ดูกันจะ ๆ ครับผมว่าทำไมถึงไม่ควรใช้ Windows กับ สนามบิน ฟ้องกันด้วยภาพครับผม สงสัยว่าบทความอนาคตที่ไร้ Microsoft ของพี่ Bixtux เราจะไกล้ความจริงแล้วครับผม (ว่าแต่ว่าสุวรรณภูมิใช้อะไรกันอยู่ครับผม)
มิวนิค, เยอรมันนี

เดนเวอร์, สหรัฐอเมริกา

ลอนดอน, อังกฤษ

เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย

ลอนดอน ฮีธโธรว, อังกฤษ

นิววอร์ค เจอร์ซีย์, สหรัฐ

มอนทรีอัล,​ แคนาดา

เบอร์ลิน, เยอรมันนี

ชิโปว, เนเธอร์แลนด์ (ขนาดแค่ตู้เย็นยัง crash เลย)

สุวรรณภูมิ, ประเทศไทย

ลอสแองเจลลิส, สหรัฐ

โยฮานเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้

ลอนดอน ฮีธโธรว

Huh?, สหรัฐ (อันนี้กลัวๆไวรัสมาก ๆ จน pop-up ขึ้นมาเฉย)

กลาสก้า, สหรัฐ (อันนี้กรณี crash แบบนิ่งไปเลยไม่มี error ขึ้น ก็ต้องแก้ปัญหาแบบด่วนจี๋ไปก่อน)

Windows เจอปัญหาใหญ่นอกจากการอัพเดท patch ของ Windows เองแต่กับโปรแกรมที่ติดตั้งบน Windows ก้อเป็นด้วยซึ่งข่าวจาก InternetNews กล่าวถึงรูโหว่ของโปรแกรมที่ใช้กันบ่อยๆ แต่ทำไมยังเกิดปัญหาเหล่านี้อยู่ยนระบบปฏิบัติการ Windows การจัดอันดับโปรแกรมยอดฮิตแต่มีรูโหว่ได้ 12 ตัว ซึ่งมี Mozilla Firefox, Adobe Flash & Acrobat, EMC VMware player, workstation และอื่นๆ ที่น่าแปลกใจคือ Harry Sverdlove, Bit9 CTO บอกกับทีมงาน Internetnews.com ว่าความผิดพลาดที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เพราะว่าผู้ผลิตซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ patch และแก้ไขรูโหว่นั้นอยู่แล้วแต่ผู้ใช้มักไม่ได้ติดตั้ง patch เหล่านั้นเอง กลับกลายเป็นประเด็นให้กับ Sean Michael Kerner ผู้สื่อข่าวของ internetnews.com ได้บอกด้วยคำง่ายๆ ว่า "บทเรียนสำหรับไมโครซอฟต์ที่ต้องเรียนรู้จากโอเพนซอร์ส" Microsoft ควรมีโปรแกรมบริหารจัดการโปรแกรมเหมือนๆ กับ Linux ข้อดีสำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เป็นคนใช้ Linux การที่ผู้ผลิตอัพเดท patch หรืออะไรก้อตามที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้วอัพเดทใน repository ผู้ใช้จะมีโอกาสในการอัพเดทหรือได้รับ patch ใหม่ๆ นั้นสูงมากกว่า โดยไม่ต้องเขาไปที่เว็บไซต์ของบริษัทผู้ผลิตแล้วดาวน์โหลด patch มาติดตั้ง นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน สำหรับผู้ใช้ Linux อยู่แล้วผมคิดว่าการการอัพเดทเป็นเรื่องที่ต้องทำทั้งในส่วน software และ security ซึ่งเห็นได้ใน RedHat, Fedora หรือแม้กระทั่ง Ubuntu ไมโครซอฟต์ที่ต้องเรียนรู้จากโอเพนซอร์ส

ที่มา
1. Which Top Apps Have the Most Security Holes?
2. Windows need Linux package manager

งานคอมมาร์ทที่ผ่านมาทำให้ ผมเห็นการหยิบยื่นซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย เช่น Microsoft Windows XP, Microsoft Windows Vista, Microsoft Office 2003 และอื่นๆ ให้ผู้บริโภคเห็นว่าซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้องมีหน้าตาเป็นอย่างไร ทราบประโยชน์ที่ได้จากการใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ไม่โดนจับกุมข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ยังได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายที่บรรดาค่ายซอฟต์แวร์พร้อมประเคนให้ ในส่วน Penary Hall มีตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์พร้อม Windows ซึ่งติดมากับเครื่องหากดูราคาเครื่องพร้อมซอฟต์แวร์ที่ถูกกฏหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้องราคาก้อจะกระโดดไปหลายพันเลยทีเดียว ยิ่งตัวแทนจำหน่ายชอบใส่เลข 9 ต่อท้าย เข้าไปยิ่งทำให้ดูราคาเครื่องแพงขึ้นไปอีก หลายๆ คนเดินผ่านเพื่อดูและชื่นชมซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย มีคนซื้อบ้างไม่ซื้อบ้างก้อไม่ว่ากัน สำหรับผมแล้วขอเครื่องที่ไม่มี Microsoft Windows ดีกว่าครับ ราคาเครื่องจะได้ลดลงอีกหน่อย
 
การเปิดตัวของบูธตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ยี่ห้อดังพร้อมประกาศว่ามีมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย (OEM) นั่นหมายความว่าผู้ประกอบการพยายามรณรงค์และให้ความสำคัญเรื่องลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์มากขึ้น (มองในแง่ดี) แต่อย่างไรก้อตามการเพิ่มเลข 9 ต่อท้าย มันก้อไม่ได้ช่วยให้ราคามันดูถูกลง เพราะผู้บริโภคเองต้องการสินค้าในราคาที่รับได้ และมีกำลังพอที่จะซื้อและผ่อนได้ แต่ที่น่าแปลกใจ ผมไม่เห็น Linux ในงานนี้เลย แม้แต่ใน Netbook อย่าง HP, Acer, MSI และ DELL มันเกิดอะไรขึ้น? ทั้งๆ ที่งานครั้งที่แล้วเดินๆ ไปก้อเจอ Ubuntu, Mandriva, TLE หรือว่าตัวแทนจำหน่ายการพร้อมใจกันผลักดันให้เกิดกระแสการใช้ของแท้ที่ถูกกฏหมายและมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง นั่นก้อเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศเราอย่างหนึ่ง จะได้ลดระดับประเทศที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์จากอันดับ 5 มาเป็นอันดับท้ายๆ ของตารางกันบ้าง 
 
การลดราคา เช่าซื้อ ผ่อนชำระ ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เป็นแคมเปนจ์จูงใจผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี ซึ่งไหนๆ ก้อจะซื้อเรื่องแบบผ่อนหรือเช่าซื้อหลายๆ เครื่องอยู่แล้ว การผ่อนชำระค่าเครื่องพร้อมซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ดูจะเป็นประโยชน์มากกว่าการขโมย แครก คัดลอก ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เพื่อเอาไปใช้งาน จริงมั๊ยครับ จากการสังเกตในส่วนแสดงเครื่องพร้อมซอฟต์แวร์ถูกกฏหมาย มักจะไม่มีเครื่องที่เป็น Linux OEM อย่าง Novell หรือ Ubuntu อยู่เลย เรียกได้ว่าทั้ง Hall เป็นดินแดนแห่ง Microsoft ไปเลยทีเดียว ผมก้อเดินย่ำไปทุกๆ ที่ที่มีเครื่องหมาย Microsoft แถมได้น้ำดื่ม Microsoft มาดับร้อนดับกระหายอีก
 
งานคอมมาร์ทปีนี้ผมไม่มีอะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านเพราะจัดเอาช่วงกลางๆ เดือนซึ่งเงินค่าตอบแทนหมดแล้ว เลยไม่ได้ซื้ออะไรเป็นของขวัญให้ตัวเอง แต่ได้เห็นการหยิบยื่นและผลักดันซอฟต์แวร์ถูกกฏหมายจากตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ยี่ห้อต่างๆ ผมก้ออิ่มใจแล้วครับ สำหรับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สก้อคงต้องช่วยกันพัฒนาและผลักดันให้เกิดประโยชน์และตอบปัญหาของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริงกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ในชุด สุริยัน, จันทรา, โอเพนออฟฟิส และอื่นๆ ซึ่งผมเองจะทะยอยมาเขียนเป็นบทความ ความเห็น และ How To ในโอกาสต่อๆ ไปครับ