Ubuntu Tweak 0.5.0 ออกแล้วหลังจากที่ปรับปรุงในส่วนฐานข้อมูล UTCOM กันไปในรุ่นนี้ ทำให้ Ubuntu Tweak มีของเล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น Ubuntu Tweak ขึ้นชื่อในเรื่องของการปรับแต่งและการจัดการ Desktop ในจุดเดียว ซึ่งเราสามารถปรับแต่ง Ubuntu Desktop ในจุดต่างๆ ได้ ตั้งแต่หน้าจอ, Icon, Theme หรือแม้กระทั่งติดตั้ง Package เสริมต่างๆ อีกมากมาย สำหรับคุณสมบัติใหม่ๆ มีดังนี้

ubuntu-tweak

  • เพิ่ม/ลบ ข้อมูลที่ sync กับฐานข้อมูล UTCOM
  • หน้าจอใหม่ ใช้งานง่ายกว่าเดิม
  • ใช้ icon ของ theme
  • ง่ายในการเปลี่ยนส่วนประกอบหน้าจอ desktop
  • เปลี่ยนชื่อเครื่องได้ง่ายขึ้น
  • ตัวเลือกใหม่ในการปรับแต่ง GNOME
  • ตัวเลือกใหม่ในการปรับแต่ง Power Manager

สนใจดาวน์โหลดกันได้ที่ ubuntu-tweak0.5.0-1~karmic1all.deb

จากตอนที่แล้วเราได้ repo เพื่อเตรียมเอาไว้ใช้บริการผู้ที่ต้องการติดตั้งโปรแกรมจาก repo เราไปแล้ว ในตอนที่ 2 นี้จะเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการ package โดยที่นักพัฒนาหรือผู้ดูแล package ต้องการอัพโหลดขึ้น repo server ด้วยตัวเอง ไม่ต้องสั่ง include package เป็นครั้งๆ ไป Debian มีเครื่องมือให้เราใช้เช่นกันครับ เราจะมาใช้เครื่องมือที่ชื่อ dupload

dupload เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการอัพโหลด package ไปยัง repo ต่างกันได้ ซึ่งจะทำให้ง่ายในการ contribute package ของนักพัฒนาและผู้ดูแล apckage นั้นๆ เอาล่ะเรามาเริ่มติดตั้งและ config เจ้า dupload กันดีกว่าครับ เริ่มแรก ติดตั้งกันก่อน ใช้คำสั่ง

$ sudo apt-get install dupload

จากนั้นเราต้องไป config ค่า repo ให้กับ dupload กันก่อน ที่ ~/.dupload.conf หรือที่ /etc/dupload.conf ก็ได้ การ config นั้เราจะกำหนด repo server ปลายทางที่เราต้องการจะ upload package ขึ้นไป เช่น

$cfg{‘example’} = {
fqdn => "example.com",
login => "steve",
method => "scpb",
incoming => "/incoming/",
# The dinstall on ftp-master sends emails itself
dinstall_runs => 1,
};

อธิบายกันก่อน config ข้างบนเป็นการบอกว่าเรามี repo server ชื่อเล่นว่า example โดยมี domain ชื่อเต็มๆ ว่า example.com ใช้ login ว่า steve ใช้ scpd เป็น protocal ในการ upload ไฟล์ มีไดเรคทอรี /incoming เป็นไดเรอทอรีปลายทางของ package ที่เร upload ขึ้นไป

หากต้องการปรับปรุงให้เข้ากับความต้องการของคุณก็เพียงแค่แก้ไข hostname, login, incoming dir แค่นี้ก็ได้แล้วครับ อ้อ หากคุณต้องการให้ upload package โดยใช้ anonymous FTP ก็สามารถแก้ไขได้ครับ เอาล่ะ วิธีการ upload ก็ง่ายๆ ครับ ใช้คำสั่ง dupload แบบนี้

$ dupload –to <reponame> <.change file>

ตัวอย่างเช่น

$ dupload –to example suriyan-wallpaper1.0i386.change

เท่านี้ก็ upload package ขึ้นไปยัง repo ได้แล้ว แต่ว่า dupload ทำหน้าที่ upload package ไปกองไว้ที่ incoming dir เท่านั้นครับ ไม่ได้ build และบรรจุลงใน repo ของเราจริงๆ ดังนั้นต้องเขียน script เพิ่มอีกหน่อยเพื่อให้ reprepro ทำงานต่อให้เรา อ่ะดาวน์โหลด script ไปละกันนะครับ เมื่อได้ script กันแล้ว บันทึกลงในที่น่าจะจำได้ แล้วก็ใส่ลงใน crontab ครับแบบนี้

*/5 * * * * /usr/local/import-new-packages.sh

มีเรื่องให้ได้จัดการในอีกโครงการหนึ่งคือ Suriyan ซึ่งเป็นโครงการ Linux ที่อยู่ดีๆ ก็ฟื้นขึ้นมาแบบงงๆ จนกลายเป็นหน้าที่ที่ได้รับในส่วนการพัฒนาเพิ่มเติมของ Suriyan นั่นคือส่วนที่ไม่มีอยู่ในดิสทริบิวชันต้นน้ำ (Ubuntu) ซึ่งก็ติดปัญหาเดิมคือการบริหารจัดการ repository นั่นเอง แหม หาทาง build deb source ได้แต่การจัดการ repo แทบกระอักเลือด หากจำกันได้ผมเขียนเขียนวิธีการจัดการ repo ไว้ 2 แบบ คือ

  1. trivial archive
  2. official archive

ซึ่งวิธีการจัดการ repo 2 แบบนี้คล้ายกัน ต่างกันเพียงส่วนของ apt-pinning และเครื่องมือในการจัดการเท่านั้น หากนึกไม่ออกลองไปหาอ่านที่ blog เก่าๆ ได้ครับ ซึ่งปัญหาในการจัดการ repo และ package ที่ต้องการโดยแบ่ง version ออกเป็นส่วนๆ เพื่อการ maintain นั้นยุ่งยากมากกว่ากันหลายเท่า เพราะนอกจาก maintain เวอร์ชั่นปัจจุบันยังต้องเตรียมในรุ่นก่อนหน้าก็ถือว่ายุ่งพอสมควร แต่การสร้างและจัดการ repo มีหลายวิธีด้วยกัน วันนี้จะมาแนะนำการสร้าง repo แบบ official archive แต่ใช้เครื่องมือชื่อ reprepro กันครับ

ก่อน การทำ repo เรามาวางแผนสักสักนิด ผมตั้งใจจะให้ apt ใช้ url ประมาณนี้ครับ http://suriyan.in.th/repo นั่นหมายความว่าผมจะต้องสร้าง repo ภายใต้ document root (หรือไม่ก็ได้ หากสร้างใน directory อื่นสามารถใช้ aliase ชี้ได้) สมมุติว่าผมสร้างที่ /var/www/repo ก็แล้วกันะครับ

ก่อนอื่นติดตั้ง reprepro กันก่อน

# aptitude install reprepro

จากนั้นสร้าง dir repo ขึ้นมา

# mkdir -p /var/www/repo/conf

ให้สร้างไฟล์ ที่กำหนด distribution ขึ้นมาชื่อ distributions ใน /var/www/repo/conf ใส่ข้อมูลลงไปดังนี้

Origin: Your Name
Label: Your own label
Suite: ubuntu
Codename: karmic
Version: 9.10
Architectures: i386 source
Components: main restricted
Description: Your description
SignWith: yes

เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ เอา deb source มาใส่ใน repo ของเราได้เลย โดยใช้คำสั่ง

# reprepro -Vb . include <codename> <.change file>

หรือ

# reprepro -Vb . includedeb <codename> <.deb file>

ตัวอย่าง เช่น

# reprepro -Vb . include karmic suriyan-wallpaper1.0i386.change

reprepro ก็จะค้นหาไฟล์ dsc, source และ deb ที่ build เสร็จแล้วให้เรา พร้อมสร้าง dir ใน pool จากนั้นก็ใส่ dsc, source และ deb ลงใน pool ให้อัตโนมัติ แถม sign repo ให้เราด้วย สำหรับการเอา package ออกก็ไม่ได้ยากอะไร เพียงแค่ใช้คำสั่ง reprepro ดังนี้

# reprepro -Vb . remove <codename> <package name>

เท่านี้คุณก็จัดการ repo ได้ง่ายๆ แล้ว

กิจกรรมดีๆจากชุมชนผู้ใช้ Ubuntu ที่ ubuntuclub.com เริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว โดยครั้งนี้เป็นกิจกรรมอบรมการใช้งาน Ubuntu ครั้งที่ 13 ในหัวข้อ การใช้งาน Command-line เบื้องต้น เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้งาน Command-line ของ Linux หรือ คิดที่จะศึกษาแต่ยังไม่กล้าที่จะลองใช้งานจริง กิจกรรมครั้งนี้ยังคงฟรีเช่นเคยครับ

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม

  • รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • มีพื้นฐานการใช้งาน Linux บ้างนิดหน่อย

ที่ไหนเมื่อไหร่

  • 20 ธ.ค. นี้ เวลา 9.00-17.00 น.
  • อาคาร SSUP (คนแถวนั้นเรียกอาคาร ว.วิโรจน์ บางทีก็เรียกตึกรูปม้า) ชั้น5 ใกล้ตลาดดินแดง (แผนที่1, แผนที่2)

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 0853253042 (ติดต่อในเวลาราชการครับ)

ลิงก์: ที่มา, ลงทะเบียน

USP หรือ ubuntu-system-panel เป็นโปรแกรม Launcher ง่ายๆ สำหรับ GNOME ที่ช่วยให้เราหยิบจับอะไรได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น แทนที่จะต้องไปไล่หาตัวจัดการระบบจากเมนู ตัว USP นี้จะรวมมาให้เราเรียกใช้ง่ายๆใน Panel ของเขาเองเลยครับ หรือถ้าจะอธิบายห้เข้าใจง่ายหน่อย มันคือเมนูโปรแกรมแบบหรูๆนั่นเองครับ ตำเตือน ซอฟต์แวร์นี้ยังเป็นของใหม่อยู่ การจะติดตั้งให้คิดให้ดีก่อนครับ

ติดตั้ง USP

  • ขั้นแรกเลย เปิด Terminal ขึ้นมาก่อนครับ ไปที่ Applications > Accessories > Terminal
  • ติดตั้ง Subversion เพื่อใช้ดาวน์โหลด Source code สั่ง sudo apt-get install subversion
  • ได้ Subversion มาแล้ว เตรียมตัวดูด Source สั่ง เป็นบรรทัดๆ ไล่ไปเลยครับ
    mkdir -p ~/Downloads/SVN
    cd ~/Downloads/SVN
    svn checkout http://ubuntu-system-panel.googlecode.com/svn/trunk/ ubuntu-system-panel
  • สั่งติดตั้งเลยครับ ตามนี้
    cd ubuntu-system-panel
    ./usp_update install fresh
  • ถ้าคุณใช้ Ubuntu รุ่น 64bit (ย้ำว่า 64bit เท่านั้น) ให้สั่งตามนี้ sudo cp /usr/lib/python2.4/site-packages/usp/plugins/_keybind64.so _keybinder.so
  • ปิด gnome panel ตัวเก่า สั่ง killall gnome-panel

การติดตั้งก็ เรียบร้อยแต่เพียงเท่านี้ครับ

การปรับแต่งเพิ่มเติม

  • Update USP
    cd ~/Downloads/SVN/ubuntu-system-panel
    ./usp_update update
  • Uninstall
    cd ~/Downloads/SVN/ubuntu-system-panel
    ./usp_update uninstall
  • ลบแบบถอนรากถอนโคน (ลบการตั้งค่าต่างๆ)
    cd ~/Downloads/SVN/ubuntu-system-panel
    ./usp_update uninstall complete

การใช้งาน

  • คลิกขวาที่ Panel บริเวณที่เป็นพื้นที่ว่างๆ แล้วเลือก Add to Panel
  • ให้เพิ่ม Ubuntu System Panel ลงไป
  • ก็จะได้เมนูตามภาพครับ จัดสรรหาพื้นที่วางกันตามสะดวก

เสร็จเรียบร้อยครับ ขอใหสนุกกับเมนูใหม่ครับ

ที่มา: http://www.ubuntuclub.com/node/1189

Session U ตอนใหม่จากทาง FukDuk.tv มาแล้ว ซึ่งในตอนนี้น้อยบอยพิธีกร จาก Session U จะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก และทดลองติดตั้ง Ubuntu Netbook Remix กัน

คร่าวๆนะครับ Ubuntu Netbook Remix ก็คือ Ubuntu เวอร์ชั่นที่พิเศษ ที่เขาปรับแต่งมาแล้วเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในคอมพิวเตอร์ตัวเล็ก ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันครับ

แต่จะมีที่พิเศษนิดนึงตรงที่ Ubuntu Netbook Remix นั้น เขาไม่ได้ทำมาให้เราดาวน์โหลดไปใช้ครับ แต่เขาทำให้กับบริษัทที่สนใจ ให้นำไปติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องตั้งแต่ในโรงงานครับ (Bundle) แต่อย่างไรก็ดี ซอฟต์แวร์เหล่านี้เป็น Open Source อยู่แล้ว ดังนั้นเราเองก็สามารถนำมาติดตั้งได้ด้วยตนเองเช่นกันครับ

ส่วนจะติดตั้งได้อย่างไรนั้น ดูต่อได้ที่ Session U ครับ

CrossOver เป็นโปรแกรม Windows Emulator ที่ช่วยให้ใช้งานโปรแกรมของวินโดวส์บนลินุกซ์ได้ ซึ่ง CrossOver นั้นอธิบายง่ายๆก็คือ WINE เวอร์ชั่น Commercial นั่นเองครับ ก็คือแปลว่าซอฟต์แวร์ขายนั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี เราสามารถใช้งาน CrossOver เวอร์ชั่นทดลองได้ที่ 30 วันครับ ถ้าเป็นที่พอใจค่อยควักกระเป๋าก็ไม่ว่ากัน

ขั้นตอน

  1. เข้าไปที่ codeweavers.com แล้วดาวน์โหลดเวอร์ชั่นทดลองมาครับ
  2. ดาวน์โหลดไฟล์ลงมา เราจะได้เป็นไฟล์ .deb ครับ ให้ดับเบิ้ลคลิกเพื่อติดตั้งได้เลย
  3. ติดตั้งเรียบร้อย เราจะสามารถเรียกโปรแกรมได้ที่เมนูดังภาพครับ
  4. CrossOver จะมีรายชื่อโปรแกรมที่ Support เพื่อให้เราติดตั้งได้อย่างง่ายดายไว้แล้วครับ
  5. หรือถ้าเป็นโปรแกรมที่อนู่นอกรายการก็แค่เตรียม .exe ที่ใช้ติดตั้งในวินโดวส์ไว้ เท่านั้นครับ

โปรแกรมสามารถใช้งานได้ 30วัน รีบๆลองนะครับ ถ้าเป็นที่พอใจก็อย่าลืมอุดหนุนผู้พัฒนากันครับ

วันนี้ก็มีเว็บไซต์ดีๆมาแนะนำกันครับ เป็นเว็บไซต์ที่ให้เราติดตั้งโปรแกรมได้ สำหรับผู้ใช้งาน ubuntu โดยเฉพาะเลยครับ คล้ายๆเป็น add/remove เวอร์ชั่น on web นั่นเอง หลักการทำงานเท่าที่ลองใช้ดู ไม่มีอะไรพิเศษ แค่จับรายชื่อโปแกรมมาเรียงคล้ายๆหน้าโปรแกรม add/remove แล้วก็ทำลิงก์สำหรับกด install ไว้ให้ เมื่อเรากด install มันจะติดตั้งโปรแกรมให้ โดยจะดูดจาก Repository ที่เราตั้งไว้ ดังนั้นแปลว่า ถ้าจะติดโปรแกรมให้ได้ตามที่เว็บไซต์เขาลิสท์ไว้ ก็ต้องตั้ง repository ไปที่เดียวกับที่เขาลิสท์แพคเกจไว้

สำหรับตัวเว็บไซต์ที่ว่าคือเว็บนี้ครับ http://appnr.com สนใจก็ลองเข้าไปกดๆเล่นดูครับ หน้าตาตามภาพ

appnr

ส่วนถ้าจะตั้ง Repository ให้ตามเขาก็ได้ครับ แต่ถ้าจะไม่ตั้งก็ไม่ซีเรียสครับ ยังคงใช้เว็บไซต์นี้ได้อยู่ เพียงแต่บางโปรแกรมที่เขามีรายชื่อไว้ เราอาจจะติดไม่ได้ เท่านั้นครับ

ส่วนขั้นตอนก็ ตามนี้ครับ

  1. เปิดเทอร์มินอลขึ้นมาก่อน
  2. สั่งตามนี้ครับ sudo wget http://www.medibuntu.org/sources.list.d/hardy.list -O /etc/apt/sources.list.d/medibuntu.list
  3. สั่งต่อ sudo apt-get update && sudo apt-get install medibuntu-keyring && sudo apt-get update
  4. อีกครับ wget -q -O - https://dl-ssl.google.com/linux/linuxsigningkey.pub | sudo apt-key add -
  5. จามด้วยอัพเดทอีกที sudo apt-get update
  6. ต่อครับ สั่งตามนี้ sudo gedit /etc/apt/sources.list โปรแกรมจะเรียก Text Editor ขึ้นมา ใส่ 3 บรรทัดข้างล่างนี้ลงไปท้ายไฟล์ครับ
    deb http://archive.canonical.com/ubuntu hardy partner
    deb-src http://archive.canonical.com/ubuntu hardy partner
    deb http://dl.google.com/linux/deb/ stable non-free
  7. อัพเดทอีกที sudo apt-get update

จบครับ ทีนี้ก็สามารถติดตั้งโปรแกรมทั้งหมดที่มีรายชื่อตามในเว็บ appnr.com ได้แล้วครับ

เพื่อเป็นการเตรียมตัวกับ Ubuntu 8.10 ที่จะออกมาในอีกไม่นานนี้ เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าเราจะอัพเกรด Ubuntu จากเวอร์ชั่นเก่ามาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ได้อย่างไร จะได้ทันสมัยสุดๆ อ่อ แต่อย่าลืมนะครับ ว่า Ubuntu 8.04 มีระยะเวลาการ Support ที่นานกว่า 8.10 เพราะเป็นเวอร์ชั่นพิเศษ ดังนั้นท่านใดต้องการจะใช้ยาวๆ อาจจะไม่เหมาะที่จะอัพเกรดเป็น 8.10 ครับ ส่วนถ้าท่านใดพร้อมที่จะอัพเกรดแล้วล่ะก็ มาดูวิธีการกันครับ

ขั้นตอน

  1. เปิดเทอร์มินอลขึ้นมาก่อนเลย
  2. พิมพ์ลงไปว่า sudo update-manager -d
  3. จะเจอกล่องๆ แบบในภาพ
    update-manager
  4. กดปุ่ม Upgrade

เพียงเท่านี้ครับ แล้วรอให้ระบบดูดแพคเกจให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยรีสตาร์ท แล้วระบบของคุณก็จะกลายเป็น Ubuntu เวอร์ชั่นใหม่เรียบร้อยครับ

SessionU หรือ fukduk.tv ช่อง 9 ของเรานี่แหล่ะคับ มาชวนปรับหน้าจอของคุณให้หวือหวาอลังการ ท่านใดยังไม่เคยลองต้องดูตอนนี้ครับ พี่บอยแกแนะนำได้ละเอียดดีเลย

ที่มา: http://fukduk.tv/9/028