XEN เปิดให้ผู้ดูแลระบบสามารถใช้งาน Virtualization Technology ในสภาพแวดล้อมได้ทั้งสองแบบ ( Full virtualization และ Para-Virtualization ) แบบ Para-virtualization นักพัฒนาได้วางแผนที่จะรวมเอา Xen ‘s Virtualization Technology อยู่ในระบบปฏิบัติการ Linux 6.2.12 kernel เพื่อที่ว่าจะสามารดจัดการโครงสร้างเพื่อให้เกิดประโยชน์โดยเครื่องมือการทำ virtualization ที่มีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อม ของระบบปฏิบัติการ Linux เหล่านั้น Xen จะกลายเป็น Platform ที่ยอดเยี่ยมของการบริการเป็นศูนย์กลางเครือข่าย ตัวอย่างการเป็น local mirroring ที่สามารถนำใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นในการทำงานไม่ว่าจะเป็นงานในส่วนของ dynamic web content , media stream Transcoding , distribution , multiplayer game และการทำเป็น Virtual reality server รวมถึง “smart proxies” Xen อ้างอิงตำแหน่งโดยตรง ที่จัดให้เหมาะสมของการบริการนั้นๆมาก ทำให้สามารถลดต้นทุนการที่จะต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการในแต่ละเครื่องในกรณี ที่จะต้องรองรับ Application ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน โดยสามารถนำมาทำงานพร้อมกันอยู่บนเครื่อง server เดียวกัน ซึ่งทำให้เป็นการลดจำนวนเครื่อง server ในอนาคตจะทำให้การปรับแต่ง server เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและยืดหยุ่น ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการนำ Xen’ s virtualization technology ในการนำไปทำงานอยู่บนเคอร์เนลบนระบบปฏิบัติการ BSD และ ระบบปฏิบัติการ Windows XP อีกด้วยครับคราวหน้าถ้ามีโอกาสเราลองมาทำการติดตั้ง Xen ใน Fedora Core 6 ที่ได้มีการรวมเอา Xen มาไว้ในระบบปฏิบัติการแล้ว

สถาปัตยกรรมที่ใช้ในการ Virtualization

       มีทางเลือกมากมายในการสนับสนุนเทคโนโลยีการทำงานของเวชวลไลเชชัน แต่มีเทคนิคอยู่ 2 รูปแบบที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนี้อยู่ก็คือเทคนิคแบบ Full virtualization และ Para-virtualization

      Full virtualizationถูกออกแบบเพื่อเตรียมการทำให้เป็นรูปแบบ เสมือนทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ และสร้างระบบเสมือนที่สมบูรณ์ ในที่นี้จะทำให้เราสามารถที่นำ ระบบปฏิบัติการอื่นๆ มาติดตั้งและสามารถที่จะทำงานอยู่บนเครื่องคอมพิเตอร์เดียวกันได้ ซึ่งเราจะเรียกว่าระบบปฏิบัติที่มาติดตั้งเพิ่มเติมนี้ว่า ระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System: GOS ) โดยที่ระบบปฏิบัติการเยือนสามารถที่จะทำงานได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยน แปลงสิ่งใดๆ กับคำสั่งที่ถูกร้องขอจากระบบปฏิบัติการเยือนนั้นๆ หรือในตัวโปรแกรมของมันเอง เพราะฉะนั้น ระบบปฏิบัติการเยือนหรือโปรแกรม จะไม่ทราบถึงสภาพแวดล้อมจำลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้น จึงทำให้ระบบปฏิบัติการเยือนและโปรแกรมของมันทำงานอยู่บน เวชวลแมชชีน ในขณะที่ในความจริงแล้วจะต้องทำงานบนสภาวะแวดล้อมของระบบจริงๆ ( Physical system ) วิธีการนี้ทำให้เกิดประโยชน์ เพราะว่ามันได้แยกการเชื่อมต่อของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการเยือน ออกจากฮาร์ดแวร์อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผลลัพธ์ของวิธีการแบบ Full virtualization ก็คือสามารถให้มีเส้นทางการเคลื่อนย้ายของตัวซอฟต์แวร์ และ ภาระงานต่างๆ ( workloads ) ระหว่างระบบปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เวชวลไลเชชัน ที่ใช้เทคนิค Full virtualization ก็คือ Microsoft Virtual Server, และ VMware ESX Server


รูปที่ 1 : แสดงสถาปัตกรรมของเวชวลไลเชชันเทคโนโลยี ของ VMWARE

          อย่างไรก็ตามเทคนิคแบบ Full virtualization อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง โดยที่ซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ จะต้องเตรียมให้ เวชวลแมชชีน ในการสร้างแบบเสมือนจริงของระบบทั้งหมด เช่น การทำ Virtual BIOS, Virtual memory space , และ Virtual device. ซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ จะต้องสร้างและดูแลโครงสร้างข้อมูลสำหรับองค์ประกอบของเวอร์ชวลต่างๆอีกด้วย ตัวอย่างเช่น Shadow memory page table. โดยโครงสร้างข้อมูลเหล่านี้จะต้องถูก updated สำหรับทุกๆการเข้าถึงข้อมูลที่ตรงกันของเวชวลแมชชีน


รูปที่ 2 : แสดงการทำงานของโปรแกรม VMWARE

          Para-virtualizationเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการทำเวชวลไลเชชัน โดยนำเสนอให้แต่ละ เวชวลแมชชีน คือรูปแบบเสมือนของฮาร์ดแวร์ที่ถูกนำเสนอเช่นเดียวกันกับแบบ Full virtualization แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือในเทคนิคแบบนี้จะสามารถระบุไปถึงภายในกายภาพ ของฮาร์ดแวร์ (Physical Hardware ) โดยเทคนิค Para-virtualization ต้องการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำร้องขอของระบบปฏิบัติการเยือน ที่กำลังทำงานอยู่บนเวชวลแมชชีน ผลลัพธ์ของมันก็คือ ระบบปฏิบัติการเยือน จะรับรู้ได้ว่ามันกำลังทำงานอยู่บนซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนนั่นเอง มีการยอมรับว่าประสิทธิภาพที่ได้จะใกล้เคียงกับประสิทธิภาพตามธรรมชาติของ ระบบปฏิบัติการเยือน วิธีการของ Para- virtualization ยังคงดำเนินการพัฒนาและยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่นการเกิดแคชของข้อมูลของระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System Cache Data ) และการเชื่อมต่อกันที่ยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ( Unauthenticated Connections )

          Xen เป็นเวชวลไลเชชันซอฟ์ตแวร์ ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส พัฒนาอยู่บนพื้นฐานเทคนิคแบบ Para-virtualization ในรูปที่ 2 แสดงสถาปัตยกรรมของ Xen เวอร์ชั่น 3.0 มี Hosting ของตัวเวชวลแมชชีนอยู่ 4 ตัว ( Domain 0, VM1 , VM2, และ VM3) โดยมีอินเตอร์เฟชกับเวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ของ Xen ซึ่งเตรียมให้รูปแบบเสมือนของฮาร์ดแวร์ ทำให้สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ได้สำหรับซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนที่แตกต่างกัน รูปที่ 2 ยังได้แสดงหน้าที่พิเศษของ เวชวลแมชชีน ที่เรียกว่า Domain 0.

เวชวลแมชชีนที่เรียกว่า Domain 0. เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงตัวควบคุมที่เรียกว่า control interface ของ เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ ตลอดจนที่ซึ่งเวชวลแมชชีนต่างๆสามารถถูกสร้าง ( จะกลายเป็น Domain1 .. DomainX ) ถูกทำลาย และ ถูกจัดการและควบคุมซอฟต์แวร์ ให้ทำงานอยู่ในการควบคุมของ Domain 0. ผู้ดูแลระบบสามารถที่จะสร้าง เวชวลแมชชีนกับการให้สิทธิพิเศษ ตัวอย่างเช่น VM 1 ที่สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ได้โดยตรงผ่าน secure interface ที่เตรียมไว้โดย Xen ผู้ดูแลระบบสามารถสร้าง เวชวลแมชชีนอื่นๆ ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรของเครื่องที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยการควบคุมของ Domain 0 และการจัดการอินเตอร์เฟส ใน Xen.


รูปที่ 3 สถาปัตยกรรมของ Xen Virtualization Technology

      ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่าระบบปฏิบัติการเยือน ใน VM1 และใน VM2 ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ทำงานอยู่เหนือการทำงานของ Xen ด้วย ทำให้ มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง ใกล้เคียงกับประสิทธิภาพตามธรรมชาติของ ระบบปฏิบัติการเยือน วิธีการนี้สามารถถูกเรียกใช้ได้ตลอดเวลาการทำงาน การไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำร้องขอใดๆ ของระบบปฏิบัติการเยือน ( ในเทคนิคแบบ Full virtualization ) ก็ได้ถูกรองรับด้วยเช่นกัน ดังนั้นเทคนิคแบบนี้จึงได้รับการพิจารณาใน Xen และเทคโนโลยีเวชวลไลเชชันของอินเทล ( Intel Virtualization Technology ) นักพัฒนา Xen 3.0 วางแผนที่จะรวมความสามารถในการรองรับความสามารถของเวชวลแมชชีนกับ Symmetric multiprocessing (SMP) , ระบบปฏิบัติการเยือนที่เป็นระบบปฏิบัติการแบบ 64 bits, การจัดการกับ Accelerated Graphics Port (AGP), และ Advanced Configuration and Power Interface (ACPI)

        ในโครงสร้างหลักส่วนกลางที่สำคัญในการทำของข้อมูลเสมือนจริง ก็คือการทำเสมือนจริงของตัวโปรเซสเซอร์ , หน่วยความจำ และอุปกรณ์ I/O ในการออกแบบ Xen3.0 จะต้องออกแบบให้มีความสามารถในการทำ เวชวลไลเชชัน แบบ Para-virtualization ของโครงสร้างหลักทั้งสามองค์ประกอบหลักของฮาร์ดแวร์

        (CPU Operations ) การทำงานของซีพียูเสมือน สถาปัตยกรรม x86 ของอินเทล เตรียมโหมดสิทธิพิเศษไว้ 4 ระดับ โดยโหมดเหล่านี้หรือเรียกว่า “rings” คือมีตัวเลขที่บอกเป็นตัวเลขระดับตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 3 โดยกำหนดให้ 0 เป็นระดับที่มีค่าสิทธิพิเศษมากที่สุด ในระบบที่ไม่เป็นเวชวลไลเชชัน ระบบปฏิบัติการ จะทำงานอยู่ที่ ring 0 และในส่วนของโปรแกรมจะทำงานที่ ring 3 ส่วนใน ring 1 และ ring 2 ปกติจะไม่ถูกนำมาใช้งาน ใน Xen รูปแบบ Para-virtualization การทำงานของซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ จะทำงานที่ระดับ ring 0 , ส่วน ระบบปฏิบัติการเยือน จะทำงานอยู่ที่ ring 1 และ โปรแกรมต่างๆจะทำงานที่ระดับ ring 3. วีธีการนี้ ช่วยรับประกันได้ว่ากระบวนการการทำงานของเวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ ซึ่งใน Xen มันจะถูกเรียกว่า Hypervisor มีสิทธิพิเศษสูงที่สุด ในขณะที่ ระบบปฏิบัติการเยือน จะทำงานในสิทธิพิเศษที่สูงกว่าตัวโปรแกรม ดังนั้นคำสั่งและสิทธิพิเศษที่ถูกส่งออกไปโดยระบบปฏิบัติการเยือน จะถูกตรวจสอบและดำเนินการโดยเวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ รูปที่ 3 แสดงการทำงานของการทำ CPU Virtualization


รูปที่ 4 แสดงการทำงานของการทำ CPU Virtualization

       ( Memory Operations ) การทำงานของหน่วยความจำ ในสภาพแวดล้อมแบบ Non Para-virtualized ระบบปฏิบัติการ
( Operating System ) คาดว่าจะมีหน่วยความจำที่ต่อเนื่องกัน. ในกระบวนการทำงานของ Xen ในการใช้เทคนิคแบบ   Para-virtualization ระบบปฏิบัติการเยือนจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขในการเข้าถึงหน่วยความจำในแบบวิธี ที่ไม่ต่อเนื่องกัน ระบบปฏิบัติการเยือน จะรับผิดชอบในการจอง และจัดการ page table อย่างไรก็ตามการเขียนข้อมูลโดยตรงจะถูกดักและตรวจสอบการทำงานด้วยโปรแกรมเวช วลแมชชีนมอนิเตอร์ของ Xen

 

รูปที่ 4 : Memory Management Unit แบบ Para virtualization

 

รูปที่ 5 : Memory Management Unit แบบ Full virtualization

 

(IO operation) การทำงานของไอโอ ในสภาพสิ่งแวดล้อม Fully virtualized อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์คือสิ่งที่ถูกจำลองขึ้นมา ใน Xen รูปแบบ Para-virtualization จะทำงานอยู่บนพื้นฐานการทำงานที่เรียกว่า Producer – Consumer Pointer การทำงานเช่นนี้สามารถที่จะแยกระหว่าง Data กับ Event Notification ตัวอย่างการทำงานเช่น ข้อมูลที่เป็นข้อมูลของ I/O ถูกส่งและรับจากระบบปฏิบัติการเยือนนั้น จะถูกย้ายขึ้นไปทำงานบนสถาปัตยกรรม ring โดยใช้ในการแชร์หน่วยความจำ ผ่านทาง Buffer Descriptor Ring หรือที่เราเรียกว่า I/O Descriptor rings มีลักษณะเป็นโครงสร้างลักษณะแบบคิววงกลม ( Circular Queues ) ดังแสดงในรูปที่ 6


รูปที่ 6 : แสดงโครงสร้างของ Asynchronous I/O rings,
สำหรับใช้ในการ transfer –ข้อมูล ระหว่าง Xen
และ ระบบปฏิบัติการเยือนต่างๆ

         การตอบสนองข้อมูลก็จะถูกส่งกลับไปที่ตัว I/O Descriptors Ring ทำให้หน่วยความจำถูกแชร์ ระหว่าง Domain 0 และ Guest Domain ตลอดเวลาที่มีการรับเข้าและส่งออกของข้อมูล ระบบปฏิบัติการเยือนจึงทำหน้าที่เสมือน Consumer และ Xen (ตัวโปรแกรม Hypervisor) จะทำหน้าที่เสมือน Producer การเปลี่ยนแปลงแก้ไขการร้องขอของระบบปฏิบัติการเยือน เป็นสิ่งไม่ยืดหยุ่น สำหรับ Platforms แบบ Non – Open Source เช่น ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 2000, ระบบปฏิบัติการ Windows Server 2003, ผลลัพธ์ก็คือ ระบบปฏิบัติการเหล่านั้นจะไม่สนับสนุนสภาพแวดล้อมแบบ Para-virtualization นั่นเอง ในส่วนถัดไปจะอธิบาย Xen ทำงานอย่างไร กับเทคโนโลยี Virtualization ของอินเทลในการรองรับสิ่งทีเรียกว่า Unmodified Operating system

ท่านใดสนใจอ่านบทความเกี่ยวกับ Xen ย้อนหลังได้ที่ Intro Virtualization

         เนื้อหาส่วนนี้จะอธิบายหลักการติดตั้ง Citrix XenServer Express Edition 4.1.0 ในรูปแบบ Step by Step สำหรับใน Express Edition 4.1.0 นั้นเป็นเวอร์ชั่นที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถ Download มาติดตั้งเพื่อทดสอบการทำ VMS (Virtual Machines System) แต่มีข้อจำกัดในการใช้งานคือสามารถใช้งานหน่วยความจำสูงสุดไม่เกิน 4 GB ต่อ 1 Host ซึ่งหากผู้ใช้ประสงค์ที่จะใช้งานจริง
และมีหน่วยความจำในเครื่องมากกว่า 4 GB ก็สามารถติดต่อบริษัท เพื่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Citrix XenServer 4.1.0 ในเวอร์ชั่นต่าง ๆ ได้(http://www.citrix.com/)เรามาเริ่มทำตามขั้นตอนกันเลยครับผม

        ขั้นที่ 1 เมื่อเข้าหน้าจอติดตั้ง  Citrix XenServer Express Edition 4.1.0 โปรแกรมติดตั้งจะให้เลือก keymap ของ
ภาษาต่าง ๆ ในบทความนี้ผมเลือก us keymap


รูปที่ 1.1 แสดงหน้าจอเลือก Keymap

          ขั้นที่ 2 เมื่อเลือก keymap แล้วจะเข้าสู่หน้าจอถัดไปในการติดตั้งซึ่งเป็นหน้าจอสอบถามว่าจะทำการติดตั้ง  XenServer 4.1.0 ใหม่เลยหรือต้องการทำการอัพเดทระบบ


รูปที่ 1.2 แสดงหน้าการติดตั้งในรูปแบบต่าง ๆ

           ขั้นที่ 3 หน้าจอนี้จะเป็นหน้าจอที่เข้าสู่การติดตั้ง XenServer 4.1.0 โดยในหน้าจอนี้จะบอกว่าจะมีการลบข้อมูล Hard driveที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบออกหมด ผู้ติดตั้งควรสำรองข้อมูลใน Hard drive ก่อนการติดตั้ง (ข้อควรระวังควรติดตั้งด้วยฮาร์ดิสใหม่หรือฮาร์ดิสที่สำรองข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะไม่มีการสอบถามให้ทำการแบ่งพื้นที่ Hard drive)

 


  รูปที่ 1.3 แสดงหน้าจอการติดตั้งลง Hard drive

             ขั้นที่ 4 หน้าจอนี้จะบอกถึงข้อตกลงลิขสิทธิ์ License Agreement (EULA) ให้ผู้ติดตั้งอ่านข้อตกลงลิขสิทธิ์เสร็จเลือกปุ่ม Accept EULA เพื่อตกลงเลือกปุ่ม Back เพื่อไปยังหน้าจอก่อนหน้านี้

 

 รูปที่ 1.4 แสดงหน้าจอข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์ License Agreement (EULA)

           ขั้นที่ 5 โปรแกรมติดตั้งจะสอบถามว่าต้องการติดตั้งโดยผ่านสื่อบันทึกข้อมูลแบบใดหรือต้องการติดตั้งผ่านเครือข่าย โดยในที่นี้เราจะติดตั้งผ่าน CD-ROM ซึ่งมีการติดตั้งอีก 2 รูปแบบที่สามารถเลือได้คือการติดตั้งโดยผ่าน HTTP & FTP  หรือการติดตั้งโดยผ่าน NFS ก็สามารถทำได้

รูปที่ 1.5 แสดงหน้าจอเลือก media ในการติดตั้ง

          ขั้นที่ 6 ถ้าเป็นการติดตั้งโดยใช้ CD-ROM โปรแกรมติดตั้งจะถามว่าต้องการที่จะตรวจสอบแผ่น CD-ROM ชุดติดตั้งหรือไม่ถ้าไม่ต้องการให้เลือก Skip verification ถ้าต้องการตรวจสอบให้เลือก Varify installation Source

รูปที่ 1.6 แสดงหน้าจอตรวจสอบแผ่น CD-ROM ชุดติดตั้ง

           ขั้นที่ 7 เป็นการสอบถามให้ใส่รหัสผ่านสำหรับ root (ผู้ดูแลระบบ) ให้ใส่รหัสผ่านให้เหมือนกันในทั้งสองช่อง

 รูปที่ 1.7 แสดงหน้าจอการตั้งรหัสผ่านสำหรับผู้ดูแลระบบ

            ขั้นที่ 8 หน้าจอการตั้งค่าจุดบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Area) สำหรับ XenServer

 

 รูปที่ 1.8 แสดงการตั้งค่าจุดบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

          ขั้นที่ 9 หน้าจอแสดงการตั้งเวลาท้องถิ่น (Time Zone) สำหรับ XenServer


รูปที่ 1.9 แสดงหน้าจอการตั้งค่าเวลาท้องถิ่น (Time Zone)

          ขั้นที่ 10 โปรแกรมให้เราตั้งค่า NTP (Network Time Protocal) ประโยชน์ของการตั้งค่านี้คือสามารถทำ Sync เวลาของ
เครื่องที่ติดตั้ง XenServer ให้ตรงกับเวลามาตราฐานได้ในกรณีที่เวลาที่การตั้งเวลาใน BIOS ของเครื่องคลาดเคลื่อน

 รูปที่ 1.10 แสดงหน้าจอให้เลือกตั้งค่า NTP (Network Time Protocal)

            ขั้นที่ 11 ถ้าเราเลือก Using NTP โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้าจอถัดไปเพื่อให้เราต่างค่า NTP Server ในตัวอย่างรูปภาพ
นี้ผู้ติดตั้งใช้ค่ามาตรฐานจากตัวติดตั้งคือเลือก NTP is configuread by my DHCP Server

 รูป 1.11 แสดงหน้าจอการตั้งค่า NTP (Network Time Protocal) 

            ขั้นที่ 12 โปรแกรมติดตั้งจะทำการตรวจสอบการ์ดแลนด์ และถ้าตรวจสอบพบก็จะขึ้นข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการ์ดแลนด์ให้เลือกว่าจะใช้การ์ดแลนด์ตัวไหนในการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย

 


รูปที่ 1.12 แสดงหน้าจอการเลือกอุปกรณ์ Network Card เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย

              ขั้นที่ 13 โปรแกรมติดตั้งจะให้ตั้งค่าหมายเลขไอพีแอสเดรส สำหรับเชื่อมต่อสู่เครือข่าย ซึ่งในที่นี้มี 2 รูปแบบในการตั้งค่า
แต่สำหรับ XenServer แล้วต้องการ Statics IP ในการ Config เท่านั้น (ควรเตรียมค่าต่าง ๆ เหล่านี้ให้พร้อมก่อนการติดตั้ง)

 

 รูปที่ 1.13 แสดงหน้าจอการตั้งค่าไอพีแอสเดรส

             ขั้นที่ 14 โปรแกรมติดตั้งจะเข้าสู่หน้าจอของการตั้งค่า DNS (Domain Name Server) ซึ่งผู้ติดตั้งจะต้องเตรียมค่าพื้นฐาน
เหล่านี้ก่อนการติดตั้งเพื่อสะดวกในการใส่ค่าต่าง ๆ


 รูปที่ 1.14 หน้าจอแสดงการตั้งค่า DNS (Domain Name Server)

             ขั้นที่ 15 โปรแกรมติดตั้งจะเข้าสู้หน้าจอให้ผู้ติดตั้งยืนยันว่าจะทำการติดตั้ง XenServer ลงในเครื่อง ถ้าผู้ติดตั้งไม่ต้องการติดตั้งให้ทำการเลือกปุ่ม Install XenServer เพื่อทำการติดตั้ง

รูปที่ 1.15 แสดงหน้าจอยืนยันการติดตั้ง XenServer
 

              ขั้นที่ 16 โปรแกรมติดตั้งจะทำการ Pre Install XenServer System ทั้งหมดลงสู้เครื่อง Server ที่ทำการติดตั้ง

 รูปที่ 1.15 แสดงหน้าจอยืนยันการติดตั้ง XenServer
 

              ขั้นที่ 17 โปรแกรมติดตั้งจะทำการติดตั้ง Package ต่างที่ลงสู่เครื่อง SERVER

รูปที่ 1.17 แสดงหน้าจอการติดตั้ง Pack ต่าง ๆ ลงสู่ Server

            ขั้นที่ 18 โปรแกรมติดตั้งตั้งจะแสดงข้อความว่าการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ โปรแกรมติดตั้งจะใ้ห้ REBOOT เครื่อง

 รูปที่ 1.18 แสดงหน้าจอหลังการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์

           ขั้นที่ 19 แสดงหน้าจอบูตเข้าสู่ระบบ XenServer Express 4.1.0

รูปที่ 1.19 แสดงหน้าจอการบูตเข้าสู่ระบบ XenServer         

         เพียง 19 ขั้นตอนท่านผู้อ่านก็สามารถติดตั้ง XenServer ได้แล้ว สำหรับบทความนี้ผู้เขียนก็ขอจบในส่วนของการติดตั้ง XenServer 4.10 ในตอนต่อไปจะเป็นการ Config ระบบในส่วนต่าง ๆ ของ XenServer ครับผม
 

* หมายเหตุ สำหรับผู้ใจเนื่องจาก how-to นี้มีความยาวมาก (9 หน้า) กรุณาดาวน์โหลดที่ PDF ได้ที่ thaiopensource.com
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Intro Virtualization

มาทำความรู้จัก XenOS กัน