SUSE Studio จะเตรียมระบบปฏิบัติการส่วนพื้นฐานไว้ให้ จากนั้นผู้ใช้จะเลือกแพกเกจของซอฟต์แวร์ (ซึ่งอิงกับ SUSE อยู่แล้ว) ด้วยตัวเอง เตรียมส่วนของคอนฟิกและข้อมูลต่างๆ เอง แล้วทดสอบการใช้งานผ่านหน้าเว็บ (เป็น Flash จำลองการทำงานของลินุกซ์) ขั้นสุดท้ายคือสั่งสร้างดิสโทรออกมาเป็น ISO ซึ่งสามารถใช้ได้กับ Live CD, USB image หรือจะเป็น VMware/Xen/EC2 ก็ได้ SUSE Studio จะช่วยให้นักพัฒนาแอพพลิเคชัน รวมถึงทีมสนับสนุนด้านไอทีทำงานได้ง่ายขึ้น คล้ายๆ กับ Internet Explorer Administration Kit (IEAK) แต่อันนี้เป็นระดับดิสโทร

ที่มา – blognone

เกือบ 1 ปีมาแล้วที่ HP ค่อยๆ หยิบ Linux ใส่ลงในเครื่อง PC Desktop (pre-installed) เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วๆ ไป วันนี้ HP ได้ติดสินใจประกาศแล้วว่าจะใช้ Novell SLED (SUSE Linux Enterprise Desktop) 10 SP2 ลงในเครื่องราคาต่ำในรุ่น HP Compaq dc5850 ซึ่งเครื่องรุ่นนี้เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้า SMB (small-to-medium sized businesses) และผู้ใช้ในกลุ่มนักศึกษา ใครสนใจ Linux Desktop จากการใช้ SLED จาก dc5850 ห้ามพลาด เครื่อง dc5850 เป็นเครื่อง desktop ขนาดเล็กที่ใช้ AMD processors โดยมีความเร็ว 2.2GHz สามารถใช้ AMD Sempron LE-1250 ถึง quad-processor 2.3Ghz AMD Phenom X4 9600B processor ระบบสามารถใส่ RAM ได้ถึง 8GB แต่เครื่องที่จัดจำหน่ายจะมี RAM ตั้งแต่ 512MB – 2GB อ้อสำหรับ graphic card กลัวว่าจะไม่แรงสามารถใช้ graphic card AMD Radeon 3100 หรือ Nvidia GeForce 8400 GS หรือ ATI Radeon HD 2400 XT สำหรับฮาร์ดดิสมีตั้งแต่ 80GB ไปจนถึง 500GB เอาล่ะยั่วน้ำลายกันมากพอแล้วดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์ของ HP

ได้เลยครับ

OpenSUSE อีกหนึ่ง Linux Distribution ชื่อดังที่เป็นที่นิยมมายาวนาน หลังจากปล่อยเวอร์ชั่น 11 ไปได้ยังไม่นานสักเท่าไหร่ ทีมงานก็เตรียมออก OpenSUSE เวอร์ชั่น 11.1 เพื่ออุดช่องโหว่และแก้ไขปัญหาต่างๆ มาให้ได้ใช้กันแล้ว ซึ่งวันนี้ทาง OpenSUSE ได้ปล่อย OpenSUSE 11.1 Alpha2 มาให้เหล่าสาวกได้ร่วมทดสอบกันแล้ว

รายการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆมีดังนี้

    Known issues / workarounds:

  • image-based installation on x86_64 will not work without problem, as the images on the ISO don’t match the RPMs. You’ll get errors around “unable to remove pam-config”.
    Workaround: always disable image-based installation on x86_64!

  • Bug 418619: Failsafe kernel is default in menu.lst
    Important: Please make sure to boot the right kernel — failsafe can cause trouble on some maschines

  • Bug 418592: gdm doesn’t start on some maschines
  • Bug 418577: Bootloader: cannot update the dynamic configuration policy
  • Bug 418729: Could not find /dev/disk/by-id/scsi-SATA_…
  • various AutoYast-related bugs
  • Bug 418574: AutoYast is ManualYast in 2nd stage
  • Bug 418707: Firewall services still enabled although disabled in Autoyast profile
  • Bug 418568: uuidgen missing

ลิงก์: ที่มา, release announcement, Download

ในขณะที่กระแสของการ "ลดโลกร้อน" กำลังมาแรงทั่วโลก ทางด้านไอทีก็ต่างพยายามเสนอตัวว่าสินค้าของตัวเองสามารถช่วยไม่ให้โลกร้อนได้อย่างไร แต่ในที่สุดคำตอบก็มาตกอยู่ที่การประหยัดพลังงานนั่นเอง โดยเฉพาะบรรดาดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหลายหากสามารถเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงานได้มากๆ ก็ส่งผลเรื่องนี้เหมือนกัน

แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากฮาร์ดแวร์แล้วยังมีคนคิดเอาเรื่องของระบบปฏิบัติการมาร่วมวงด้วย งานนี้มีการจับเอา Windows Server 2008 Enterprise Edition, Red Hat’s Enterprise Linux (RHEL) 5.1 และ SUSE Enterprise Linux จับมาแข่งกันบนเครื่องชนิดเดียวกันของ 3 ยักษ์ใหญ่ Dell IBM และ HP ส่วนเงื่อนไขก็ตัดสินก็คือให้ทุกระบบตั้งค่าให้อยู่ในโหมดสุดยอดของความประหยัดพลังงานแล้วทำการวัดว่าระบบไหนกินไฟจุกว่ากัน (ในโหมดที่ประหยัดพลังงานสุดๆ )

ผลปรากฎออกมาว่าลีนุกซ์ชนะ (ด้วยการรุมวินโดวส์แบบ 2-1) ด้วยความสามารถในการประหยัดพลังงานได้มากว่าวินโดวส์ถึง 12 % และผู้ชนะที่แท้จริงก็คือ Red Hat นั่นเองไม่ใช่ใครอื่น ไม่เสียแรงที่กระโดดเข้าวงการ Enterprise ก่อนใครเพื่อน ต้องยอมรับว่าเก๋าจริง ดังนั้นลีนุกซ์ก็ได้ปัก "ธงเขียว" เรื่องประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว

ที่มา : http://www.networkworld.com/research/2008/060908-green-windows-linux.html?fsrc=rss-linux