หรือ ซื้อบริการ RedHat OpenStack, Ubuntu OpenStack ได้จากตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่านครับ :)

ผมได้กลับมาใช้ OpenStack อีกรอบ หลังจากที่เคยใช้รุ่น Essex เป็นรุ่นที่ Horizon เพิ่งเสร็จใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ก็ใช้ command line มาตลอดจำได้เพราะใช้บ่อย ผ่านไปเกือบ 2 ปีกลับมาใช้รุ่น Grizzly ที่เคยใช้คำสั่งใน command line ได้ก็ลืมหมด ก็เลยคิดว่าทำ Cheat Sheet ไว้สักหน่อยน่าจะดี ผมก็เลยถือโอกาส แชร์เอาไว้ให้ได้ดาวน์โหลดไปแปะข้างฝาละกันนะครับ สำหรับท่านที่สนใจร่วมทำ Cheat Sheet ก็ขอ Share เอกสารผ่าน Google Drive ได้ครับ

Cluster Kit เปิดตัวหลักสูตร OpenStack Administration สำหรับผู้ที่สนใจการพัฒนาระบบ Private Cloud ในหน่วยงาน เน้นหลักการทำงานของ OpenStack เพื่อสำหรับการใช้ติดตั้งและตั้งค่าเพื่อให้สามารถสร้าง Private Cloud โดยใช้ OpenSource เป็นแกนหลัก โดยจะเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจถึงสถาปัตยกรรมและโครงสร้างของ OpenStack เทคนิคการติดตั้ง การตั้งค่า และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการใช้งาน OpenStack

วัตถุประสงค์:

  1. รู้และเข้าใจแนวคิดของ Cloud Computing เพื่อนำไปสู่การเข้าใจ OpenStack
  2. รู้จักภาพรวมของ OpenStack รวมไปถึงสถาปัตยกรรมบน OpenStack
  3. สามารถติดตั้ง OpenStack บน server หลายตัวได้
  4. สามารถจัดการกับระบบ OpenStack ทั้งในมุมมองของผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานได้

คุณสมบัติของผู้อบรม :

มีความรู้พื้นฐาน Linux Administrator

ระยะเวลา : 18 ชั่วโมง ( 3 วัน )
ราคา : 12,840 บาท

พิเศษ สำหรับรุ่นที่ 1 และ 2 เพียง 6,000 บาท เท่านั้น (inc vat)

Canonical บริษัทผู้พัฒนา Ubuntu เปิดตัว AWSOME (Any Web Service Over Me) เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้ Amazon Web Service (AWS) ย้ายมาใช้ OpenStack Cloud Computing Platform สำหรับ AWSOME จะมาพร้อมกับ Ubuntu Server รุ่น 12.04LTS ซึ่งจะออกในปลายเดือนนี้ ในรุ่น Beta มีฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐานครบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งใช้งานได้กับ AWS EC2 (Elastic Compute Cloud) และ S3 (Simple Storage Service) สามารถใช้เครื่องมือของ Canonical อย่าง Juju สั่งทำงานกับ instance ได้โดยตรง

ทางด้าน Eucalyptus ได้ร่วมมือกับ Amazon ด้าน Private Cloud ให้บริการควบคู่กับ Amazon Web Service ที่มีอยู่เดิม ซึ่ง Eucalyptus มี API ที่เข้ากันได้กับ Amazon มากกว่า และเคยเป็น Cloud Platform หลักของ Ubuntu ก่อนที่ Canonical เปลี่ยนใจไปใช้ OpenStack แทน

สำหรับ AWSOME สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บโครงการใน Launchpad ใช้สัญญาอนุญาติแบบโอเพนซอร์ส GNU/AGPL3