ก่อนปีใหม่มีเรื่องประทับใจจากไมโครซอฟต์ที่จะขอเข้าตรวจสอบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่งซึ่งเป็นหน่วยงานระดับกระทรวงเลยทีเดียว ทำเอาหน่วยงานภายใต้สัดกัดและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ร้อนๆ หนาวๆ การขอเข้าตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปตามกฏหมายเนื่องจากมีผู้ร้องทุกข์ซึ่งก็คือไมโครซอฟต์นั่นเอง การที่ไม่โครซอฟต์มีหนังสือขาเข้าตรวจสอบละเมิดลิขสิทธิ์ในภาครัฐถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัด เพราะลูกค้ารายใหญ่จริงๆ คือภาครัฐ ซึ่งภาครัฐเองก็ชอบใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้างว่า “ไม่มาตรวจภาครัฐหรอก” ครั้งนี้คงหาข้ออ้างไม่ออกแล้ว

สำหรับการตรวจสอบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาว่าจะเข้าตรวจช่วงไหนอย่างไร แต่หลายหน่วยงานก็พยายามแก้ปัญหาโดยการทำ Software Asset Management (SAM) เพื่อตรวจสอบว่ามีซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเป็นจำนวนเท่าไร ละเมิดหรือใช้เกินเท่าไร หมดอายุเท่าไร เพื่อหาทางแก้ไข จะตั้งงบจัดซื้อหรือใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก็ว่ากันไป ครั้งนี้คงไม่ใช่แค่กรณีซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟต์เพียงบริษัทเดียวเพราะอโดบีรอจ่อคิวตามมาเร็วๆ นี้

จากปัญหาข้างต้นทำให้คิดถึงเมื่อหลายปีที่แล้วที่มีการเข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ครั้งนั้นถือว่ามูลค่ามากแล้ว ถ้าการตรวจสอบหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดมูลค่าความเสียหายคงมากมหาศาล และไมโคซอฟต์เองคงได้ลูกค้ารายใหญ่อย่างภาครัฐกลับคืน เพราะภาครัฐคงทำอะไรไม่ได้นอกจากเอาเงินจ่ายเพื่อซื้อซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ปัญหาอย่างที่ผ่านๆ มา พอได้ฐานลูกค้าแล้ว ปีต่อๆ ไปก็จะมีบิลจ่ายค่าซอฟต์แวร์ออกมาเรื่อยๆ และอย่างที่ทราบกัน ภาครัฐก็จะเอาเงินโกยไปให้อีกตามเคย “เป็นเรื่องที่น่าสงสาร”

งานเขียนนี้คงไม่ได้มาเยินยอซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ใช้ได้ฟรีไม่ต้องเสียเงิน จากการรณรงค์ให้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเพื่อเป็นทางออกจากการละเมิดลิขสิทธิ์และการแก้ปัญหาในทางอ้อมในลักษณะนี้คิดว่าพอแล้ว “ให้โดนจับกันบ้าง” จะได้เข้าใจว่าทำไมจะต้องรณรงค์เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

จับกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ซึ่งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ทำการตรวจค้นบริษัทที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ 6 แห่ง ที่ต้องสงสัยว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริหารจัดการธุรกิจ นอกจากนี้ตำรวจยังเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจอื่นๆ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก อีกนับสิบแห่ง ในธุรกิจออกแบบ รับเหมาก่อสร้าง ขายและจัดจำหน่ายสินค้า ที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ องค์กรธุรกิจบางแห่งที่ถูกตรวจค้นมีรายได้ต่อปีถึงกว่า 500 ล้านบาท
ในส่วนของโรงงานทั้งหกแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการและกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก. ปอศ.) เข้าตรวจค้นโรงงานผลิตหีบห่อ โรงงานผลิตภัณฑ์พลาสติก โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ โรงงานผลิตเครื่องจักรกล และโรงงานน้ำตาล

โรงงานเหล่านี้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ออกแบบ CAD ตลอดจนซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ ซอฟต์แวร์บัญชี และซอฟต์แวร์พจนานุกรม

“โรงงานเหล่านี้ฝ่าฝืนกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย การกระทำเช่นนี้ส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ” พ.ต.อ. ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการและกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าว “เมื่อองค์กรธุรกิจไม่เคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย”

เจ้าหน้าที่ตำรวจบก. ปอศ. มุ่งมั่นลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย จากผลการศึกษาล่าสุดของไอดีซี อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนพีซีในประเทศไทยลดลง 2 จุด มาอยู่ที่ร้อยละ 73 ในปีพ.ศ. 2553 ตำรวจกล่าวว่าการป้องปรามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลดลง

“ประเทศไทย จำเป็นต้องเดินหน้าป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่อไปซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ได้รับการถอดถอนออกจาก PWL หรือรายชื่อประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ” พ.ต.อ. ชัยณรงค์ กล่าว “นอกจากนี้ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญายังเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทยและก่อให้เกิดการจ้างงานคุณภาพ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในด้านนวัตกรรมสร้างสรรค์ แต่เราต้องคุ้มครองความคิดของผู้สร้างสรรค์ผลงาน”

สถิติของบก. ปอศ. ระบุว่าในปีพ.ศ. 2553 มีการสืบสวนและตรวจค้นโรงงานอุตสาหกรรมเกือบ 50 แห่ง ที่ต้องสงสัยว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในการดำเนินกิจการ คิดเป็นมูลค่าซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิด 179.5 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2554 นี้ ตำรวจตั้งเป้าว่าตัวเลขเหล่านี้จะเพิ่มขึ้น

ที่มา opensource2day

หลายท่านที่กำลังละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยทางตรง, ทางอ้อม หรือโดยไม่รู้ตัว คุณกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ และยังผิดกฏหมายอีกด้วย หากท่านทราบว่าท่านกำลังละเมิดลิขสิทธิ์ ท่านแก้ไขได้! ก่อนอื่นอยากให้อ่าน ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา และ รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ดังลิงค์ข้างล่าง

 * ความรู้เบื้องต้นด้านทรัพย์สินทางปัญญา
 * รู้จริงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา

สำหรับท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ท่านสามารถแก้ไขด้วยวิธีง่ายๆ คือ

 1. ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือ
 2. ซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

ท่านที่มีงบประมาณเพียงพอสามารถจัดซื้อซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากนัก หากท่านที่ไม่งบประมาณสามารถใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ และท่านสามารถทำได้ด้วยตัวท่านเอง ดังนี้

ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ท่านสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra (จันทรา) ได้โดยตรง ซึ่งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในชุด Chantra แบ่งออกเป็น 8 หมวด ซึ่งครอบคลุมสำหรับการทำงานสำหรับสำนักงานและการใช้งานที่บ้าน คุณสามารถดาวน์โหลดชุดซอฟต์แวร์ Chantra ได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติ

ท่านที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ท่านสามารถสั่งซื้อ ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ได้จากตัวแทนจำหน่าย หรือใช้ระบบปฏิบัติการเสรีอย่าง Suriyan (สุริยัน) หรือ ลินุกซ์ค่ายอื่นๆ เช่น Debian, Fedora, PCLinuxOS, Linux TLE, Ubuntu ซึ่งลินุกซ์ค่ายต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ได้รับการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้งานภาษาไทยได้เป็นอย่างดี สำหรับท่านที่ต้องการดาวน์โหลดลินุกซ์ค่ายต่างๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์มิเรอร์แห่งชาติเช่นกัน

ความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

1. เสี่ยงต่อการจ่ายต้นทุนระบบคอมพิวเตอร์สูงกว่าที่ควร

ต้นทุนของระบบคอมพิวเตอร์ มีทั้งจากฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์ การสนับสนุนทางด้านเทคนิค การให้คำปรึกษาทางด้านการจัดการ และบริการอื่น ๆ การติดตั้ง และการบริหารระบบ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร จะทำให้ต้นทุนการจัดการระบบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์มักอยู่นอกกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทำให้ต้นทุนรวมของการบริหารระบบราคาแพงกว่าที่ควรในนะยะยาว

2. เสี่ยงต่อปัญหาไวรัส

ซอฟต์แวร์ทเป็นของปลอม หรือไม่มีลิขสิทธิ์ อาจเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจทำให้ข้อมูลทั้งฮาร์ดดิสก์สูญหายหมด ซื้อซอฟต์แวร์จากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้เพื่อป้องกันปัญหาไวรัส

3. เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

กฎหมายลิขสิทธิ์มีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งทางแพ่งและทางอาญา นอกจากบทลงโทษทางด้านกฎหมาย ด้วยการปรับ และการจำคุกแล้ว ผลที่ติดตามมา คือ ความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร ความยอมรับของลูกค้าและสาธารณชน รวมทั้งชื่อเสียง ในด้านลบของผู้บริหารอีกด้วย การใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย จึงถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า

ท่านที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อาจต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ดังนี้

 1. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยตรง คือ การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่โปรแกรมคอมพิวเตอร์แก่สาธารณชน รวมทั้งการนำต้นฉบับหรือสำเนางานดังกล่าวออกให้เช่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์  : มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 2. การละเมิดลิขสิทธิ์โดยอ้อม คือ การกระทำทางการค้า หรือการกระทำที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวข้างต้นโดยผู้กระทำรู้อยู่แล้ว ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ก็ยังกระทำเพื่อหากำไรจากงานนั้น ได้แก่ การขาย มีไว้เพื่อขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ เสนอให้เช่าซื้อ เผยแพร่ต่อสาธารณชน แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร : มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 * ผู้ใดกระทำความผิดต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนดห้าปีกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก จะต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
 * กรณีที่นิติบุคคลกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนของนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วย
 * ค่าปรับที่ได้มีการชำระตามคำพิพากษานั้น ครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าวไรก็ดีการได้รับค่าปรับดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งสำหรับส่วนที่เกินจำนวนเงินค่าปรับที่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับไว้แล้วนั้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ความรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
2. พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
3. จะทราบได้อย่างไรว่าซื้อซอฟต์แวร์ของแท้

 

ตำรวจเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจ 10 แห่ง พบใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์รวมมูลค่า 11.9 ล้านบาท องค์กรธุรกิจที่ถูกตรวจค้นมีสินทรัพย์รวม 117 ล้านบาท และยอดขายทั้งปีรวม 740 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีรายงานว่า จากความพยายามครั้งล่าสุดในการลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศ ไทยดำเนินไปได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีในการเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจ ที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ในการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยระลอกแรกนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการและกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก. ปอศ.) เข้าตรวจค้นองค์ธุรกิจจำนวน 10 แห่ง และพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์รวมมูลค่า 11.9 ล้านบาท

“นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีแต่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น การเข้าตรวจค้นจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้” พ.ต.อ. ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการ บก. ปอศ. กล่าว “เราประกาศไว้ว่าจะกวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั่วประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเราจะทำตามนั้น” องค์กรธุรกิจแต่ละแห่งที่ถูกตรวจค้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นบริษัทเอกชนไทย สินทรัพย์รวมของบริษัทเหล่านี้มีมูลค่าเกือบ 717 ล้านบาท และยอดขายรวมในปีพ.ศ. 2552 ของบริษัทเหล่านี้สูงถึง 740 ล้านบาท

“บริษัทเหล่านี้ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งพอที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย ได้” พ.ต.อ. ชัยณรงค์ กล่าวในการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบมีการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 409 โปรแกรม ทั้งโปรแกรมของออโต้เดสค์ (Autodesk) ไมโครซอฟต์ (Microsoft) และไทยซอฟต์แวร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (Thai Software Enterprise) ในพีซีจำนวน 69 เครื่อง

นอกจากการเข้าตรวจค้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจยังเร่งดำเนินกระบวนการสืบสวนและขอหมายค้นจากศาล โดยมีรายชื่อองค์กรธุรกิจในประเทศไทย ที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ราว 2,000 รายชื่อ อยู่ในมือองค์กรธุรกิจบางแห่งใช้แต่ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งสิ้น แต่บางแห่งก็เพียงแต่มีใบอนุญาตให้ใช้งานซอฟต์แวร์ หรือไลเซนส์ ไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจบก. ปอศ. คาดว่า การเข้าตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะดำเนินไปอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น จนถึงสิ้นปีนี้ เมื่อดูจากการได้รับอนุมัติหมายค้น หลักฐานที่ได้จากการสืบสวน เบาะแส และข้อร้องเรียนจากเจ้าของสิทธิ์

“ความพยายามลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของเราในปีนี้ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เราเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจต้องสงสัยหลายแห่งทุกสัปดาห์” พ.ต.อ. ชัยณรงค์ กล่าว “เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี เราต้องเร่งปฏิบัติงาน เนื่องจากเรามีหน้าที่โดยตรงในการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยเพื่อประโยชน์ ด้านการค้าระหว่างประเทศ และเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของไทย” อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บนพีซีในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 75 และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจต้องสงสัยทุกสัปดาห์ ผู้มีอำนาจของกรรมการขององค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ต้องรับโทษตามกฎหมาย ทั้งโทษปรับและโทษจำตลอดทั้งปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในองค์กรธุรกิจ มูลค่าทั้งสิ้นเกือบ 400 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำว่า การเข้าตรวจค้นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มุ่งเป้าไปที่องค์กรธุรกิจ เท่านั้น การกล่าวอ้างว่ามีการเข้าตรวจค้นโรงเรียน สถาบัน และองค์กรสาธารณะต่างๆ นั้นไม่เป็นความจริง

ที่มา – opensource2say

ช่วงนี้เป็นฤดูกาลจับผู้กระทำความผิดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งทางเจ้าพนักงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้เดินสายตามที่ผู้เสียหายได้แจ้งความเอาไว้ หลายจังหวัดเกิดความหวั่นวิตกเพราะทราบว่าใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดอยู่หลายตัวเหมือนกันทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ส่วนใหญ่จะทราบและปล่อยปละละเลยไม่สนใจ คิดว่าไม่มีใครมาตรวจจับ ในท้ายที่สุดก็ต้องเป็นกังวลว่าจะโดนตรวจจับในอาทิตย์นี้หรืออาทิตย์ไหน เท่าที่ทราบมาการตรวจจับจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของผู้เสียหายนั่นคือผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั่นเอง

หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ พยายามสื่อสารในสื่อต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทุกคนทราบว่า จับจริงๆ ปรับจริงๆ นะ หลังจากวันที่ 26 เดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็พบว่ามีโรงงาน สถานศึกษา บริษัท หน่วยงานรัฐ หลายแห่งโดนตรวจสอบ หลายแห่งไหวตัวทัน ซื้อซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายได้ทันท่วงที หลายแห่งต้องโดนจับ โดนปรับไปหลายล้านบาท! หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมแค่ซอฟต์แวร์ไม่กี่ตัวถึงมีราคาค่าปรับแพงมากนักเดี๋ยวค่อยมาดูตัวเลขค่าปรับกันทีหลัง การตรวจจับในกรณีละเมิดลิขสิทธิ์นี้จะทำโดนเจ้าพนักงาน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเท่านั้น! ไม่ใช่ตำรวจในท้องที่ หรือตำรวจหน่วยงานอื่นๆ หลายท่านสงสัยว่าหน่วยงานไหนเป็นผู้ดำเนินการก็หน่วยงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นี่แหละครับ

เราลองมาดูขั้นตอนการตรวจจับกันสักนิดเพื่อจะได้เข้าใจในขั้นตอนปฏิบัติจะได้ทราบว่าเป็นการตรวจจับจากเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจริง การตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  1. ผู้เสียหาย (บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์) หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
  2. เจ้าพนักงานจะตรวจสอบข้อมูลและร้องขอหมายศาล กับศาล เพื่อขอตรวจค้น
  3. เจ้าพนักงานและผู้เสียหายหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แสดงเอกสารดังนี้ เพื่อขอตรวจค้น
    1. แสดงหมายค้น
    2. แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานและแสดงตังของผู้เสียหายว่ามีรายใดบ้าง เช่น Microsoft, Adobe, Thai Software Enterprise, Cyber Link ฯลฯ
  4. หน่วยงานหรือองค์กรที่ตกเป็นผู้ต้องหาจะต้องมีตัวแทน เพื่อนำทีมตรวจค้นในแต่ละจุด
  5. เจ้าพนักงานทำแผนที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ Agent เพื่อตรวจสอบการติดตั้งซอฟต์แวร์ในทุกๆ เครื่อง และทำรายงานซอฟต์แวร์ที่มีการละเมิดที่มีข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
    1. ชื่อซอฟต์แวร์
    2. รหัสสินค้า
    3. หมายเลขผลิตภัณฑ์
    4. วันที่ลงโปรแกรม
    5. ชื่อแฟ้มปลายทางที่พบ
    6. วันเวลาปัจจุบันของคอมพิวเตอร์ที่เข้าตรวจสอบ
    7. ผู้นำตรวจ, ผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ, ช่างเทคนิค, ผู้ตรวจยึดจะต้องลงชื่อในรายงานการตรวจสอบทุกหน้า
  6. เจ้าพนักงานทำบันทึกการตรวจค้นพร้อมแนบเอกสารข้างต้น
  7. ฝ่ายกฏหมายของผู้เสียหาย/ผู้รับมอบ จะทำเอกสารการประเมินค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกฏหมาย รายการค่าเสียหาย ค่าดำเนินการทางกฏหมาย ค่าการตรวจสอบ ค่าใช้จ่ายในการลงประกาศในหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการขอโทษในการใช้โปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งทางผู้เสียหายจะเป็นผู้เลือกชื่อของหนังสือพิมพ์เอง

ขั้นตอนข้างต้นเป็นขั้นตอนคร่าวๆ นะครับ ทีนี้เรามาลองดูว่าหน่วยงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะต้องจ่ายค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เท่าไร? ผมขอยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษา หากหน่วยงานหนึ่งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สัก 2 ค่ายเป็น Adobe และ Microsoft ละกัน ในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 200 เครื่อง ค่าเสียหายคร่าวๆ ก็จะประมาณนี้ครับ

ที่ตัวเลขมันหลายหลักก็อ่านเฉพาะตัวหนังสือสีแดงๆ ก็น่าจะพอเข้าใจว่าค่าค่าเสียหายจากการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นเท่าไร? ทีนี้ท่านน่าจะพอเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องมีการตรวจจับกันอย่างเข้มข้น ความเสียหายเพียงแค่ 2 บริษัทเท่านั้น มูลค่าก็เข้าหลักล้านบาทแล้ว! นี่เป็นเพียงตัวอย่างสมมุติเชื่อเถอะครับว่าประเทศไทยมีตัวเลขการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีมูลค่าสูงมาก ไม่ต้องแปลกใจที่เราติด black list อยู่ในอันดับต้นๆ ในกลุ่มเอเชีย หลายท่านอาจมองว่ากลุ่มบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เหล่านี้ขายราคาแพงเกินไป หรือไม่แฟร์ ฯลฯ ให้ท่านลองนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็ก ผู้ใหญ่มักจะสอนเด็กๆ ไม่ให้ลักขโมย ให้เป็นคนดี ก็เช่นเดียวกัน การที่ท่านละเมิดลิขสิทธิ์ก็เท่ากับท่านเป็นขโมย เป็นคนไม่ดี ฯลฯ ทีนี้หลายท่านน่าจะเข้าใจว่าต่างประเทศมองภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ว่าอย่างไร "ซ่องโจร" อย่างนั้นหรือ ?! น่าเศร้ามาก หากมาลองมองย้อนกลับมาถึงผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในบ้านเราบ้าง หากผู้ประกอบการไทยถูกละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนี้บ้างมูลค่าความเสียหลายน้อยกว่านี้อย่างแน่นอน แต่ก็ส่งผลให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในบ้านเราย่ำแย่ได้เช่นกัน

วิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้มีไม่กี่วิธี หลายท่านบอกว่าให้ภาครัฐไปต่อรองบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้ลดราคาลงมา แต่บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์คงไม่ลดให้เพียงรายเดียวก็คงต้องปรับลดราคาให้เท่าเทียมกันให้ บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำราคาถูกลงเฉพาะประเทศไทย ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการใช้โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ที่ไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ (ค่าซอฟต์แวร์) เสียเพียงค่าบริการ (ในบางกรณี) และกำลังที่ต้องทุ่มเทศึกษาและเรียนรู้เท่านั้น องค์กรท่านจะเลือกอะไร? ขอถามคำถามใหม่ ท่านเลือกที่จะเป็นคนดีหรือคนไม่ดี?