CoreOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รวมความสามารถของการใช้งาน Docker ไว้ในตัวเพื่อการใช้งาน Docker ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่เรียกได้ว่าเป็น OS ที่เกิดมาเพื่อ Docker เลยก็ว่าได้ข้อมูลเพิ่มเติมของ CoreOS สามารถอ่านได้ที่ https://coreos.com
ดาวน์โหลด CoreOS ได้ที่ https://coreos.com เลือกดาวน์โหลดไฟล์ที่ต้องแต่ใน How-To ครั้งนี้จะเลือก Vagrant เนื่องจากจะทดลองเล่นบน VirtualBox

จากนั้นกดลิงค์เพื่อทำการดาวน์โหลด Vagrant ตามระบบปฏิบัติการที่ใช้งาน


Continue reading

cAdvisor เป็นโปแกรมที่ไว้ใช้ตรวจสอบการใช้ทรัพยาการณ์ของ Docker และ เครื่อง Host ที่มีการแสดงผลแบบกราฟที่เข้าใจง่ายและสะดวกในการใช้งาน
ติดตั้ง curl ด้วยคำสั่ง
sudo apt-get install curl

ติดตั้ง Docker ด้วยคำสั่ง

curl -sSL https://get.docker.com/ubuntu/ | sudo sh

ติดตั้ง cAdvisor ด้วยคำสั่ง

sudo docker run \
--volume=/:/rootfs:ro \
--volume=/var/run:/var/run:rw \
--volume=/sys:/sys:ro \
--volume=/var/lib/docker/:/var/lib/docker:ro \
--publish=8080:8080 \
--detach=true \
--name=cadvisor \
google/cadvisor:latest


Continue reading

Shipyard 2.0 เป็น Image หนึ่งของ Docker ที่เขียนขึ้นมาเพื่อให้ใช้งาน Docker ได้ง่ายผ่านทาง Web Interface มาเริ่มเล่นกันเลย…

ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/default/docker.io โดยการเพิ่ม
DOCKER_OPTS=" --dns 8.8.8.8 --dns 8.8.4.4 -H tcp://0.0.0.0:2375 -H unix:///var/run/docker.sock"
เพื่อทำให้เข้าใช้งาน Docker ได้ผ่านทาง Web Socket และ Unix Socket ด้วยคำสั่ง

sudo gedit /etc/default/docker.io


Continue reading

โดยวิธีการสร้าง Image ของ Docker นั้นมีอยู่ 2 แบบคือ

  1. ปรับปรุงจาก Image เดิมที่ Docker มีไว้ให้โดยทำการดาว์นโหลดมาปรับปรุง
  2. สร้าง Image ใหม่จาก Dockerfile

มาเริ่มกันที่การปรับปรุง Image จาก Image เดิมกันก่อนโดยใน How-To ครั้งนี้จะใช้ Image training/sinatra Image Sinatra จะเป็น Image ที่ใช้สหรับการพัฒนาภาษา Ruby ด้วย Sinatra Framework โดยเป็น Image ที่มี Base Image มาจาก Ubuntu และได้ทำการติดตั้ง Package ที่จำเป็นต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทาง Docker ได้เตรียมไว้เพื่อให้มือใหม่ได้ทดลองเล่นกัน
ทำการดาวน์โหลด Image training/sinatra ด้วยคำสั่ง

sudo docker pull training/sinatra
Continue reading

เนื่องจากการทำงานของ Docker นั้น 1 Container สามารถทำงานได้เพียง 1 แอพพลิเคชั่นจึงต้องมีการลิงค์เพือให้สามารถให้แอพพลิเคชั่นหลายๆตัวสามารถทำงานด้วยกันได้
วิธีการ ลิงค์ Docker นั้นมีวิธีการอยู่ด้วยกัน 2 วิธีหลัก คือ

  1. Network port mapping refresher
  2. Container Linking

มาเริ่มกันที่วิธีแรกคือ Network port mapping refresher
สร้าง Container ที่มีการทำงานของ Python แอพพลิเคชั่น ด้วยคำสั่ง

sudo docker run -d -P training/webapp python app.py
Continue reading

วิธีการ Hot Plug หรือ Hot Deploy เป็นวิธีการที่ใช้แก้ไขไม่ให้เกิด Service Temporarily Unavailable (ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว) ในขณะที่กำลังทำการ git push เพื่อแก้ไขแอปพลิเคชันบน OpenShift
ทดสอบการทำงานแบบปกติด้วยการเข้าไปแก้ไขไฟล์ index.php ในแอปพลิเคชัน basicphp ที่ได้สร้างไปใน How-To ครั้งที่แล้วด้วยคำสั่ง

cd basicphp

gedit index.php

แก้ไขโดยการเพิ่ม code ดังภาพแล้วทำการบันทึก


Continue reading

Docker นั้นสร้างขึ้นมาให้ใช้งานกับระบบปฏิบัติการมีพื้นฐานมากจาก Linux เท่านั้นแต่ถ้าหากต้องการใช้งาน Docker ผ่านทางระบบปฏิบัติการอื่น Docker ก็ได้เตรียมทางเลือกไว้ให้นั่นคือ boot2docker ที่มีคำสั่งในการใช้งานเหมือนกันกับการใช้งาน Docker บน Linux ไปเริ่มติดตั้งกันเลย (พก Ram ติดเครื่องไว้มากๆนะครับ!)

เลือกดาวน์โหลดไฟล์ตามระบบปฏิบัติการที่ใช้งานที่ http://boot2docker.io


Continue reading

Docker คือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในกระบวนการพัฒนาโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ซึ่งบางทีมีการทำงานเป็นทีมหลายคนจะมีความแตกต่างกันของระบบปฏิบัติการและเวอร์ชันจึงทำให้การพัฒนานนั้นจะเกิดปัญหา Error ที่ต่างกัน วิธีการทำงานของ Docker คือการนำสภาพแวดล้อมต่างๆในการพัฒนามารวมไว้ด้วยกันเรียกว่า Container แต่มีข้อกำหนดว่าแต่ละ Container สามารถใช้งานคำสั่งได้เพียงคำสั่งเดียว ข้อมูลเพิ่มเติมของ Docker สามารถอ่านได้ที่ https://www.docker.com/whatisdocker
Continue reading

มาสมัครสมาขิก Docker Hub กันก่อน เข้าไปที่ https://hub.docker.com แล้วทำการกรอกข้อมูลลงในช่องต่างๆดังนี้

  • Username : ชื่อผู้ใช้งาน
  • Password : รหัสผ่าน
  • Email Address : อีเมลที่ใช้ในการสมัคร

ถ้าต้องการรับข้อมูลข่าวสารของ Docker ผ่านทางอีเมลให้ติ๊กถูกที่ Yes! I want the weekly newsletter! เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วกดปุ่ม Sing Up
Continue reading

เริ่มต้นมารู้จักกับ OpenShift กันก่อนว่าคืออะไรและให้บริการอะไรบ้าง
OpenShift นั้นเป็นผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่มีเบื้องหลังการทำงานมาที่มาจากทาง Red Hat ในรูปแบบของ PaaS (Platform as a service) โดยที่ OpenShift นั้นจะจัดเตรียมสภาพแวดล้อมพื้นฐาน (Environment) ทั้งหมดที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน อาทิเช่น ฐานข้อมูล เครื่องมือสำหรับการพัฒนา เครื่องมือในการดูแลตรวจสอบระบบ (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PaaS สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Platform_as_a_service)
OpenShift นั้นจะแบ่งรูปแบบการให้บริการเป็น 3 ประเภทได้แก่

  1. OpenShift Online จะให้บริการแบบ Public PaaS โดยที่ OpenShift จะจัดเตรียมสภาพแวดล้อมพื้นฐานซึ่งสามารถเข้าใช้งานบริการได้จากทุกที่ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.openshift.com
  2. OpenShift Enterprise จะให้บริการแบบ Private PaaS โดยที่ทาง OpenShift จะทำการติดตั้งสภาพแวดล้อมพื้นฐานทั้งหมดในเครื่องแม่ข่ายขององกรณ์และมีค่าใช้จ่าย
  3. OpenShift ORIGIN จะให้บริการในรูปแบบการนำสภาพแวดล้อมพื้นฐานทั้งหมดของ OpenShift ไปติดตั้งและจัดการเองโดยที่ทาง OpenShift เปิดให้ดาวน์โหลดตัวติดตั้งที่ https://www.openshift.com/products/origin


Continue reading