ในตอนที่แล้วเราได้รู้จักเครื่องมือพัฒนาเว็บในแบบฉบับโอเพนซอร์สไป 2 ตัวแล้ว ลองมาเปลี่ยนบรรยากาศมาดูซอฟต์แวร์ตัวใหม่ๆ อย่าง Aptana Studio กันบ้าง Aptana Studio เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือตัวใหม่ล่าสุด และมาแรงที่สุดในตอนนี้ก็ว่าได้ จากการพัฒนาต่อยอดจาก eclipse ทำให้ aptana สามารถใช้ plug-in จาก eclipse ได้โดยตรง และ aptana เองยังมี plug-in เสริมพลังให้กับตัวเองอีกมาก เรามาลองดู feature คร่าวๆ กันครับ

  • aptana สนับสนุนหลายภาษา หากคุณมองหา JDT, PDT หรือ WDT เท่านี้ยังไม่พอ aptana ให้คุณเขียน แลพพัฒนาซอฟต์แวร์ได้มากกว่านี้ aptana สนับสนุน HTML, DOM, JavaScript, CSS, PHP, Jaxer, Ruby on Rails, Python
  • เป็น Editor พัฒนา RIS อย่าง Adobe AIR
  • เป็น Editor พัฒนา ซฟแต์แวร์บน Apple iPhone
  • พัฒนา Jaxer ซึ่งทำงานกับ Ajax Server ได้โดยตรง
  • ติดต่อกับ Cloud ได้โดยตรง ให้คุณพัฒนาโปรแกรม, ทดสอบโปรแกรม ได้สะดวกสบาย
  • เชื่อมต่อกับ FTP, SFTP และ browser ในตัว ทำให้คุณไม่ขาดการติดต่อกับ server ภายนอก
  • apnata พัฒนาจาก eclipse คุณสามารถเพิ่มความสามารถของ aptana โดยติดตั้ง plug-in จาก eclipse หรือ aptana ได้โดยตรง

มาดูหน้าตา Aptana Studio กัน

 

 

ดาวน์โหลด Aptana Studio ได้ที่ http://www.aptana.com/studio

หากคุณกำลังมองหาระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ขนาดใหญ่สำหรับองค์กร หากจะหา CMS ในลักษณะนี้สักตัวก็คงมองถึง RedDot CMS ซึ่งราคาค่าตัวของซอฟต์แวร์นี้ก็ไม่เบาเลยครับ ด้วยความสามารถที่รอบด้านอย่าง RedDot ที่สามารถทำงานได้กับโปรแกรมออฟฟิสอย่าง Microsoft Office ได้อย่างง่ายดาย การจัดแบบฟอร์ม หรือแม้กระทั่งการทำ multi site จากระบบเดียว RedDot ก็สามารถทำได้ง่าย ยังไม่หมด RedDot ยังสามารถทำ sitemap, breadcrumbs ได้อย่างอัตโนมัติ แล้วซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สล่ะ เราจะใช้ตัวไหนดี ? ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สมีทางเลือกเสมอครับ ซอฟแวร์ที่น่าสนใจเรียงตามลำดับความสามารถมีดังนี้

  1. SilverStripe
  2. Typo
  3. Umbraco
  4. Drupal
  5. Joomla

 

จากตอนที่แล้วเราได้รู้จักกับ Quanta plus ไปบ้างแล้ว คราวนี้ถึงคิวของ Amaya กันบ้าง Amaya เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยทีม W3C ซึ่งเป็นทั้งโปรแกรมแก้ไขเว็บและโปรแกรมเบราส์เว็บในตัว วัตถุประสงค์ของ W3C คือต้องการเครื่องมือที่พัฒนาได้ตาม technology ที่ W3C กำหนด หากคุณนึกถึง HTML editor แบบ Dreamweaver ลืมไปได้เลย เพราะ Amaya ให้คุณมากกว่านั้น ด้วยความสามารถในการแก้ไขเอกสาร XML, XHTML, MathML และ SVG ทำให้ลืมเครื่องมือพัฒนาเว็บแบบเก่าๆ ไปได้เลย Amaya ยังสามารถแก้ไขเอกสารได้หลากหลายฟอร์แมท ด้วยความสามารถที่เป็นทั้ง browser และ editor อ้อ ลืมไปอีกอย่าง คุณสามารถติด Amaya บน Windows, Linux และ Mac ได้ ที่สำคัญ Amaya เป็นโอเพนซอร์สครับ :) มาดู screenshot กันครับ
 

 

ลืมบอกที่ดาวน์โหลดไปครับ http://www.w3.org/Amaya/

ในตอนที่แล้วพอจะทราบกันคร่าวๆ แล้วว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้ใการพัฒนาเว็บไซต์นั้นมีอะไรกันบ้าง ในตอนนี้เราจะมาดูทีละตัวกันว่าซอฟต์แวร์ตัวไหนมีคุณสมบัติอย่างไรกันบ้าง และซอฟต์แวร์ตัวไหนน่าใช้งานมากกว่ากันครับ ตัวแรกที่ติดโผอันดับหนึ่งบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์มาตลอดคงหนีไม่พ้น Quanta Plus ครับ

Quanta plus เป็นโปรแกรมที่ใช้พัฒนาเว็บได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะหน้าตาจะคล้ายกับ Dreamweaver มากเรียกได้ว่าถอดแบบกันมาเลยก็ว่าได้ นอกจากหน้าตาจะคล้ายกันแล้วคุณสมบัติเด่นๆ ที่มีอยู่ใน Dreamweaver ก็มีอยู่ใน Quanta plus ด้วย เช่น

  • แถบเครื่องมือ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน
  • หน้าจอแบบ WYSIWYG และแบบ Source Code
  • การเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย เช่น FTP, SFTP, WebDev เป็นต้น ทำให้อัพเดทเว็บได้รวดเร็มยิ่งขึ้น
  • มีเครื่องมือแก้ไข Style Sheet จัดการ CSS ได้
  • จัดการเว็บแบบ project ได้ คล้ายกับ site ใน Dreamweaver

 

ของเขาดีอย่างนี้ห้ามพลาดเลยครับ สำหรับท่านที่ใช้ลีนุกซ์อยู่แล้วติดตั้ง Quanta plus ได้เลยจาก Package Manager ของคุณ สำหรับท่านที่ใช้ Windows คงต้องรอกันไปอีกสักหน่อยเพราะ Qt 4.5 มาแล้วและทะยอย port โปรแกรมที่ใช้งานได้บน KDE ไปยัง Windows อีกไม่นานเกินรอครับ :)

 

เผอิญได้รับหน้าที่ให้รีวิวซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเปรียบเทียบกับซอฟต์แวร์แบบลิขสิทธิ์อย่างที่ท่านๆ คุ้นหน้าคุ้นตากันดี สำหรับผมรับหน้าที่มา review เกี่ยวกับซอต์แวร์ด้านการพัฒนาเว็บไซต์ หากนึกถึงการพัฒนาเว็บไซต์หรือในหนังสือในบ้านเราที่ขายกันอยู่เรียกการโปรแกรมเว็บ คือ พัฒนาเว็บแบบ HTML และเขียนภาษาสคริปเข้าไปด้วย โปรแกรมลิขสิทธิ์ที่เรานึกถึงตัวแรกคงหนีไม่พ้น Adobe Dreamweaver CS4 หรือ Macromedia Dreamweaver ในค่ายเดิม เราคงจะนึกกันออกว่า Dreamweaver หน้าตาและคุณสมบัติเป็นอย่างไร หากคุณอยากโปรแกรมเว็บโดยใช้เครื่องมืออย่าง Dreamweawer ใช้งานบน Microsoft Windows คงต้องลงทุนในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมืออย่าง Micorsoft Windows Vista Home Basic และ Adobe Dreamweaver CS4 อยู่ที่ราคาประมาณ 24,410 บาท ราคาค่าซอฟต์แวร์พอๆ กับซื้อเครื่องโน๊ตบุคเล็กๆ ได้สักเครื่องนึงเลย

เอาล่ะ หากมาลองดูซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ลงทุนต่ำกว่า 24,410 บาท กันบ้าง เราจะมีซอฟต์แวร์ตัวไหนที่จะใช้ได้ดีพอๆ กับ Adobe Dreamweaver CS4 กันบ้าง เครื่องมือพัฒนาเว็บในแบบฉบับโอเพนซอร์สมีดังนี้ครับ

1. Quanta Plus ใช้ได้บน windows, linux, mac, java
2. Amaya ใช้ได้บน windows, mac, linux, unix, java
3. Mozilla Seamonkey ใช้ได้บน windows, mac, linux, unix, java
4. Bluefish ใช้ได้บน windows, mac, linux, unix, java
5. Aptana ใช้ได้บน windows, mac, linux, unix, java
6. KompoZer ใช้ได้บน windows, mac, linux, unix, java
7. Nvu ใช้ได้บน windows, mac, linux, unix, java

หากท่านที่ใช้ลินุกซ์คงจะคุ้นกันบ้าง เช่น Quanta Plus ที่เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานบน KDE ส่วน Bluefish เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้บน Gnome  สำหรับ Mozilla Seamonkey, KompoZer และ Nvu ใช้ xulrunner และ gecko เป็นลูกหม้อ Mozilla Suite ซึ่งคุณสมบัติไม่แตกต่างกันมากนัก สำหรับ Aptana เป็นลูกหม้อของ eclipse WDT ซึ่งเป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บที่ใช้งานได้หลายแพลตฟอร์มและสามารถพัฒนาได้หลายภาษาในตัวเดียวกัน Aptana เป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บที่กำลังมาแรงในตอนนี้ สำหรับตอนต่อไปเราจะมาดูคุณสมบัติที่น่าสนใจของซอฟต์แวร์ในแต่ละตัวกันครับ