Mozilla เร่งอัพเทคโนโลยีเพื่อเร่งประสิทธิภาพของเอนจิ้น JavaScript และเว็บแอพพลิเคชัน โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ชื่อ TraceMonkey ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการคอมไพล์เนทีฟโค้ดลงไปให้กับเอนจิ้น โดยทาง Mozilla กล่าวว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวนี้พัฒนาจากโค้ดและไอเดียที่แชร์ร่วมกับ Tamarin Tracing project โดยที่ TraceMonkey นั้นถูกติดตั้งมาพร้อมกับ Firefox 3.1 ซึ่งถือได้ว่าเป็นฟีเจอร์ชูโรงของ Firefox 3.1 เลยก็ว่าได้ ซึ่งคาดว่ากว่าจะออกมาสู่ตลาดอาจจะราว ๆ ปลายปีเป็นอย่างเร็ว

โดยสำหรับ TraceMoney นั้นเป็นเหมือนกับการพัฒนาเอนจิ้นประมวลผล JavaScript SpiderMonkey ของ Firefox ที่มีอยู่เดิม โดยการใช้คอนไพเลอร์แบบ Just-In-Time(JIT) แบบใหม่เพื่อเร่งประสิทธิภาพของ JavaScript ได้ตามความต้องการ ซึ่ง TraceMoney นั้นจะช่วยให้สามารถพัฒนา Mozilla ไปสู่อนาคตได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะว่าโค้ดของ Firefox ส่วนใหญ่ถูกเขียนขึ้นมาโดย JavaScript ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้ Firefox ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น

โดย TraceMoney นั้นจะสนับสนุนทั้ง x86, x86-54 และ ARM ซึ่งหมายความว่าทั้งแพล็ตฟอร์มโมบายและเดสก์ทอปก็สามารถทำงานได้ไม่ต่างกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก

นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกันยายน 2551

Sun Microsystems เปิดตัว NetBean 6.5 IDE รุ่นทดลองให้ได้ใช้งานกันแล้ว โดยมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอย่างเช่น QuickSearch ที่สามารถค้นหาได้ทั่วทั้ง IDE อีกทั้งมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น และมีฟีเจอร์ Compile on Save ได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอพพลิเคชันอย่าง Java, PHP, C/C++, Groovy, Grails, Ruby, Ruby on Rails รวมทั้ง AJAX ได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการสนับสนุนเว็บเฟรมเวิร์กอย่าง Hibernate, Spring และ JavaServer Faces อีกด้วย ขณะเดียวกันทั้งฐานข้อมูลและเซิร์ฟเวอร์แอพพลิเคชัน Glassfish ก็ยังรองรับเช่นเดียวกัน

โดยสำหรับในรุ่นเบต้าตัวนี้นั้นเปรียบได้กับการออกมาเพื่อรองรับกับไมล์สโตน 1 ในการพัฒนา ซึ่งคาดว่า NetBeans 6.5 รุ่นปกตินั้นน่าจะออกมาได้ประมาณช่วงเดือนตุลาคมอย่างแน่นอน นอกจากนี้แล้วค่าย Jaspersoft ก็ยังเปิดตัวถึงความสามารถในการพัฒนา business intelligence สำหรับ Netbeans อีกด้วย รวมทั้งการอัพเกรดการรองรับ business intelligence สำหรับฐานข้อมูล MySQL เช่นกัน โดยที่ปลั๊กอิน Jaspersoft iReport สำหรับ NetBeans นั้นเป็นเครื่องมือแดชบอร์ด และเครื่องมือสร้างรายงานแบบกราฟิก ซึ่งจัดว่าเป็นโอเพ่นซอร์สที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว โดยรีพอร์ตทั้งหมดนั้นจะส่งผ่านทาง JasperServer ซึ่งจะมีเครื่องมือต่าง ๆ มาให้ใช้อยู่มากมายทีเดียว นอกจากนี้แล้ว Jasper for MySQL เวอร์ชัน 3 ก็ยังมีการปรับแต่งฟีเจอร์ของ Jaspersoft Business Intelligence Suite ให้สามารถทำงานร่วมกับ Jaspersoft 3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก

นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกันยายน 2551

ดูเหมือนว่า Visual Studio จะไม่ได้ยึดติดกับไมโครซอฟต์อีกต่อไป เพราะ Mainsoft นั้นช่วยให้นักพัฒนาสามารถนำเครื่องมือในการพัฒนาจากไมโครซอฟต์มาใช้พัฒนาแอพพลิเคชันบนแพล็ตฟอร์มอื่นๆ  ได้แล้ว โดยมีการอัพเดทให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับ Java, Linux และ Unix ได้โดยใช้ Microsoft’s Visual Studio 2008 IDE

โดยที่ Mainsoft for Java EE เวอร์ชัน 2.5 นั้นเป็นชุดเครื่องมือที่ทำงานอยู่บน Visual Studio ซึ่งจะมีเอนจิ้นสำหรับการคอมไพล์ข้ามกันทำให้นักพัฒนาที่ชิ Visual Basic และ C# สามารถเขียนแอพพลิเคชัน ASP.Net AJAX ขึ้นมาแล้วนำไปรันบนแพล็ตฟอร์ม Java EE ได้ ซึ่งผู้ที่ใช้แพล็ตฟอร์มนี้ก็เห็นมีทั้ง IBM WebSphere Portal and Application Server, Lotus Expeditor and Notes, Tomcat และเซิร์ฟเวอร์อื่น ๆ ที่สนับสนุนมาตรฐาน JavaEE โดยนอกจากจะสนับสนุนการทำงานกับ Visual Studio 2008 ยังเพิ่มความสามารถให้กับ C# 3.0 และ Visual Basic 9 ได้โดยตรงอีกด้วย

โดยในเวอร์ชัน 5.2 นี้ Mainsoft for Unix and Linux นั้นจะช่วยให้นักพัฒนา C++ สร้างแอพพลิเคชันขึ้นจาก Visual Basic 2008 แล้วติดตั้งลงบนแพล็ตฟอร์ม Unix และ Linux ได้ถึง 21 แบบ โดยการอัพเกรดครั้งนี้มีการเพิ่มการสนับสนุน HP-UX 11i v2, v3 บนเครื่อง HP Integrity Servers ที่ใช้โพรเซสเซอร์ Intel Itanium 4 บิตอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังสนับสนุน Red Hat Enterprise Linux 5 for x86_64 และ Suse Linux Exterprise Server 10 for x86 รวมทั้งอีกหลากหลายแพล็ตฟอร์มเช่นกัน

ซึ่งทาง Mainsoft คาดว่าจะมีมากกว่า 1 ล้านยูสเซอร์ที่รันซอฟต์แวร์วินโดว์นี้บน Java EE, Unix หรือ Linux เพราะว่าใช้ผลิตภัณฑ์จาก Mainsoft ในการพัฒนา

โดย Mainsoft ออกมากล่าวว่ามีการลงทุนไปกับการพัฒนา, ทดสอบ และปรับแต่งประสิทธิภาพของเครื่องมือมากกว่า 150 man year เพื่อจะให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ทำงานข้ามแพล้ตฟอร์มได้จริง โดย Mainsoft for Unix and Linux นั้นมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 12500 ดอลลาร์สำหรับนักพัฒนา 4 ยูสเซอร์ และ Mainsoft for Java enterprise edition นั้นมีราคาเริ่มต้นที่ 5000 ต่อซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์ Tomcat ส่วนในเวอร์ชันโอเพ่นซอร์สที่แจกฟรีสำหรับ Mainsoft for Java EE นั้น มีชื่อเรียกอีกช่อหนึ่งว่า Grasshopper 2.5 ก็พร้อมให้ดาวน์โหลดได้แล้ว แต่ยังขาดความสามารถที่ไม่สามารถพัฒนาได้หลากหลายแพล็ตฟอร์มเหมือนอย่างเวอร์ชันอื่น โดยจำกัดเฉพาะ Tomcat เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกันยายน 2551

อาจจะได้ยินข่าวคราวกันมาแล้วบ้างสำหรับ Mobile Linux จาก Ubuntu ซึ่งทางค่าย Canonical เองก็เปิดตัว Ubuntu สำหรับอุปกรณ์โมบายอินเทอร์เน็ตในเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาโดยเฉพาะ โดยที่ Ubuntu MID นั้นสามารถทำงานได้กับอุปกรณ์หลัก ๆ 2 รุ่นคือ Samsung Q1U และ Intel Crown Beach ซึ่งใช้โพรเซสเซอร์ Atom จากอินเทล นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถรันบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ virtualization แบบ KVM โดย MID ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่อินเทลกำลังพยายามโปรโมตอยู่นั้นจะเป็นอุปกรณ์โมบายที่ใหญ่กว่าและดูเหมือนคอมพิวเตอร์มากกว่า ถ้าไปเทียบกับ iPhone แต่ก็ยังเล็กกว่าเครื่องพีซีแบบ ultraportable

โดยในการเปิดตัวเวอร์ชันนี้นั้น ยูสเซอร์จะเห็นถึงโลกใหม่ใน Ubuntu รวมทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์แบบโอเพ่นซอร์สที่กำลังจะกลายเป็นอุปกรณ์หลักที่หลาย ๆ บริษัทให้ความสนใจ และทาง Canonical เองก็ยังระบุด้วยว่าภายในเวลา 6 เดือนจะมีซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ออกมาอย่างแน่นอน เพราะต้องการสร้างไซเคิลให้เหมือนกับโอเอสรุ่นเดสก์ทอป ที่มีไซเคิล 6 เดือนเหมือนกัน

สำหรับ Ubuntu MID นั้นสามารถทำงานร่วมกับจอภาพแบบสัมผัสได้ และยังมีเว็บบราวเซอร์ที่ออกแบบมาเฉพาะอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก

นิตยสาร PC WORLD ฉบับเดือนกันยายน 2551