เว็บ WikiLeaks เปิดเผยรายงาน [ที่อ้างว่าเป็น] รายงานของทูตสหรัฐฯ ที่พูดคุยกับกลุ่มธุรกิจของสหรัฐฯ ในเชียงใหม่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ถึงโอกาสทางธุรกิจของสหรัฐฯ ในประเทศไทย

รายงานพูดถึงแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมไอทีของสหรัฐฯ โดยทั่วไปว่าต้องมีการสนับสนุนภาคการศึกษากับภาครัฐฯ ให้มากขึ้นโดยเฉพาะการร่วมมือในการสร้างแรงงานมีฝืมือที่ได้รับใบรับรองต่างๆ เพราะแม้เมืองไทยจะมีแรงงานมีฝืมือจำนวนมากแต่กลับขาดการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นระบบ ส่วนหอการค้าสหรัฐฯ (The American Chamber of Commerce in Thailand – AMCHAM) เน้นว่าประเทศไทยต้องปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐานทั้งแบบมีสายและไร้สาย รวมถึงการเปิดใช้งานโครงสร้างสายไฟเบอร์ระดับประเทศที่รัฐวิสาหกิจถือครองไว้

แต่จุดสำคัญที่เป็นประเด็นในรายงานฉบับนี้กลับเป็นประเด็นของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ โดยที่รายงานระบุว่า Corporate Affairs Director ของไมโครซอฟท์ไทย (ตรวจสอบไม่พบตำแหน่งนี้ตรงๆ) ระบุว่าปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นปัญหาใหญ่ของไทย แม้ช่วงหลังประเทศไทยจะมีการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและอัตราการละเมิดก็ลดลงอย่างต่อเนื่องถึงร้อยละ 2 ต่อปีตั้งแต่ปี 2006 แต่เขาก็กังวลต่อแนวทางการสนับสนุนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของรัฐบาลไทยเพื่อลดปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์แทนที่จะสนับสนุนซอฟต์แวร์เพื่อการค้า

ทางฝั่ง BSA (Business Software Alliance) ก็แสดงความเห็นในแนวทางเดียวกันว่ารัฐบาลไทยไม่ควรสนับสนุนโอเพนซอร์ส เพราะซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สช่วยแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้น้อยมาก (insignificant impact) และการมุ่งไปยังซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สยังเป็นการหยุดการเติบโตของซอฟต์แวร์เพื่อการค้าซึ่งทำลายความสามรถในการเข้าสู่ตลาดบริการอย่างเต็มความต้องการของตลาด นอกจากนี้ BSA ยังเน้นถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลว่าไทยต้องการกฏหมายปกป้องข้อมูลให้ดีกว่านี้

ในรายงานยังระบุว่าไอบีเอ็มประเทศไทยกำลังจะเปิดสำนักงานในเชียงใหม่เป็นแห่งแรกนอกกรุงเทพฯ และประเทศไทยมีปัญหาคือผู้ร่วมสัญญาให้บริการกับรัฐจะต้องรับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไม่จำกัด ซึ่งทาง SIPA ก็ยอมรับว่าปัญหานี้ก็เป็๋นปัญหาสำหรับบริษัทไอทีของไทยขนาดเล็กเองเช่นกัน

ที่มา: Blognone