ใครที่เป็นมือใหม่ Ubuntu ที่กำลังใช้งาน Desktop Effect กันอยู่นะครับ วันนี้ ผมค้นหาสรุปวิธีใช้คีย์ลัดในการใช้งาน Desktop Effect คร่าวๆมาให้ครับ จะได้ใช้งาน Ubuntu และ Desktop Effect ให้สนุกยิ่งขึ้นครับ

คำอธิบาย:

  • Button1: คลิกซ้าย
  • Button2: คลิกปุ่มกลาง
  • Button3: คลิกขวา
  • Button4: หมุนลูกกลิ้งเมาส์ขึ้น
  • Button5: หมุนลูกกลิ้งเมาส์ลง
  • <Super>: ปุ่มที่มีเครื่องหมาย Windows
General
main_menu_key <Alt>F1 Open up the Gnome main menu.
run_key <Alt>F2 Bring up a dialog to run application.
close_window_key <Alt>F4 Close window.
unmaximize_window_key <Alt>F5 Restore a maximized window to original size.
minimize_window_key <Alt>F9 Minimize window.
maximize_window_key <Alt>F10 Maximize window.
slow_animations_key <Shift>F10 Show the animation in slow motion.
window_menu_button <Alt>Button3 Bring up window menu.
opacity_increase_button <Alt>Button4 Increase opacity of a window.
opacity_decrease_button <Alt>Button5 Decrease opacity of a window (More translucent)
run_command_screenshot_key Print Take screenshot of whole screen.
toggle_window_shaded_key <Control><Alt>s Shade/unshade a window.
show_desktop_key <Control><Alt>d Show desktop.
run_command_window_screenshot_key <Alt>Print Take screenshot of a window.
window_menu_key <Alt>space Bring up window menu.
     
Cube
unfold_key <Control><Alt>Down Unfold the cube (show 3 desktops in a row).
next_slide_key space Next desktop. (I don’t know how to activate this)
prev_slide_key BackSpace Previous desktop.
     
Rotate
rotate_right_key <Control><Alt>Right Switch to the right desktop.
rotate_right_window_key <Shift><Control><Alt>Right Switch to the right desktop with the active window.
initiate_button <Control><Alt>Button1 Rotate the desktops in 3D.
rotate_left_window_key <Shift><Control><Alt>Left Switch to the left desktop.
rotate_left_key <Control><Alt>Left Switch to the left desktop with the active window.
     
Resize
initiate_button <Alt>Button2 Resize window using mouse.
initiate_key <Alt>F8 Resize window using keyboard (press Enter to quit)
     
Move
initiate_button <Alt>Button1 Move window using mouse.
initiate_key <Alt>F7 Move window using keyboard (press Enter to quit)
     
Water
initiate_key <Control><Super> Turn on water effect. (My card doesn’t support it :( )
toggle_wiper_key <Shift>F8 Toggle wiper.
toggle_rain_key <Shift>F9 Toggle rain.
     
Switcher
next_all_key <Control><Alt>Tab Switch to next window for all desktops.
next_key <Alt>Tab Switch to next window for current desktop.
prev_key <Shift><Control><Alt>Tab Switch to previous window.
     
Zoom
zoom_in_button <Super>Button4 Zoom in manually .
initiate_button <Super>Button3 Zoom in once.
zoom_out_button <Super>Button5 Zoom out manually.
     
Scale
initiate_edge [TopRight] Show previews of all windows using mouse.
initiate_key Pause Show previews of all windows using keyboard.
     
Wobbly
snap_key <Shift> Snap window to the grid.

ที่มา: kombitz.com

   วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าด้วยภาพครับผม ก็ผ่านพ้นกันไปอย่างสวยงามสำหรับมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน โดยจีนสามารถจัดงานพิธีเปิดได้สมกับที่รอคอยการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจริง ๆ ทั้งแสง สี เสียง และการแสดงประกอบต่าง ๆ รวมถึง Hilight อย่างการจุดคบเพลิงด้วยวิธีการใหม่ที่ใช้คนเหาะขึ้นไปจุดคบเเพลิง ผมไม่่ได้มีโอกาสไปหรอกครับผม (แค่ดูถ่ายทอดสดในทีวีก็รู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการแล้วครับผม) แต่ในความสวยงามนั้นก็มีเจ้าคอมพิวเตอร์คอยควบคุม แล้วก็เกิดอาการ Blue Screen Of Death กันมาให้ชมครับผม มีภาพมาให้รับชมเบื้องหลังการถ่ายทำครับผม (คนที่ไปในงานจริงมือไวมากเก็บภาพไว้ได้ครับผม)

ดูกันเอาเองแล้วกันครับผมภาพมันฟ้อง

ชัดเจนครับผมไม่ได้ใช้มุมกล้อง

อีกแล้วครับพี่น้อง!

   งานนี้ถ้าจีนเลือกใช้เจ้านกเพนกวินที่ชูโลงให้เป็นระบบปฎิบัติการแห่งชาติคงไม่น่าจะมีปัญหาพวกนี้มาให้เห็นกันครับผม (พิธีเปิดคงสมบูรณ์เป็นที่สุด และคนที่เหาะขึ้นไปก็ไม่เสียวเพราะว่ากลัวคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมมัน Hank ครับผม)
 

แหล่งที่มาภาพ: gizmodo.com

 

       XEN เปิดให้ผู้ดูแลระบบสามารถใช้งาน Virtualization Technology ในสภาพแวดล้อมได้ทั้งสองแบบ ( Full virtualization และ Para-Virtualization ) แบบ Para-virtualization นักพัฒนาได้วางแผนที่จะรวมเอา Xen ‘s Virtualization Technology อยู่ในระบบปฏิบัติการ Linux 6.2.12 kernel เพื่อที่ว่าจะสามารดจัดการโครงสร้างเพื่อให้เกิดประโยชน์โดยเครื่องมือการทำ virtualization ที่มีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อม ของระบบปฏิบัติการ Linux เหล่านั้น Xen จะกลายเป็น Platform ที่ยอดเยี่ยมของการบริการเป็นศูนย์กลางเครือข่าย ตัวอย่างการเป็น local mirroring ที่สามารถนำใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นในการทำงานไม่ว่าจะเป็นงานในส่วนของ dynamic web content , media stream Transcoding , distribution , multiplayer game และการทำเป็น Virtual reality server รวมถึง “smart proxies” Xen อ้างอิงตำแหน่งโดยตรง ที่จัดให้เหมาะสมของการบริการนั้นๆมาก ทำให้สามารถลดต้นทุนการที่จะต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการในแต่ละเครื่องในกรณี ที่จะต้องรองรับ Application ที่ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน โดยสามารถนำมาทำงานพร้อมกันอยู่บนเครื่อง server เดียวกัน ซึ่งทำให้เป็นการลดจำนวนเครื่อง server ในอนาคตจะทำให้การปรับแต่ง server เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและยืดหยุ่น ยังมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการนำ Xen’ s virtualization technology ในการนำไปทำงานอยู่บนเคอร์เนลบนระบบปฏิบัติการ BSD และ ระบบปฏิบัติการ Windows XP อีกด้วยครับคราวหน้าถ้ามีโอกาสเราลองมาทำการติดตั้ง Xen ใน Fedora Core 6 ที่ได้มีการรวมเอา Xen มาไว้ในระบบปฏิบัติการแล้ว

สถาปัตยกรรมที่ใช้ในการ Virtualization

       มีทางเลือกมากมายในการสนับสนุนเทคโนโลยีการทำงานของเวชวลไลเชชัน แต่มีเทคนิคอยู่ 2 รูปแบบที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนี้อยู่ก็คือเทคนิคแบบ Full virtualization และ Para-virtualization

      Full virtualizationถูกออกแบบเพื่อเตรียมการทำให้เป็นรูปแบบ เสมือนทั้งหมดของฮาร์ดแวร์ และสร้างระบบเสมือนที่สมบูรณ์ ในที่นี้จะทำให้เราสามารถที่นำ ระบบปฏิบัติการอื่นๆ มาติดตั้งและสามารถที่จะทำงานอยู่บนเครื่องคอมพิเตอร์เดียวกันได้ ซึ่งเราจะเรียกว่าระบบปฏิบัติที่มาติดตั้งเพิ่มเติมนี้ว่า ระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System: GOS ) โดยที่ระบบปฏิบัติการเยือนสามารถที่จะทำงานได้โดยไม่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยน แปลงสิ่งใดๆ กับคำสั่งที่ถูกร้องขอจากระบบปฏิบัติการเยือนนั้นๆ หรือในตัวโปรแกรมของมันเอง เพราะฉะนั้น ระบบปฏิบัติการเยือนหรือโปรแกรม จะไม่ทราบถึงสภาพแวดล้อมจำลองเสมือนจริงที่เกิดขึ้น จึงทำให้ระบบปฏิบัติการเยือนและโปรแกรมของมันทำงานอยู่บน เวชวลแมชชีน ในขณะที่ในความจริงแล้วจะต้องทำงานบนสภาวะแวดล้อมของระบบจริงๆ ( Physical system ) วิธีการนี้ทำให้เกิดประโยชน์ เพราะว่ามันได้แยกการเชื่อมต่อของซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการเยือน ออกจากฮาร์ดแวร์อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นผลลัพธ์ของวิธีการแบบ Full virtualization ก็คือสามารถให้มีเส้นทางการเคลื่อนย้ายของตัวซอฟต์แวร์ และ ภาระงานต่างๆ ( workloads ) ระหว่างระบบปฏิบัติการที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์เวชวลไลเชชัน ที่ใช้เทคนิค Full virtualization ก็คือ Microsoft Virtual Server, และ VMware ESX Server


รูปที่ 1 : แสดงสถาปัตกรรมของเวชวลไลเชชันเทคโนโลยี ของ VMWARE

          อย่างไรก็ตามเทคนิคแบบ Full virtualization อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง โดยที่ซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ จะต้องเตรียมให้ เวชวลแมชชีน ในการสร้างแบบเสมือนจริงของระบบทั้งหมด เช่น การทำ Virtual BIOS, Virtual memory space , และ Virtual device. ซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ จะต้องสร้างและดูแลโครงสร้างข้อมูลสำหรับองค์ประกอบของเวอร์ชวลต่างๆอีกด้วย ตัวอย่างเช่น Shadow memory page table. โดยโครงสร้างข้อมูลเหล่านี้จะต้องถูก updated สำหรับทุกๆการเข้าถึงข้อมูลที่ตรงกันของเวชวลแมชชีน


รูปที่ 2 : แสดงการทำงานของโปรแกรม VMWARE

          Para-virtualizationเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการทำเวชวลไลเชชัน โดยนำเสนอให้แต่ละ เวชวลแมชชีน คือรูปแบบเสมือนของฮาร์ดแวร์ที่ถูกนำเสนอเช่นเดียวกันกับแบบ Full virtualization แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือในเทคนิคแบบนี้จะสามารถระบุไปถึงภายในกายภาพ ของฮาร์ดแวร์ (Physical Hardware ) โดยเทคนิค Para-virtualization ต้องการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำร้องขอของระบบปฏิบัติการเยือน ที่กำลังทำงานอยู่บนเวชวลแมชชีน ผลลัพธ์ของมันก็คือ ระบบปฏิบัติการเยือน จะรับรู้ได้ว่ามันกำลังทำงานอยู่บนซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนนั่นเอง มีการยอมรับว่าประสิทธิภาพที่ได้จะใกล้เคียงกับประสิทธิภาพตามธรรมชาติของ ระบบปฏิบัติการเยือน วิธีการของ Para- virtualization ยังคงดำเนินการพัฒนาและยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่นการเกิดแคชของข้อมูลของระบบปฏิบัติการเยือน ( Guest Operating System Cache Data ) และการเชื่อมต่อกันที่ยังไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ( Unauthenticated Connections )

          Xen เป็นเวชวลไลเชชันซอฟ์ตแวร์ ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส พัฒนาอยู่บนพื้นฐานเทคนิคแบบ Para-virtualization ในรูปที่ 2 แสดงสถาปัตยกรรมของ Xen เวอร์ชั่น 3.0 มี Hosting ของตัวเวชวลแมชชีนอยู่ 4 ตัว ( Domain 0, VM1 , VM2, และ VM3) โดยมีอินเตอร์เฟชกับเวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ของ Xen ซึ่งเตรียมให้รูปแบบเสมือนของฮาร์ดแวร์ ทำให้สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ได้สำหรับซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนที่แตกต่างกัน รูปที่ 2 ยังได้แสดงหน้าที่พิเศษของ เวชวลแมชชีน ที่เรียกว่า Domain 0.

เวชวลแมชชีนที่เรียกว่า Domain 0. เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงตัวควบคุมที่เรียกว่า control interface ของ เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ ตลอดจนที่ซึ่งเวชวลแมชชีนต่างๆสามารถถูกสร้าง ( จะกลายเป็น Domain1 .. DomainX ) ถูกทำลาย และ ถูกจัดการและควบคุมซอฟต์แวร์ ให้ทำงานอยู่ในการควบคุมของ Domain 0. ผู้ดูแลระบบสามารถที่จะสร้าง เวชวลแมชชีนกับการให้สิทธิพิเศษ ตัวอย่างเช่น VM 1 ที่สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ได้โดยตรงผ่าน secure interface ที่เตรียมไว้โดย Xen ผู้ดูแลระบบสามารถสร้าง เวชวลแมชชีนอื่นๆ ที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรของเครื่องที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยการควบคุมของ Domain 0 และการจัดการอินเตอร์เฟส ใน Xen.


รูปที่ 3 สถาปัตยกรรมของ Xen Virtualization Technology

      ในตัวอย่างนี้ จะเห็นว่าระบบปฏิบัติการเยือน ใน VM1 และใน VM2 ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ทำงานอยู่เหนือการทำงานของ Xen ด้วย ทำให้ มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง ใกล้เคียงกับประสิทธิภาพตามธรรมชาติของ ระบบปฏิบัติการเยือน วิธีการนี้สามารถถูกเรียกใช้ได้ตลอดเวลาการทำงาน การไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำร้องขอใดๆ ของระบบปฏิบัติการเยือน ( ในเทคนิคแบบ Full virtualization ) ก็ได้ถูกรองรับด้วยเช่นกัน ดังนั้นเทคนิคแบบนี้จึงได้รับการพิจารณาใน Xen และเทคโนโลยีเวชวลไลเชชันของอินเทล ( Intel Virtualization Technology ) นักพัฒนา Xen 3.0 วางแผนที่จะรวมความสามารถในการรองรับความสามารถของเวชวลแมชชีนกับ Symmetric multiprocessing (SMP) , ระบบปฏิบัติการเยือนที่เป็นระบบปฏิบัติการแบบ 64 bits, การจัดการกับ Accelerated Graphics Port (AGP), และ Advanced Configuration and Power Interface (ACPI)

        ในโครงสร้างหลักส่วนกลางที่สำคัญในการทำของข้อมูลเสมือนจริง ก็คือการทำเสมือนจริงของตัวโปรเซสเซอร์ , หน่วยความจำ และอุปกรณ์ I/O ในการออกแบบ Xen3.0 จะต้องออกแบบให้มีความสามารถในการทำ เวชวลไลเชชัน แบบ Para-virtualization ของโครงสร้างหลักทั้งสามองค์ประกอบหลักของฮาร์ดแวร์

        (CPU Operations ) การทำงานของซีพียูเสมือน สถาปัตยกรรม x86 ของอินเทล เตรียมโหมดสิทธิพิเศษไว้ 4 ระดับ โดยโหมดเหล่านี้หรือเรียกว่า “rings” คือมีตัวเลขที่บอกเป็นตัวเลขระดับตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 3 โดยกำหนดให้ 0 เป็นระดับที่มีค่าสิทธิพิเศษมากที่สุด ในระบบที่ไม่เป็นเวชวลไลเชชัน ระบบปฏิบัติการ จะทำงานอยู่ที่ ring 0 และในส่วนของโปรแกรมจะทำงานที่ ring 3 ส่วนใน ring 1 และ ring 2 ปกติจะไม่ถูกนำมาใช้งาน ใน Xen รูปแบบ Para-virtualization การทำงานของซอฟต์แวร์เวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ จะทำงานที่ระดับ ring 0 , ส่วน ระบบปฏิบัติการเยือน จะทำงานอยู่ที่ ring 1 และ โปรแกรมต่างๆจะทำงานที่ระดับ ring 3. วีธีการนี้ ช่วยรับประกันได้ว่ากระบวนการการทำงานของเวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ ซึ่งใน Xen มันจะถูกเรียกว่า Hypervisor มีสิทธิพิเศษสูงที่สุด ในขณะที่ ระบบปฏิบัติการเยือน จะทำงานในสิทธิพิเศษที่สูงกว่าตัวโปรแกรม ดังนั้นคำสั่งและสิทธิพิเศษที่ถูกส่งออกไปโดยระบบปฏิบัติการเยือน จะถูกตรวจสอบและดำเนินการโดยเวชวลแมชชีนมอนิเตอร์ รูปที่ 3 แสดงการทำงานของการทำ CPU Virtualization


รูปที่ 4 แสดงการทำงานของการทำ CPU Virtualization

       ( Memory Operations ) การทำงานของหน่วยความจำ ในสภาพแวดล้อมแบบ Non Para-virtualized ระบบปฏิบัติการ
( Operating System ) คาดว่าจะมีหน่วยความจำที่ต่อเนื่องกัน. ในกระบวนการทำงานของ Xen ในการใช้เทคนิคแบบ   Para-virtualization ระบบปฏิบัติการเยือนจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขในการเข้าถึงหน่วยความจำในแบบวิธี ที่ไม่ต่อเนื่องกัน ระบบปฏิบัติการเยือน จะรับผิดชอบในการจอง และจัดการ page table อย่างไรก็ตามการเขียนข้อมูลโดยตรงจะถูกดักและตรวจสอบการทำงานด้วยโปรแกรมเวช วลแมชชีนมอนิเตอร์ของ Xen

 

รูปที่ 4 : Memory Management Unit แบบ Para virtualization

 

รูปที่ 5 : Memory Management Unit แบบ Full virtualization

 

(IO operation) การทำงานของไอโอ ในสภาพสิ่งแวดล้อม Fully virtualized อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์คือสิ่งที่ถูกจำลองขึ้นมา ใน Xen รูปแบบ Para-virtualization จะทำงานอยู่บนพื้นฐานการทำงานที่เรียกว่า Producer – Consumer Pointer การทำงานเช่นนี้สามารถที่จะแยกระหว่าง Data กับ Event Notification ตัวอย่างการทำงานเช่น ข้อมูลที่เป็นข้อมูลของ I/O ถูกส่งและรับจากระบบปฏิบัติการเยือนนั้น จะถูกย้ายขึ้นไปทำงานบนสถาปัตยกรรม ring โดยใช้ในการแชร์หน่วยความจำ ผ่านทาง Buffer Descriptor Ring หรือที่เราเรียกว่า I/O Descriptor rings มีลักษณะเป็นโครงสร้างลักษณะแบบคิววงกลม ( Circular Queues ) ดังแสดงในรูปที่ 6


รูปที่ 6 : แสดงโครงสร้างของ Asynchronous I/O rings,
สำหรับใช้ในการ transfer –ข้อมูล ระหว่าง Xen
และ ระบบปฏิบัติการเยือนต่างๆ

         การตอบสนองข้อมูลก็จะถูกส่งกลับไปที่ตัว I/O Descriptors Ring ทำให้หน่วยความจำถูกแชร์ ระหว่าง Domain 0 และ Guest Domain ตลอดเวลาที่มีการรับเข้าและส่งออกของข้อมูล ระบบปฏิบัติการเยือนจึงทำหน้าที่เสมือน Consumer และ Xen (ตัวโปรแกรม Hypervisor) จะทำหน้าที่เสมือน Producer การเปลี่ยนแปลงแก้ไขการร้องขอของระบบปฏิบัติการเยือน เป็นสิ่งไม่ยืดหยุ่น สำหรับ Platforms แบบ Non – Open Source เช่น ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 2000, ระบบปฏิบัติการ Windows Server 2003, ผลลัพธ์ก็คือ ระบบปฏิบัติการเหล่านั้นจะไม่สนับสนุนสภาพแวดล้อมแบบ Para-virtualization นั่นเอง ในส่วนถัดไปจะอธิบาย Xen ทำงานอย่างไร กับเทคโนโลยี Virtualization ของอินเทลในการรองรับสิ่งทีเรียกว่า Unmodified Operating system

ท่านใดสนใจอ่านบทความเกี่ยวกับ Xen ย้อนหลังได้ที่ Intro Virtualization

Typo3 ซอฟต์แวร์ระบบ ECM ที่เขาว่ากันว่าสุดยอด (พยายามลองอยู่ แต่ยังใช้ไม่เป็น) แล้วก็ตัวมันเองมีวิธีติดตั้งที่ชวนงงมาก แต่ผมก็หาทางจนได้ล๊ะ เลยจะมาชวนให้ลองติดตั้ง Typo3 กันครับ (จริงๆแค่หาเรื่องจดไว้ กันลืม)

note ขั้นตอนเหมาะสำหรับผู้ที่พอติดตั้ง CMS บน Ubuntu เป็นบ้างแล้วนะครับ

  1. ขั้นแรกก็ ติดตั้ง Ubuntu Desktop ไว้ให้พร้อมก่อนเลยครับ
  2. เปิดเทอร์มินอลขึ้นมาครับ แล้วสั่งตามนี้เลย sudo apt-get update ; sudo apt-get upgrade
  3. สั่งต่อเลยครับ sudo apt-get -y install apache2 libapache2-mod-php5 php5-cli php5-common php5-cgi mysql-common mysql-server mysql-server-5.0 phpmyadmin
  4. จากนั้น เข้า phpmyadmin แล้วสร้อง database รอไว้เลยครับ
  5. กลับมาที่ Terminal ครับ สั่ง cd /var/www/
  6. โหลดโปรแกรม Typo3 จาก sourceforge ครับ sudo wget http://jaist.dl.sourceforge.net/sourceforge/typo3/dummy-4.2.1.tar.gz http://jaist.dl.sourceforge.net/sourceforge/typo3/typo3_src-4.2.1.tar.gz
  7. แตกไฟล์บีบอัดที่โหลดมาครับ sudo tar zxvf dummy-4.2.1.tar.gz ; sudo tar zxvf typo3_src-4.2.1.tar.gz
  8. ย้ายพาธไปไว้ที่สวยๆ หน่อย sudo mv dummy-4.2.2 cms
  9. เปิด Browser เข้าไปที่ http://localhost/cms
  10. รันตัวติดตั้งตาม Wizard ของ Typo3 ครับ

ที่เหลือจากนี้ตัวใครตัวมันครับ ผมก็ยังใช้ไม่เป็นเหมือนกัน :P

เห็นพี่ BigTux เขียนข่าว จับลีนุกซ์ใส่ทรัมฟ์พลังสูง เลยต้องออกมาเขียนบ้าง เพราะในข่าวเป็น Mandriva Linux อ่ะนะ ดังนั้น How-To นี้ขอ Ubuntu Live USB แบบเนื้อๆ ละกัน ซึ่งโดยหลักการของ Live CD และ Live USB ที่หลักการคล้ายๆ กันคือ การบีบอัด Linux ทั้งตัวลงใน squash file system แล้วค่อยๆ คลี่ออกมาใช้งานใน Memory และใช้ syslinux ในการ boot kernel เช่นเดียวกัน ดังนั้นการทำ Live CD และ Live USB สามารถใช้เทคนิคเดียวกันได้ แต่… ถ้าใช้ Live USB เรามาสร้างพื้นที่เก็บข้อมูลถาวร (persistent) กันด้วยดีกว่า ดีกว่าจะมา boot แล้วใช้งานแต่เก็บข้อมูลไม่ได้มาดูวิธีทำกันครับ
 
ก่อนอื่นเราต้องเตรียม USB Thumb Drive มีพื้นที่ 1 GB เป็นอย่างต่ำ และมีไฟล์ต้นฉบับของ Live CD ที่เป็น .iso ให้ mount loop ไฟล์ .iso ไปที่ /media/cdrom
 
# mount -o loop -tiso9660 ubuntu-8.04-desktop-i386.iso /media/cdrom
 
จิ้ม Thumb Drive แล้วใช้คำสั่ง fdisk -l เพื่อดูว่าอยู่ dev อะไร (ของผมอยู่ /dev/sdc ครับ) เอาเป็นว่าอ้างอิงกันง่ายๆ คือ sdx ตัว x ก้อคือ dev ที่ Themb Drive ของคุณ (a,b หรือ c อย่าดูผิดเป็นอันขาด!!)
 
จากนั้นสั่ง unmount Thumbdrive ของคุณด้วยคำสั่ง
 
# umount /dev/sdx
 
แล้วแบ่ง partition ของ Thumdrive ของคุณใหม่โดยแบ่งเป็น 2 partition, partition แรกเราจะเก็บข้อมูลของ Live CD, syslinux, kernel ฯลฯ และ partition ที่ 2 เราจะเอาไว้เก็บข้อมูลของเรา (persistent partition) แบ่ง partition โดยใช้คำสั่ง
 
#fdisk /dev/sdx
 
  • พิมพ์ p แสดง partition ที่มีอยู่แล้ว และพิมพ์ d ลบ partition ที่มีอยู่
  • พิมพ์ p อีกครั้งจะพบว่าไม่มี partition เหลืออยู่แล้ว
  • พิมพ์ n เพื่อสร้าง partition ใหม่
  • พิมพ์ p ระบุว่า partition ที่สร้างเป็น primary partition
    • พิมพ์ 1 สร้างเป็น partition แรก
    • กด enter ใช้ default 1st cylinder
    • พิมพ์ขนาดของพื้นที่ที่ต้องการคือ +750M
    • พิมพ์ a เพื่อให้ partition นี้ active
    • พิมพ์ 1 เลือก partition ที่ 1
    • พิมพ์ t เพื่อระบุชนิดขอว filesystem
    • พิมพ์ 6 เลือก filesystem เป็น fat16
  • พิมพ์ n อีกครั้งเพื่อสร้าง partition ที่ 2
    • พิมพ์ 2 เพื่อกำหนดว่า partition นี้เป็น partition ที่ 2
    • กด enter เพื่อเลือก default cylinder
    • กด enter เพื่อเลือก cylinder สุดท้าย
    • พิมพ์ w เพื่อบันทึก partition
 
เมื่อสร้าง partition เสร็จแล้ว Ubuntu จะพยายาม mount ให้อัตโนมัติ ให้ unmount partition ก่อนโดยใช้คำสั่ง
 
#umount /dev/sdx1
 
แล้วสั่ง format file system ใน partition แรกด้วยคำสั่ง
 
# mkfs.vfat -F 16 -n ubuntu8 /dev/sdx1
 
สั่ง unmount partition ที่ 2 ก่อนโดยใช้คำสั่ง
 
# umount /dev/sdx2
 
สั่งformat file system ใน partition ที่ 2 ด้วยคำสั่ง
 
# mkfs.ext2 -b 4096 -L casper-rw /dev/sdx2
 
จากนั้นเอา thumb drive ออกแล้วเสียบใหม่ Ubuntu จะ detect และ mount ให้อัตโนมัติ กลับไปที่ terminal ใหม่แล้วสั่งติดตั้ง syslinux mtools ด้วยคำสั่ง
 
# apt-get install syslinux mtools
 
จากนั้นติดตั้ง syslinux ใน partition แรกโดยใช้คำสั่ง
 
# syslinux -sf /dev/sdx1
 
จากนั้นพิมพ์
 
# cd /media/cdrom
 
คัดลอกไฟล์ที่จำเป็นในการใช้งาน ไปยังดังนี้
 
# cp -rfv casper dists install pics pool preseed .disk isolinux/* md5sum.txt README.diskdefines install/mt86plus /media/ubuntu8
 
จากนั้นกระโดดไปที่ thumb drive partition แรกของเราโดยใช้คำสั่ง
 
# cd /media/ubuntu8
 
ดาวน์โหลด syslinux.cfg มาจาก pendrivelinux.com โดยใช้คำสั่ง
 
# wget pendrivelinux.com/downloads/u8/syslinux.cfg
 
เราจำเป็นต้องลบ initrd.gz ออกก่อนเพราะ initrd ที่มากับ live cd ไม่สามารถทำ persistent ได้ โดยใช้คำสั่ง
 
# cd casper
# rm initrd.gz
 
จากนั้นดาวน์โหลด initrd มาติดตั้งใหม่ที่ pendrivelinux.comเช่นเคย โดยใช้คำสั่ง
 
# wget pendrivelinux.com/downloads/u8/initrd.gz
 
จากนั้น restart เครื่องแล้วตัั้งค่า BIOS ให้ boot จาก Thumb Drive แล้วเล่น Ubuntu Live USB แบบ Persistent ของคุณได้เลย
 

 

คำสั่ง wget ปกติ จะเลือกเป็น file

คราวนี้ มาดูแบบ wget เป็น directory กันบ้าง
สมมติ ต้องการ  ftp directory joomla มาทั้ง direcctory ที่ ftp server  ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla

วิธีการทำ

   1. อยู่ที่ command line (serverของเรา)
   2. คำสั่ง wget  ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla/  –cut-dirs=1 -r
   3. เพียงเท่านี้ ก็จะได้ folder mambo มาทั้งหมด จะได้ folder = ftp.psu.ac.th/pub/mambo
       ถ้าต้องการให้มา เฉพาะ ชื่อ joomla โดยไม่ต้องการ ftp.vlcsipa.com/pub ให้ใช้ option -nH นำหน้าดังนี้
       wget  ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla/
  -nH –cut-dirs=1 -r

อธิบาย เลข 1 ในข้อ 2 (dirs=1) หมายถึง  folder ลำดับที่ 1 ต่อจาก /pub
สมมติว่า ภายใต้ joomla มี folder ชื่อ template

เราต้องการ wget เฉพาะ folder template

ใช้คำสั่งดังนี้

wget ftp://ftp.vlcsipa.com/pub/joomla/template –cut-dirs=2 -r

เลข 2 (dirs=2) หมายถึง folder ลำดับที่  2 นับจาก pub  
ถ้ามีย่อย ๆ ลงไปอีก ก็นับเลขต่อไปได้เรื่อย ๆ

ขอบคุณครับ

เห็น @gumara ใส่หัวข้อนี้ไว้เมื่อนานมาแล้วเลยอยากเขียนบ้าง เพราะประสบการณ์อันเลวร้าย เอ้ย ประสบการณ์ที่ได้จาก Fedora 11 นี้ไม่เมือนกับตอนที่ใช้ Fedora 9 หรือ 10 สักเท่าไรครับ  Fedora ขึ้นชื่อว่า solid และ หัวแข็ง ไม่ยอมมี package ที่ละเมิดเลยสักตัว ไม่ว่าจะเป็น codec, font และ อื่นๆ ด้วยความที่เป็นโครงการภายใต้ RedHat Inc. ดังนั้นหลังจากการติดตั้ว Fedora Desktop ต้องมาปรับแต่งกันอีกนิดหน่อยเพื่อความลงตัวในการใช้งานในด้าน Desktop ครับ

ข้อ 1 อัพเดทแพคเกจที่ติดตั้งมากับ Live CD ให้เรียบร้อยก่อนครับ เข้าไปที่ System > Administration > Software Update หรือใช้คำสั่ง

su -c ‘yum update’

ข้อ 2 หลังจากอัพเดทกันเรียบร้อยแล้ว ติดตั้ง repository อย่าง RPM Fusion เพื่อติดตั้งแพคเกจจำเป็นอื่นๆ เพิ่มเติม และ Update อีกรอบ

su -c ‘rpm -Uvh http://download1.rpmfusion.org/free/fedora/rpmfusion-free-release-stable.noarch.rpm http://download1.rpmfusion.org/nonfree/fedora/rpmfusion-nonfree-release-stable.noarch.rpm’

ข้อ 3 Fedora 11 จะใช้ไดรเวอร์ฟรีสำหรับชิปเซ็ต Nvidia ซึ่งสามารถแสดงผล resolution ได้ถูกต้อง แต่ไม่สามารถแสดงผลแบบ 3D ได้ หากท่านใดที่ใช้ Nvidia อยู่ให้ติดตั้งแพคเกจที่ชื่อว่า kmod-nvidia ครับ จากนั้น reboot เครื่อง Nvidia ก็จะทำงานให้แล้วครับ

su -c ‘yum install kmod-nvidia’

ข้อ 4 ติดตั้ง Adobe Flash และ Mozilla Flash Plugin

su -c ‘rpm -Uvh http://linuxdownload.adobe.com/adobe-release/adobe-release-i386-1.0-1.noarch.rpm’
su -c ‘yum install flash-plugin’
su -c ‘mozilla-plugin-config -i -g -v’

ข้อ 5 ติดตั้ง DVD codec และตั้งค่าให้ totem เล่น DVD โดยใช้ codec ของ xine lib

su -c ‘yum install libdvdcss libdvdnav totem-xine xine-lib-extras-freeworld’
su -c ‘totem-backend -b xine’

ข้อ 6 ติดตั้ง MP3 codec

su -c ‘yum install gstreamer-plugins-ugly’

ข้อ 7 เอา Abiword ออกแล้วติดตั้ง OpenOffice.Org

su -c ‘yum remove abiword’
su -c ‘yum install openoffice.org-calc openoffice.org-draw openoffice.org-writer openoffice.org-impress openoffice.org-math openoffice.org-opensymbol-fonts openoffice.org-ogltrans’

ข้อ 8 ปรับแต่ง File Management เวลาเราคลิก Icon Folder ให้เปิดในหน้าต่างเดิม Sysytem > Preferences >  File Management เลือก Tab Behavior คลิกเลือกตรง Alway open in browser windows 

ข้อ 9 หากรำคาญ SELinux ให้ตั้งค่า SELinux ทำงานแบบ permissive ตั้งค่า SELinux ได้ที่ System > Adminstration > SELinux Management

เท่านี้เราก็ได้ Fedora Desktop แบบสบายๆ ใช้แล้ว แต่ solid เหมือนเดิม อ้อลืมไปมีอีกข้อ หากชอบใช้ sudo ก็อ่านข้อ 10 ต่อเลยครับ

ข้อ 10 ปรับแต่ง sudo ดูวิธีการได้ที่ fedorasolved ครับ
 

ไม่ทราบว่าท่านที่ใช้ Ubuntu กันอยู่จะพอทราบกันหรือไม่ว่า Firefox ที่เราใช้อยู่บน Ubuntu นั้น สามารถใช้ติดตั้งโปรแกรมได้ด้วย โดยปกติแล้ว เวลาเราจะติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมใน Ubuntu นั้น เราจะต้องใช้โปรแกรม Add/Remove หรือ Synaptic เพื่อช่วยในการติดตั้งโปรแกรม แต่ถ้าคุณกำลังท่องเว็บอยู่ แล้วเกิดอยากจะได้โปรแกรมสักตัวขึ้นมา คุณคงไม่อยากจะสลับหน้าโปรแกรมไปไหนใช่ไหมครับ ดังนั้น เราให้ Firefox ช่วยจัดการธุระเรื่องการติดตั้งโปรแกรมให้กับคุณดีกว่า

การติดตั้งโปรแกรมผ่าน Firefox นั้น คุณต้องมีชื่อโปรแกรมที่ต้องการจะติดตั้งไว้แล้ว ซึ่งแน่นอนว่า คุณคงจะเจอมันจากการท่องเว็บอยู่พอดี และเมื่อได้ชื่อโปรแกรมที่ต้องการจะติดตั้งแล้ว ให้พิมพ์ apt:package_name ลงไปในช่อง Address bar ของ Firefox เลยครับ เสร็จแล้ว Firefox จะถามคุณอีกครั้งว่าแน่ใจหรือไม่ที่จะติดตั้ง เมื่อคุณมั่นใจแล้วก็สามารถติดตั้งโปรแกรมผ่าน Firefox ได้เลยครับ

และครั้งต่อไป การท่องเว็บของคุณก็จะได้ไม่สะดุดครับ

วันนี้จะพามาเล่น Easter egg อีกอันของ Gnome นะครับ เป็นของเล่นขำๆครับ ถ้าใครเคอลองปรับ Applet ของ Panel เล่น คิดว่าน่าจะเคยเห็นปลาตัวนึงที่อยู่ใน Panel แต่วันนี้ เราจะไม่ขังปลาไว้ใน Panel อีกต่อไปครับ ตามชื่อหัวข้อเลย “ปล่อยปลากัน” ให้มันได้มาโลดแล่นอยู่บนหน้าจอเราครับ

วิธีครับ

  • กด Alt+F2
  • พิมพ์ลงไปว่า free the fish แล้ว Enter เลยครับ
  • เสร็จแล้วครับ ลองสังเกตุด้านซ้ายของจอ จะเห็นปลาออกมาแหวกว่ายแล้วครับ

ปล. วิธีจับปลากลับไปขังไม่รู้ทำไงเหมือนกันครับ ใครรู้วานบอกครับ

         เนื้อหาส่วนนี้จะอธิบายหลักการติดตั้ง Citrix XenServer Express Edition 4.1.0 ในรูปแบบ Step by Step สำหรับใน Express Edition 4.1.0 นั้นเป็นเวอร์ชั่นที่ให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถ Download มาติดตั้งเพื่อทดสอบการทำ VMS (Virtual Machines System) แต่มีข้อจำกัดในการใช้งานคือสามารถใช้งานหน่วยความจำสูงสุดไม่เกิน 4 GB ต่อ 1 Host ซึ่งหากผู้ใช้ประสงค์ที่จะใช้งานจริง
และมีหน่วยความจำในเครื่องมากกว่า 4 GB ก็สามารถติดต่อบริษัท เพื่อสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ Citrix XenServer 4.1.0 ในเวอร์ชั่นต่าง ๆ ได้(http://www.citrix.com/)เรามาเริ่มทำตามขั้นตอนกันเลยครับผม

        ขั้นที่ 1 เมื่อเข้าหน้าจอติดตั้ง  Citrix XenServer Express Edition 4.1.0 โปรแกรมติดตั้งจะให้เลือก keymap ของ
ภาษาต่าง ๆ ในบทความนี้ผมเลือก us keymap


รูปที่ 1.1 แสดงหน้าจอเลือก Keymap

          ขั้นที่ 2 เมื่อเลือก keymap แล้วจะเข้าสู่หน้าจอถัดไปในการติดตั้งซึ่งเป็นหน้าจอสอบถามว่าจะทำการติดตั้ง  XenServer 4.1.0 ใหม่เลยหรือต้องการทำการอัพเดทระบบ


รูปที่ 1.2 แสดงหน้าการติดตั้งในรูปแบบต่าง ๆ

           ขั้นที่ 3 หน้าจอนี้จะเป็นหน้าจอที่เข้าสู่การติดตั้ง XenServer 4.1.0 โดยในหน้าจอนี้จะบอกว่าจะมีการลบข้อมูล Hard driveที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบออกหมด ผู้ติดตั้งควรสำรองข้อมูลใน Hard drive ก่อนการติดตั้ง (ข้อควรระวังควรติดตั้งด้วยฮาร์ดิสใหม่หรือฮาร์ดิสที่สำรองข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เพราะระบบจะไม่มีการสอบถามให้ทำการแบ่งพื้นที่ Hard drive)

 


  รูปที่ 1.3 แสดงหน้าจอการติดตั้งลง Hard drive

             ขั้นที่ 4 หน้าจอนี้จะบอกถึงข้อตกลงลิขสิทธิ์ License Agreement (EULA) ให้ผู้ติดตั้งอ่านข้อตกลงลิขสิทธิ์เสร็จเลือกปุ่ม Accept EULA เพื่อตกลงเลือกปุ่ม Back เพื่อไปยังหน้าจอก่อนหน้านี้

 

 รูปที่ 1.4 แสดงหน้าจอข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์ License Agreement (EULA)

           ขั้นที่ 5 โปรแกรมติดตั้งจะสอบถามว่าต้องการติดตั้งโดยผ่านสื่อบันทึกข้อมูลแบบใดหรือต้องการติดตั้งผ่านเครือข่าย โดยในที่นี้เราจะติดตั้งผ่าน CD-ROM ซึ่งมีการติดตั้งอีก 2 รูปแบบที่สามารถเลือได้คือการติดตั้งโดยผ่าน HTTP & FTP  หรือการติดตั้งโดยผ่าน NFS ก็สามารถทำได้

รูปที่ 1.5 แสดงหน้าจอเลือก media ในการติดตั้ง

          ขั้นที่ 6 ถ้าเป็นการติดตั้งโดยใช้ CD-ROM โปรแกรมติดตั้งจะถามว่าต้องการที่จะตรวจสอบแผ่น CD-ROM ชุดติดตั้งหรือไม่ถ้าไม่ต้องการให้เลือก Skip verification ถ้าต้องการตรวจสอบให้เลือก Varify installation Source

รูปที่ 1.6 แสดงหน้าจอตรวจสอบแผ่น CD-ROM ชุดติดตั้ง

           ขั้นที่ 7 เป็นการสอบถามให้ใส่รหัสผ่านสำหรับ root (ผู้ดูแลระบบ) ให้ใส่รหัสผ่านให้เหมือนกันในทั้งสองช่อง

 รูปที่ 1.7 แสดงหน้าจอการตั้งรหัสผ่านสำหรับผู้ดูแลระบบ

            ขั้นที่ 8 หน้าจอการตั้งค่าจุดบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Area) สำหรับ XenServer

 

 รูปที่ 1.8 แสดงการตั้งค่าจุดบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

          ขั้นที่ 9 หน้าจอแสดงการตั้งเวลาท้องถิ่น (Time Zone) สำหรับ XenServer


รูปที่ 1.9 แสดงหน้าจอการตั้งค่าเวลาท้องถิ่น (Time Zone)

          ขั้นที่ 10 โปรแกรมให้เราตั้งค่า NTP (Network Time Protocal) ประโยชน์ของการตั้งค่านี้คือสามารถทำ Sync เวลาของ
เครื่องที่ติดตั้ง XenServer ให้ตรงกับเวลามาตราฐานได้ในกรณีที่เวลาที่การตั้งเวลาใน BIOS ของเครื่องคลาดเคลื่อน

 รูปที่ 1.10 แสดงหน้าจอให้เลือกตั้งค่า NTP (Network Time Protocal)

            ขั้นที่ 11 ถ้าเราเลือก Using NTP โปรแกรมติดตั้งจะแสดงหน้าจอถัดไปเพื่อให้เราต่างค่า NTP Server ในตัวอย่างรูปภาพ
นี้ผู้ติดตั้งใช้ค่ามาตรฐานจากตัวติดตั้งคือเลือก NTP is configuread by my DHCP Server

 รูป 1.11 แสดงหน้าจอการตั้งค่า NTP (Network Time Protocal) 

            ขั้นที่ 12 โปรแกรมติดตั้งจะทำการตรวจสอบการ์ดแลนด์ และถ้าตรวจสอบพบก็จะขึ้นข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการ์ดแลนด์ให้เลือกว่าจะใช้การ์ดแลนด์ตัวไหนในการเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย

 


รูปที่ 1.12 แสดงหน้าจอการเลือกอุปกรณ์ Network Card เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย

              ขั้นที่ 13 โปรแกรมติดตั้งจะให้ตั้งค่าหมายเลขไอพีแอสเดรส สำหรับเชื่อมต่อสู่เครือข่าย ซึ่งในที่นี้มี 2 รูปแบบในการตั้งค่า
แต่สำหรับ XenServer แล้วต้องการ Statics IP ในการ Config เท่านั้น (ควรเตรียมค่าต่าง ๆ เหล่านี้ให้พร้อมก่อนการติดตั้ง)

 

 รูปที่ 1.13 แสดงหน้าจอการตั้งค่าไอพีแอสเดรส

             ขั้นที่ 14 โปรแกรมติดตั้งจะเข้าสู่หน้าจอของการตั้งค่า DNS (Domain Name Server) ซึ่งผู้ติดตั้งจะต้องเตรียมค่าพื้นฐาน
เหล่านี้ก่อนการติดตั้งเพื่อสะดวกในการใส่ค่าต่าง ๆ


 รูปที่ 1.14 หน้าจอแสดงการตั้งค่า DNS (Domain Name Server)

             ขั้นที่ 15 โปรแกรมติดตั้งจะเข้าสู้หน้าจอให้ผู้ติดตั้งยืนยันว่าจะทำการติดตั้ง XenServer ลงในเครื่อง ถ้าผู้ติดตั้งไม่ต้องการติดตั้งให้ทำการเลือกปุ่ม Install XenServer เพื่อทำการติดตั้ง

รูปที่ 1.15 แสดงหน้าจอยืนยันการติดตั้ง XenServer
 

              ขั้นที่ 16 โปรแกรมติดตั้งจะทำการ Pre Install XenServer System ทั้งหมดลงสู้เครื่อง Server ที่ทำการติดตั้ง

 รูปที่ 1.15 แสดงหน้าจอยืนยันการติดตั้ง XenServer
 

              ขั้นที่ 17 โปรแกรมติดตั้งจะทำการติดตั้ง Package ต่างที่ลงสู่เครื่อง SERVER

รูปที่ 1.17 แสดงหน้าจอการติดตั้ง Pack ต่าง ๆ ลงสู่ Server

            ขั้นที่ 18 โปรแกรมติดตั้งตั้งจะแสดงข้อความว่าการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ โปรแกรมติดตั้งจะใ้ห้ REBOOT เครื่อง

 รูปที่ 1.18 แสดงหน้าจอหลังการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์

           ขั้นที่ 19 แสดงหน้าจอบูตเข้าสู่ระบบ XenServer Express 4.1.0

รูปที่ 1.19 แสดงหน้าจอการบูตเข้าสู่ระบบ XenServer         

         เพียง 19 ขั้นตอนท่านผู้อ่านก็สามารถติดตั้ง XenServer ได้แล้ว สำหรับบทความนี้ผู้เขียนก็ขอจบในส่วนของการติดตั้ง XenServer 4.10 ในตอนต่อไปจะเป็นการ Config ระบบในส่วนต่าง ๆ ของ XenServer ครับผม
 

* หมายเหตุ สำหรับผู้ใจเนื่องจาก how-to นี้มีความยาวมาก (9 หน้า) กรุณาดาวน์โหลดที่ PDF ได้ที่ thaiopensource.com
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Intro Virtualization

มาทำความรู้จัก XenOS กัน