ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค/สวทช.) โดย หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และกลุ่มผู้ค้าคอมพิวเตอร์ในโครงการ ECOLONUX จัดแถลงข่าว “ก้าวที่ผ่านมาและก้าวต่อไปของ ECOLONUX” โดยการนำเสนอประเด็นผล สำเร็จของโครงการฯในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และพิธีลงนามความร่วมมือส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ของกลุ่มผู้ประกอบการศูนย์การค้า ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ในวันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา ณ ลานชั่น 3 ศูนย์ คอมพิวเตอร์ไอทีมอล์ล ฟอร์จูน ซึ่งมีสื่อมวลชนให้ความสนใจหลายค่าย นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธของกลุ่มผู้ค้าคอมพิวเตอร์ในโครงการ ECOLONUX อีกด้วย

ECOLONUX เป็นโครงการส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ที่ร่วมมือกันระหว่างศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค/สวทช.) และผู้ประกอบการ 5 บริษัท ได้แก่ บมจ. เอสวีโอเอ, ดีคอมพิวเตอร์, โพเวลอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ ไอบีเบเคอรี และ บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความสามารถในการติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส รวมถึงการถ่ายทอดความรู้ในการแก้ปัญหาต่างๆ นำไปสู่การเพิ่มปริมาณผู้ใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในปริมาณมาก จากผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เนคเทค ได้รับยอดการผลิตและจำหน่ายคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์ฟแวร์โอเพนซอร์ส ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552-พฤษภาคม 2553 ,รายละเอียดดังนี้

  1. ยอดการติดตั้ง ECOLONUX จำนวน 68,518 เครื่อง
    ช่วยทดแทนการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คิดเป็นมูลค่า 1,233,424,000 บาท
  2. ยอดการติดตั้งโอเพนซอร์สฟอร์วินโดวส์ จำนวน 32,412 เครื่อง
    ช่วยทดแทนการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คิดเป็นมูลค่า 486,180,000 บาท

ยอดรวมการติดตั้งซอฟต์แวร์อเพนซอร์ส จำนวน 100,930  เครื่อง ช่วยทดแทนการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,719,504,000 บาท

เนคเทค ได้ลงนามความร่วมมือส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สกับกลุ่มบริษัทในศูนย์การค้าฟอร์จูนอีก 5 บริษัท เข้าร่วมโครงการ ECOLONUX ได้แก่ เจท คอมพิวเตอร์พลัส, ออสการ์ โฟร์สตาร์, โปรคอนเนอร์, ไดมอนด์ พีเพิล และ โน้ตบุ๊ค โซลูชั่น รวมปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมโครงการ 10 บริษัท เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของผู้ใช้งาน และสร้างความมั่นคงสู่ผู้ประกอบการในระยะยาวต่อไป

ที่มา – opensource2day

เนคเทคประกาศความพร้อมดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็ง ส่งเม็ดเงินลงทุน 180 ล้านบาทดำเนินโครงการ “พัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ด้วยโอเพนซอร์ส” ในกรอบระยะเวลา 3 ปี คาดจะมีผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ของไทยเข้าร่วมโครงการ Local brand PC : Ecolonux ไม่น้อยกว่า 60 บริษัท เพิ่มบุคลากรด้านโอเพนซอร์สได้ 27,000 คน ยกระดับขีดความสามารถนักพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมสำหรับกิจกรรมทาง ธุรกิจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ที่สำคัญคือ ช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศไทย
      
ดร.วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือเนคเทค กล่าวถึงแผนการดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ด้วยโอเพนซอร์ส ภายใต้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนปฎิบัติการไทยเข็มแข็งว่า เนคเทคจะดำเนินการพัฒนาโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบขายภายในประเทศ (Local brand PC) โดยจะดำเนินการร่วมกับบริษัทผู้ผลิตและนักพัฒนาโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ในประเทศ ไทยเพื่อออกแบบโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานและผนวก โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเครื่องคอมพิวเตอร์ พกพา
      
"เพื่อ มุ่งขยายการใช้งานโอเพนซอร์สซอฟต์แวร์ในตลาดซอฟต์แวร์ เชื่อว่าจะเป็นผลดีทั้งทางเศรษฐกิจและทางสังคม ได้แก่ การประหยัดต้นทุนอันเกิดจากการจ่ายค่าลิขสิทธิซอฟต์แวร์ การสร้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มาจากชุมชนโอเพนซอร์ส"
      
ดร.วิรัชย้ำว่าเนคเทคจะเร่งสร้างความเข้าใจด้านการใช้งานในหน่วยงาน ภาครัฐ โดยให้การฝึก-อบรมหลักสูตรการใช้งาน การเตรียม call center และคลังความรู้เพื่อตอบคำถาม จะเป็นแหล่งหาคำตอบด้านการใช้งานที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อ
      
โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ด้วยโอเพนซอร์ส ภายใต้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนปฎิบัติการไทยเข็มแข็ง เนคเทคได้รับจัดสรรงบประมาณจำนวน 180 ล้านบาทภายในระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะได้รับตลอดโครงการ คือ มีระบบปฎิบัติการลินุกซ์ 3 เวอร์ชั่น , อบรมบุคลากรด้านโอเพนซอร์สได้จำนวน 27,000 คน , บุคลากรเข้าทดสอบทักษะจำนวน 4,800 คน
      
"เกิด ผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ของไทย Local brand PC : Ecolonux ไม่น้อยกว่า 60 บริษัท , ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สพื้นฐาน มีความพร้อมใช้งานในระดับดีเยี่ยม ที่สำคัญที่สุดคือ จะเกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจและพร้อม สำหรับนักพัฒนา ลดปัญหาการละเมิดซอฟต์แวร์ลิขสิทธิของประเทศไทย"
      
ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาจากนักวิจัยทั่ว โลก ซึ่งมีมาตรฐานระดับสากลและเปิดซอร์สโค้ดให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งรวมถึงนักวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ สามารถนำมาใช้ต่อยอดเชิงการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนต่อยอดเชิงธุรกิจได้
      
เนคเทคระบุว่าได้เริ่มมีส่วนในการผลักดันการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ นซอร์สมาตั้งแต่ปี 2540 และยังคงส่งเสริม สนับสนุนแนวคิดของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เพื่อพัฒนาบุคลากรและลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้เกิดความร่วมมือในขององค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนได้กว่า 30 องค์กร สร้างเครือข่ายความร่วมมือมาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา โดยความร่วมมือในปีนี้ เนคเทคเชื่อว่าจะเป็นการส่งเสริมธุรกิจไอทีไทยได้เป็นอย่างดี
      
"นัก วิจัยไทยและคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์รวมทั้งยังเป็นการแสดงถึงภาพลักษณ์ ของผู้ประกอบธุรกิจ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อส่งเสริมธุรกิจ สู่การใช้งานในประเทศ เพิ่มศักยภาพความเป็นไปได้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อการผลิตและจำหน่ายภายใน และส่งออกต่างประเทศ"

ที่มา : manager online