หลายท่านที่กำลังละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยทางตรง, ทางอ้อม หรือโดยไม่รู้ตัว คุณกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และยังผิดกฏหมายอีกด้วย หากท่านทราบว่าท่านกำลังละเมิดลิขสิทธิ์ ท่านแก้ไขได้! ก่อนอื่นอยากให้อ่าน ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ดังลิงค์ข้างล่าง

 * ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา
 * รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ท่านสามารถแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ คือ

 1. ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ
 2. ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

ท่านที่มีงบประมาณเพียงพอสามารถจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก หากท่านที่ไม่งบประมาณสามารถใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ และท่านสามารถทำได้ด้วยตัวท่านเอง ดังนี้

ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ท่านสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra (จันทรา) ได้โดยตรง ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra แบ่งออกเป็น 8 หมวด ซึ่งครอบคลุมสำหรับการทำงานสำหรับสำนักงานและการใช้งานที่บ้าน คุณสามารถดาวน์โหลดชุดซอฟต์แวร์ Chantra ได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติ

ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ท่านสามารถสั่งซื้อ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ได้จากตัวแทนจำหน่าย หรือใช้ระบบปฏิบัติการเสรีอย่าง Suriyan (สุริยัน) หรือ ลินุกซ์ค่ายอื่นๆ เช่น Debian, Fedora, PCLinuxOS, Linux TLE, Ubuntu ซึ่งลินุกซ์ค่ายต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้งานภาษาไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดลินุกซ์ค่ายต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติเช่นกัน

ความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

1. เสี่ยงต่อการจ่ายต้นทุนระบบคอมพิวเตอร์สูงกว่าที่ควร

ต้นทุนของระบบคอมพิวเตอร์ มีทั้งจากฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ การสนับสนุนทางด้านเทคนิค การให้คำปรึกษาทางด้านการจัดการ และบริการอื่น ๆ การติดตั้ง และการบริหารระบบ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร จะทำให้ต้นทุนการจัดการระบบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์มักอยู่นอกกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทำให้ต้นทุนรวมของการบริหารระบบราคาแพงกว่าที่ควรในนะยะยาว

2. เสี่ยงต่อปัญหาไวรัส

ซอฟต์แวร์ทเป็นของปลอม หรือไม่มีลิขสิทธิ์ อาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจทำให้ข้อมูลทั้งฮาร์ดดิสก์สูญหายหมด ซื้อซอฟต์แวร์จากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันปัญหาไวรัส

3. เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

กฎหมายลิขสิทธิ์มีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งทางแพ่งและทางอาญา นอกจากบทลงโทษทางด้านกฎหมาย ด้วยการปรับ และการจำคุกแล้ว ผลที่ติดตามมา คือ ความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร ความยอมรับของลูกค้าและสาธารณชน รวมทั้งชื่อเสียง ในด้านลบของผู้บริหารอีกด้วย การใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า

ท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อาจต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ดังนี้

 1. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่สาธารณชน รวมทั้งการนำต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวออกให้เช่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์  : มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 2. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม คือ การกระทำทางการค้า หรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นโดยผู้กระทำรู้อยู่แล้ว ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ยังกระทำเพื่อหากำไรจากงานนั้น ได้แก่ การขาย มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ เสนอให้เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร : มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 * ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก จะต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
 * กรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
 * ค่าปรับที่ได้มีการชำระตามคำพิพากษานั้น ครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าวไรก็ดีการได้รับค่าปรับดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับไว้แล้วนั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
2. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
3. จะทราบได้อย่างไรว่าซื้อซอฟต์แวร์ของแท้

 

ประเทศไทยมีกฏหมายว่าด้วยเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามาหลายปีแล้วแต่การบังคับใช้ไม่ค่อยได้ผล เพราะค่านิยมในการเลือกบริโภคสินค้าปลอมที่มีราคาเย้ายวนใจ อีกทั้งยังเทียบได้กับของแท้ สินค้าที่ถูกละเมิดเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า สบู่ ยาสีฟัน และอื่นๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยมากกว่าสร้างปัญญาเสียอีก การเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหรือช่องโหว่ทางกฏหมายไม่ได้ควบคุมสินค้าปลอมเหล่านี้ไม่ให้หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค ทำให้การแก้ปัญหาไม่ได้ผลและไม่เคยได้ผลเหมือนไม่มีกฏหมายอยู่ หลายคนมักจะให้เหตุผลต่างๆ นานาว่ามันเป็นเรื่องของจริยธรรม ศีลธรรม ใครๆ เขาก็ซื้อหามาใช้กัน และ อีกหลากหลายเหตุผล แล้วเรื่องเหล่านี้จะแก้ไขอย่างไร จะให้มีการจับกุมกันตามบ้านเรือนหรือไม่ หรือให้ตรวจจับเฉพาะผู้ขายอย่างเดียว ?

หากมามองเรื่องการซื้อขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ก็เหมือนกับการได้แต้ม แต้มที่ว่านี้คือแต้มในฐานะทางสังคม ลองมาคิดดูว่าหากคุณสามารถซื้อกระเป๋าหลุยส์ได้ในราคาย่อมเยาว์แต่ถือแล้วดูเก๋ ซื้อเล่นแต่เหมือนจริง คิดว่าสาวๆ หลายคนก็คงชอบ ลองมาสลับด้านกัน ผู้ขายทราบว่าผู้ซื้อชอบสินค้าราคาถูก ชอบสินค้าซื้อเล่นแต่เหมือนจริง ความต้องการด้านการบริโภคสูงมาก การนำเอาสินค้าเหล่านี้มาขายก็ดูจะได้กำไรมากเพราะต้นทุนไม่สูงมากนักหากเทียบกับสินค้าของแท้และแน่นอนได้กำไรไม่ต่ำว่า 500-600 เปอร์เซนต์ ผู้บริโภคต้องการของเหมือนจริงส่วนผู้ขายก็ได้กำไร ถือว่า win-win ทั้งคู่ แต่ความสุขไม่ได้อยู่ผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ผลิตสินค้าที่ให้เราซื้อเล่นแต่เหมือนจริง นี่สนุกกว่าเพราะผลิตกันไม่ทันเรียกได้ว่าความต้องการล้นหลาม หากมานึกถึงเรื่องเศรษฐศาสตร์เราจะพบว่าเศรษฐกิจดีมาก demand และ supply สอดรับกันดีสร้างกำไรได้งดงาม แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเศรษฐศาสตร์ที่อยู่ในรูปแบบที่ผิดกฏหมาย สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ซื้อหรือผู้ขาย แต่ความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ผลิตสินค้าตัวจริง เจ้าของสินค้าของจริง สินค้าที่ผลิตออกมาแต่ขายไม่ได้เลยสักชิ้น เจ้าของสินค้าตัวจริงคงไม่ win-win ด้วย

การซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท ตัวเลขข้างต้นอาจดูเกินจริง หากเรามามองเพียงแค่จำนวนสินค้าที่ถูกละเมิด ราคาขายจริง จำนวนสินค้าที่ขายไม่ออก เอามาบวกลบคูณหารอย่างไรตัวเลขก็ยังไม่ถึงหลักพันล้านบาท แต่ตัวเลขที่จะทำให้ทะลุหลักพันล้านบาทคือมูลค่าของทรัพย์สินทางปัญญา เพียงแค่คุณมีเอกสารใบเล็กๆ ใบเดียวก็สร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล นี่จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาและไม่ win-win เพราะผู้ผลิตสินค้าต้องขอผลิตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เจ้าของลิขสิทธิ์ได้แหล่งซื้อขายอย่างเหมาะสมกับราคาและภาพลักษณ์ของสินค้า ฯลฯ อย่างนี้ถึงจะ win-win หากคุณเห็นกระเป๋าเหมือนหลุยส์จริง แต่ขายอยู่ตามตลาดนัดไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้าสุดหรู เจ้าของผลิตภัณฑ์คงรู้สึกไม่ดีนอกจากจะทำให้สินค้าราคาตก ยังทำให้เกิดอาการค่านิยมซื้อเล่นแต่เหมือนจริงแพร่ระบาดไปทั่ว หลายฝ่ายอยากแก้ปัญหาแต่ก็ปัญหาก็มักไม่มีทางออก กฏหมายเป็นเพียงสิ่งยึดเหนี่ยวให้ระลึกถึงเวลาตำรวจจะมาเพียงเท่านั้น เป็นกันอย่างนี้ก็แก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้

ทีนี้ลองหันหลับมาดูเรื่องใกล้ตัวกันบ้าง ในเรื่องของซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ในกรณีของซอฟต์แวร์นี้มีวิธีการละเมิดได้หลากหลายรูปแบบ “ไม่ใช่ว่าคุณซื้อของจริงของแท้แล้วคุณจะละเมิดไม่ได้” การละเมิดลิขสิทธิ์ที่เราเห็นได้ชัดคือการทำซ้ำหรือการก็อปปี้ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขชุดคำสั่งในโปรแกรม ใช้งานเกินจำนวนผู้ใช้นี่ก็ถือว่าละเมิดเช่นกัน สินค้าประเภทซอฟต์แวร์เราจะมักพบคำว่า ไลเซน (License), สัญญาอนุญาติ, สิทธิการใช้งาน, EULA อันนี้แล้วแต่ใครจะเรียก แต่ความหมายโดยรวมเหมือนกันคือ สัญญาระหว่างเจ้าของซอฟต์แวร์กับผู้ใช้ ว่าคุณได้รับอนุญาติให้ทำอะไรได้บ้าง ได้รับสิทธิอะไรบ้าง ในซอฟต์แวร์นั้น ดังนั้นทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์และสัญญาอนุญาติเป็นหลัก ส่วนเรื่องอื่นๆ จะตามมาหากมีการละเมิดเช่น โลโก ตราสินค้า สิ่งพิมพ์ เป็นต้น ดังนั้นกรณีการละเมิดที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์นี้จะละเอียดอ่อนมาก มูลค่าสูงมาก เนื่องจากต้นทุนในการผลิต ต้นทุนการพัฒนา รวมกับต้นทุนในทรัพย์สินทางปัญหา ทำให้มูลค่าของซอฟต์แวร์มีค่ามากเป็นหลายเท่าตัว ตัวเลขมูลค่าทำให้เป้าหมายของกลุ่มผู้ขายที่ต้องการผลกำไรอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็แน่นอนใครๆ ก็อยากได้ และการที่ประเทศไทยติดอันดับ 15 ของโลกในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ทางด้านซอฟต์แวร์ก็เป็นเรื่องปกติ

คุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยไม่ค่อยได้รับการดูแลเพราะถึงคุณมีเอกสารใบเล็กๆ หลายใบ คุณก็ไม่สามารถสร้างผลกำไรจากทรัพย์สินทางปัญญาได้ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์ :P เพราะในบ้านเรายังคงยึดติดคติที่ว่า “No Land No Loan” สำหรับธุรกิจอื่นที่สามารถสร้างประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้ก็ไม่สามารถสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนในต่างประเทศ เพราะการเคารพสิทธิของคนไทยเองยังมีน้อยมากเนื่องจากการซื้อสินค้าที่เหมือนจริงเป็นทั้งความสุขและเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ปัญหาเกี่ยวกับคนนี้แก้ได้ยาก หากเราจะแก้ปัญหาเหล่านี้คงต้องแก้ที่ตนเองก่อนเป็นอันดับแรก การเลือกซื้อสินค้าที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ จะทำให้ demand ลดลง การละเมิดจากการขายสินค้าเหมือนจริงก็จะลดลงเนื่องจากไม่มี demand ผู้ผลิตก็ลดการผลิตสินค้าเหมือนจริงลดน้อยลง อันนี้เป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาแบบถูกวิธีที่สุด หากแก้ปัญหาที่จุดเล็กๆ โดยเริ่มต้นที่ตนเองไม่ได้ปัญหาเหล่านี้ก็แก้ไขไม่ได้เช่นกัน น่าเศร้า~

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลจับผู้กระทำความผิดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งทางเจ้าพนักงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้เดินสายตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งความเอาไว้ หลายจังหวัดเกิดความหวั่นวิตกเพราะทราบว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดอยู่หลายตัวเหมือนกันทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ส่วนใหญ่จะทราบและปล่อยปละละเลยไม่สนใจ คิดว่าไม่มีใครมาตรวจจับ ในท้ายที่สุดก็ต้องเป็นกังวลว่าจะโดนตรวจจับในอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์ไหน เท่าที่ทราบมาการตรวจจับจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของผู้เสียหายนั่นคือผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั่นเอง

หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ พยายามสื่อสารในสื่อต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า จับจริงๆ ปรับจริงๆ นะ หลังจากวันที่ 26 เดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็พบว่ามีโรงงาน สถานศึกษา บริษัท หน่วยงานรัฐ หลายแห่งโดนตรวจสอบ หลายแห่งไหวตัวทัน ซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายได้ทันท่วงที หลายแห่งต้องโดนจับ โดนปรับไปหลายล้านบาท! หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมแค่ซอฟต์แวร์ไม่กี่ตัวถึงมีราคาค่าปรับแพงมากนักเดี๋ยวค่อยมาดูตัวเลขค่าปรับกันทีหลัง การตรวจจับในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์นี้จะทำโดนเจ้าพนักงาน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น! ไม่ใช่ตำรวจในท้องที่ หรือตำรวจหน่วยงานอื่นๆ หลายท่านสงสัยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ดำเนินการก็หน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่แหละครับ

เราลองมาดูขั้นตอนการตรวจจับกันสักนิดเพื่อจะได้เข้าใจในขั้นตอนปฏิบัติจะได้ทราบว่าเป็นการตรวจจับจากเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจริง การตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  1. ผู้เสียหาย (บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์) หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
  2. เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและร้องขอหมายศาล กับศาล เพื่อขอตรวจค้น
  3. เจ้าพนักงานและผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แสดงเอกสารดังนี้ เพื่อขอตรวจค้น
    1. แสดงหมายค้น
    2. แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและแสดงตังของผู้เสียหายว่ามีรายใดบ้าง เช่น Microsoft, Adobe, Thai Software Enterprise, Cyber Link ฯลฯ
  4. หน่วยงานหรือองค์กรที่ตกเป็นผู้ต้องหาจะต้องมีตัวแทน เพื่อนำทีมตรวจค้นในแต่ละจุด
  5. เจ้าพนักงานทำแผนที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ Agent เพื่อตรวจสอบการติดตั้งซอฟต์แวร์ในทุกๆ เครื่อง และทำรายงานซอฟต์แวร์ที่มีการละเมิดที่มีข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
    1. ชื่อซอฟต์แวร์
    2. รหัสสินค้า
    3. หมายเลขผลิตภัณฑ์
    4. วันที่ลงโปรแกรม
    5. ชื่อแฟ้มปลายทางที่พบ
    6. วันเวลาปัจจุบันของคอมพิวเตอร์ที่เข้าตรวจสอบ
    7. ผู้นำตรวจ, ผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ, ช่างเทคนิค, ผู้ตรวจยึดจะต้องลงชื่อในรายงานการตรวจสอบทุกหน้า
  6. เจ้าพนักงานทำบันทึกการตรวจค้นพร้อมแนบเอกสารข้างต้น
  7. ฝ่ายกฏหมายของผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ จะทำเอกสารการประเมินค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฏหมาย รายการค่าเสียหาย ค่าดำเนินการทางกฏหมาย ค่าการตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายในการลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการขอโทษในการใช้โปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งทางผู้เสียหายจะเป็นผู้เลือกชื่อของหนังสือพิมพ์เอง

ขั้นตอนข้างต้นเป็นขั้นตอนคร่าวๆ นะครับ ทีนี้เรามาลองดูว่าหน่วยงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เท่าไร? ผมขอยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษา หากหน่วยงานหนึ่งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สัก 2 ค่ายเป็น Adobe และ Microsoft ละกัน ในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 200 เครื่อง ค่าเสียหายคร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ

ที่ตัวเลขมันหลายหลักก็อ่านเฉพาะตัวหนังสือสีแดงๆ ก็น่าจะพอเข้าใจว่าค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นเท่าไร? ทีนี้ท่านน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องมีการตรวจจับกันอย่างเข้มข้น ความเสียหายเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น มูลค่าก็เข้าหลักล้านบาทแล้ว! นี่เป็นเพียงตัวอย่างสมมุติเชื่อเถอะครับว่าประเทศไทยมีตัวเลขการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าสูงมาก ไม่ต้องแปลกใจที่เราติด black list อยู่ในอันดับต้นๆ ในกลุ่มเอเชีย หลายท่านอาจมองว่ากลุ่มบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เหล่านี้ขายราคาแพงเกินไป หรือไม่แฟร์ ฯลฯ ให้ท่านลองนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็ก ผู้ใหญ่มักจะสอนเด็กๆ ไม่ให้ลักขโมย ให้เป็นคนดี ก็เช่นเดียวกัน การที่ท่านละเมิดลิขสิทธิ์ก็เท่ากับท่านเป็นขโมย เป็นคนไม่ดี ฯลฯ ทีนี้หลายท่านน่าจะเข้าใจว่าต่างประเทศมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ว่าอย่างไร "ซ่องโจร" อย่างนั้นหรือ ?! น่าเศร้ามาก หากมาลองมองย้อนกลับมาถึงผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในบ้านเราบ้าง หากผู้ประกอบการไทยถูกละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนี้บ้างมูลค่าความเสียหลายน้อยกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ก็ส่งผลให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเราย่ำแย่ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้มีไม่กี่วิธี หลายท่านบอกว่าให้ภาครัฐไปต่อรองบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้ลดราคาลงมา แต่บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์คงไม่ลดให้เพียงรายเดียวก็คงต้องปรับลดราคาให้เท่าเทียมกันให้ บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำราคาถูกลงเฉพาะประเทศไทย ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการใช้โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ที่ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ (ค่าซอฟต์แวร์) เสียเพียงค่าบริการ (ในบางกรณี) และกำลังที่ต้องทุ่มเทศึกษาและเรียนรู้เท่านั้น องค์กรท่านจะเลือกอะไร? ขอถามคำถามใหม่ ท่านเลือกที่จะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี?
 

ข่าวจากโทรทัศน์ได้ผลเสมอ หลังจากที่ SIPA เปิดบ้านใหม่พร้อมแถลงข่าวเรื่องการลดละเลิกละเมิดสิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศ โดยให้ความช่วยเหลือองค์กรหรือหน่วยงานให้มาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สซึ่งดูเหมือนไม่ได้จริงจังมากนัก แต่ข่าวการประกาศจับจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก. ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งเวลาเอาไว้ในวันที่ 26 ตุลาคม 2552 นี้ว่าจะปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ภายใต้โครงการ "ป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ปีที่ 2" และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ภายใต้โครงการนี้เช่นกัน  ประกอบกับข่าวทางโทรทัศน์เมื่อเช้าวันนี้ (20 ตุลาคม 2552) และหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับได้ประกาศข่าวเรื่องนี้กันตั้งแต่เช้า เล่นเอางานเข้าแต่เช้า ทีมงาน ThaiOpenSource.org รับโทรศัพท์กันแทบไม่ทัน พยายามให้รายละเอียดที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาสอบถาม เอาเป็นว่า มาสรุปคำถามและคำตอบกันอีกรอบครับ

คำถามที่มักพบบ่อย ตลอดทั้งวันนี้ ได้แก่

ถาม : Chantra เป็น Windows
ตอบ : ไม่ใช่ Chantra เป็นแผ่นรวมโปรแกรมโอเพนซอร์สที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเหมาะสมกับการใช้งาน

ถาม : Chantra เป็นระบบปฏิบัติการ (OS)
ตอบ : ไม่ใช่ อ่านข้างบน :P

ถาม : Suriyan เป็น Windows
ตอบ : Suriyan  เป็นระบบปฏิบัติการมีพื้นฐานมาจากลินุกซ์ชื่อ Club Distro Prompt Edition (PE) 9.05 โดยทีม Thai Loco Team ของ Ubuntu Club ไม่ใช่ Windows

ถาม : SIPA จะไปจับคนใช้ คนซื้อ คนผลิตซอฟต์แวร์ละเมิดใช่หรือไม่ ?
ตอบ : ไม่ใช่ เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ถาม : จะรู้ได้อย่างไรว่าเราใช้ Windows ที่ละเมิดลิขสิทธิ์
ตอบ : WGA ครับ ดาวน์โหลดและทดสอบได้

ถาม : สิทธิการใช้งาน (License) คืออะไร ?
ตอบ : อ่าน สิทธิการใช้งาน

ถาม : สิทธิการใช้งานของ Microsoft มีกี่ประเภท
ตอบ : อ่าน ประเภทของสิทธิการใช้งาน

ถาม : ซอฟต์แวร์อื่นๆ ทีไม่ใช่ของ Microsoft มีสิทธิ์การใช้งานหรือไม่
ตอบ : มีเช่นกันทั้ง FPP และ OEM

ถาม : จะรู้ได้อย่างไรว่าซื้อซอฟต์แวร์แท้
ตอบ : อ่านแผ่นซอฟท์แวร์ของคุณเป็นของแท้หรือไม่

ถาม : บทลงโทษ เป็นอย่างไร
ตอบ : อ่านสรุปพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

ถาม : องค์กรจะจัดการเรื่องลิขสิทธิ์อย่างไร
ตอบ : ใช้ SAM มีขั้นตอน 4 ขั้นตอนง่ายๆ ทำได้จริง

ถาม : ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่มีลิขสิทธิ์
ตอบ : ไม่ใช่

ถาม : ทำไมต้องใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
ตอบ : เพราะ สิทธิการใช้งาน (License) รวมไปถึงการคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข  และ แจกจ่าย เป็นไปอย่างเสรี ตามสิทธิการใช้งานที่ได้รับการรับรองจาก Open Source Initiative

ถาม : ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่เสียเงิน
ตอบ : ใช่ (ถ้าหามาได้ด้วยตัวเอง ทำได้ด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเอง)

ถาม : ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สฟรีไม่จริง ?
ตอบ : คำว่า ฟรี (Free) ไม่ได้หมายถึง 0 บาท แต่หมายถึงฟรีด้อม (Freedom) คือเสรีภาพในการใช้งาน

ถาม : มีปัญหาเกี่ยวกับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จะถามใคร ?
ตอบ : ผู้เชี่ยวชาญ/ที่ปรึกษา, ผู้ประกอบการ, หน่วยงานภาครัฐอย่าง SIPA และ NECTEC, 1111, ชุมชนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส, IRC, Forum เป็นต้น

ถาม : อยากใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สทำอย่างไร?
ตอบ : ศึกษา, ทดลองใช้, ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง

ถาม : จะหาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สได้จากที่ไหน ?
ตอบ : เว็บไซต์ Sourceforge.net, Ohloh.net, Freshmeat.net, Thaiopensource.org, Mirror.in.th เป็นต้น