เวลาอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็มักจะมีนักวิชาการให้ข้อสังเกตต่างๆ นานา ในเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Tablet, Netbook, Notebook, อินเตอร์เน็ต ในการเรียนการสอนในโรงเรียน มีหลายประเด็นยังเป็นข้อถกเถียงอยู่เสมอๆ เช่น

  • ไม่เหมาะสม
  • เสียสุขภาพ
  • เครื่องไม้เครื่องมือไม่ได้ช่วยให้เด็กเก่งขึ้น
  • การศึกษาล้มเหลว
  • ฯลฯ

ผมมองว่าข้อสังเกตข้างต้นมันก็มีเหตุผลในตัว แต่ผมมองสิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ การจัดการเรียนการสอนของบ้านเราไม่เกื้อหนุนกับการใช้เครื่องไม้เครื่องมือมากนักและการใช้สื่อหรือเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม ผมมักจะนึกถึงการ์ตูน iampetdo 2 เรื่องนี้

ผมมักนึกถึงเรื่อง One Labtop per Child (OLPC) และสาเหตุที่ OLPC ใช้ไม่ได้ในประเทศไทย จากสาเหตุที่ว่า OLPC ลง Windows ไม่ได้ T_T ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตลกดีครับ อีกเรื่องนึงเป็นเรื่องการลงทุนอย่างมหาศาลของ Intel ในเรื่อง เครื่อง Class Mate PC ที่หาโรงเรียนนำร่องเพื่อเป็นต้นแบบ แปลเนื้อหา e-learning จากประเทศอังกฤษในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาไทยให้ด้วย และสุดท้ายก็หายเงียบไป Class Mate PC จมหายไปกับกาลเวลา เรื่องเหล่านี้ทำให้ผมคิดว่า “อะไรที่เจ๋งๆ อาจจะใช้ไม่ได้ในประเทศไทย” ก็เพราะ 2 เหตุผลหลักคือ

  • กระบวนการจัดการเรียนการสอนไม่เกื้อหนุน
  • สื่อการเรียนการสอนไม่เหมาะสม

สมมุติว่า Tablet ที่จะแจกเด็กประถมเป็น Tablet ที่สามารถอ่าน E-Book ได้เหมือนอ่านหนังสือจริงๆ คำถามคืออ่าน E-Book ได้แล้วยังไง? ปกติหนังสือที่เป็นเล่มๆ ยังเปิดอ่านกันยากมากๆ E-Book ที่พลิกหน้ากระดาษไปมาได้บนหน้าจอ ที่ไม่ได้ให้ความแตกต่างจากหนังสือที่เป็นเล่มๆ จะช่วยให้การเรียนการสอนดีขึ้นได้อย่างไร? นี่คือประเด็นที่ผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้

มีท่านผู้รู้หลายท่านแนะนำว่าสื่อการเรียนการสอนควรเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ผมก็จะตั้งคำถามว่า คุณครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอน หากคุณครูผู้สอนรู้จักการประยุกต์ใช้สื่อหรือมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่สามารถนำเอาสื่อเหล่านี้มาช่วยในการเรียนการสอนได้ ก็คงเป็นเรื่องที่ดี ผมอยากให้ดู Video นี้

หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า ขาย Chrome Book เหรอ? แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ เขาจัดการเรียนการสอนโดยใช้เครื่องมืออย่าง Chrome Book ได้อย่างไร? ไม่ได้มีสื่อ Multimedia ที่หรูหรา มีแต่ Slide ใน Google Presentation เขาทำได้อย่างไร? เขาทำได้อย่างไร? แล้วเราล่ะ เราจะทำอย่างไร? นั่นเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องขบคิด ทั้ง OLPC, Class Mate PC มาจนถึง Tablet เด็กประถม เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

  • การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมในชั้นเรียนดีขึ้นแล้วหรือยัง?
  • รู้จักการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอนแล้วหรือยัง?
  • สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนเพื่อให้เกิดกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาแล้วหรือยัง?

มีปัญหาหลายอย่างที่เรายังไม่ได้แก้ไข บางทีสิ่งเหล่านี้อาจบ่งบอกถึง “ความไม่พร้อม” ทางด้านการศึกษาก็เป็นได้ เรื่องเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขเพื่อการใช้เทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือที่คุ้มค่าและมีประโยชน์อย่างแท้จริง มีท่านผู้รู้ท่านนึงบอกกับผมว่า “จอมยุทธที่เก่ง ใช้แค่กิ่งไม้ก็เป็นอาวุธได้” แต่ผมอยากเห็น “จอมยุทธที่เก่ง ใช้กระบี่วิเศษสร้างสิ่งที่มหัศจรรย์ได้” ก็คงได้รอดูกันต่อไปครับ

เรื่องสืบเนื่องมาจากอาทิตย์ที่แล้ว หลังจากได้ Blog เรื่อง Tablet เด็กประถมไม่ต้อง 100 เหรียญก็ได้ ทาง MICT ก็ส่งเครื่องตัวอย่างมาให้ติดตั้งโปรแกรม ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายขนาดกันเลยทีเดียว แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือมาจากประเทศจีน เนื่องจากมีเวลาได้จับเพียงแค่ 1 วัน เท่าที่จำได้มียี่ห้อและขนาดดังนี้

  1. TCL 7 นิ้ว
  2. SCOPE 7 นิ้ว
  3. ZTE 7 นิ้ว
  4. HaiPad (PAD001) 7 นิ้ว
  5. Huawei MediaPad 7 นิ้ว
  6. ZhiQi TEN2 9.7 นิ้ว
  7. Lenovo k1 10.1 นิ้ว

เท่าที่ได้ทดสอบพบว่า Tablet จากจีนยิ่งมีขนาดเล็ก spec ก็จะเล็กตามไปด้วย ส่วนจอใหญ่ก็มี spec ที่ดูพอเหมาะกับราคา ซึ่งจอ 9.7 นิ้วขึ้นไปจะใช้จอแบบ Capacitive เป็นส่วนใหญ่และ CPU มีความเร็วอยู่ราวๆ 800 Mhz – 1 GHz นอกจากจะได้ Tablet มาลองติดตั้งโปรแกรมกันแล้วยังพบปัญหาจุกจิก เช่น

  1. ไม่มี SD Card Slot
  2. เสียบ USB แล้วไม่เห็นเป็น Mass Storage
  3. ไม่มี Android Market มีแต่ AppChaina, IdeaStore ฯลฯ

ผมได้แผ่นสื่อการสอนเด็กประถมจากกระทรวงศึกษาธิการมาด้วย 1 แผ่น พบว่าสื่อการสอนเป็นไฟล์ flash ก็พยายามทำให้มัน run ได้บน Android Tablet อยู่พักใหญ่ สรุปได้เลยว่า Flash ต้องการ spec เครื่องที่สูงเอาการ และการแสดงผลผ่านจอขนาด 7 นิ้วทำได้ไม่ค่อยดีนัก (ภาพแตกๆ เส้นไม่คม) ในรุ่นที่ไม่มี GPU จะทำงานช้าและ crash อีกประเด็นที่ไม่ค่อยแปลกใจนักคือเรื่องสื่อการสอนที่ทำมาเพื่อใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วพยายามยัดลงมาใน Tablet นั้นทำงานได้ไม่ดีนัก ตำแหน่งในการ Touch กับการ Click ของเครื่องคอมพิวเตอร์และ Tablet แตกต่างกัน ทำให้กดยังไงก็ไม่ขยับไปไหนและหากจอมีขนาดเล็ก 7 นิ้วก็ยิ่งใช้งานได้ยาก แต่หากเปรียบเทียบกับโปรแกรมเพื่อการศึกษาที่เป็น Apps บน Tablet จริงๆ ตัวอย่างเช่น Baby Bus จะพบว่าทำงานได้ดีกว่าและไหลเลื่อนกว่ามาก ถ้าคิดว่าจะ reuse สื่อการสอนเดิมก็คงต้องทบทวนกันใหม่ล่ะครับ จากการได้ทดสอบ Tablet ทั้ง 7 รุ่นทำให้รู้ได้เลยว่านอกจากจีนที่เป็นแหล่งแรงงานผลิตสินค้าที่เป็นฮาร์ดแวร์แล้วยังสามารถพัฒนาต่อยอดระบบปฏิบัติการบน Tablet ของตัวเองได้ด้วย อ้ออย่างลืม AppChaina ที่เป็น Market ของตัวเองด้วย เห็นแล้วก็น่าทึ่งจริงๆ ครับ

ผมสนใจเรื่องอุปกรณ์ฝังตัวอยู่นิดหน่อย ทางรัฐบาลก็ประกาศเรื่อง Tbalet สำหรับเด็กประถมออกมาก็ทำให้รู้สึกน่าสนใจ แต่เท่าที่ตามข่าวแล้วรู้สึกไม่ค่อยคืบหน้ามากนัก ก็เลยมาคิดเล่นๆ ว่า สมมุติว่าผมอยากได้ Tablet ตัวเล็กๆ ให้หลานๆ เครื่องมันจะเป็นแบบไหน สำหรับผมแล้วคิดว่าน่าจะได้ใช้นานซัก 3 ปี ตัวเครื่องไม่จำเป็นต้องเป็น iPad หรือ Tablet ราคาแพงๆ CPU คงเป็น ARM A9 1Ghz, RAM อย่างต่ำ 512MB, จอขนาด 7 นิ้ว, สามารถเชื่อมต่อ Wifi, เสียบ USB ได้, ต่อออกจอภาพได้ เพราะเด็ก ป. 4 ทำ presentation กันแล้วครับ :) การเก็บข้อมูลคงเก็บลง SD Card มี Internal Storage อย่างต่ำคง 4 GB และแน่นอนระบบปฏิบัติการต้องเป็น Android ครับ เพราะสามารถปรับแต่งหน้าจอน่ารักๆ ได้หลายแบบ ผ่าน Launcher ต่างๆ ได้ เช่น Go Launcher เป็นต้น และติดตั้งโปรแกรมเพื่อการศึกษาน่ารักๆ อย่าง Baby Bus :) สำหรับการอัพเดทเนื้อหาก็คงติดตั้งผ่าน Education Market เฉพาะ App การศึกษาที่เลือกมาแล้วเท่านั้น ถอด Vender App และ Apps อื่นๆ ใน Android ออกหมด ก็จะเหลือแค่ App ของ Baby Bus, Browser, Youtube, E-Book Reader, Gallery, Camera, Setting เป็นต้น นี่แหละครับ Tabel เล็กๆ สำหรับเด็กที่ผมอยากได้ สำหรับคลังหนังสือเรียนแบบ Multimedia คงต้องรอนักพัฒนาเนื้อหาอิเล็คทรอนิกส์เข้ามาช่วยกันออกแบบและพัฒนา เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ใหม่มาก แต่ปัญหาคือทำยังไงให้มีขนาดเล็กและเก็บลงใน Nand Flash ขนาด 4GB ได้หลายเรื่อง :) เก็บหนังสือ Multimedia ได้ประมาณ 200 เล่ม ก็น่าสนใจอยู่นะครับ ถ้ากดเครื่องคิดเลขเล่นๆ เจ้าเครื่องนี้ก็จะราคาประมาณ 4,000-5,000 บาท คงไม่ต้อง 100 เหรียญก็ได้ครับ หรือว่าจะรอ OLPC XO-3 ออกก่อนก็ได้ คิดแล้วก็น่าสนุก ว่างๆ ผมอาจจะเดินหาอุปกรณ์มาประกอบเป็น Tablet สำหรับเด็กประถมดูบ้าง :)