เนื่องจากว่าทาง CICC ได้มีโครงการ AOSS Workshop ซึ่งได้มีการจัดขึ้นมาถึงครั้งที่4 แล้ว แล้วในครั้งนี้ผมมีโอกาสได้เข้าไปร่วมด้วย เลยจะนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังครับ

ตัวโครงการ AOSS Workshop นั้น จุดประสงค์หลักของเขาคือ รวบรวมคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับโอเพนซอร์สในด้านต่างๆมารวมตัวกัน เพื่อช่วยกันสร้าง Training Material ที่ดีที่สุด โดยทางโครงการหวังจะให้เกิด Matrial กลางในการ Training Open Source ที่เมื่อใดที่ใครจะทำการจัดอบรม Open Source จะสามารถเข้ามาดาวน์โหลดไปใช้ได้ เพื่อจะได้มี Material ที่ดีที่สุดไว้ใช้ และไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อนในทุกๆครั้งไป

สำหรับ AOSS Workshop ในครั้งที่ 4 นี้ จะเป็นหัวเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำ Material ของซอฟต์แวร์ประเภท CMS, CRM, ERP และซอฟต์แวร์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ชุดซอฟต์แวร์ LAMP เป็นต้น โครงการในครั้งที่ 4 นี้ ถูกจัดขึ้นเมื่อ 8 – 10 ตุลา 51 ที่ผ่านมานี้ ที่ Singapore Management University โดยมีคนจากประเทศต่างๆในเอเชียมาช่วยกันหลายประเทศ รวมทั้งหมดกว่า 30 คนเลยทีเดียว

สำหรับ Material ที่จัดทำนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี ซึ่งคงจะได้มีการนำมาเผยแพร่เมื่อพร้อม อย่างไรก็ดี โครงการนี้ยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมเองก็หวังว่าจะได้มี Material ชุด Training Ubuntu ออกมาให้ใช้อยู่เหมือนกัน

รายละเอียดของโครงการสามารถตามดูได้ที่ http://www.cicc.org.sg

จากครั้งก่อนยังมีติดค้างเรื่องการใช้งาน svnx บน OS X ครับ ก็เลย มาต่อกันให้จบครับ จะได้มี svn ไว้ใช้กัน ครั้งแรกที่เปิด svnx ขึ้นมาโปรแกรมจะบอกว่าไม่เจอ Binary ของ svn ครับ เข้าใจว่าเป็นเพราะเราติดจาก Fink ตัว Binary เลยไม่อยู่ใน Path ปกติ ให้แก้ค่าของ Path สำหรับ svn Binary เป็น /sw/bin/ ครับ

Picture 3
แล้วก็ เราจะพบกับหน้าต่างสองอันตามภาพครับ ตอนแรกก็ยังงงๆอยู่ ว่ามันจะมีสองอันทำไม หน้าต่างที่เป็น Working Copies จะเป็นการตั้งค่า Folder ในฝั่งของเครื่องเราครับ ส่วนหน้าต่าง Repository จะเป็นการตั้งค่าของฝั่ง Server

Picture 4
ที่หน้าต่าง Repository ให้เราคลิกที่ปุ่ม + ครับ โปรแกรมจะให้เรากรอกค่า ก็กรอกค่า SVN Server ที่ต้องการลงไปครับ

กรอกค่าเสร็จแล้ว จะมีบรรทัดที่เรากรอกข้อมูลลงไป โผล่ขึ้นมาในหน้าต่าง Repository ให้ดับเบิ้ลคลิกที่บรรทัดที่เพิ่มขึ้นมาครับ

Picture 5
จะปรากฏหน้าต่างแบบนี้ขึ้นมา ให้เราคลิกที่ Checkout (เปิดขึ้นมาแล้วไม่มีรายการไฟล์แบบในภาพไม่ต้องตกใจครับ คือผมสั่ง Checkout ไปก่อนแล้ว)

Picture 6
โปรแกรมจะถามว่า เราจะเซฟไฟล์ที่ไหน ก็เลือกโฟลเดอร์ตามต้องการครับ

Picture 7
หน้าต่าง Working Copies จะเปิดขึ้นมา ให้เราตั้งค่าครับ ก็ป้อนข้อมูลลงไป แล้วดับเบิ้ลคลิก ทำเหมือนกับหน้าต่าง Repository เลยครับ

Picture 10
เสร็จครับ รอมัน Checkout ครับ เรียบร้อยแล้ว

การใช้งานครั้งถัดๆไป ถ้าเราจะอัพเดท Repo ก็ดับเบิ้ลคลิกที่หน้าต่าง Working Copies ที่ต้องการครับ แล้วกดปุ่ม Update แต่ถ้าอยากจะ Browse SVN เฉยๆ ก็ให้เรียกผ่านหน้าต่าง Repository ครับ

ซื้อ Windows Vista ชุดนึงครับ! เสียงเด็กน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน  พนักงานขายทำหน้างงๆ แล้วหยิบกล่อง Vista ยื่นให้เด็กน้อยพร้อมเรียกให้ไปชำระสินค้า เด็กน้อยเดินอมยิ้มออกมาจากร้านขายคอมพิวเตอร์พร้อมกับกล่อง Windows Vista ที่เขาต้องการ แต่พนักงานขายกลับมองตามหลังแล้วเปรยขึ้นว่า ซื้อแผ่นละ 50 บาท ก็ได้ตั้งหลายโปรแกรม จนทำให้พนักงานขายอีกคนต้องพูดแย้งขึ้นว่า เด็กคนนั้นทำถูกแล้ว! อายเด็กมั๊ย? ที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องขำขัน ที่เราทุกคนขำไม่ออก เพราะเด็กตัวเล็กๆ ยังรู้จักเลือกและรู้จักใช้ หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังใช้ซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือจงใจละเมิดลิขสิทธิ์โดยการคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง และแคร๊ก (crack) ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่มีมาอย่างต่อเนื่องและนานมากกว่า 10 ปี จนทำให้ประเทศเราหลงลืมคำว่าสัญญาอนุญาติ คำว่าลิขสิทธิ์ ไป หลายหน่วยงานพยายามที่จะให้คนไทยจดสิทธิบัตร, ลิขสิทธิ์ และทรัพสินทางปัญญาที่ทว่าตนเองก็ละเมิดสิทธินั้นเช่นกัน

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราต้องจ่ายเงินค่าซอฟต์แวร์ที่มีราคาแพง ซึ่งแพงกว่าค่าคอมพิวเตอร์ที่คุณซื้อเสียอีก ทำไมไม่เสียเงินแค่ 50-250 บาทเพื่อซื้อโปรแกรมพร้อมแคร๊ก ที่สามารถใช้งานได้จนกระทั่งคอมพิวเตอร์เสียหรือใช้งานได้จนกระทั่งคุณตาย แล้วสิทธิ์ที่บริษัทผลิตซอฟต์แวร์ที่อนุญาติให้เราคุ้มค่าแล้วหรือกับเงินที่ต้องลงทุนไป สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น คำถามเหล่านี้เกิดขึ้น แล้วก็หายเงียบไปพร้อมกับกระแสและกาลเวลาแล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม มีแผ่น Windows Vista มั๊ย มี crack มั๊ย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยั่วยวนใจทำให้คนที่คิดว่า ไม่เป็นไรน่า เขาก็ใช้กัน ใครๆ ก็ก๊อปทั้งนั้น ไม่มีใครใช้ของแท้หรอก ฯลฯ ทำให้ประเทศไทยเราตกอยู่ในสายตาของประเทศมหาอำนาจ แต่สายตาที่มองมากลับชิงชังแกมรังเกียจ ใครจะกล้ามาลงทุน ใครจะกล้ามาสร้างสิ่งใหม่ๆ ในประเทศไทย ทำแล้วคุ้มหรือไม่ที่จะโดนก็อป เงินที่ลงทุนไปกับธุรกิจซอฟต์แวร์ทั้งเรื่องคน เรื่องการพัฒนา กลับขายได้ราคาต่ำติดดิน รายได้ที่ได้กลับไหลไปสู่แหล่งจำหน่ายซอฟต์แวร์ละเมิด

ภาครัฐพยายามกระตุ้นให้มีการลงทุนทางด้านธุรกิจซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ให้นักลงทุนมาตั้งบริษัท สร้างงาน สร้างรายได้ แต่รายได้เหล่านั้นที่บริษัทจะสร้างผลกำไร กลับกลายเป็นการเสียภาษีให้กับรัฐแถมโดนปล้นจากอาชญากรทางด้านซอฟต์แวร์ ที่ตามก็อปและตามแคร๊ก พฤติกรรมเช่นนี้กลายเป็นนิสัยที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากผู้ใหญ่ไปสู่เด็ก จากครูอาจารย์ไปสู่นักเรียนนักศึกษา แล้วคุณคิดว่าเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? คำตอบอยู่ที่ตัวของคุณเอง ใช่ครับ อยู่ที่ตัวของคุณเอง ที่จะเป็นคนกำหนด เด็กน้อยลูกครึ่งน่ารักคนนั้นเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ควรศึกษา การเริ่มต้นใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ละเมิดด้วยตัวของคุณเองเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ประเทศนี้รอดพ้นคำครหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี หากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อยากทำเอาท์ซอร์ส สร้างมาตรการป้องกันการละเมิดให้กับคนอื่น แต่ตัวเองยังละเมิดอยู่ทุกวัน ใครเล่าจะแก้ปัญหานี้ได้ คำตอบอยู่ที่ตัวของคุณเอง

หลายคนต่างก็พยายามรณรงค์ให้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ใช่เพราะความต้องการที่จะใช้ แต่จำต้องใช้เพราะจะโดนจับ จะถูกปรับ ต้องเสียเงิน หากคุณทราบว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้วทำไมยังละเมิด! ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องทำตามสัญญาอนุญาติอย่างเคร่งครัดเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องเสี่ยงอีกต่อไปแล้ว หลายคนคิดว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการนำเอาไปใช้ แต่ที่แน่ๆ มีค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน! แต่น้อยหรืออาจมากกว่าการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ละเมิด อีกเรื่องซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ทางเลือกหรือซอฟต์แวร์ทดแทน หากบอกว่าใช้ Safari ทดแทน Firefox ใช่หรือไม่ อยากให้มองว่าซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ก็คือซอร์ฟแวร์แบบหนึ่งที่มีสัญญาอนุญาติที่ไม่เหมือนชาวบ้านมากนัก เน้นการพัฒนา และการนำไปใช้ได้อย่างอิสระ เสียมากกว่า แล้วจะเลือกใช้ซอฟต์แวร์อย่างไร ไม่ให้ละเมิดสิทธิ์ คำตอบอยู่ที่ตัวของคุณเอง ว่าจะเลือกที่จะเป็นคนไม่ดีหรือจะเป็นคนดี มีเพียงเท่านี้!

คุณภูมิใจมั๊ยที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ในซอฟต์แวร์คนอื่น  คุณภูมิใจมั๊ยที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก นักเรียน นักศึกษา คุณภูมิใจมั๊ยที่ช่วยให้ประเทศไทย ไม่ตกเป็นเป้านิ่งเรื่องการละเมิด คุณภูมิใจมั๊ยที่ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส คุณตอบคำถามตัวเองได้มั๊ย หลายครั้งที่มักมีคนบอกว่าการที่จะเป็นคนดีได้เริ่มต้นด้วยตัวคุณเอง ในกรณีนีก็เช่นกัน คุณอยากจะเป็นคนดี หรือ คนไม่ดี ? คุณอายมั๊ย? ที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ คำตอบนี้อยู่ที่ตัวของคุณเอง

นี่ถือว่าเป็นกิจกรรมครั้งที่ 2 ของสหพันธ์อุตสาหกรรมการพิมพ์แล้ว หลังจากได้จัดกิจกรรมแรกเป็นการฝึกอบรมโปรแกรมออกแบบสิ่งพิมพ์ มาครั้งนี้เป็นรูปแบบของการสัมมนาโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำการเปิดใจของสมาชิกในสหพันธ์ฯ ให้เข้าใจและมองเห็นประโยชน์และความสามารถของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สหลายตัวที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการพิมพ์โดยตรง ซึ่งงานครั้งนี้มีสมาชิกให้ความสนใจและเข้าร่วมงานจำนวนมาก

เริ่มต้นเนื้อหาของงานสัมมนาด้วยหัวข้อ “OpenOffice ทางเลือกใหม่สำหรับงานสำนักงาน” ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์โดยคุณชัยยศ จันทร์แย้ม ผู้จัดการทั่วไปบริษัท ฮูทามากิ (ประเทศไทย) และกรรมการสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ซึ่งคุณชัยยศเล่าให้ฟังว่าในบริษัทมีการใช้งานเครื่องพีซีที่ติดตั้งไมโครซอฟท์วินโดวส์อยู่จำนวน 180 ตัว หากต้องการใช้แบบที่เป็นลิขสิทธิ์ถูกต้องทั้งหมดก็ถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อย จึงเริ่มหาทางเลือกอื่นเพื่อความถูกต้องคำตอบจึงมาอยู่ที่ OpenOffice เนื่องจากได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวว่ามีการใช้งานในหน่วยงานขนาดใหญ่ อย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การบินไทย ปูนซิเมนต์ไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ทำให้มีความมั่นใจที่จะเลือกใช้

โดยเริ่มทำการวางแผนในเดือนพฤษภาคม 2551 และทำการฝึกอบรมพนักงานในเดือนกรกฎาคม 2551 พร้อมกันนั้นก็ทำการเริ่มต้นใช้งาน ระหว่างที่เริ่มต้นใช้งานฝ่ายไอทีของบริษัทต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้งานในด้านต่างๆ จนไม่พบปัญหาใหญ่ๆ อีกเลยในเดือน กันยายน 2551 ซึ่งนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ฮูทามากิ มีการใช้งาน OpenOffice มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ส่วนปัจจัยหลักของความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็คือการที่ผู้บริหารเห็นชอบและกล้าตัดสินใจเปลี่ยน วันนี้จำนวนเครื่องพีซีที่มีการติดตั้งไมโครซอฟต์ออฟฟิศในบริษัทฯ มีอยู่เพียง 5 เครื่องเท่านั้น ขอปรบมือให้กับความสำเร็จ

ดาวน์โหลด presentation ของคุณชัยยศ http://dp.thaiopensource.org/media/Chaiyot.pdf

ความเดิมจากตอนที่แล้ว เราได้ทราบถึงความสำเร็จของการนำเอา OpenOffice เข้าไปใช้ในองค์กร ตอนนี้มาต่อกันที่วิทยากรคนที่สอง คุณศิระ นกยูงทอง ตัวแทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “โปรแกรมทดแทน Photoshop”

เนื้อหาของการบรรยายก็ว่าด้วยเรื่องของการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์หลายตัวที่สามารถทำงานหลายอย่างได้เหมือน Photoshop และหลายอย่างที่มากกว่า Photoshop ส่วนซอฟต์แวร์ที่นำมาแสดงให้ดูนั้นเริ่มต้นจาก Photoscape, GIMP, Seashore และ Pixel image editor ความสามารถแต่ละตัวก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานได้เป็นระยะๆ นอกจากนี้คุณศิระยังได้ให้ข้อคิดดีๆ กับคนฟังว่า “อย่าคิดสร้างงานอยู่ในกรอบที่เครื่องมือทำได้ แต่ให้คิดงานให้ได้ก่อนที่จะเลือกใช้เครื่องมือ” นั่นก็คืออย่าไปยึดติดกับเครื่องมือเพียงตัวเดียว เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่ Photoshop

ดาวน์โหลด presentation ของคุณศิระ http://dp.thaiopensource.org/media/Sira.pdf

มาถึงวิทยากรคนสุดท้ายของงานคือคุณพรศักดิ์ โกศลชื่นวิจิตร รองประธานชมรมการจัดพิมพ์อิเล็กทรอนิกไทยและผู้จัดการทั่วไปบริษัท โฟโต้เซ็ท ในหัวข้อ “InkScape และ Scribus เพื่องานออกแบบและจัดหน้าสิ่งพิมพ์” ซึ่งคาดว่าจะเป็นเรื่องที่ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรง

เนื้อหาเริ่มต้นด้วยความชื่นชอบโอเพนซอร์สของวิทยากรในเรื่องของความร่วมมือและการแบ่งปัน โดยเริ่มจากการแนะนำ InkScape และ Scribus สลับกันไปมาให้เห็นถึงความสามารถในด้านต่างๆ ของซอฟต์แวร์ทั้ง 2 ตัว จากเนื้อหาการบรรยายทำให้เราทราบว่า InkScape เป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับจัดการกับงานกราฟิกแบบ vector ส่วน Scribus เหมาะสำหรับใช้จัดหน้าสิ่งพิมพ์

ส่วนการใช้งานภาษาไทยนั้น บน InkScape สามารถแสดงผลภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง หรือมีคำศัพท์ที่ใช้บ่อยๆ ในเรื่องนี้ว่า “สระไม่ลอย” ส่วนโปรแกรมจัดหน้าอย่าง Scribus เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ตอนนี้ยังไม่สามารถแสดงผลภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เพราะสระยังลอยอยู่นั่นเอง จึงมีการพูดคุยกันในห้องสัมมนาครั้งนี้ว่าอาจจะมีการรวบรวมรายชื่อของผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์เพื่อเสนอให้ทางซิป้าสนับสนุนให้มีการพัฒนาด้านภาษาไทยให้กับ Scribus เพราะหากสามารถใช้งานภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์จะเป็นการสนับสนุนธุรกิจสิ่งพิมพ์ได้เป็นอย่างมาก

ดาวน์โหลด presentation ของคุณพรศักดิ์

http://dp.thaiopensource.org/media/Pornsak1.pdf 

http://dp.thaiopensource.org/media/Pornsak2.pdf

การบรรยายในหัวข้อสุดท้ายแม้จะใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ แต่ก็พบว่าผู้เข้าร่วมงานต่างพากันถามคำถามอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความสนใจจริงในเรื่องของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับงานพิมพ์

 

ใครที่ได้เริ่มใช้ CMS มาตั้งแต่ยุคแรกๆ น่าจะรู้จักกับ PHP-Nuke และ PostNuke เป็นอย่างดี ซึ่งในสมัยนั้นเป็นซอฟต์แวร์ CMS ที่นิยมอย่างมาก ผู้คนต่างมีเว็บไซต์กับอย่างง่ายภายใน 5นาที แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยยี ทำให้ CMS รุ่นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ก้าวขึ้นมาแทนที่เครื่องมือในยุคเก่า ทำให้กระแสของ PHP-Nuke และ PostNuke ค่อยๆแผ่วลงไป และกลายเป็น Drupal Joomla และ WordPress ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าแทน

วันนี้นั่งคิดถึงเพื่อนเก่า เลยนั่งไล่ดูข้อมูลเหล่า CMS เพื่อนยากที่เคยพึ่งพิงอิงแอบกันมานาน ก็พบว่า PostNuke จัดงานศพให้ตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว http://www.postnuke.com/module-Content-view-pid-6.html ก็เรียกว่าน่าเสียดายเหมือนกัน แต่ในแง่คนพัฒนาก็ต้องเรียกว่าเหมาะแล้วที่ปิด เพราะปัจจุบันนี้เรามีทางเลือกที่ดีกว่านั้นอยู่มาก แม้จะดันทุรังทำไปก็จะมีแต่เสียเวลาเปล่า สู้เอาเวลาไปพัฒนาของใหม่ หรือทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่า

ในปัจจุบันนี้ CMS ในสายของ PHP-Nuke ที่ยังคงอยู่ก็จะมีตัว PHP-Nuke เอง และ XOOPS ที่ดูดีขึ้นมาอีก และ Project ยัง Active อยู่

แม้ว่า CMS ในสาย PHP-Nuke จะเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่าที่แทบจะไม่มีใครเลือกใช้กันแล้ว แต่เราก็ยังคงเห็นเว็บไซต์ที่ใช้ CMS ในสายของ PHP-Nuke กันอยู่บ้างประปราย

แล้วคุณล่ะครับ ตอนนี้ใช้ CMS ตัวไหนอยู่ หรือถ้าให้เลือกในตอนนี้ คุณจะเลือกตัวไหน

นี่คือลีนุกซ์ที่เชื่อถือได้มากที่สุดตัวหนึ่ง และมันก็เหมาะมากสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ส่วนของการติดตั้งออกจะยากไปนิดหนึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยติดตั้งลีนุกซ์มาก่อนเลย เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับบรรดาศิษย์เก่า Red Hat โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยติดตั้งแบบเทกซ์โหมดมาแล้ว เพราะมันเหมาะมากสำหรับบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่ไม่อยากเสียเวลาในการติดตั้งนาน

วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วทุกอย่างง่ายขึ้นสวยงามขึ้นและแน่นอนว่าจะมีคนใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะความง่ายของ Ubuntu ที่ทำให้หลายคนลืมวิธีติดตั้งลีนุกซ์แบบเก่าไปเพราะมันติดตตั้งง่ายกว่าวินโดวส์ซะอีก แต่สำหรับ Fedora แล้วเนื่องจากมันเป็นของที่เกิดจากชุมชนซึ่งมีความหลากหลายทำให้วิธีการติดตั้งของมันยังต้องคงความเป็นมาตรฐานเอาไว้อย่างช่วยไม่ได้ นั่นแหละที่ใครหลายคนบ่นว่าการติดตั้งของมันแลดูยาก

สำหรับเรื่องความใหม่สด Fedora 9 มาพร้อมกับเคอร์เนลใหม่ล่าสุด แน่นอนว่าส่วนของ Desktop Environment อย่าง KDE และ Gnome ก็เป็นของใหม่สดด้วยกันทั้งคู่ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขีดความสามารถในเรื่องของการจัดการระบบเน็ตเวิร์ค และเพิ่มเรื่องของการบูตผ่าน USB เข้ามา (ให้พวกเราซะที)


 

เรื่องของการเปรียบเทียบแต่ละดิสตริบิวชันก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ มันคงจะหมดยุคสมัยของการถามแล้วว่าลีนุกซ์ของคุณใช้เคอร์เนลเวอร์ชันไหน ใช้ Gnome หรือ KDE เวอร์ชันไหน เพราะเรื่องแบบนี้มันตอบได้ไม่ยากส่วนมากก็จะเอาของใหม่ล่าสุดมาใช้ด้วยกันทั้งนั้น แต่คำถามจะเริ่มเปลี่ยนไปเป็น ลีนุกซ์สามารถใช้งานร่วมกับระบบอื่นได้ไหมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแชร์ไฟล์หรือพิมม์งาน ลีนุกซ์ใช้ระบบติดตั้งซอฟต์แวร์แบบไหน เรื่อยไปจนถึงเรื่องของการใช้งานไดรฟ์เวอร์ว่ามีให้ใช้มากน้อยแค่ไหน และเรื่องสุดฮิตสำหรับวันนี้ว่ามันใช้งานกับไวไฟได้ดีแค่ไหน

การติดตั้งก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าถ้าคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับการติดตั้งลีนุกซ์มาแล้วสัก 2-3 ปี ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่ถ้าไม่ใช่อาจจะต้องขอตัวช่วยจากคนรอบข้างมากสักหน่อย ขั้นตอนการติดตั้งก็หนีไม่พ้น เลือกพาร์ติชัน เลือกแพคเกจ กำหนดยูเซอร์เนม กำหนดค่าเน็ตเวิร์ค แล้วก็รีบูต ซึ่งทุกอย่างก็เหมือนจะราบรื่นดีมาติดอยู่ที่การใช้งานแบบมัลติบูตนี่เองที่ทำให้เราต้องพิจารณาใหม่ซะแล้ว เพราะถ้าเป็นมือใหม่คงต้องนั่งเศร้าเพราะระบบอื่นที่มีอยู่แล้วจะหายเกลี้ยงไปจากเมนู (จริงๆ แล้วยังอยู่แต่บูตไม่ได้เท่านั้นเอง) ก็ต้องออกแรงไปปรับตัวบูตโหลดเดอร์กันก่อนจะใช้งานได้ อันนี้ต้องดูกันต่อไปว่า Fedora จะทำการแก้ไขหรือเปล่า แต่ถ้าติดตั้งโดดๆ ไม่โลภมากหลายโอเอสก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ว่าไปก็เยอะมาถึงข้อดีกันบ้างหลังจากทำการติดตั้งเสร็จพบว่าทั้งเรื่องของภาพ (การ์ดจอ) เสียง (การ์ดเสียง) และไวไฟ พากันลุกขึ้นมาต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง สร้างความประทับใจให้เราไม่น้อย เป็นอันว่าปัญหาฮาร์ดแวร์ลดน้อยไปมากมายมหาศาล มาดูด้านการติดตั้งซอฟต์แวร์ก็อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่า Fedora ก็มีบรรพบุรุษมาจาก Red Hat แพคเกจสำหรับติดตั้งก็ต้องเป็น RPM อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งแพคเกจชนิดนี้ก็เป็นที่นิยมอย่างกว้างขว้าง แต่ที่ถูกใจเป็นพิเศษเห็นจะได้แก่ตัวจัดการที่ชื่อว่า Yum ซึ่งความสามารถมากมาย แต่ถ้าใครไม่ชอบจะหันไปใช้เมนู Add/Remove ที่มีเพิ่มมาให้ก็ได้

สรุปส่งท้ายว่า Fedora 9 คือลีนุกซ์ที่แข็งแรงและเสถียรมากที่สุดตัวหนึ่ง (แล้วความแข็งแรงของมันก็จะถูกส่งต่อไปยัง Red Hat เพื่อทำตัวเวอร์ชันธุรกิจต่อไป) ดังนั้นหากใครที่ต้องการใช้มันอย่างจริงจังก็สามารถอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง หรือจะเป็นการพึ่งพาชุมชนก็ทำได้ แต่ถ้าใครที่ต้องการความมั่นคงแบบมืออาชีพก็หันไปใช้บริการของบริษัทต่างๆ มากมายที่ให้บริการอยู่ อ้อ…ลืมบอกไปว่าอีกอย่างที่เราประทับใจกับ Fedora 9 มากๆ ก็คือหน้าจอของ Gnome นั้นสวยมากที่สุดเท่าที่เราเคยได้เห็นและได้ใช้มาเลยทีเดียว เรื่องของความง่ายในการใช้งานเอาไป 3 ดาว เรื่องของความสามารถเอาไป 4 ดาว รวมกันหารสองแล้วพบว่า Fedora 9 ได้คะแนนไป 3 ดาวครึ่ง

Simon Scheisser ผนวกรวมเอา Marble ใส่ลงใน KOffice โดยอยู่ในรูปแบบของ flake object นั่นหมายความว่าคุณสามารถเปลี่ยนแผนที่ตามข้อมูลที่คุณเชื่อมโยงไปยัง Marble ได้ ไม่ได้เป็นแค่รูปภาพแปะเฉยๆ นะครับ คุณเปลี่ยนข้อมูลได้เหมือนกับคุณกำลังเปิด Marble บน Koffice เลยล่ะ

เรื่องเกี่ยวกับ Marble ยังไม่จบ Henry de Valence เริ่มทำ Marble WorldClock แปะบนหน้าจอเป็น widget ของ plasma กันแล้ว

ยังไม่หมดแค่นั้น Marble Kpart สามารถนำไปผนวกรวมกับโปรแกรมอื่นๆ ได้ ตัวอย่างเช่น Digikam เป็นต้น

Review application รอบนี้ขอเสนอ simple-ccsm โปรแกรมช่วยตั้งค่า Desktop effect สำหรับ Linux โดยปกติแล้ว การตั้งค่า Desktop effect ของ Linux จะค่อนข้างยุ่งยาก แต่สำหรับ Simple CCSM ที่มี Profile ในการตั้งค่ามาให้เลือกแล้ว หรือจะปรับแต่งในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติมก็ง่าย แถวหน้าตาของโปรแกรมก็ดูสะอาดตาดี

การติดตั้งโปรแกรม สำหรับ Ubuntu สามารถติดตั้งได้ด้วยคำสั่ง sudo apt-get install simple-ccsm เพียงเท่านี้ก็เตรีมใช้ได้แล้วครับ ส่วนการเรียกใช้งานโปรแกรม สามารถเรียกได้ที่ เมนู System > Preference ครับ

simple-ccsm
หน้าตาของโปรแกรมจะดูเรียบง่ายครับ

simple-ccsm-effect-profile
มี Profile ในการตั้งค่าให้เลือกใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

simple-ccsm-effect-desktop
หรือจะปรับรายละเอียดด้วยตัวเอง โปรแกรมก็จัดแบ่งการปรับแต่งไว้เป็นหมวดหมู่ดีครับ

โดยรวมแล้ว แม้ว่าโปรแกรมจะปรับแต่งในส่วนของการตั้งค่าไม่ได้ละเอียดมากนัก แต่เมื่อเทียบกับความง่าย และ Profile ที่เตรียมไว้ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่า Simple CCSM เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่แนะนำสำหรับผู้ชื่นชอบการใช้งาน Desktop effect สำหรับ Linux เลยครับ

ในที่สุด ยักษ์ใหญ่แห่ง Windows Manager อย่าง GNOME ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว Gnome 2.22 อย่างเป็นทางการแล้วครับผมหลัง จากซุ่มพัฒนาเพิ่มเติมคุณสมบัติต่าง ๆ มากมายมาย โดยในเวอร์ชั่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากมายในบรรดานั้นทางPhoronix ได้เลือก แปดเรื่องเด่น มารีวิวให้ดูแปดสิ่งที่ว่านั้น ได้แก่:

  1. Epiphany ที่มี WebKit backend ซึ่งจะว่าไปก็มีแพ็ตช์แพล็ม ๆ ออกมาตั้งแต่ GNOME 2.20 แล้ว นัยว่าในรุ่นนี้จะเริ่มใช้งานได้จริง ใน distro ต่าง ๆ คงจะมีให้เลือก ว่าจะใช้ Gecko backend หรือ WebKit backend
  2. Evince พร้อม effect โดยสามารถใช้เอฟเฟ็กต์ขณะเปลี่ยนหน้า presentation ได้ นอกจากนี้ ยังมี plug-in API สำหรับเพิ่มการสนับสนุนเอกสารชนิดใหม่ ๆ ได้, นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเพิ่ม PDF annotation ด้วย แต่ปรากฏว่าไม่ทัน 2.22 ต้องเลื่อนออกไป 2.24
  3. Cheese โปรแกรม WebCam ไว้ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอจากกล้อง webcam โดยสามารถใส่เอฟเฟ็กต์โดยอาศัย GStreamer ได้ด้วย และ export ไปยัง Flickr หรือ F-Spot ได้
  4. Mousetweak เป็นเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก (accessibility) สำหรับผู้ที่คลิกเมาส์ไม่สะดวก จะสามารถใช้ท่าขยับเมาส์ (mouse gesture) แทนการคลิกได้
  5. Vinagre โปรแกรมไคลเอนต์ VNC หลังจากที่มี Vino เป็น VNC server แล้ว ก็มี viewer ที่เป็น GNOME เสียที โดยมีการเชื่อมรวมกับส่วนอื่นของ GNOME เช่น เก็บรหัสผ่าน VNC ใน GNOME keyring ได้
  6. Flash Player หลังจากที่มี swfdec เป็น flash player plug-in สำหรับ Mozilla มาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็มี swfdec-gnome เป็น flash player และ thumbnailer บนเดสก์ท็อปด้วย
  7. Totem เล่น YouTube และ MythTV โดยมีปลั๊กอินสำหรับค้น เรียกดู และเล่นวิดีโอจาก YouTube ได้ และอีกปลั๊กอินหนึ่งสำหรับดูทีวีจาก MythTV นอกจากนี้ ยังมีปลั๊กอินสำหรับแชร์ playlist และค้นหาวิดีโอในเว็บด้วย
  8. สิ่งใหม่ใน Rhythmbox เช่น การติดตั้งปลั๊กอินของ GStreamer โดยอัตโนมัติ, การรองรับฟีดของ Podcast ที่ดีขึ้น, ปลั๊กอินสำหรับ Mozilla ที่รับแสดงลิงก์ itms://, การรองรับ UPnP ที่ดีขึ้น, การรองรับ DAAP smart playlist และสตรีมวิทยุ, การเล่นวิทยุจาก tuner ฯลฯ
  9. ภาพตัวอย่างหน้าจอทั่วไปของ GNOME 2.22

     

    Cheese โปรแกรม WebCaM ใครชอบถ่ายรูปเชิญครับผม

    มาแล้วครับ EVOLUTION GNOME 2.22

     

    แถมท้ายด้วยสิ่งอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น การเพิ่ม Anjuta IDE เข้าใน official GNOME รวมทั้ง GVFS ที่จะมาแทน Gnome VFS, ตัวเลือกภาษาใน GNOME Control Center, compositor ใหม่ใน Metacity ฯลฯ

    ในระหว่างนี้ ทีมแปล GNOME ก็ต้องการผู้ช่วยเหลือในการแปล GNOME 2.22 เป็นภาษาไทยนะครับ เคยโพสต์ รายละเอียด ไปแล้วเมื่อครั้ง 2.20 โดยดึงแฟ้ม PO มาแปลได้จาก หน้าสถานะของ GNOME 2.22 นะครับ ที่เหลือก็เหมือนในโพสต์เดิมครับ

     
    ที่มา: OSnews