เชื่อว่าหลายๆท่าน ที่เคยปรับธีมของ Ubuntu ให้เป็น Mac เป็น Windows หรือเป็นอย่างอื่นมาแล้ว คงต้องเปลี่ยนกลับมาเป็นธีม Ubuntu เดิมกันหมดทุกท่าน เพราะมันดูสบายตาสุดละ แต่ในเรื่องของการปรับแต่งธีมนั้นก็ไม่เคยล้าสมัยแต่อย่างใด ยังคงมีผู้ใช้หลายๆท่านที่ยังไม่เคยปรับธีมกันอยู่ แล้ววันนี้จะมาขอแนะนำอีกทีครับ เป็นเรื่องของการแต่งองค์ทรงเครื่อง แบบ เอาให้ดูกันไม่รู้เลยว่า นี่ล่ะ Ubuntu ของเรา (พนันว่า ใช้ได้ไม่ถึง สองอาทิตย์ก็เบื่อ และเปลี่ยนกลับ) ส่วนท่านใดที่คิดว่าเคยเปลี่ยนได้เหมือนสุดแล้ว ลองทำตาม How to นี้ดูครับ เอาล่ะ ก่อนเริ่ม มาดูก่อนว่าเราจะทำอะไรกับมันกัน ก็ เราจะเปลี่ยนจาก แบบนี้ ให้เป็น แบบนี้

    เตรียมของก่อนครับ โหลดเลย

  1. Modified Mac4Lin theme
  2. Mac4Lin icon set
  3. Mac4Lin wallpaper
  4. Avant Windows Manager elegant glass theme
  5. แนะนำว่า แยกโฟลเดอร์ Macfiles ไว้ใน Home ของเราครับ แล้วยัดๆของไว้ จะได้ไม่งง

    ติดตั้ง OSX Leopard Theme

  1. ไปที่ System->Preferences->Appearance
  2. คลิกที่ Install แล้วเลือก Mac4Lin GTK theme (/home/username/Macfiles/Mac4Linv0.4/GTK Metacity Theme/Mac4LinGTKv0.4.tar.gz)

  3. เสร็จแล้ว ให้คลิกที่ Install อีกทีครับ แล้วเลือก Mac4Lin icon theme. (/home/username/Macfiles/Mac4LinIconsPart2v0.4.tar.gz) ถ้ามันถาม ก็ให้ตอบว่า “Apply new themes“ โลดครับ
  4. เสร็จแล้ว ก็ Install อีกทีครับ ทีนี้เลือก Mac4Lin mouse cursor theme. (/home/username/Macfiles/Mac4Linv0.4/GTK Cursor Theme/Mac4LinCursorsv0.4.tar.gz) เหมือนเดิมครับ กด “Apply new themes” ถ้ามันถาม
  5. คลิกที่ ‘customize’ แล้วเลือก Mac4LinGTKv0.4 แล้วให้ไปที่ Tab “Window border” ครับ เลือกที่ Mac4LinGTKv0.4. แล้วปิดหน้าต่างเลยครับ
  6. เสร็จแล้วกลับไปที่ System->Preferences->Appearance เหมือนตอนแรกครับ
  7. ไปที่ Tab Background ครับ คลิก add แล้วเลือกที่ Leopard wallpaper ครับ (/home/username/Macfiles/Wallpapers/Leopard.jpg) เสร็จแล้วปิดหน้าต่างเลยครับ
  8. จบส่วนของติดตั้ง Theme ครับ

    ติดตั้ง Dock ครับ

  1. เปิด Terminal โลดครับ ที่ Applications->Accessories->Terminal
  2. สั่ง gksu gedit /etc/apt/sources.list
  3. เพิ่มสองบรรทัดนี้ลงไปท้ายไฟล์เลยครับ
    deb http://ppa.launchpad.net/awn-testing/ubuntu hardy main
    deb-src http://ppa.launchpad.net/awn-testing/ubuntu hardy main
  4. เซฟแล้วปิดครับ
  5. กลับมาที่ Terminal ครับ สั่ง
    sudo apt-get update
    sudo apt-get install avant-window-navigator-trunk awn-manager-trunk awn-extras-applets-trunk
  6. ไปที่ System->Preferences->AWN manager ที่ช่องทางซ้าย คลิกที่ Theme ครับ เสร็จแล้ว ดูทางขวาครับ คลิกที่ add แล้วในโฟลเดอร์ที่เราโหลดไฟล์มานะครับ เลือกที่ไฟล์ Elegantglass.tgz เจ้า Theme อันนี้จะถูกเรียกเข้ามา ให้เลือกมันซะแล้วกด Apply ครับ
  7. ต่อครับ ที่ช่องทางซ้ายให้คลิกที่ Applet เสร็จแล้วที่กล่องทางขวา ให้เลื่อนลงมาจนเจอ Stacks Applet คลิกเลือกมัน แล้วกดที่ Activate แล้วเจ้า Mac Leopard stack จะถูกเพิ่มลงใน dock ครับ
  8. คลิกขวาที่ panel ล่าง จากนั้นคลิกที่ “delete this panel” เพื่อลบ panel ล่างออกไปครับ จะได้ไม่ซ้อนกับ AWN
  9. เปิด AWN โดยไปที่ Applications->Accessories->Avant Window Navigator เสร็จแล้วให้ลากไอคอนที่ใช้เรียกโปรแกรมลงมาใส่ตามต้องการครับ
  10. จบเรื่องของการจัดการ Dock แต่เพียงเท่านี้ครับ

    ติดตั้ง Font ของ OSX

  1. เปิด Terminal โลดครับ ที่ Applications->Accessories->Terminal
  2. สั่งตามนี้เลยครับ ไล่ไปเรื่อยๆเลย
    sudo apt-get install msttcorefonts
    cd /usr/share/fonts
    sudo tar xvzf /home/username/Mac
    files/Mac4Linv0.4/Fonts/OSXFonts.tar.gz
    sudo tar xvjpf /home/username/Macfiles/Mac4Linv0.4/Fonts/fontconfig.tbz -C /etc/fonts
  3. ตั้งค่า Font ครับ ไปที่ System->Preferences->Appearance คลิกที่ Tab Fonts แล้วเลือกฟอนต์ตามภาพโลด
  4. จบเรื่องการตั้งค่าฟอนต์เท่านี้ครับ

    แก้ไขเงาของขอบหน้าต่าง

  1. เปิด Terminal โลดครับ ที่ Applications->Accessories->Terminal
  2. สั่งครับ gconf-editor
  3. หน้าต่างของโปรแกรม gconf-editor จะเด้งขึ้นมา ให้ค่อยๆเลื่อนลงไปจนถึง App->Metacity->general เสร็จแล้วที่หน้าต่างทางขวา ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ buttonlayout
  4. จะมีกล่องข้อความขึ้นมา ให้เปลี่ยนค่าในช่อง Value เป็น ‘close,minimize,maximize:menu’ เสร็จแล้วคลิก OK แล้วปิดโปรแกรม gconf-editor ได้เลยครับ
  5. เสร็จส่วนของเงาเท่านี้ครับ

    เปลี่ยน Menu bar

  1. ลบไอคอนทางซ้ายของ panel บน ให้หมดก่อนครับ โดยคลิกที่ไอคอน แล้วเลือก Remove from panel‘
  2. ที่ panel เดิม ด้านขวา เอาปุ่ม logout ออกไปครับ
  3. ยังอยู่ที่มุมขวาของ panel บนเหมือนเดิมนะครับ คลิกขวาตรงที่ว่างๆ เลือก Add to panel เลื่อนลงมาล่างๆ มองหา Search for files แล้ว add เลยครับ
  4. ที่ซ้ายสุดของ panel ให้คลิกขวา แล้วเลือก Add to panel เช่นเคยครับ ให้เลื่อนลงมาจนเจอ Main Menu ให้ add ลงไปเลยครับ
  5. ต่อไป เรียก Terminal ขึ้นมาครับ สั่งตามนี้เลย
    cd Mac
    files
    wget http://gnome2-globalmenu.googlecode.com/files/gnome-globalmenu-0.4-svn964.tar.gz
    tar zxvf gnome-globalmenu-0.4-svn964.tar.gz
    cd globalmenu
    sudo dpkg -i *.deb
  6. ถ้าเจอเออเรอร์จากการติดตั้งแพคเกจให้ลองสั่ง sudo dpkg -i –force-overwrite *.deb
  7. ส่วนถ้าเป็นเออเรอร์จาก gnome-globalmenu-applet ให้ลองสั่ง sudo apt-get install -f
  8. เสร็จแล้วที่ panel บน ให้คลิกขวาเลือก Add to panel มองหา Global Menu Applet แล้ว add ลงไปเลยครับ
  9. ตอนนี้จะยังไม่เห็นอะไรครับ ให้ logout แล้ว login ใหม่ก่อน เสร็จแล้วลองเรียกโปรแกรมต่างๆขึ้นมาใช้งานดูครับ แล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ panel
  10. เปลี่ยนสีพื้นหลังของ panel ครับ คลิกขวาที่ panel บน เลือก Properties ไปที่ Tab Background คลิกเลือกที่ Background image ที่โฟลเดอร์ /home/username/.themes/Mac4Lin_GTK_v0.4/gtk-2.0/Panel ให้เอาไฟล์ panel-bg.png มาเป็นพื้นหลังครับ เสร็จแล้วกด OK เลยครับ
  11. คลิกขวาที่ตัว globalmenu แล้วเลือก Preferences จากนั้น ตั้งค่าตามรูปครับ

  12. จบส่วนของ panel บนครับ เล่นเอาซะเหนื่อย

    ตั้งค่าหน้า Login

  1. ไปที่ System->Administration->Login Window ที่ Tab Local คลิกที่ Add จากนั้นเลือกไปที่พาธ /home/username/Mac_files/Mac4Lin_v0.4/GDM Theme แล้วเลือกที่ไฟล์ Mac4Lin_GDM_v0.4.tar.gz คลิกเลือกที่ Theme ที่ติดตั้งใหม่ครับ
  2. ที่ด้านล่างของช่องที่มีให้เลือก Theme จะมีกล่อง Background color อยู่ ให้เลือกสีเป็น E5E5E5
  3. เสร็จแล้วลอง logout เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงที่หน้า login ครับ
  4. หน้า login จบเพียงเท่านี้ครับ

    เปลี่ยนภาพหน้า usplash

  1. เปิด Terminal ครับ สั่ง sudo apt-get install startupmanager
  2. ไปที่ System->Administration->Start-Up Manager เลือกที่ Tab Appearance คลิกที่ Manage bootloader theme เลือกไปที่ไฟล์ /home/username/Mac_files/Mac4Lin_v0.4/GRUB Splash/appleblack.xpm.gz คลิกที่กล่อง Use background image for bootloader menu แล้วเลือกที่ appleblack

  3. ยังอยู่ที่หน้าต่างเดิมนะครับ คลิกที่ Manage usplash theme คลิก Add แล้วเลือกที่ไฟล์ /home/username/Mac_files/Mac4Lin_v0.4/USplash Theme/osx-splash.so คลิก OK เลือก OSX-splash
  4. ลอง reboot แล้วดูผลลัพภ์ครับ
  5. จบเรื่อง usplash ครับ

    ตั้งค่า Dashboard effect

  1. เปิด Terminal ครับ สั่ง sudo apt-get install screenlets compizconfig-settings-manager
  2. ไปที่ System->Preferences->Advanced Desktop Effect Setting ที่ช่องทางซ้ายเลือก Desktop ที่ช่องทางขวาให้เลือกที่ Widget layer
  3. ไปที่ Accessories->Screenlets เปิดใช้งาน widgets ตามต้องการ เสร็จแล้วคลิกขวาที่ widget แล้วเลือก Properties ไปที่ Tab Options เลือก Treat as widget ให้ทำแบบนี้กับทุก widgets ที่เปิดใช้งานครับ
  4. ลองใช้งาน dashboard โดยกดที่ F9 ครับ
  5. เสร็จครับ ทั้งหมดก็เท่านี้แล

ปล. ใครทำเสร็จแล้วเอามาอวดกันมั่งครับ ที่มา: maketecheasier.com

 

ใช้ OS X อยู่พักใหญ่ ใช้มาเดือนกว่าๆได้มั๊ง ก็ตั้งใจอยู่นานแล้วว่าถ้าชีวิตเริ่มลงตัวจะมาลิสท์สักหน่อยว่าการใช้ชีวิตบน OS X นี้เราควรจะมี Application อะไรไว้ใช้บ้าง ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่จะมาไล่รายการ

คิดว่ายังไม่ครบเครื่องดี แต่ก็น่าจะมากพอสำหรับเบื้องต้น ไอเดียหลักๆคือ เมื่อซื้อเครื่อง Mac มาแล้ว มี OS X เป็น Proprietary Software ตัวเดียว พร้อมด้วยซอฟต์แวร์อื่นๆในชุด เราควรจะมีซอฟต์แวร์อะไรเพิ่มเติม ให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องจ่ายเงินค่อซอฟต์แวร์อีก

รายการสำหรับผมในตอนนี้ก็ ตามนี้ครับ

  • Blender โปรแกรมสร้างโมเดลสามมิติ แม้จะไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก แต่มีติดเครื่องไว้ก็อุ่นใจกว่า เพราะโปรแกรมก็ไม่ได้ตัวใหญ่โตอะไรนัก
  • Burn โปรแกรม Burn CD ใช้งานฟรีครับ
  • DestroyFlickr ตัวนี้เป็น AIR Application ใช้งานยังไม่ถูกใจนัก แต่บางท่านอาจจะชอบ
  • Firefox ตัวนี้ไม่มีไม่ได้
  • Firebug Firefox Extension ไว้ปรับแต่งเว็บไซต์ครับ ตัวนี้สำคัญมาก
  • Twitterbar Firefox Extension ก็ไว้ tweet ครับ ย้ายมาจาก TwitterFox ก็ถือว่าถูกใจดี
  • Delicious Firefox Extension ต้องมีครับ ไว้ Bookmark ได้สะดวกๆหน่อย
  • Flickr Uploadr ถ้าเน้นอัพโหลดตัวนี้สะดวกสุด
  • GIMP อันนี้ไม่มีไม่ได้ ยิ่งทำกราฟิกบ่อยๆด้วยแล้ว
  • Inkscape ก็เป็นโปรแกรมวาดภาพ Vector ที่ต้องมีติดเครื่องไว้ครับ
  • OpenOffice.org โปรแกรมสำนักงานยอดนิยม ไม่ว่าจะทำงานด้านไหนก็ต้องมีไว้ก่อน
  • Q โปรแกรม Emulator เพื่อจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใช้ในการทดสอบครับ
  • Seashore โปรแกรม GIMP เวอร์ชั่น Cocoa ใช้งานสะดวกขึ้นนิด แต่อาจจะไม่คุ้นเคยบ้าง
  • Smultron โปรแกรม Text editor ที่สามารถ Hi-light โค้ดได้
  • SuperTux ติดเครื่องไว้ แก้เบื่อ
  • Subversion ไว้ Checkout และ Commit โปรเจคทั้งหลาย
  • VLC ต้องคิดเครื่องไว้ สำหรับเล่นไฟล์ Multimedia ต่างๆ
  • XAMPP อันนี้คนทำเว็บไม่มีไม่ได้ สำหรับโปรแกรม Web Server Suite

คิดว่าตามนี้ก็พอจะครอบคลุมแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป ที่สำคัญ ซอฟต์แวร์ทั้งหมดนี้สามารถใช้งานได้ฟรีๆ โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว ท่านที่ใช้ OS X ลองหามาเล่นดูครับ ไหนๆค่าเครื่องก็แพงแล้ว มาประหยัดที่ค่าซอฟต์แวร์กันดีกว่า

ใครที่เป็นคนทำงานด้านกราฟิคที่ใช้ Mac คงมีปัญหาอยู่ไม่น้อยกับการใช้งาน GIMP บน OS X ใช่ไม๊ครับ เพราะด้วยเหตุที่ต้องใช้งานผ่าน X11 แถมหน้าต่างสำหรับการใช้งาน GIMP ให้ครบเครื่องนั้น เรายังต้องใช้หน้าต่างมากถึง 3หน้าต่างด้วยกัน ดังนั้นจึงเป็นปัญหามากเวลาต้องใช้งานระหว่างหน้าต่าง เพราะเราจะต้องคลิกหน้าต่างเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครั้งเพื่อ Active window ซึ่งก็มีอยู่บ่อยๆ ที่เราจะลืมคลิกหน้าต่างเพื่อ Active แล้วเราจะนั่งรองงๆ ว่า เอทำไมโปรแกรมมันไม่ทำงานหว่า

ด้วยปัญหาดังที่ว่ามา ก็เลยเอาอีกโปรแกรมมาแนะนำครับ โปรแกรมที่ว่านี้มีชื่อว่า Seashore เป็นโปรแกรมตกแต่งภาพที่พัฒนาต่อมาจาก GIMP นั่นเอง เท่าที่ทดลองใช้งานแล้วความสามารถต่างๆของโปรแกรมถือว่าครบครันดี รองรับไฟล์ต่างๆของ GIMP การจัดเก็บไฟล์ใช้ xcf เป็นสกุลหลักเช่นเดียวกับ GIMP และที่สำคัญสุดคือ ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้งานระหว่างหน้าต่าง เพราะโปรแกรมจะมองทุกหน้าต่างของ Seashore ว่าเป็นโปรแกรมเดียวกัน ไม่ต้องปวดหัวเรื่อง Active window อีกต่อไป

สนใจโปรแกรม Seashore สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://seashore.sourceforge.net

สลับใช้ ubuntu บ้าง OS X บ้าง มาสัก 5วันเห็นจะได้ พอได้เห็นจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละตัวประมาณนี้ (บางอันอาจไม่ใช่จุดด้อย แต่เป็นความไม่เคยชินของผมเอง) ก็เลยเอามาแบ่งปันประสพการณ์กันครับ หรือถ้าใครที่ใช้สองระบบอยู่ประมาณนี้จะลองแชร์ข้อมูลกันดูก็ดีครับ

  • OS X ทำอะไรแต่ละอย่างจะทำได้โดยการคลิกที่น้อยครั้งกว่า อันนี้ยกเป็นเคสไม่ถูก ต้องลองใช้ดูเอง
  • OS X จะย่อหรือขยายหน้าต่าง มันบังคับให้ปรับขนาดที่มุมขวาล่างเท่านั้น ในขณะที่ Ubuntu จับที่มุมไหนของหน้าต่างก็ได้
  • OS X ถ้าต้องการหยิบสองหน้าต่างมาคู่กัน เราต้องใช้ Expose’ ขยับสองที เพื่อหาหน้าต่างให้ครบสองอัน (จริงๆใช้ cmd+tab ก็ได้)
  • OS X เวลาปิดโปรแกรมด้วยปุ่มแดง มันจะมาซ่อนไว้ที่ Dock ต้องปิดที่เมนูโปรแกรม อันนี้เข้าใจว่า คงเป็นข้อดีเพื่อให้เวลาเรียกโปรแกรมอีกทีมันจะเรียกได้เร็ว มั๊งนะ
  • OS X ไม่มี Virtual Desktop ให้ใช้ หน้าต่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอันนี้ใน Ububtu จะเรียกว่าจำเป็นเลยก็ได้ คือต้องมีสองหน้าต่างเป็นอย่างต่ำ
  • OS X ไม่มี Package Manager แต่ข้อดีคือ เวลาโปรแกรมมันพัง มันก็จะพังอยู่โปรแกรมเดียว
  • OS X ไม่มี Package Manager ข้อเสียคือ เวลาจะหาโปรแกรมอะไรเราต้องกด Google ซึ่งก็จะได้โปรแกรมที่เลิกพัฒนาไปแล้วบ้างก็มี ในขณะที่ Ubuntu เราแค่เสริชโปรแกรมใน Synaptic เราก็จะได้ทุกอย่างที่ต้องการ จริงๆโปรแกรมนอก Synaptic ไม่ใช่ไม่มี แต่น้อยมาก
  • OS X ใช้เมาส์ปุ่มกลางในการก๊อปปี้ไม่ได้ อันนี้สำคัญมาก
  • Ubuntu ปรับอินเทอร์เฟซได้ ปรับให้คล้าย OS X ก็ได้ Windows ก็ได้ อันนี้เป็นข้อดีที่ทำให้คนจะย้ายมาใช้ Ubuntu ไม่ว่ามาจากฝั่งไหนก็จะปรับสภาพแวดล้อมให้คล้ายของเดิมได้ ลดความไม่คุ้นเคยลงประมาณนึง
  • OS X จะทำอะไรกับอีกหน้าต่างนึง เราจะต้องคลิกมัน 1ครั้ง เพื่อไฮไลท์มันก่อน แต่ถ้าเป็น Ubuntu คลิกโดนอะไรก็ทำอันนั้น
  • OS X ไม่มีฟอนต์ลาวในตัว อันนี้เหตุผลส่วนตัว
  • OS X App ในฝั่ง Proprietary รองรับมากกว่า แต่ไม่ถือเป็นปัญหาสำหรับ Ubuntu เพราะ App บน Ubuntu โดยมากมักจะฟรีและดีด้วย
  • Finder ใช้ง่าย พอใช้จนคล้องแล้วก็ ไม่รู้สึกว่ามันเลวร้าย ส่วน Nautilus ก็ครอบจักรวาลไปหน่อย เช่น SCP, FTP, BurnCD ได้หมด แต่อันนี้ก็แล้วแต่จะชอบ สำหรับผมถือว่าดีกันคนละแบบ
  • Terminal พิมพ์หรือแสดงผลไทยไม่ได้ นี่ว่าจะ apt gnome-terminal มาเล่นอยู่

นอกนั้นก็นึกอะไรไม่ออกแล้วครับ เพราะทั้งสองตัวก็มีดีที่คนละแบบไปครับ แต่ถ้าเอาข้อดีมารวมกันได้ มันคงจะดมากๆครับ