โปรแกรม Nitro เป็นโปรแกรมที่ใช้บันทึกข้อมูลต่างๆของเราโดยมีการใช้ Eyecandy มาช่ายเพิ่มสีสันในการใช้งานมากยิ่งขึ้นและมาพร้อมกับอินเตอร์เฟซที่ทำให้ง่ายต่อการใช้งานและจัดรายการต่างๆได้อย่างถูกต้องได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

โปรแกรม Nitro จะแบ่งหน้าต่างหลักออกเป็นแถบด้านซ้ายจะเป็นโฟกัส จะปรากฎหัวรายงานเริ่มต้นการทำงานโดยมีหมวดหมู่ Today, Next, Someday ถ้าเราคลิกเข้าไปจะพบงานต่างๆของเราในพื้นที่ด้านขวามือของโปรแกรม การที่เราจะสามารถเพิ่มรายการนอกเหนือจากที่มีมาให้แล้วได้ โดยการกดปุ่มบวกตรง Lists และถ้าเราต้องการตั้งค่าระดับความน่าสนใจของงาน เราสามารถดับเบิลคลิกที่งานโดยใส่สีสันที่แตกต่างกันออกไปตามระดับต่างๆตามความต้องการของเรา

Set due date ใช้ตั้งวันครบกำหนดสำหรับงานของเราและมีการเรียงลำดับงานของเราก่อนหลังตามวันเวลาได้อย่างมหัศจรรย์ของ Nitro และยังสามารถเรียงลำดับงานของคุณได้ตามความสำคัญต่างๆได้อย่างง่ายดายซึ้งดูว่างานต่างๆของคุณงานใดมีความสำคัญที่สุดโดย Nitro ได้มีการจัดเรียงลำดับความสำคัญไว้ให้แล้วอย่างถูกต้อง เป็นการช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ว่าเราควรเริ่มทำงานสิ่งไหนก่อนดีและรู้ว่างานไหนสำคัญมากที่สุด

คุณสามารถลากและวางหรือเคลื่อนย้ายงานของคุณได้อย่างง่ายดายตามความต้องการของคุณ ใช้ Search ข้อมูลที่ได้ผ่านการบันทึกและค้นหางานของคุณได้อย่างรวดเร็วจากโปรแกรม Nitro พิเศษนี้ และงานที่เสร็จสำบูรณ์ทั้งหมดของคุณสามารถพบได้ใน Log book

โปรแกรม Nitro ใช้บันทึกงานต่างๆของเราได้อย่างง่ายดายโดยมีความคิดของคุณอยู่ร่วมกันในแถบเครื่องมือของ Nitro มีการเพิ่มตัวเลือกที่มีประโยชน์ เช่น Add, Edit, Delete, เมือเรากดไปที่ setting เราสามารถที่จะเลือก Theme ต่างๆตามที่เราต้องการได้เพื่อเพิ่มสีสันให้กับโปรแกรมของเรา

จากที่ได้ทดลองใช้โปรแกรม Nitro แล้วฉันคิดว่าเป็นโปรแกรมที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและรวดเร็วให้แก่เราได้มากและยังมีสีสันสวยงามในตัวโปรแกรมจะได้ไม่เกิดความน่าเบื่อและเราสามารถใช้ง่ายได้อย่างง่ายไม่วุ่นวายเป็นโปรแกรมที่ไม่ทำให้งานหรือข้อมูลสำคัญๆของเราหายไปและยังมีการจัดอันดับความสำคัญของงานให้แก่เราทำให้เราไม่ต้องมาเสียเวลามาจัดเรียงงานไหนก่อนงานไหนหลังด้วยตนเองเพราะโปรแกรม Nitro ได้จัดการไว้ให้หมดเรียบร้อย เพื่อนลองไปหามาเล่นดูน่ะค่ะน่าสนใจเหมือนกัน

จากครั้งก่อนได้แนะนำให้รู้จัก Interface ของ Blender ไปแล้ว ในครั้งนี้จะมาแนะนำการจัดการกับ Model ใน Blender อย่างคร่าวๆ บ้าง

หน้าจอของ Blender ที่เราจะใช้งานเป็นหลักในการจัดการกับโมเดล 3มิติ จะเรียกว่า 3D View ที่หน้าจอนี้เราจะเห็นพื้นที่โล่งๆ มีโมเดลและวัตถุต่างๆ อยู่ภายใน

ที่ 3D View นี้ เราสามารถหมุนดูมุมมองต่างๆ ได้ โดยกดเมาส์ปุ่มกลางแล้วลาก เพื่อหมุนดูด้านต่างๆ ของโมเดลได้ตามต้องการ และหากเราต้องการดูรูปด้านต่างๆ โดยเฉพาะ เราสามารถใช้เมนูเพื่อเลือกดูมุม Top, Front, Back และอื่นๆ ได้อีกด้วย

เมื่อเปิด Blender ขึ้นมา เริ่มแรกเราจะมีวัตถุ Mesh อยู่ 1 ชิ้นที่เป็น Cube คำสั่งพื้นฐานที่เราจะใช้บ่อยที่สุดในการจัดการโมเดลก็คือ ย้าย, หมุน และปรับขนาด โดยปุ่มคำสั่งทั้งสามนี้จะอยู่ด้านล่าง

วิธีใช้งานคำสั่งคือ ให้คลิกขวาที่วัตถุที่ต้องการเพื่อเลือก จากนั้นคลิกที่คำสั่งด้านล่างว่าต้องการจะ ย้าย, หมุน หรือปรับขนาด เมื่อเลือกแล้ว ที่วัตถุจะมีสัญลักษณ์ขึ้นมา


คำสั่งย้ายจะมีสัญลักษณ์เป็นลูกศร


คำสั่งหมุนจะมีสัญลักษณ์เป็นวงกลม


คำสั่งปรับขนาดจะมีสัญลักษณ์เป็นเส้นมีสี่เหลี่ยมอยู่ตรงปลาย

การสั่งคำสั่ง ให้เรานำเมาส์ไปคลิกที่เส้นที่ต้องการค้างไว้ แล้วลาก โดยเส้นจะมีอยู่ 3สีด้วยกัน

  • น้ำเงิน หมายถึงแกน z
  • แดง หมายถึงแกน x
  • เขียว หมายถึงแกน y

ให้เราคลิกที่เส้นตามแกนที่ต้องการ แล้วลากเพื่อสั่งให้ ย้าย, หมุน หรือปรับขนาด

ทั้งหมดนี้ก็เป็นการใช้งานเบื้องต้นสำหรับการจัดการโมเดลใน Blender ครับ

ผมเองเป็นคนที่เคยใช้ Bledner มานานมากแล้ว เรียกว่าเริ่มต้นหันหน้าเข้าสู่แวดวงโอเพนซอร์สก็เริ่มที่ Blender นี่แหล่ะ แต่เนื่องจากพอเริ่มทำงานก็ไม่ค่อยได้ใช้งานโปรแกรมลักษณะนี้สักเท่าไหร่ เลยไม่ได้ใช้งานมานาน แต่พอดีว่าช่วง 1เดือน ที่ผ่านมา มีเหตุให้ต้องกลับมาจับ Blender อีกครั้ง ซึ่ง Blender รุ่นใหม่ก็ถือว่าใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ไหนๆ แล้วได้มีโอกาสกลับมารื้อฟื้นก็มาขอบันทึกวิธีใช้งานไว้สักหน่อย เผื่อต้องกลับมาใช้เองอีกครั้ง

ในตอนแรกจะขอแนะนำเกี่ยวกับอินเทอร์เฟสของ Blender ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจะต้องแนะนำก่อนทุกครั้ง ถ้าจะต้องมีการสอน Blender ที่ไหนก็ตาม

Bledner เป็นโปรแกรมที่มีอินเทอร์เฟสที่แปลก ผมไม่เคยเห็นอินเทอร์เฟสแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย มันดูงงๆ วุ่นวาย แต่ถ้าเข้าใจละก็จะต้องชอบแน่ๆ เพราะมันยืดหยุ่น และปรับได้ดั่งใจ

โปรแกรม Blender นั้น จะมีหน้าจออยู่หลายแบบ ซึ่งหน้าจอแต่ละแบบนั้นจะมีไว้เพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน หน้าจอของ Blender จะมีด้วยกันดังนี้

ซึ่งกันที่เรามักจะได้ใช้บ่อยก็คือ

  • Outliner ใช้แสดงรายการวัตถุต่างๆ ในไฟล์ที่เราทำอยู่ ซึ่งในกรณีที่ไฟล์ของเราประกอบไปด้วยวัตถุหลายชิ้น หน้าจอนี้จะช่วยได้มาก
  • Properties ใช้ตั้งค่าต่างๆ ให้กับวัตถุ
  • 3D View

3 หน้าจอนี้จะเป็นส่วนที่เราใช้บ่อย ในกรณีที่เราทำงานเกี่ยวกับการปั้นโมเดล ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นล่ะ ถ้าเราใช้ Blender ล่ะก็

เมื่อเปิดโปรแกรม Blender ขึ้นมาครั้งแรก เราจะเห็นหน้าจอต่างๆ ใน Blender เต็มไปหมด

ซึ่งถ้าดูตามภาพแล้ว เราจะเห็นว่ามันจะมีถึง 5 หน้าจอด้วยกันเลยทีเดียว

ทีนี้ ในหน้าจอแต่ละหน้าจอนั้น มันจะมีไอคอนอยู่

ซึ่งไอคอนนี้จะทำให้เราสามารถเปลี่ยนหน้าจอที่แสดงอยู่นี้ให้เป็นหน้าจออื่นได้ แนะนำว่าให้ลองปรับดูครับ

ส่วนที่พิเศษมากสำหรับอินเทอร์เฟสของ Blender อย่างที่ได้เกริ่นไว้ว่า ผมเองไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนก็คือ ไอ้หน้าจอต่างๆ ที่เราเห็นในตอนแรกถึง 5หน้าจอนี้ เราสามารถเพิ่ม ลด จำนวนมันเท่าไหร่ก็ได้

ให้สังเกตที่มุมซ้ายล่างและขวาบนของหน้าจอแต่ละหน้าจอ จะมีเส้นลายเฉียงๆ อยู่ที่มุมของหน้าจอ ถ้าเราคลิกที่เส้นดังกล่าวแล้วลาก เราจะสามารถเพิ่มหน้าจอ หรือรวมหน้าจอที่เราคลิก ให้รวมเป็นหน้าจอเดียวกับหน้าจอที่อยู่ติดกันได้ โดยถ้าเราคลิกที่เส้นเฉียงๆ นั้น แล้วลากไปทับหน้าจออื่น สองหน้าจอนั้นก็จะถูกรวมกันกลายเป็นหน้าจอเดียว และถ้าเราลากเข้ามาที่ตรงกลางของหน้าจอของมันเอง มันก็จะเพิ่มจำนวนขึ้น อันนี้อธิบายให้เห็นภาพได้ยาก ต้องลองกันเอง

นอกจากนี้ที่เส้นคั่นระหว่างหน้าต่างเราสามารถลากเพื่อปรับขนาดของหน้าต่างได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่าเฉพาะ Interface ของ Blender เองก็ชวนงงได้พอสมควรแล้ว แต่อย่างที่บอกว่า ถ้าได้ลองใช้แล้วจะชอบ

ข่าวสั้นแต่อาจทำให้แฟนๆ KDE ตกใจได้ เมื่อ Canonical ตัดสินใจหยุดให้การสนับสนุนทางการเงินกับโครงการ Kubuntu หลังจากออก Kubuntu 12.04 แล้ว โดยเหตุผลของการหยุดการสนับสนุนคือ Kubuntu ไม่ประสบผลสำเร็จทางธุรกิจหลังจากที่ได้พยายามมาแล้วถึง 7 ปี

แน่นอนว่า Kubuntu จะยังคงมีอยู่ภายใต้การดูแลของ Community เช่นเดิม ซึ่ง Canonical ยังให้การสนับสนุนในส่วนของ Infrastructure เหมือนกับโครงการอย่าง Xubuntu หรือ Edubuntu อยู่ เช่น Server, Domain เป็นต้น

ที่มา: OMG! Ubuntu!

ช่วงหลังนี้ผมค่อนข้างมีปัญหากับ Firefox เลยหนีมาใช้ Chrome อยู่พักใหญ่ๆ ซึ่งโดยรวมก็โอเคดี แต่จะติดอยู่อย่างเดียวที่ Chrome ยังไม่สามารถแทน Firefox ได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นคือ AwesomeBar ที่มีอยู่ใน Firefox

AwesomeBar เป็นความสามารถที่มีอยู่ใน Firefox ซึ่ง AwesomeBar นี้มันคือ Addressbar นั่นแหล่ะ มันจะจำได้ว่าเราเคยเข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง แล้วเข้าบ่อยแค่ไหน ซึ่งในครั้งต่อๆ ไปที่เราพิมพ์ URL มันจะเสนอเว็บที่เราน่าจะเข้าขึ้นมาให้เลือกเลย ประมาณว่าเสริช URL จาก Addressbar นั่นเอง

แม้ว่า Chrome จะไม่มีความสามารถนี้มาให้ในตัว แต่เราสามารถใส่ความสามารถนี้เพิ่มเติมให้กับ Chrome ของเราได้ด้วย AwesomeBar Extension ท่านที่ใช้งาน Chrome อยู่ก็ลองหามาเล่นกันดูนะครับ

โปรแกรม Financisto เป็นโปรแกรมจัดการบัญชีรายรับรายจ่าย (ทำบัญชีครัวเรือนนั่นเอง) ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับ Android ที่สำคัญเป็นโอเพนซอร์สด้วย (ตัวโครงการอยู่ที่ launchpad.net) และจากการที่ผมเป็นแฟนประจำเลยตามติดอยู่เรื่อยมา

ล่าสุดเข้าไปพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าทีม Financisto ได้ปรับสถานะของ Feedback ที่ผู้ใช้ส่งเข้ามาขอให้ทำ Desktop version ให้เป็น Under review แล้ว ถ้ารีวิวแล้วผ่านก็จะเข้าสู่สถานะ Planned และ Started ต่อไป

ใครเป็นพ่อบ้านแม่บ้านนักทำบัญชีก็ช่วยกันลุ้นครับ ระหว่างนี้ถ้ายังไม่เคยเลย Financisto ก็แนะนำครับ ติดตั้งได้ที่ Android market ใกล้บ้านท่าน

โดยปกติแล้วผมเป็นคนที่ติด Google Reader มาก คือติดประหนึ่งคนทั่วไปที่ต้องอ่านไทยรัฐเลย Google Reader แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งข่าวสาร การ์ตูน ชีวิตและความเป็นไปของเพื่อน

ทีนี้การอ่าน Google Reader มันมีปัญหาที่ว่า มันต้องอยู่หน้าเครื่องถึงจะอ่านได้ ก็เลยลองมองๆ หา App สำหรับอ่าน Google Reader บนมือถือ Android ที่มีอยู่ดูบ้าง ปรากฏว่ามันมี Google Reader ที่เป็น Official app ของทาง Google อยู่ แต่ก็ติดปัญหาว่ามันต้องต่ออินเทอร์เน็ตในตอนที่จะอ่าน ซึ่งผมไม่อยากจ่ายค่าเน็ตนี่สิ

เลยต้องมองหาทางเลือกอื่นๆ เลยมาพบกับโปรแกรมตามหัวข้อครับ มันคือ NewsRob โปรแกรมสำหรับอ่าน Google Reader ซึ่งสามารถอ่าน Off-line ได้ ถ้าทันใช้ Palm อาจนึกถึง AvantGo ได้ :P

NewsRob

NewsRob

ความสามารถของ NewsRob

  • Sync กับ Google account ของเราได้ อันไหนอ่านบน NewsRob แล้ว มันก็จะ Sync กลับไปที่ Google account ของเราให้ว่าอ่านแล้ว
  • อ่าน Off-line ได้ อันนี้ความต้องการหลักเลย

สนใจลอง NewsRob เชิญที่ Android market เลยครับ

ปล. สุดท้ายผมก็ต้องอ่านผ่านเบราว์เซอร์อยู่ดี เมมโมรี่เต็ม :P

ขอฝากแจ้งข่าวครับ ด้วยสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดสัมมนา “ส่งเสริมการคุ้ม ครองทรัพย์สินทางปัญญาด้านซอฟต์แวร์ และการใช้ซอฟต์แวร์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย”เพื่อให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ นิสิต/นักศึกษา รวมถึงบุคคลทั่วไป ได้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับประโยชน์การนำไปใช้ ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาด้านซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งได้มีความรู้ เกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาเลือกใช้ซอฟต์แวร์ทางเลือก และสร้างความตระหนักในการใช้ซอฟต์แวร์ที่ ถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งการจัดงานจะมีทั้งสิ้น 5 ครั้ง ได้แก่

  • ครั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2554 ณ ห้องประชุมเจนิวา ชั้น 2 โรงแรมเมอร์เคียว อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร วันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2555 ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
  • ครั้งที่ 3 จังหวัดขอนแก่น วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2555 ณ โรงแรมโฆษะ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
  • ครั้งที่ 4 จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่) วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ณ โรงแรมโกล้เด้นคราวน์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
  • ครั้งที่ 5 กรุงเทพมหานคร วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555 ณ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

โดยผู้เข้าร่วมงานไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานโครงการฯ เบอร์โทรศัพท์ 02 – 949 – 5404 ต่อ 11, 12

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานโครงการฯ

  • คุณดารุณี 086 – 980 – 9999
  • คุณสรัญญา 083 – 292 – 8250

รุ่นนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แบบรุ่นก่อน แต่เป็นการปรับปรุง Unity ให้สมบูรณ์มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงหลักๆ ได้แก่

  • ปรับปรุง Unity อีกหลายจุด โดยเฉพาะการรวม Dash/Lenses เข้ามาอยู่ในหน้าหลักของ Unity
  • เปลี่ยนหน้าจอล็อกอินจาก GDM มาเป็น LightDM
  • Thunderbird, Firefox 7, LibreOffice
  • Software Center ปรับปรุงใหม่

รายละเอียดอ่านได้จาก OMG Ubuntu และรุ่นนี้พิเศษหน่อย Canonical มีหน้าจำลองเดสก์ท็อปของ Ubuntu 11.10 ให้เล่นกันด้วย

สนใจดาวน์โหลดได้ที่ ubuntu.com, pub.thaiopensource.org

ที่มา: Blognone

ท่านที่ใช้ Android แล้วต้องการจะติดตั้งโปรแกรม Google+ อาจเจอปัญหาอันชวนหงุดหงิดน่ารำคาญใจ คือ มันไม่ให้ผู้ใช้ในประเทศไทยติดตั้งได้ ถ้าจะติดก็ต้องใช้ทริคกันเล็กน้อย แต่ในตอนนี้ (น่าจะสักอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว) เราสามารถติดตั้ง Google+ ลงมือถือ Andoird ของเราโดยตรงได้แล้วครับ ไม่ต้องโกงกันอีกต่อไป

สนใจจะลองก็โหลดเลยที่ Android market