dotCloud เป็น Platform as a Services (PaaS) ซึ่งให้บริการ Application Stack ที่หลากหลายไม่ว่าเป็น Java, PHP, Python, Ruby อีกทั้งยังสนับสนุน Database อีกหลายตัว เช่น MySQL, MongoDB, PostgreSQL เป็นต้น สำหรับการใช้งานมีเครื่องมือ CLI ที่รองรับทั้ง Windows, Linux และ Mac

สำหรับวิธีการใช้งานก็ง่ายมาก ขั้นตอนมีดังนี้

  • สมัครสมาชิก dotCloud
  • ติดตั้ง Command Line Interface Client (CLI)
  • สร้าง App จาก CLI กำหนด platform ที่จะใช้ เช่น static html, php, ruby ฯลฯ
  • สั่ง Push Application ขึ้นไปที่ dotCloud

มาลองสร้าง PHP App กันดูครับ ให้คุณสมัครสมาชิกกับ dotCloud ให้เรียบร้อย จากนั้นเริ่มติดตั้ง CLI กันได้เลย ให้ติดตั้ง easy_install กันก่อน ดังนี้

sudo apt-get install python-setuptools

จากนั้นสั่งติดตั้ง CLI ดังนี้

sudo easy_install pip && sudo pip install dotcloud

เมื่อติดตั้งเสร็จคุณ คุณจะได้ CLI Client สำหรับใช้งานชื่อ dotcloud ให้คุณเรียกใช้คำสั่ง dotcloud ขึ้นมาดังนี้

dotcloud

โปรแกรมจะให้คุณกรอก API Key ให้คุณดู API Key ของคุณที่ http://www.dotcloud.com/account/settings หลังจากตั้งค่า API Key เรียบร้อยแล้ว ให้ลองสร้าง App กันครับ

ให้คุณสร้างไดเรคทอรี่สำหรับ App ของคุณก่อน เช่น hellophp เป็นต้น จากนั้นก็เข้าไปที่ไดเรคทอรีที่คุณสร้าง

mkdir hellophp
cd hellophp

จากนั้นให้คุณสร้างไฟล์ index.php ใส่โค้ดลงไปดังนี้

<?php phpinfo(); ?>

จากนั้นสร้าง Cloud App โดยใช้คำสั่ง

dotcloud create hellophp

จากนั้นสร้างไฟล์ dotcloud.yml (DotCloud Build File) เพื่อบอกให้ dotCloud เตรียม Application Stack ที่เราต้องการ เช่น ตอนนี้เราใช้ PHP ดังนั้น dotCloud จะต้องเตรียม instance ที่ติดตั้ง PHP ให้เรา เขียน DotCloud Build File ได้ดังนี้

www:
type: static

จากนั้นก็สั่งให้เอา App ของเราขึ้น dotCloud โดยใช้คำสั่ง dotcloud push ดังนี้

dotcloud push hellophp

จากนั้น dotCloud ก็จะติดตั้ง platform ที่เราต้องการและ sync ไฟล์ เมื่อ sync ไฟล์เสร็จ dotCloud จะแจ้ง public url ให้เราทราบ ดังนี้

Deployment finished. Your application is available at the following URLs
www: http://hellophp-anoochit.dotcloud.com/

ลองเข้า URL ตามที่ระบบแจ้งมาจะได้ผลลัพท์ดังนี้

ในส่วน Dashboard ของ dotCloud ยังให้ข้อมูลรายละเอียดการใช้งานของ App แต่ละตัวด้วย

สำหรับท่านที่สนใจลองดู Video เพิ่มเติมข้างล่าง สำหรับเอกสารคู่มือการใช้งานและ Tutorial ดูได้ที่หน้าเอกสารของเว็บ dotCloud ครับ

ผมได้รับ Invite จาก HP เพื่อเข้าทดสอบใช้งาน HP Cloud ต้อนรับวันวาเลนไทน์กันเลยทีเดียว เบื้องหลังของ HP Cloud ใช้ OpenStack เป็น Cloud Platform ซึ่งท่านที่สนใจสามารถสมัครและเปิดใช้งานได้เลย บริการที่ HP Cloud มีให้ได้แก่

  • HP Cloud Compute
  • HP Object Storage

นอกจากนี้คุณยังบริหารจัดการผ่านทาง Web Management Console หรือใช้งานผ่าน REST APIs ได้อีกด้วย สำหรับท่านที่เปิดใช้งานจะได้รับ HP Compute 2 ชุด และ Object Storage 1 ชุด สำหรับท่านที่ต้องการ Activate เพื่อใช้งาน โปรดเตรียมบัตรเครดิต กรอกข้อมูล Payment Method ให้เรียบร้อยแล้วเปิดใช้งานได้เลย ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จาก Video ข้างล่าง

HP Cloud Services: Getting Started from HP Cloud on Vimeo.

ผมค้างบทความเรื่อง PaaS สุด Hit อีกตัวหนึ่งไว้ ดองไว้นานไม่ได้เขียนสักที PaaS ตัวนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Zend Developer Cloud หรือในชื่อที่คุ้นหูว่า PHP Cloud ใช่ครับ Platform as a Service โดย Zend บริษัทผู้พัฒนา PHP นั่นเอง ผมได้คำเชิญจากทีมพัฒนา PHP มาได้ 2 เดือนแล้ว พอมีเวลาว่างก็ได้ลองเล่นดู พบว่าสนุกและทำงานได้ง่ายกว่า Cloud ที่เป็น PaaS ของค่ายอื่นๆ มาก PHP Cloud คงไม่ต้องบอกว่าให้บริการ Platform ใด หลักๆ ก็เป็น PHP บน Zend Server มีเครื่องมือครบ ได้แก่ Zend Platform, Zend Optomizer, Zend Gard, MySQL, PHPMyAdmin เป็นต้น ในส่วนการเชื่อมต่อกับนักพัฒนามีได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Zend Studio, Eclipse, Git และ SFTP ในส่วน Platform ยังมี App เพื่อรองรับการพัฒนาแบบสำเร็จรูปยังมี Zend Framework, Drupal, Joomla, WordPress, Magento, PHPBB ให้ด้วย สำหรับนักพัฒนาที่พัฒนา Mobule หรือใช้ App เหล่านี้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อยอด

ในขณะที่เขียนบทความนี้ PHP Cloud ยังอยู่ในช่วงของ Technology Preview ซึ่งผู้ที่จะได้ใช้งานต้องได้รับการ Invite จาก Zend สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถไปกรอกข้อมูลเอาไว้ก่อนได้เช่นกัน ลงทะเบียนได้ที่ http://www.phpcloud.com จากนั้นก็รอจดหมายตอบรับจาก Zend เมื่อได้จดหมายตอบรับแล้วจะมี Link ที่มี Invitation Key ให้ เมื่อคลิกแล้วก็จะกระโดดมาที่หน้า Login ของ Zend

กรอก Username และ Password ที่ได้ลงทะเบียนไว้ ก็จะเข้าสู่หน้าจอแนะนำ PHP Cloud การใช้งานและการเชื่อมต่อกับเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ

PHP Cloud จะให้เราสร้าง Application Container สำหรับรองรับ App ต่างๆ ที่เราจะพัฒนา ใน Container จะมี Zend Server และ Git มาให้ มาสร้าง Container กันก่อน

เมื่อสร้างเสร็จจะพบว่ามี App Default มาให้ 1 ตัว เอาไว้ทดสอบพร้อม Public URL ผมสร้าง Application Container ชื่อ redlinesoft ก็จะมี Public URL เป็น http://redlinesoft.my.phpcloud.com

หากเพิ่ม App ลงไปก็จะเป็นชื่อ App URL ต่อท้าย เช่น WordPress ก็จะเป็น http://redlinesoft.my.phpcloud.com/wordpress เป็นต้น สำหรับวิธีการเอาไฟล์ขึ้นลงก็ใช้ผ่าน Zend Studio หรือไม่ก็ใช้ Git สำหรับ IDE ตัวอื่นๆ อย่าง Eclipse ก็ใช้ผ่าน Git Plugin สำหรับการทำงานผ่าน Git ก็ง่ายๆ ครับ ตรงปุ่ม Git Access จะมี Git URL ให้เอา Git URL มาใช้

ตัวอย่างเช่น ผมมี App ชื่อ I am Petdo – Jquery Feed อยู่ ก็ใช้ Git Clone เพื่อดึงโค้ดลงมา

git clone https://redlinesoft@redlinesoft.my.phpcloud.com/git/iampetdo.git iampetdo-jqfeed

โดยไดเรคทอรีที่ได้จะเป็น iampetdo-jqfeed มีไดเรคทอรี public อยู่ข้างใน หากต้องการเพิ่มไฟล์ใหม่ก็สั่ง

git add ชื่อไฟล์ที่ต้องการเพิ่ม

และ git commit เพื่อกำหนดว่า commit อะไร เขียน log ในการ commit แต่ละครั้งด้วย เช่น

git commit -m "fix feed via jqfeed plugin"

จากนั้นก็เอาไฟล์ขึ้น โดยสั่ง git push

git push

เป็นอันจบขั้นตอนการเอาไฟล์ขึ้นไปที่ Container สำหรับการทดสอบก็เข้าผ่าน Public URL ของ App แต่ละตัว สำหรับการเพิ่ม App เข้าไปยัง Container ก็กด Link add/remove more apps จะเข้าสู่หน้า App Catalog ดังนี้

อยากได้ตัวไหนก็กดเลยครับ ยกตัวอย่างเป็น WordPress นะครับ เมื่อกดปุ่ม Deploy Application ก็จะเข้าไปยังหน้าตั้งค่าดังนี้

ใส่ข้อมูลให้เรียบร้อยคุณก็จะได้ App WordPress มาอยู่ที่หน้า App Container ดังนี้

จากนั้นก็ทดสอบผ่านทาง Public URL ได้เลย

ในหน้า App Container คุณยังสามารถทำ Snapshot ของ Container ได้สามารถนำเอา Snapshot ไป Deploy ยัง Container ใหม่ได้เล่นกัน เหมาะกับการทำ HA ได้ง่ายๆ สำหรับการย้าย App จาก Container ไปยัง AWS EC2 และ Cloud Provider อื่นๆ ทาง Zend ยังไม่ได้มีการเปิดให้ทดสอบ ถ้าได้มีโอกาสได้ทดสอบก้อจะเอามาเล่าให้ฟังกันอีกรอบครับ สำหรับช่วง Technology Preview นี้ยังไม่มีค่าใช้จ่าย สร้าง App Container ได้เรื่อยๆ หลังจากนี้อาจได้แค่ 1 Container และซื้อเพิ่ม คงต้องรอข่าวจาก Zend กันอีกรอบครับ สำหรับท่านที่ได้ Invite แล้วก็อยากให้ลองเล่นลองทดสอบดูครับ อย่างน้อยก็ได้สัมผัส Zend Cloud ในรูปแบบ PaaS ซึ่งหาใช้กันไม่ได้ง่ายๆ

เมื่อครั้งที่แล้วเขียน Blog เรื่อง Cloud Storage ส่วนตัว แต่ก็มีหลายท่านสอบถามมาว่าจะติดตั้งอย่างไร จะประยุกต์ใช้งานได้อย่างไร ครั้งนี้เลยมาแนะนำวิธีการติดตั้งและการประยุกต์ใช้กันครับ หากจำกันได้ Personal Cloud Storage ที่ผมแนะนำไปชื่อ ownCloud สนับสนุนการใช้งานผ่าน Web Browser, WebDev สามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Windows, Mac OSX, iOS และ Android การแชร์ไฟล์สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านหน้าเว็บ แชร์แบบ Public หรือแชร์ให้กลุ่มหรือผู้ใช้ในระบบได้ มีปฏิทินและที่อยู่ติดต่อ ทำงานร่วมกับโปรแกรมอย่าง Thunderbird, Kontact และ Evolution ได้ ในส่วนเพลงและไฟล์มัลตอมีเดียต่างๆ สามารถเล่นเพลงแบบ Streamming ได้ผ่าน Ampache นอกจากนี้ ownCloud ยังสามารถเพิ่ม Plugin เพื่อเพิ่มความสามารถได้อีกหลายอย่าง เช่น การเชื่อมต่อกับ Directory Services, Bookmark, OpenID, remoteStorage เป็นต้น มาดูการติดตั้ง ownCloud กันครับ

ownCloud เป็น Web Application ทำงานบน Apache, PHP เก็บข้อมูลใน MySQL หรือ SQLite ได้ เพราะฉนั้นเราต้องมี Application Server เหล่านี้ เริ่มที่ Application Server กันก่อน

sudo apt-get install apache2 php5 php-pear php-xml-parser php5-sqlite php5-json sqlite php5-mysql mp3info curl libcurl3 libcurl3-dev php5-curl zip

จากนั้นดาวน์โหลด ownCloud แล้วติดตั้งลงใน /var/www

wget http://owncloud.org/releases/owncloud-2.tar.bz2
tar -xvf owncloud-2.tar.bz2
sudo mv owncloud /var/www/owncloud

จากนั้นกำหนด permission ให้ Apache สามารถจัดการไฟล์ได้

sudo chown -R www-data:www-data /var/www/owncloud

จากนั้นสั่ง restart Apache ดังนี้

sudo /etc/init.d/apache2 restart

เปิดเว็บเบราเซอร์ไปยัง http://localhost/owncloud จะเข้าสู่การติดตั้งโปรแกรม

กำหนดรหัสผ่านสำหรับผู้ดูแลระบบแล้วคลิกปุ่ม Finish Setup ได้เลย การใช้งานไฟล์ผ่าน WebDav บน Linux Desktop ผ่าน Nautilus ตั้งค่าดังนี้

ลองคัดลอกไฟล์ลงไปครับ

ในหน้าเว็บก็จะพบไฟล์ดังนี้

สำหรับการใช้บนระบบปฏิบัติการอื่นๆ ก็คอนฟิกผ่าน WebDav เช่นกันครับ ส่วนบน Android ก็มี WebDev Client ให้เล่นเหมือนกันลองค้นหาใน Android Market ครับ

หากพูดถึง Cloud Storage คิดว่าหลายคนอาจนึกถึง DropBox, Ubuntu One และบริการอื่นๆ ที่ให้คุณฝากไฟล์ได้ง่ายๆ วันนี้จะมาแนะนำ Cloud Storage ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้านหรือที่สำนักงานกับโครงการโอเพนซอร์สที่ชื่อว่า ownCloud โครงการนี้เป็นการพัฒนา Cloud Storage สำหรับใช้งานส่วนตัว ownCloud มีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังนี้

  • สนับสนุน WebDAV เชื่อมต่อได้จาก filemanager ใดๆ ก็ได้ ไม่ว่า Nautilus, Dolphin หรือแม้กระทั่ง iOS, Android, Windows
  • แชร์ไฟล์ได้ง่ายเพียงคลิก
  • Calendar และ Contact สามารถใช้งานร่วมกับ Thunderbird, Kontact หรือ Evolution
  • ใช้งาน Music streaming ได้ (ผ่าน Ampache)

เอาภาพ Screenshot มาฝากเล็กน้อย

หากท่านใดสนใจก็ดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ http://www.owncloud.org

เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดการความรู้และการเรียนรู้ (UsableLabs) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ผู้ให้บริการ GotoKnow.org) ขอแนะนำระบบจัดการชั้นเรียนออนไลน์ ClassStart.org เพื่อให้บริการฟรีแก่ทุกสถานศึกษาทั่วประเทศไทยในทุกระดับชั้น

ClassStart.org ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนการสอนของไทย เพื่อให้ผู้สอนจัดการชั้นเรียนได้อย่างสะดวกขึ้นจริงและให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนการสอนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถของระบบในปัจจุบัน ได้แก่

  • การให้การบ้านกลุ่มและเดี่ยว
  • การตรวจการบ้าน
  • การให้คะแนน
  • การดาวน์โหลดคะแนนรวมเพื่อการคำนวณเกรด
  • การจัดการเอกสารการสอน
  • การมีผู้ช่วยสอน
  • ข่าวประกาศของชั้นเรียน
  • เว็บบอร์ดสนทนาในชั้นเรียน
  • บันทึกการเรียนรู้ (Reflective journal)

ClassStart.org ให้บริการโดยใช้เทคโนโลยี Cloud Computing จากผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลก ทำให้สามารถรองรับชั้นเรียนได้ไม่จำกัดจำนวนและไม่จำกัดปริมาณข้อมูล จากการเริ่มให้บริการในสี่เดือนที่ผ่านมา ClassStart.org มีสมาชิกแล้วประมาณ 7,000 คน และมีชั้นเรียนประมาณ 850 ชั้นเรียน ท่านสามารถทดลองใช้บริการ http://classstart.org/ โดยสามารถศึกษาการใช้งานได้ที่ http://help.classstart.org/ และหากท่านมีข้อเสนอแนะหรือพบปัญหาการใช้งานท่านสามารถส่งอีเมลมาได้ที่ support@classstart.org

ClassStart.org คือระบบจัดการชั้นเรียนออนไลน์ พัฒนาโดยทีมงาน GotoKnow.org ให้บริการโดย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดการความรู้และการเรียนรู้ (UsableLabs) คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สนับสนุนโดย ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.

Aeolus เป็นโครงการโอเพนซอร์สตัวใหม่ล่าสุด ที่เกี่ยวกับ Cloud โดยทำหน้าที่เป็นตัวบริหารจัดการไม่ได้เป็นตัวสร้าง Cloud แต่อย่างใด โดยโปรแกรมนี้สามารถจัดการทั้ง Private Cloud และ Public Cloud ได้ง่ายเพียงคลิกเมาส์

ส่วนประกอบของ Aeolus มีดังนี้

  • Aeolus Conductor : เป็นส่วนติดต่อผู้ใช้ที่สามารถจัดการผู้ใช้ ทรัพยากร รวมไปถึง instance (VM) ของผู้ใช้ที่อยู่บน Cloud Provider ต่างๆ
  • Aeolus Composer : เป็นตัวสร้าง image จาก template ที่ผู้ใช้กำหนด สามารถเลือกสร้าง Image ได้ตรงกับ Cloud Provider ที่เราต้องการได้
  • Aeolus Orchestrator : เป็นส่วนบริหารจัดการ instance ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้าง instance อื่นๆ ได้ จาก instance บน Cloud หนึ่งหรือ Cloud หลายๆ ที่ได้
  • Aeolus HA Manager : เป็นส่วนที่ทำ HA ให้ instance หรือกลุ่มของ instance

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้มาจาก abstract library ของโครงการ Deltacloud สำหรับท่านที่ต้องการทดสอบ Aeolus สามารถดาวน์โหลดได้ที่ เว็บไซต์โครงการ Aeolus * ข้อควรระวัง การทดสอบ Aeolus บน Amazon EC2 จะมีค่าใช้จ่าย

บังเอิญได้มีโอกาสเล่น OpenStack ผ่าน Community Cloud เลยได้ลองทำ Services Image สำหรับ OpenStack ดูบ้าง ซึ่งวิธีการไม่แตกต่างจากการทำ Image สำหรับ Eucalyptus สักเท่าไร หลักการทำมีดังนี้

  • สร้าง Image แบบ qcow2 เพื่อใช้เป็น Disk Image
  • ใช้ kvm ติดตั้ง OpenSUSE ลงใน Disk Image
  • ปรับแต่ง Disk Image เพื่อติดตั้ง ssh key


มาลงมือกันเลยครับ เริ่มจากสร้าง Disk Image ให้พอสำหรับติดตั้ง OpenSUSE

kvm-img create -f qcow2 opensuse.img 5G

จากนั้นก็ติดตั้ง OpenSUSE ลงไปใน Disk Image

kvm -m 512 -cdrom openSUSE-11.4-DVD-x86_64.iso -drive file=opensuse.img,if=virtio,index=0 -boot d -net nic -net user -nographic -vnc :1

ใช้ VNC ต่อไปยัง VM ที่เรา run ดังนี้

vncviewer 10.10.10.1 :1

เลือกติดตั้ง SSH Server, CURL และ package ที่ต้องการ หลังจากติดตั้งเสร็จให้ shutdown VM และ boot เพื่อปรับแต่งดังนี้

kvm -m 512 -drive file=opensuse.img,if=virtio,index=0,boot=on -boot c -net nic -net user -nographic -vnc :1

ให้ VNC เชื่อมต่อเหมือนเดิม ใช้ zypper ติดตั้ง openssh, curl ดังนี้

zypper install openssh curl

เพิ่ม ssh key อัตโนมัติเมื่อ start instance ให้สร้างไฟล์ /etc/init.d/sshkey แล้วใส่ config ลงไปดังนี้

echo >> /root/.ssh/authorized_keys
curl -m 10 -s http://169.254.169.254/latest/meta-data/public-keys/0/openssh-key | grep 'ssh-rsa' >> /root/.ssh/authorized_keys
echo "AUTHORIZED_KEYS:"
echo "************************"
cat /root/.ssh/authorized_keys
echo "************************"

เปลี่ยน permission ให้ execute ได้ดังนี้

chmod 755 /etc/init.d/sshkey

จากนั้น config ให้เริ่มทำงานทุกครั้งเมื่อ boot เครื่องดังนี้

chkconfig sshkey on

ตั้งค่า firewall ให้ ssh เข้ามาได้ ใช้ yast2 ไม่ใช่ iptable นะจ๊ะ

yast2

จากนั้นลบ network persistance rules ออก เพื่อให้ instance จัดการ network insterface ได้ถูกต้อง

rm -rf /etc/udev/rules.d/70-persistent-net.rules

เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว :) shutdown VM แล้ว

หากต้องการใช้งานก็ Upload Image ไปยัง OpenStack ได้เลย โดยใช้คำสั่ง

cloud-publish-image amd64 opensuse.img opensusebucket

หลังจาก Upload Image เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะได้หมายเลข ami กับไฟล์ image manifest ดังนี้

ami-00000001 opensusebucket/opensuse.img.manifest.xml

หากต้องการ start instance ก็สามารถสั่ง run ได้เลย โดยใช้คำสั่ง

euca-run-instances ami-00000001 -k mykey -t m1.tiny

สำหรับการทำ Service Image จาก Linux Distribution อื่นๆ ก็ใช้วิธีการคล้ายๆ กันนี้ครับ

โดยส่วนตัวไม่ค่อยอยากยุ่งกับ Cloud Computing แล้วหลังจากหมดหวังกับวิสัยทัศน์และการเห็นแก่ประโยชน์ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในองค์กรหนึ่งซึ่งผมไม่ขอเอ่ยนาม เอาเป็นว่า @gumara ชวนไปซึ่งอยู่ดีๆ ก็ชวนไปงานสัมนา Cloud ทำให้คิดว่า เออ น่าจะมีอะไรดีๆ นะถึง @gumara มาชวน ก่อนวันสัมนาได้ดู Agenda นิดหน่อยก็พบว่างานนี้มีหลายหน่วยงานช่วยกันจัด แม่งานคงเป็น ARIT, Software Park และ CAT ซึ่ง Agenda เนื้อหาสอดรับกันมาก ทั้งในแง่มุมของภาครัฐ ซึ่งได้ ผอ.เมธิณี ผู้ตรวจการ MICT มาบรรยายเปิดงานด้วยตัวเอง เป็นที่รู้กันว่า MICT แตกหน่วยงานออกมาเป็น 2 องค์การมหาชน คือ สำนักงานรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ซึ่งหน้าที่หลักของการขับเคลื่อนในเรื่องของ Cloud Computing เป็นหน้าที่ของกระทรวง ICT และในส่วนของสำนักงานรัฐบาลอิเล็คทรอนิกส์ จะดูในเรื่องของ Government Cloud เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับข่าววงในที่ได้มาคือ กระทรวง ICT จะให้บริการ Cloud สำหรับภาครัฐซึ่งแนวโน้มคงไม่ได้ทำเอง หมายถึงตั้ง Server เอง ทำ IaaS เอง แต่เป็นการให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงเป็นคนจัดการ คือ CAT และ TOT ซึ่งผมมองว่าบทบาทของ CAT และ TOT ดูเหมาะสม เพราะยังอยู่ในการดูแลของภาครัฐและสามารถพูดคุยกันได้ และทั้งคู่ดูแลทั้ง Data Center และ Data Communication นอกจากนี้แนวโน้มของกระทรวง ICT ยังมีแผนบูรณาการข้อมูลต่างๆ ให้มีมากขึ้นทั้งภาครัฐด้วยกันเองในประเทศ และต่างประเทศ คิดว่า Government Cloud จะได้ประโยชน์มากทั้งในเรื่องของ IaaS, PaaS และ SaaS ที่จะตามมา ซึ่งเป็นโอกาสของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศที่จะสามารถขายบริการซอฟต์แวร์ให้กับภาครัฐโดยตรงและง่ายมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการดำเนินงานและจัดการเรื่องกฏระเบียบที่เก่าคร่ำครึของภาครัฐให้เรียบร้อย

สำหรับผู้นำโครงข่ายการสื่อสารอย่าง CAT Telecom มีความพร้อมสูงในการให้บริการ Cloud Infrastructure แต่ทาง CAT เองก็ถ่อมตัวว่ายังเพิ่งจะเริ่มต้น แต่การเตรียมเรื่อง CDN (Content Delivery Network) และ Data Center ในภูมิภาคต่างๆ นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ สำหรับ Cloud Provider ที่ผมเพิ่งจะทราบว่าในประเทศไทยก็มีแบบที่ได้มาตรฐานสากล ก็คงเป็น DCS ~ Datapro Communication System ซึ่งให้บริการ Cloud ทั้งในรูปแบบ PaaS และ SaaS เลยทีเดียว น่าสนใจมากๆ DCS ได้มาให้ความรู้เรื่องการนำ Cloud ไปใช้งานทั้งในแง่ของ Private Cloud และ Public Cloud การจัดการทางด้าน Security Process และอื่นๆ ซึ่ง Security บน Cloud ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก Security แบบ Physical ซักเท่าไร

ในช่วงบ่ายถึงคิว เซเลป Cloud Computing ในเมืองไทยก็ว่าได้เพราะเจอ อ.ธนชาติ ผอ.เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือ Software Park ทีไรก็บรรยายเรื่อง Cloud Computing ทุกที ครั้งนี้ได้นำเสนอเรื่อง Trend ของ Cloud Computing โอกาสขององค์กรที่จะนำ Cloud มาใช้และโอกาสของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้บริการบน Cloud เนื้อหาสนุกมาก ทำให้หลับไม่ลงเลยจริงๆ การบรรยายของ อ.ธนชาติ ทำให้ผมรู้สึกว่าหลายหน่วยงานและหลายบริษัทเริ่มตื่นตัวเรื่อง Cloud Computing มากขึ้น บางหน่วยงานเริ่มมี Private Cloud ในองค์กรบ้างแล้ว ส่วนบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ได้พัฒนาซอฟต์แวร์บน Cloud เพิ่มมากขึ้น ก็คงเป็นเพราะว่าทาง Software Park ลุยเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ต้นปี และช่วงปลายปีอย่างนี้ก็เริ่มเห็นผลแล้ว

ปิดท้ายด้วย Cloud Security กับ อ.ปริญญา จาก ASIC บรรยายสไตล์สนุกสนานเพราะอยู่ช่วงปิดท้ายงานสัมนา ทำให้เราทราบว่าปัญหาเรื่อง Security นี่เป็นเรื่องปกติมาก และบน Cloud ก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างกันมากนักกับการไม่ได้อยู่บน Cloud แต่จะมีเรื่องปลีกย่อยให้พิจารณามากขึ้น ทราบข้อมูลเรื่องมาตรฐานด้าน Security สำหรับ Cloud ตัว ISO 27001 คงไม่พอ จะมี ISO Cloud ออกมาอีกซึ่งคงจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้ ถ้าองค์กรไหนที่จะทำ Private Cloud หรือ Public Cloud ควรติดตามเรื่องเหล่านี้ด้วย มี Cloud Security Standard จาก CSA (Cloud Security Alliance) เป็น มาตรฐาน ซึ่งน่าจะพอช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง :)

สำหรับ Slide ในงานสัมนาคาดว่าน่าจะดาวน์โหลดได้ที่ comtodaymag.com ส่วนประเด็นปัญหาและคำถามในช่วงพาเนลพอจับประเด็นได้ดังนี้

  1. จะทำยังไงให้หน่วยงานหรือองค์กรหันมาใช้ Cloud
  2. ถ้าใช้ Private Cloud/Public Cloud แล้ว Sys Admin จะว่างงานจะแก้ปัญหาอย่างไร
  3. ถ้า EGA จะทำ Government Cloud แล้วให้บริการ SaaS สำหรับหน่วยงานภาครัฐตลอดจนโรงเรียนด้วยเลยได้มั๊ย เพราะยังไงก็ใช้ซอฟต์แวร์เหมือนๆ กัน
  4. เรื่องการจ่ายเงินของภาครัฐหากไปใช้ Cloud ค่าใช้จ่ายจะไม่เท่ากันในแต่ละเดือน เพราะเป็น Pay Per Use จะมีปัญหาเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณเพราะประเมินงบประมาณไม่ได้ และถ้าจะจ่ายแบบ Pay Per Use จะต้องแก้ปัญหาที่ระเบียบกฏข้อบังคับด้วยหรือไม่
  5. เรื่อง Tablet ที่จะแจกเด็กๆ ในส่วน Content Delivery จะทำยังไง อัพเดทบทเรียนยังไง ความเร็วอินเตอร์เน็ตในต่างจังหวัดจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

เท่าที่จำได้มีเท่านี้ ส่วนท่านใดที่ได้ไปงานนี้แล้ว Blog เอาไว้ แจ้ง Link ที่ Comment เผื่อจะได้ Tag Blog ต่อได้ครับ :)

PaaS คืออะไร? <<”>>
Platform as a Service – PaaS คือ แพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนา SaaS ที่ให้บริการให้แก่ผู้พัฒนาเพื่อพัฒนาโดยทั่วไปแล้วแพลตฟอร์มดังกล่าวประกอบด้วยฐานข้อมูล มิดเดิลแวร์ และเครื่องมือสำหรับการพัฒนา โดยทั้งหมดนี้ได้รับการนำเสนอในรูปแบบของบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต

o_1.png

แล้วจะหาใช้ได้จากไหนละ o_0?
-http://www.microsoft.com/windowsazure/
-http://www.openshift.com
-http://moncai.com/
-http://www.heroku.com

แต่วันนี้เราจะมาลอง Openshift กัน
ในส่วนการให้บริการของ Openshift นั้นแบ่งเป็น3ระดับ
-Express บริการฟรีโดยมีเงื่อนไขที่เราสามารถสร้างได้เพียง Application เดียวเท่านั้น และมีการกำหนดภาษาที่ใช้พัฒนา PHP , Python , Ruby , Perl
-Flex สมารถสร้างได้หลาย Application มีการเพิ่มภาษาที่ใช้ในการพัฒนามากขี้นและฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นจาก Express และยังมีส่วนของการจัดการฐานข้อมูลและระบบตรวจสอบสถานะ แต่ไม่ฟรีนะ
-Power (ยังไม่เปิดให้บริการ)

Type

ผมลองได้แต่แบบ Express เพราะมันฟรี เริ่มลงทะเบียนสมาชิกกันก่อน ขั้นตอนการสมัครก็ไม่ยุ่งยากกด Try it now แล้วกรอกข้อมูลไป ละก็รอรับ Email ยืนยันได้เลย ง่ายกว่า สมัคร Facebook อีก

สมัครเสร็จแล้ว Login เข้ามาก็พบกับหน้า Getting Started
-Install the client tools click ไปอ่านกันได้เลย client ลงได้ทุก OS ครับ แต่สำหรับ Linux เขียนไว้เฉพาะ Red Hat แล้วคนใช้ Ubuntu ละเขาบอกว่าให้ทำตามนี้ครับ

Other Linuxes
1.Prerequisites
Root access
Ruby 1.8 or higher installed or available to be installed
2.Install the required packages: git, ruby, rubygems, and the ruby 1.8 development package.
3.Install the gem:

su -c 'gem install rhc'

ok แค่ลง Packages ตามนั้นแล้ว su -c ‘gem install rhc’ งั้นลุยเลย les’t go ………
3นาทีผ่านไป อ้าว warning –” แล้วมันลงยังไงละเนี่ย google ซิครับแบบนี้ค้นไปพักใหญ่ก็ได้คำตอบตามนี้เลย

sudo apt-get install git-core openssh-client ruby-full

sudo apt-get install rubygems1.8

sudo gem install --source http://gems.rubyforge.org --source https://openshift.redhat.com/app/repo/ rhc

ลงเสร็จก็สร้าง Domain name กับ Application

/var/lib/gems/1.8/bin/rhc-create-domain -n domainname -l EMAIL_ID

พิมพ์ password ตามที่เราลงทะเบียนไว้

/var/lib/gems/1.8/bin/rhc-create-app -a applicationname -t php-5.3.2

พิมพ์ password ตามที่เราลงทะเบียนไว้

เสร็จแล้วทดสอบกันหน่อยว่าใช้ได้ไหม

cd myapp
nano php/index.php
(ทำการแก้ไขcode เพื่อทดสอบ)
git commit -a -m "My first change
git push

เข้าไปที่ http://applicationname-domainname.rhcloud.com

ใครอ่านแล้วยังงงๆก็ตามไปที่ clip นี้ได้เลย

How to install drupal ^!^
ลองเล่นกับopenshiftกันซักเล็กน้อยด้วยการลงDrupal
-เข้าไปcopy link drupal เวอร์ชั่นล่าสุดที่ http://www.drupal.org

wget http://ftp.drupal.org/files/projects/drupal-7.4.tar.gz
cd drupal
tar zxf ../drupal-7.0.tar.gz
mv drupal-7.0/*php
rm -rf drupal-7.0/
cd php
gedit sites/ default/default/default.setting.php

ทำการค้นหาด้วยการกด ctrl+f base
แก้ไขcode เป็น

$ base url = ‘http://applicationname-domainname.rhcloud.com’

สั่งให้สิ่งที่เราแก้ไขขึ้นไปยังCloud

git add -A
git comit -a -m "Add Drupal to my site
push

-ไปที่ websiteที่เราตั่งชื่อไว้แล้วติดตั้ง drupal โดยเลือกdata base เป็น SQLite ในช่อง Database file ให้ใส่เป็น ../../data/.ht.sqlite กด save and continue

-setค่าของdatabaseให้เรียบร้อยเราก็จะได้ Drupalมาใช้งานกันแล้ว
ด้วยความเป็น PaaSเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปลงอะไรอื่นๆเกี่ยวกับระบบเลย ^^

อ่านแล้วไม่เห็นภาพหรือไม่เข้าใจก็ตามไปที่ Clip Install drupal ได้เลย…